สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

    ตอนที่ 3 วัวกระทิงกลายพันธ์คลั่ง

    ตอนที่ 3

    ตู้ม !! เสียงรถบัสถูกกระแทกเข้าที่ด้านข้างและทันทีที่รถหมุนพลิกคว่ำสตีฟก็คว้าเด็กสาวร่างบางอายุสิบขวบคนนี้เข้ามากอดไว้แนบหน้าอกด้วยสัญชาติญาณทันที

    รถบัสนั้นกลิ้งไปกับพื้นถนนหลายรอบจนไปชนกับต้นไม้ต้นหนึ่งที่ข้างทาง ซึ่งการกลิ้งแบบนี้บ่งบอกถึงแรงชนได้เลยว่าต้องแรงมากๆ

    “อูย !! อะไรกันเนี่ย” สตีฟครวญครางออกมาพลางมองเด็กที่อยู่ในอ้อมอก

    “หนูแอนนา หนูแอนนา เป็นอะไรมั้ย” สตีฟพยายามเรียกเด็กสาวที่กอดเอาไว้สตีฟลองยกมือไปใกล้ๆจมูกดู

    “ยังหายใจอยู่ ไม่มีแผล ดูเหมือนจะหมดสติไปเพราะแรงกระแทกสินะ” สตีฟพูดก่อนจะพยายามมองรอบๆ ก่อนจะเห็นด้านหลังรถมีไฟไหม้ สตีฟมองไปที่หน้าต่างฝั่งที่ตัวเองนั่ง ด้านข้างเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ของสวนสารธารณะถ้ารถไม่มาติดต้นไม้ไว้ก่อนมีหวังเขาและเด็กคนนี้จมน้ำพร้อมๆกับรถบัสแล้วแน่ๆ ควันจากหลังรถเริ่มลอยเข้ามาในตัวรถบัสแล้ว

    “แย่แล้วควันเริ่มลอยเข้ามาแล้วไฟไหม้แบบนี้รถจะระเบิดมั้ยเนี่ย” สตีฟพูดก่อนจะพยายามออกมาจากรถบัสที่กำลังไงไฟไหม้ สตีฟนั้นโชคดีที่ตัวเขาไม่บาดเจ็บอะไรมากจะมีก็แต่แผลช้ำเล็กๆน้อยๆจากตอนรถหมุนกลิ้งไปกับถนนเท่านั้น

    ในขณะที่สตีฟกำลังพาตัวเองและเด็กสาวออกจากรถบัสนั้น รถบัสก็ถูกกระแทกอีกครั้งจนสตีฟล้มลงไปกองกับพื้น

    ตู้ม !! เสียงรถกระถูกกระแทกอีกครั้ง

    “เฮ้ย !! อะไรกันเนี่ย” สตีฟอุทานออกมาก่อนจะพยายามมองออกไปนอกหน้าต่างรถก่อนจะต้องตกใจ กับสิ่งที่กำลังจะวิ่งเข้ามากระแทกรถอีกครั้ง

    “นะ นะ นั่นมัน วัวงั้นเหรอ !!!” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจก่อนจะใช้ระบบตรวจสอบดู

    รายละเอียดวัวกระทิงกลายพันธ์ Lv.30 (คลั่ง)วัวกระทิงกลายพันธ์เป็นสัตว์ค่อนข้างรักสงบแต่จะคลั่งเมื่อเห็นวัตถุสีแดง

    สตีฟที่ได้อ่านคำอธิบายถึงกับทำหน้าเหวอเพราะถ้าเขาจำไม่ผิดรถบัสคันนี้มันสีแดงนั่นเอง แถววันกลายพันธ์ตัวนี้นั้นขนาดใหญ่มาก พอๆกับรถตู้คันหนึ่งเลยทีเดียวสตีฟได้แต่สงสัยว่าเจ้าวันกระทิงตัวนี้มันหลุดมาอยู่ในเมืองได้อย่างไร

    พรืด !!! เจ้าวัวกระทิงหายใจออกมาทางจมูกอย่างรุนแรงมันจ้องมองมาที่รถบัสเตรียมพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง

    “แย่แล้ว ต้องรีบออกไป” สตีฟอุทานก่อนจะลุกขึ้นและรีบลงมาจากรถโชคดีที่ประตูทางขึ้นยังใช้การได้อยู่ สตีฟรีบวิ่งออกจากประตูรถบัสไปทันที

    ตู้ม !! โคร่ม !! รถบัสถูกเจ้าวัวกระทิงนั่นขวิดเข้าให้อีกครั้งพร้อมๆกับต้นไม้ขนาดใหญ่ที่หักโค่นลงมา แรงกระแทกครั้งนี้ส่งผลให้รถบัสตกน้ำในสวนสารธารณะไปทันที สตีฟถอนหายใจอย่างโล่งอกที่สามารถออกมาได้ทัน

    แต่ทันใดนั้นเองสายตาของสตีฟก็ดันไปสบตากับเจ้าวัวกระทิงกลายพันธ์มันกำลังจ้องมองมาทางสตีฟพร้อมทั้งทำท่าทางจะวิ่งเข้ามาขวิดสตีฟและเด็กสาวต่อ

    “ไหงงั้นอ่ะเพื่อน !!” สตีฟอุทานออกมาก่อนจะมองร่างเด็กสาวที่หมดสติอยู่ในอ้อมกอดตน

    “อ๊ะ เด็กคนนี้ใส่ชุดสีแดง ซวยละสิ” สตีฟอุทานออกมาหลังจากเห็นชุดของเด็กคนนี้ชัดๆ เพราะตอนอยู่บนรถเขานั้นไม่ทันได้สังเกตุให้ดี

    มอ !!!!! มันร้องออกมาก่อนจะหายใจฟืดฟาดและวิ่งเข้าใส่สตีฟทันที (เอาเป็นว่ามันร้องมอแล้วกันนะ)

    “แย่แล้ว !!” สตีฟรีบวิ่งหลบทันทีถนนสายนี้นั้นค่อนข้างเปลี่ยวและเงียบเรื่องการจะขอความช่วยเหลือคงต้องรอสักพัก

    ครืด !!! สตีฟพุ่งไปด้านหน้าโดยเขาเอาหลังลงและอุ้มให้เด็กสาวแอนนาที่ยังหมดสติคนนี้อยู่เหนือพื้นเอาไว้ส่วนเจ้าวัวกระทิงกลายพันธ์ก็พุ่งไปชนต้นไม้อีกต้นที่หักลงมาทันที

    “โอ๊ยแสบหลังชะมัดให้ตายสิจะทิ้งเด็กคนนี้เอาไว้ก็ไม่ได้” สตีฟบ่นออกมาพลางก้มมองเด็กสาวที่ยังหมดสติอยู่พลางอดคิดในใจไม่ได้ เป็นภาระจริงๆนะหนูน้อยหนีออกจากบ้านยังมาเป็นภาระให้ลุง..เอ้ยพี่คนนี้อีก แล้วเสื้อก็มีตั้งหลายสีทำไมต้องใส่สีแดงมาวันนี้ด้วยก็ไม่รู้ ไหนจะรถบัสคันนั้นอีก วันหลังอยากจะทาสีแดงก็เอาแบบประเทศหนึ่งทางเอเชียบ้างสิ ประเทศนั้นน่ะรู้มั้ยไม่ต้องลำบากทาสีรถทั้งคัน อยากได้สีไหนก็แค่ตัดสติกเกอร์มาติดได้เลย

    ซึ่งสตีฟจำได้ว่าเคยเห็นในอินเตอร์เน็ตว่าประเทศทางนั้นชอบเอาสติกเกอร์มาติดเช่น รถคนนี้สีเขียว รถคันนี้สีแดง

    “เอายังไงดีสตีฟคิดสิคิด จะหนีเป็นไปไม่ได้แน่ๆ จะสู้ก็ไม่รู้จะไหวมั้ย เลเวลมันตั้งสามสิบ ถึงค่าสถานะเราจะสูงพอๆกับพวกฮีโร่เลเวลยี่สิบ แต่เราไม่มีสกิลที่ใช้ต่อสู้เลย” สตีฟพูดออกมาอย่างร้อนรน ถึงเขาจะมั่นใจว่าค่าพลังกายของเขาจะทำให้เขาโดนมันขวิดไม่ตาย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่บาดเจ็บเลย

    สตีฟมองดูรอบๆตัวก่อนจะเห็นถังขยะสีเขียวใบหนึ่ง สตีฟเห็นว่าไม่มีทางเลือกแล้วจึงวิ่งไปที่ถังขยะใบนั้นก่อนจะหย่อนร่างของแอนนาที่หมดสติลงไป

    “โทษทีนะแต่ช่วยอยู่ตรงนี้ไปก่อน” สตีฟพูดออกมาถึงแม้ถังขยะมันจะไม่ได้สกปรกแต่จะให้เด็กผู้หญิงไปนอนในถังขยะมันก็ดูไม่ดีเท่าไหร่

    ตอนนั้นเองสตีฟที่กำลังหันหลังให้เจ้าวัวกระทิงอยู่โดยไม่รู้เลยว่าหลังตนนั้นเลือดออกอยู่จากการไถลไปกับพื้นถนนเมื่อครู่ และด้วยเสื้อที่เป็นสีขาวทำให้เลือดสีแดงยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีกตอนนี้เจ้าวัวกระทิงนั้นเปลี่ยนเป้าหมายมาที่สตีฟเสียแล้ว

    มอ !!!!!!!!!!!!! เสียงวัวกระทิงร้องออกมาก่อนจะวิ่งเข้าหาสตีฟทันที

    “อ๊ะ !!” สตีฟที่ได้ยินเสียงร้องของมันรีบหันกลับไปดูก่อนจะเห็นว่ามันกำลังวิ่งมาทางนี้

    สตีฟรีบฉีกออกด้านข้างเพื่อไม่ให้มันพุ่งไปชนกับถังขยะที่มีเด็กสาวนอนอยู่ในนั้น ด้านหลังของสตีฟเป็นตึกสองชั้นหลังหนึ่ง

    “เข้ามา !!” สตีฟตะโกนปลุกใจตัวเองพลางเหลือบมองตึกด้านหลังเขากะจะล่อให้วัวกระทิงนั้นชนกับตึกเผื่อว่าจะจัดการมันได้

    มอ !! กรุบ !! กรุบ !! กรุบ !! มันร้องออกมาอีกครั้งก่อนจะพุ่งเข้าใส่สตีฟเสียงฝีเท้าบดกับพื้นถนนคอนกรีตความเร็วของมันพอๆกับรถยนต์ที่กำลังวิ่งเข้าหาด้วยความเร็วหกสิบกิโลเมตรต่อขั่วโมง สตีฟจ้องมองภาพของวัวกระทิงตัวขนาดยักษ์ค่อยๆใกล้เข้ามา

    ฟุ่บ !! สตีฟรีบกระโดดหลบทันทีเมื่อระยะของกระทิงและเขาห่างกันไม่ถึงสิบเมตร

    โคร่ม !!!! เสียงร่างของวัวกระทิงชนเข้ากับตึกสองชั้นสนั่นหวั่นไหว

    สตีฟหันไปมองผลงานของตัวเองก่อนจะอดร้องออกมาอย่างดีใจไม่ได้

    “เยส !! สำเร็จ” สตีฟร้องออกมาพลางเห็นร่างของวัวกระทิงนั้นพุ่งเข้าไปด้านในตึกทะลุกำแพงไป

    “ได้เวลาเผ่นแล้ว” สตีฟพูดออกมาก่อนจะรีบวิ่งไปที่ถังขยะที่ทิ้งแอนนาเอาไว้ เขารีบอุ้มแอนนาขึ้นมาก่อนจะรีบหนีจากแถวๆนั้นทันที

    บนตึกหลังหนึ่ง

    “พบคุณหนูแอนนาแล้วค่ะคุณท่าน” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งรายงานกับคนที่อยู่ในสาย

    “แอนนาปลอดภัยดีใช่มั้ย” เสียงผู้ชายในสายถาม

    “ค่ะแต่ดูเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์กลายพันธ์อยู่” เสียงผู้หญิงรายงานกลับไป

    “สัตว์กลายพันธ์ในเมืองเนี่ยนะ” เสียงผู้ชายในสายพูดอย่างแปลกใจ

    “ใช่ค่ะดูเหมือนสองสามวันมานี้จะมีเหตุการณ์สัตว์กลายพันธ์ปรากฎขึ้นในเมืองอยู่หลายคดี” เสียงผู้หญิงรายงานกลับไป

    “ถ้าอย่างนั้นฝากจัดการพาแอนนากลับมาด้วยก็แล้วกันถ้าเธอบาดเจ็บล่ะก็จะหักเงินเดือนเธอนะ” เสียงผู้ชายพูดก่อนจะตัดสายทิ้งไป

    “เฮ้อทำงานบอดี้การ์ดเงินก็ดีอยู่หรอกไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายล่าสัตว์กลายพันธ์ข้างนอกเพื่อหาเงิน แต่ต้องมานั่งคอยคุ้มกันเด็กผู้หญิงเอาแต่ใจแบบนี้ก็เหนื่อยนะ” ผู้หญิงคนที่อยู่บนยอดตึกพูดออกมาซึ่งเด็กผู้หญิงที่เธอเป็นบอดี้การ์ดให้นั้นหนีออกจากบ้านบ่อยๆ สัปดาห์นี้ก็เป็นครั้งที่สามแล้วแถมผู้ว่าจ้างหรือพ่อของเด็กคนนี้ก็ดูเหมือนไม่คิดจะห้ามอะไรเสียด้วย

    “ว่าแต่ผู้ชายที่อุ้มคุณหนูอยู่นั่นใครกัน” เธอเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัยก่อนจะใช้ระบบตรวจสอบดู

    หน้าต่างชื่อ : สตีฟ ดูแคนวัลล์ Level : 1อาชีพ : สุดยอดพ่อบ้านอายุ : 29

    “เลเวลหนึ่ง ตายๆเจอกับวัวกระทิง เลเวลสามสิบแบบนี้ตายแน่ๆ แล้วนั่นอาชีพอะไรนั่นสุดยอดพ่อบ้าน แถมยังไม่ได้เข้าสมาคมฮีโร่อีกด้วย” เธอบ่นออกมาพลางเตรียมตัวลงไปช่วยคุณหนูของเธอ ซึ่งการตรวจสอบค่าสถานะคนอื่นนั้น ผู้ตรวจสอบจะสามารถเห็นได้แค่ ชื่อ อาชีพ อายุและเลเวลเท่านั้น ส่วนรายละเอียดสถานะและสกิลไม่สามารถมองเห็นได้

    หญิงสาวที่อยู่บนยอดตึกเธอมองด้านล่างก่อนจะพูดออกมา

    “ปีก !!!” ทันทีที่เธอพูดก็มีปีกงอกออกมาจากหลังของเธอ

    พรึ่บ !! ปีกคล้ายปีกของนกอินทรีถูกกางออกมาก่อนเธอจะค่อยๆลอยขึ้นและบินลงไปด้านล่างด้วยความเร็วสูง

    “อืมเราเลเวลเท่าไหร่แล้วนะ ตั้งแต่รับงานบอดี้การ์ดก็ไม่ได้ตรวจดูอีกเลย” หญิงสาวพูดก่อนจะเรียกระบบเพื่อดูสถานะตัวเอง

    หน้าต่างชื่อ : อลิเชียร์ พาร์ธอร์น Level : 62อาชีพ : ฮีโร่อายุ : 26 ฉายา : อินทรีเหล็กRank : Bสกิลพิเศษสร้างปีกเลียนแบบสัตว์ Lv. 32สถานะความแข็งแกร่ง 72ความเร็ว 85พลังกาย 42ความฉลาด 30โชค 12

    จบ... ปล. ถ้าชอบหรือถูกใจยังไงฝากกดติดตาม กดใส่ชั้นหนังสือ ฝากรีวิวเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับขอบพระคุณครับ