จันทิมันตุ์ไม่ได้ออกไปไหนไกล จากห้องพักของกฤตยชญ์เลย เพราะเธอไม่รู้จะไปทางไหน และแถมยังไม่รู้จักใครดีเลยด้วยซ้ำ จึงไม่กล้าเสี่ยง เลยได้แต่ออกมาเดินเล่นใกล้ๆ ห้อง แล้วก็มายืนคิดถึงข้อเสนอเชิงบังคับของคนตัวโต
“เฮื่ออ!!!!....” ซึ่งคิดไปก็ได้แต่ถอนหายใจไป ครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างคิดไม่ตกสักที
“ทำอะไรอยู่? ไปกินข้าวได้แล้ว”
กฤตยชญ์เห็นคนตัวเล็กกำลังยืนเหม่อ มองออกไปยังท้องทะเล จึงเดินเข้ามายืนซ้อนหลัง และเอ่ยถามใกล้ ๆ จนร่างบางสะดุ้งใ รีบหันกลับมามองยังต้นเสียง แต่เพราะความที่มาหยุดยืนประชิดใกล้มาก เมื่อร่างบางหันกลับมาอย่างเร็วไว จึงทำให้ร่างสองร่างอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
“อุ๊ย!!....”
จันทิมันตุ์อุทานออกมา เมื่อได้รับรู้ถึงความใกล้ชิด และกลิ่นกายผสมโคโลน ลอยฟุ้งเข้ามาแตะจมูกโด่งรั้น ทำให้รู้สึกวาบหวามยังไงบอกไม่ถูก
จันทิมันตุ์ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เพื่อจะได้เรียกสติและความมั่นใจที่หายไปให้กลับมา แต่มือใหญ่ช่างเร็วเท่าความคิดของเขา ยื่นมาโอบเอวบาง ดึงเข้ามาหากายแกร่งอย่างเร็วไว และส่วนมือใหญ่อีกข้างหนึ่ง ก็ยื่นมาจับที่ท้ายทอยของหญิงสาวไว้
“คุณจะทำอะ..อื้ออ!!!..”
จันทิมันตุ์เบิกตากว้างขึ้นอย่างใ เมื่อชายหนุ่มกระทำการอันจาบจ้วงอย่างนี้ และยิ่งต้องใมากขึ้นกว่าเดิมอีก เมื่อปากหนาชกลงมาประกบปิดปากบางจิ้มลิ้มไว้ ร่างบางพยายามดิ้นรนขัดขืน ทั้งผลักทั้งดัน แต่เหมือนยิ่งผลักดันเท่าไร ชายหนุ่มก็ยิ่งรัดแน่นมากขึ้นกว่าเดิม จนร่างบางแนบชิดสนิทติดกัน จนอากาศแทบไม่สามารถแทรกผ่าน ระหว่างกลางของคนทั้งสองได้เลย
จันทิมันตุ์ ผู้ซึ่งไม่เคยผ่านการจูบ การโอบกอดจากชายใดมาก่อน เมื่อเจอเข้ากับการรุกคืบ และความชำนาญการเหนือชั้นกว่าอย่างนี้ ร่างบางก็อ่อนระทดระทวยลงไปในพริบตา และค่อยๆ สมยอมไปการการชักนำนั้น
กฤตยชญ์เห็นท่าทางอ่อนลงและคล้อยตาม ก็รู้สึกพึงพอใจเป็อย่างยิ่ง และยิ่งมือเรียวเล็กไต่ขึ้นมาคล้องคอแกร่ง เพื่อใช้เป็หลักในการยืน ยิ่งรู้สึกพึงพอใจมากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก
กฤตยชญ์จูบไปรอบๆ เรียวปากบางจิ้มลิ้ม พร้อมกับใช้ลิ้นแตะหยอกล้อไปด้วย จนทำให้คนตัวเล็ก เผลอเผยปากออกจากกัน ชายหนุ่มจึงสอดลิ้มสากร้อนลื่น เข้าไปสำรวจในโพรงปากเล็ก
ปลายลิ้นสากร้อนลื่นไล่แตะลิ้นเล็ก ตวัดเกี่ยวพัน หยอกเย้า ดูดดึงอยู่อย่างนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนขนอ่อนของคนตัวเล็กลุกชูชันขึ้นมาทั่วทั้งตัว สั่นสะท้าน ซาบซ่าน วิ่งวนไปทั่วจุดที่อ่อนไหว ขาแข้งแทบไม่มีแรงที่จะพยุงตัวให้ยืนไหว
ซึ่งในนาทีนั้นชายหนุ่มรู้ได้ในทันทีว่า ข้างในโพรงปากเล็กนั้น ช่างหวานล้ำเหลือเกิน จนอยากดูดกลืนความหวานไปเรื่อยๆ อยู่อย่างนี้ไม่หยุด แต่เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังจะขาดอากาศหายใจ จึงจำต้องปล่อยปากบางจิ้มลิ้มให้เป็อิสระ แต่ก็เพียงแค่แป๊บเดียว คนหลงความหวานก็เข้า และดูดดึงหาความหวาน ในโพรงปากเล็กใหม่อีกรอบอย่างไม่รู้จักอิ่ม
“แอะแอ้ม!!....”
เสียงกระแอมไอดังเข้ามาขัดจังหวะ แห่งการดูดกลืนความหวาน ซึ่งกฤตยชญ์ก็รู้ในทันทีแหละว่า บุคคลผู้ที่เข้ามาขัดจังหวะนั้น จะเป็ใครเสียไม่ได้เลยนอกจากดนุ เพื่อนจอมกวนประสาทนั้นแหละ
“พอแล้วมั้งครับผม ไปกินข้าวกันเถอะครับผม” ดนุกล่าวยิ้มในหน้าส่งให้เพื่อน ทั้งเย้าแหย่ทำหน้าทะเล้นไปด้วย
กฤตยชญ์ถอนจูบออกจากปากบางจิ้มลิ้ม อ้อยอิ่งและเสียดาย ชายหนุ่มเห็นใบหน้าสวยหวานซึ้ง แดงระเรื่อที่แดงไปจนถึงใบหูเล็ก ก็รู้ได้เลยว่าคนตัวเล็กเกิดความอายเป็อย่างมาก มือใหญ่จึงจับศีรษะคนตัวเล็ก ให้เข้ามาซบซุกกับอกแกร่งไว้
“นายหิวก็เดินไปก่อนสิวะ” กฤตยชญ์ร้องบอกด้วยน้ำเสียงเคืองเพื่อน แต่ไม่มีความรู้สึกเขินอาย ในสิ่งที่ตนได้กระทำลง และไม่อายเพื่อนที่มาเห็นนั้นเลยสักนิด
“โอเคๆ ไปก่อนก็ได้” ดนุกล่าวและส่งสายตาเย้าแหย่ล้อเลียนมาให้อีกครั้ง แล้วจึงค่อยเดินจากไป เพื่อไปยังสถานที่ที่รับประทานอาหาร
“นะ.. ไหนคุณบอกว่าจะให้ฉันคิด ตัดสินใจก่อนไงคะ?” จันทิมันตุ์ผละศีรษะออกจากอกแกร่ง เมื่อรับรู้ได้ว่าบุคคลที่สามได้เดินห่างออกไปแล้ว และกล่าวถามขึ้นโดยไม่มองหน้าครามครันนั้น ด้วยน้ำเสียงสั่นนิดๆ อย่างพยายามควบคุมตัวเองให้กลับเป็ปกติ
“หึหึ!! ก็ให้คิดไง นี้แค่จูบเอง ยังไม่ได้ถึงขั้นจับกินสักหน่อย”
กฤตยชญ์ก้มลงไปกระซิบบอกคนตัวเล็กที่ข้างหู ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ซึ่งใบหน้าสวยหวานซึ้งที่แดงอยู่แล้ว ก็แดงมากขึ้นไปอีก กับคำพูดที่คนตัวโตพูดมาอย่างห่ามๆ นั้น
“เฮื่ออ!!!!.... เอาล่ะเราไปกินข้าวกันได้แล้วล่ะ”
กฤตยชญ์สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วปล่อยออกมาช้าๆ เพื่อเป็การควบคุม ไม่ให้กลับลงไปจูบปากบางจิ้มลิ้มนั้นอีกครั้ง เพราะหากเพื่อนจอมกวนของเขา ไม่มาขัดซะก่อน เชื่อได้เลยว่าเขาคงจะจูบคนตัวเล็ก ในอ้อมแขนแกร่งนานกว่านี้อย่างแน่นอน
๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓๑๓