"เอ่ออ ... ท่านผู้าุโ แล้วข้าสอบผ่านหรือไม่" เทียนคงวางหินลงไปแล้วหันไปมองชายชรา แต่เหมือนว่าชายชราจะกำลังเข้าภวังค์และครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยถาม
“หือออ ... อ้ออ แน่นอนว่าเ้าสอบผ่าน และยังผ่านได้แบบเกินความคาดหมายของข้าไปไกลเลยทีเดียว นับว่าเ้ามีพร์และเหมาะเป็อย่างยิ่งที่จะผลักดันเ้า" ที่ชายชราเก็บอาการตกตะลึงได้ในที่สุด แล้วหันมาตอบเทียนคงด้วยท่าทางสุขุม
“ท่านผู้คุมสอบข้าคงไม่ได้มีพร์ขนาดนั้น อาจเป็เพราะโชคช่วยเสียมากกว่า” เทียนคงเมื่อได้ยินที่ชายชรากล่าว ก็อดที่จะกระวนกระวายไม่ได้ เพราะแต่เดิมเขาไม่้าเปิดเผยความสามารถของเขา ความตั้งใจเดิมคือเขาแค่้าสอบให้ผ่านแบบเกินกว่าคนปรกตินิดหน่อยเท่านั้น ให้สมกับที่เ้าเมืองต้าเจิงเป็ผู้พาเข้ามาด้วยตัวเอง แต่กลับกลายเป็ว่าผลลัพธ์ของเขาตอนนี้ดันเกินมาตราฐานไปเยอะ
“อย่าได้ถ่อมตนนักเลย เ้าหนุ่มพร์เช่นเ้า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ข้าเคยพบเจอเพียงไม่กี่คน และในอานาคตจนชีวิตข้าสูญสิ้น ข้าก็ไม่มั่นใจว่าจะมีโอกาสได้เจอพร์เช่นเ้าอีกหรือไม่อ้อ แล้วข้าก็ต้องบอกเ้าด้วยว่า ข้าไม่ได้เป็ผู้คุมสอบอะไรทั้งนั้น เป็เพียงผู้ที่ผ่านทางมาเท่านั้นข้าเผอิญได้ยินเื่ของเ้าผ่านการสนทนาระหว่างเ้าสำนักสาขาและเ้าเมืองประกายเงินระหว่างทำภารกิจ ซึ่งข้าดันมีเวลาว่างตอนนี้พอดี จึงใช้โอกาสนี้มาทดสอบเ้าเล่นฆ่าเวลาเพียงเท่านั้น ไม่นึกเลยจะได้พบเจอเด็กเช่นเ้านับเป็โชคชะตาฟ้าลิขิตโดยแท้จริง”
“... เช่นนั้น หากท่านไม่ได้เป็ผู้คุมสอบ แล้วผลการทดสอบของท่านจะมีผลหรือไม่ แล้วข้าต้องสอบใหม่จากผู้คุมสอบจริง ๆหรือไม่”
“เหอ ๆ เ้าไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นจากนี้ข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์เอง เ้าไม่มีความจำเป็ต้องอยู่ที่นี่พร์เ้ามันมากเกินกว่าที่สำนักสาขาเล็ก ๆแห่งนี้จะสั่งสอนเ้าได้”
“......... เอ่อ ผู้าุโ ข้ายังไม่เข้าใจข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านเป็ใคร แล้วจะให้ข้าเป็ศิษย์ท่านได้อย่างไร”
“อย่ากังวลไป คงจะเหลือน้อยคนที่จะรู้จักข้า ข้าบอกได้เพียงว่าข้าเป็ผู้รับใช้ของเผ่าพันธุ์ปีก์เหมือนพวกเ้าเช่นกัน แต่ระดับของข้านั้นต่างจากนครวิหคครามนี้ราวฟ้ากับเหว ... และข้าขอถามเ้าอีกครั้งเ้ายินดีจะรับข้าเป็อาจารย์หรือไม่”
“หากข้าตกลงเป็ศิษย์ท่านจะมีผลอันใดกับที่นี่ สถานที่แห่งนี้หรือไม่”
“หากเ้าหมายถึงสำนักวิหคครามสาขานี่ละก็เ้าไม่ต้องห่วง ข้ามีอำนาจมากพอจะลบดาวเคราะห์ดวงนี้ออกไปจากดาราจักรนี้ได้คำตอบข้าเพียงพอหรือไม่” ชายชราเอ่ยตอบเทียนคงพร้อมกับ ปลดปล่อยรัศมีพลังอันมหาศาลออกมาทำให้เทียนคงที่อยู่ห่างออกไปประมาณห้าก้าวสั่นสะท้านถึงแรงกดดันระดับนี้เป็ครั้งแรก ทำให้เขาแทบยืนไม่ไหว
“ .... ท่านผู้าุโ ข้าเข้าใจในอำนาจของท่านแล้ว ข้ายินดีเป็ศิษย์ของท่าน แต่ข้ามีเื่ขอท่านอยู่อย่างหนึ่ง ข้าเป็เด็กกำพร้าบิดาและมารดาได้เ้าเมืองประกายเงินชุบเลี้ยงมา ข้ายังมีเื่ที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนจะติดตามท่านไป” เทียนคงตัดสินใจที่จะเป็ศิษย์ของชายชราผู้นี้แม้ตัวเขาจะไม่ทราบว่าชายคนนี้เป็ใคร แม้แต่ชื่อเขาก็ยังไม่รู้ ซึ่งตอนนี้อยู่ดี ๆก็มีโอกาสที่จะทำให้เขาจะเขาได้ไปอยู่ในกลุ่มคนระดับสูง แน่นอนว่านี่จะทำให้เขาค้นหาตัวตนของเขาได้เร็วมากขึ้นแต่ตอนนี้เขามีเื่ต้องจัดการที่เมืองประกายเงินแห่งนี้ก่อน จึงได้เอ่ยขอไป
“เ้า้าเวลาเท่าใด หรือหากเ้าบอกข้าว่าต้องจัดการเื่อะไร ก็ขอให้บอกข้ามา ไม่แน่ข้าอาจจัดการให้เ้าได้เดี๋ยวนี้เลย”
“ขอบพระคุณท่านมาก แต่เื่นี้เป็เื่ของบุณคุณ ข้าต้องจัดการด้วยตัวเอง ข้าขอเวลาท่าน 5 ปี วันนี้ในอีก 5ปี หากท่านยัง้ารับข้าเป็ศิษย์ ข้าพร้อมจะติดตามท่านไปทุกที่” เทียนคงกล่าวพร้อมกับคำนับ
“รู้จักตอบแทนบุญคุณรึ ถูกใจข้าจริง ๆ ... แต่ว่า 5 ปีรึ หืมมม เช่นนั้นก็ได้ ในอีก 5ปีข้างหน้า ข้าจะมารับเ้าไปกับข้า” หลังจากชายชรากล่าวจบก็หายไปจากสายตาของเทียนคงทำให้เขารู้สึกใเป็อย่างมาก
“ท่านผู้าุโข้าขอทราบชื่อท่านได้หรือไม่” เทียนคงเอ่ยถามขึ้นแม้จะไม่เห็นชายชราผู้นี้อยู่แล้วก็ตามแต่เขาเชื่อว่าด้วยระดับพลังของเขาแล้วเขาจะได้ยินแน่นอน
“กัวซื่อิ”
“กัวซื่อิ ... แซ่กัวหรือ อืมมมข้าเคยได้ยินชื่อแซ่นี้จากที่ไหนนะ ... นี่มันชื่อแซ่ของตระกูลที่ปกครองนครวิหคครามนี่ข้าจำได้ว่าเคยได้ยินเซียนอินพูดถึงแซ่นี้ ผู้าุโท่านนี้เป็ใครกันแน่นะ” ระหว่างที่เทียนคงกำลังสงสัยและทบทวนความจำอยู่นั่นสภาพแวดล้อมรอบกายกลับค่อย ๆแปรเปลี่ยนเป็สภาพห้องโถงเดิมที่เขามาครั้งแรก
“ไม่จริงน่า ก่อนหน้านี้ข้าอยู่ในมิติจำลองที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดเลยรึั้แ่เมื่อใดกัน มันสมจริงมากข้าไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่เห็นและััไปเมื่อครู่คือวัตุในมิติจำลอง ร้ายกาจยิ่งนัก” นี่เป็ครั้งแรกที่เทียนคงได้ัักับมิติจำลองด้วยตัวเอง ซึ่งจริงๆแล้วเขาได้ศึกษาเื่มิติจำลองมาแล้วในคลังความรู้ของเขาแต่เมื่อได้มาเห็นกับตาจริง ๆก็ยังอดที่จะตกตะลึงไม่ได้เพราะในบันทึกข้อมูล การจะใช้มิติจำลองจำต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และพลังงานจำนวนมหาศาล หรือหากเป็บุคคลก็จะมีเพียงเผ่าพันธุ์สายเืาาทั้งหกเท่านั้น เพราะพวกเขามีทักษะและพลังมากพอจะทำแบบนั้น
หลังจากมิติจำลองได้สลายหายไปและกลับเข้าสู่สภาพเดิมเรียบร้อยแล้วเสียงของคนกลุ่มหนึ่งก็ค่อย ๆใกล้เข้ามาและเข้ามาในห้องโถงรับรอง ปรากฏเป็กลุ่มชายหญิงอายุราว ๆ 20 – 25 ปี เป็ ชาย 3และหญิง 1 สวมใส่เครื่องแต่งกายยาวลายวิหคคราม
“เด็กใหม่ ตามพวกข้ามา อาจารย์ให้พวกข้าพาเ้าไปพบเขา” ชายหนุ่มหนึ่งในกลุ่มคนนี้เรียกเทียนคงไปกับพวกเขาด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
“พวกท่านเป็ศิษย์ของสำนักวิหคครามสาขาหรือ”
“ใช่มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วสิเ้าโง่นี่ คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็ศิษย์ของสำนักทั้งสิ้นรีบตามมาได้แล้ว” หญิงสาวเพียงคนเดียวของกลุ่มตวาดใส่เทียนคงที่ดูเหมือนคนโง่งมไม่รู้เื่ราวอันใด
เทียนคง เห็นดังนั้นจึงไม่ได้ถามไถ่อันใดอีกและเดินตามไปด้วยความสงบ
คนทั้ง 5 เดินออกจากโถงรับรอง โดยผ่านประตูที่เทียนคงเคยผ่านมาแล้วเมื่อตอนที่เขารับการทดสอบจากกัวซื่อิแต่ในครั้งนี้ปรากฏว่าสถานที่หลังประตูนี้ต่างจากรอบที่แล้วเป็คนละสถานที่โดยสิ้นเชิง เทียนคงเข้าใจในที่สุดว่าเขาเข้าไปในมิติจำลองั้แ่เมื่อใด
ในระหว่างที่ทั้ง 4 พาเทียนคงไปพบกับอาจารย์ของพวกเขานั้นก็ได้พูดคุยกับเทียนคงไปด้วย ซึ่งดูแล้วเหมือนกับหาเื่ชวนทะเลาะเสียมากกว่า
ช3 - “เ้าโง่ เ้าชื่ออะไร”ชายหนุ่ม หนึ่งในนั้นเอ่ยถาม
เทียนคง - “ข้าชื่อ เทียนคง”
ช3 - “แซ่เ้าเล่าเ้ามาจากตระกูลใด”
เทียนคง - “ข้าไม่มีแซ่ข้าเป็เด็กกำพร้า”
ช3 - “เช่นนั้นรึแล้วใครตั้งชื่อให้เ้ากัน”
เทียนคง - “คนที่รับข้ามาเลี้ยงดูท่านเ้าเมืองต้าเจิง”
ช3 - “อ้ออที่แท้เ้าก็คือคนที่เ้าเมืองต้าเจิงฝากฝั่งมานี่เอง ข้าก็นึกว่าจะเป็คนที่ดูแข็งแกร่งน่าเกรงขามเพราะเห็นว่าจะเป็คนที่เขาตั้งใจจะให้เป็ตัวแทนเมืองเหตุใดจึงกลายเป็เ้าโง่อย่างเ้าได้เล่า เช่นนั้นข้าคงไม่อาจยอมรับได้หรอก”
ช2 – “เจียเทาอย่าเสียมารยาท การคัดเลือกตัวแทนเป็ประสงค์ของเ้าสำนักและเ้าเมืองเ้าคิดว่าท่านเ้าสำนักเลือกคนผิดงั้นรึ”
ช3 – “ศิษย์พี่อานข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าเพียงแค่เห็นว่า หมอนี่ไม่มีความสามารถที่เพียงพอแตกต่างจากศิษย์พี่หลงหง ไม่ควรได้เป็ตัวแทนเหมือนเช่นเขาแม้แต่ข้าหมอนี่ก็คงไม่อาจเอาชนะได้หรอก
ญ1 – “ใช่ศิษย์พี่อานข้าเห็นด้วยกับศิษย์เจียเทานะ เื่นี้ไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปมิเช่นนั้นศิษย์ของสำนักที่พยายามอย่างหนักที่จะได้เป็ตัวแทนเมืองคงจะไม่พอใจแน่”
ช1 – “พวกเ้า พอได้แล้ว การเลือกตัวแทนเมืองจะชี้ชัดอีกครั้งหลังจากนี้ก่อนการทดสอบคัดเลือกดังนั้นเขายังมีเวลาฝึกพลังอีกกว่า 2 ปี พวกเ้าอย่าเพิ่งวู่วาม เมื่อถึงตอนนั้นแล้วหากศิษย์น้องเทียนคงไม่สามารถแสดงพลังให้เหมาะสมกับที่จะเป็ตัวแทนเมืองเช่นนั้นข้าจะเป็คนทักท้วงเอง”
ญ1 – “ก็ได้สมกับเป็ศิษย์พี่หลงหง ใจกว้างและมองการณ์ไกลยิ่งนัก”
ช3 – “เช่นนั้นก็ได้ข้าเห็นด้วยกับศิษย์พี่เสมอ”
เทียนคงที่ไม่ได้ร่วมบทสนทนานี้แต่ก็เดินตามพวกเขามา จึงได้ยินทุกคำพูด พลันเหลือบตามองบน และคิดในใจ
“เฮ้ออ ข้ายังไม่ทันได้ทำอะไรก็เป็ที่รังเกียจของศิษย์ของสำนักแล้วหรือนี่ ก็สมกับเป็มนุษย์จริง ๆ” เทียนคงคิดในใจถึงข้อมูลบางส่วนในคลังความรู้ของเขาระบุว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์เป็เผ่าพันธุ์ที่มีความขัดแย้งภายในมากที่สุดในเอกภพในสถานการณ์ตอนนี้ ที่เขาเพิ่งจะเข้ามาที่สำนัก และยังไม่ได้เริ่มฝึกหรือทำอะไรเลยเหล่าศิษย์ที่อยู่ตรงหน้าเขากลับตั้งแง่และเริ่มที่จะรังเกียจเขาเสียแล้วเลยทำให้เขานึกถึงนิสัยพื้นฐานข้อหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เขาได้ศึกษามาอย่างช่วยไม่ได้ ...