รถกระบะวิ่งไปตามถนนได้ราวๆ 10 นาที ซอมบี้ตามทางก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆจนกระทั่งรอบข้างไม่หลงเหลือเงาของซอมบี้แม้แต่ตัวเดียว ข้างทางทั้งสองฝั่งของถนนเป็ทุ่งหญ้าแห้งกรังสุดสายตา มีเพียงหย่อมหญ้าเล็กๆที่พอจะงอกงามประปรายอยู่บ้าง ต้นไม้ที่เห็นมีอยู่ประปรายส่วนใหญ่เป็ต้นไม้โล้นไร้ใบ ช่างดูทรุดโทรมจนน่าเวทนา
พอขับมาถึงบริเวณนี้ สภาพแวดล้อมก็เริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ดินแดนร้างไร้ผู้คนอีกต่อไป บนถนนเริ่มมีรถและผู้คนเดินเท้าปรากฏให้เห็นเป็ระยะๆ บางครั้งก็มีขบวนรถสิบกว่าคันวิ่งเรียงรายกันอยู่ไกลๆด้วย ยิ่งมองออกไปยังทุ่งหญ้า เขาก็เห็นเต็นท์หลากสีสันตั้งอยู่เกลื่อนกลาดเต็มไปหมด ทั้งใหม่และเก่า ปะปนกันไป ในนั้นมีผู้คนมากมายที่สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเดินกันให้ขวักไขว่ ทั้งหญิงและชาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็สถานที่ที่คนพลุกพล่านยิ่งนัก ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในแอฟริกา ต่างกันก็เพียงว่าที่นี่ไม่มีเ้าหน้าที่แม้แต่คนเดียว
วีและพรรคพวกไม่ได้หยุดรถที่บริเวณนี้ แต่เลือกจะขับผ่านต่อไปเรื่อยๆ ข้างถนนทั้งสองฝั่งคล้ายกับตลาดนัด ผู้คนมากมายตั้งแผงขายของเรียงรายกัน พ่อค้าแม่ขายส่วนใหญ่เป็ผู้สูงวัย ผู้หญิงและเด็กพวกเขาส่วนใหญ่เป็กลุ่มคนที่อ่อนแอที่สุดในวันสิ้นโลก ในโลกที่มีการต่อสู้ จำเป็ต้องอาศัยผู้ชายในครอบครัวดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวันๆ
ผู้หิวโหยจำนวนนับไม่ถ้วนต่างจ้องมองรถที่วิ่งผ่านไปด้วยสายตาน่าสงสาร ในวันสิ้นโลก การจะรถยนต์นั้นไม่ยากนัก แต่คนที่สามารถขับรถได้นั้นกลับไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ เพราะน้ำมันกลายเป็ของล้ำค่าจนแทบจะแลกเปลี่ยนกับทองคำได้ ด้วยเหตุนี้เอง ผู้คนยากไร้จึงมองคนขับรถเหล่านี้ราวกับเห็นคนร่ำรวย หากโชคดีหน่อยอาจจะขออาหารติดมือกลับมาได้บ้าง
เมื่อได้เห็นค่ายพักพิงที่แร้นแค้นยิ่งกว่าค่ายผู้ลี้ภัยในแอฟริกา กับผู้คนที่ผอมโซจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เจไดก็รู้สึกเหมือนหัวใจเขาถูกบีบจนเ็ป
สำหรับคนที่มาจากโลกที่สงบสุขอย่างเขาแล้ว เขาไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อน แม้จะในตอนครั้งแรกที่เขามาโลกนี้ ค่ายพักพิงที่เขาพบตอนแรกก็ยังดูดีกว่าที่นี่ราวฟ้ากับเหวเลย
สีหน้าของเจไดตกอยู่ในสายตาของเบอตัน เขาหัวเราะออกมาเบาๆแล้วพูดออกมาอย่างเฉยชาว่า
"ไอ้หนู คนในวันสิ้นโลกน่ะ ใน 10 คนจะรอดได้ซักคนก็บุญแล้ว นายทำอะไรไม่ได้หรอก ฮ่าๆๆ พวกมันคงชอบมากๆเลยแหละ ที่ยังมีคนที่เหลือความเมตตาอยู่ในใจแบบนาย แต่จำไว้ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน วันไหนซักวันนึงนายถูกพวกมันกินจนเหลือแต่กระดูก ตอนนั้นถ้าจะเสียใจมันก็สายไปแล้วนะ!"
เบอตันพูดยังไม่ทันขาดคำ ข้างหน้าด้านขวามือของถนน จู่ๆก็เกิดเหตุการณ์น่าใขึ้นมา
เด็กหญิงร่างผอมโซคนนึงที่ก่อนหน้านี้ยังดูอ่อนแรงจนแทบหมดสติ รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายกระโจนออกจากฝูงชน พุ่งตรงไปยังรถดัดแปลงคันนึงที่วิ่งอยู่ข้างหน้าคันของพวกเขาและร้องขอสุดชีวิต
"หนูขออาหารหน่อยได้ไหมคะ หนู...หนูจะตายแล้ว!"
ทันใดนั้นเสียงเบรกดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปืนที่เหนี่ยวไกลออกไป
ปัง!
ใน่เวลานั้นเหมือนโลกทั้งใบของเขาหยุดนิ่ง เจไดมองเห็นภาพเบื้องหน้านั้นเต็มๆสองตา
ชายหนวดเครารุงรังที่นั่งข้างคนขับในรถเป็คนยิง ควันของดินปืนยังลอยออกจากปลายกระบอกปืนในมืออยู่เลย
ะุได้เจาะเข้าเต็มๆกลางหน้าผากของเด็กสาวจนหัวของเธอะเิกระจาย เื เนื้อและเศษกระดูกสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ร่างเล็กๆของเธอลอยละลิ่วเพราะแรงะุ ก่อนจะตกกระแทกพื้นอย่างจัง เกิดกลุ่มฝุ่นควันฟุ้งกระจาย จากแผลที่ที่หัวทำให้เืพุ่งเป็สายเปื้อนถนนอย่างสยดสยอง
ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้น ก็ทำให้สองข้างถนนที่เคยคึกคักมาตลอดกับเงียบลงทันที แต่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีต่อมา ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หัวใจของเจไดเหมือนถูกมีดกริบกรีดเป็รอยทางยาว เพราะในสายตาของเขา สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่แค่ความโหดร้าย แต่เป็ความเฉยชาในสายตาของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
ไม่ว่าจะเป็ชายฉกรรจ์หรือผู้เฒ่าผู้แก่ เด็กหรือผู้หญิง ก็ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่แสดงความะเืใจออกมา
ทุกสายตามองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเฉยเมย ราวกับสิ่งที่ตายไปเมื่อครู่เป็แค่ไก่หรือเป็ดตัวนึง ไม่ใช่มนุษย์
และชายหนวดเคราที่เป็คนยิง เขาเองก็ไม่มีแววตาที่สะทกสะท้านใดๆ ในสายตาของเขาราวกับว่าเขาไม่ได้ฆ่าคน แต่เป็เพียงการฆ่าซอมบี้ตัวนึงเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ริมฝีปากของเขายังปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมชวนขนลุกออกมา ก่อนจะะโด่าทอศพของเด็กสาวคนนั้นเสียงดัง
"ไอ้พวกสวะเอ้ย! ถ้าอยากจะตายก็ไปตายให้พ้นๆสายตาฉันซิว่ะ แม่งเอ๊ย กล้ามากนะที่มาวิ่งขวางทางรถฉัน เหอะ! คิดว่าฉันจะเห็นใจพวกแกรึไง!"
ในฐานะคนจากโลกที่สงบสุข เจไดแม้จะไม่ใช่คนดีเลิศอะไร มแต่ก็ยังมีความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์อยู่บ้าง อย่างน้อยหากเห็นใครลำบากตรงหน้า เขาก็ยังพร้อมยื่นมือไปช่วยตามกำลังที่มี แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า กลับทำลายความเชื่อทั้งหมดของเขาจนย่อยยับ ราวกับโลกทัศน์ของเขาถูกฉีกกระชากออกเป็ชิ้นๆ
"นี่มัน...อะไรกันเนี่ย..."
เจไดพูดได้แค่นั้น คำพูดของเขามันติดอยู่ในลำคอ เขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่าโลกนี้ โลกที่เขาเคยคิดว่าคือสรวง์สำหรับการค้าขายและการผจญภัย กลับไม่ใช่สถานที่แบบนั้นเลยแม้แต่น้อย
มันคือนรก!
ที่นี่หากเผลอพลาดเพียงนิดเดียว ชีวิตของเขาก็จะเสียไปอย่างไร้ค่า กลายเป็หนึ่งในบรรดาผู้เสียชีวิตนับล้านๆคนของโลกใบนี้
ในจังหวะที่เขาพยายามลุกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ร่างของเขาถูกดึงกระชากให้กลับมานั่งลงอย่างแรง เขาหันไปมองเบอตันที่ดึงเขาลงมานั่งด้วย สายตาเต็มไปด้วยคำถาม
เบอตันส่ายหัวอย่างช้าๆพลางพูดด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า
"ชีวิตของคนที่นี่มันไร้ค่า ความตายมีให้เห็นแทบทุกวัน เด็กคนนั้นก็แค่ภาพสะท้อนของโลกใบนี้ ถ้านายคิดจะออกหน้าแทนเธอล่ะก็ ฝ่ายนั้นคงไม่ลังเลจะยิงนายทิ้งอีกคนด้วย"
"จำเอาไว้ ที่นี่ไม่มีถูกหรือผิด ไม่มีศีลธรรม ไม่มีแม้แต่กฎหมาย สิ่งเดียวที่เชื่อได้คือพลัง แค่นายแข็งแกร่งกว่า นายก็เป็ผู้กำหนดชะตาชีวิตของคนอื่นได้!"
พูดจบเขาก็หลับตาลงอีกครั้ง ไม่พูดอะไรต่ออีก สำหรับเขาแล้ว เจไดก็แค่คนแปลกหน้าคนนึง ไม่จำเป็ต้องสั่งสอนอะไรมาก ที่เขาอธิบายไปก็เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายทำให้เขาได้ผลึกสีน้ำเงิน 3 ก้อนนี้มาเท่านั้นเอง
คำพูดของเบอตันทำให้เจไดสับสน ความคิดของเขาเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
เขาเพิ่งจะเข้าใจว่าความคิดเกี่ยวกับวันสิ้นโลกของตัวเองมันช่างไร้เดียงสาจริงๆ เขาเคยเชื่อว่าถ้าเอาอาหารกระป๋องจากโลกของเขามาที่นี่จะเป็เหมือนเหมืองทองคำให้เขากอบโกยเอากลับไปโลกของเขา และกลายเป็เศรษฐีได้ในที่สุด
แต่ที่แท้การซื้อขายครั้งแรกของเขาผ่านไปด้วยดี ก็แค่ความโชคดีเท่านั้น เพราะค่ายที่เขาเคยไปเป็แค่ค่ายขนาดเล็ก ไม่ได้เป็ค่ายพักพิงขนาดใหญ่เหมือนที่นี่
อย่างที่เบอตันพูดไว้ ในวันสิ้นโลก...สิ่งเดียวที่เชื่อได้ก็คือกำปั้นของตัวเองเท่านั้น
บางทีครั้งแรกหรือครั้งที่ 2 เขาอาจรอดไปได้ แต่ใครจะรับประกันได้ว่ามันจะเป็อย่างนั้นเสมอไป? หากปราศจากพลังอำนาจที่เป็ของตัวเอง ต่อให้เขาจะร่ำรวยแค่ไหนก็อาจถูกใครบางคนฆ่าแล้ว่ชิงทุกอย่างไปหมด
ตอนนี้เขาก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กที่ถือทองวิ่งเล่นไปในตลาด คนมีทรัพย์สมบัติอยู่เต็มมือ แต่ไร้พลังปกป้องตัวเอง คงถูกจับเปลื้องผ้าจนเปลือยเปล่าท่ามกลางหมาป่าที่หิวโหย
ทว่า…
ในดวงตาที่สับสนของเจไดเริ่มปรากฏประกายแห่งความเข้าใจขึ้นมา แม้สถานการณ์จะเลวร้าย แต่เขายังมีบางสิ่งที่คนอื่นไม่มีอยู่...
นั่นคือแหวนข้ามมิติ!
ถ้าเขา้าจะทำการค้าขายให้ได้ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เขาคนเดียวก็ไม่มีทางไปได้ไกล สิ่งที่เขา้าตอนนี้คือ...
เสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะดังขึ้นอีกครั้ง รถเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ ทิ้งร่างไร้ิญญาของเด็กสาวคนนั้นไว้เื้ั ในไม่ช้าศพของเธอก็จะถูกพวกที่หิวโหยยกไปในมุมมืด เพื่อเสพสมกับเนืุ้์กันอย่างตะกละตะกราม
ถึงอย่างไรเสีย ในโลกที่อาหารหายากยิ่งกว่าเพชรพลอย การรักษาชีวิตไว้ย่อมสำคัญกว่าศีลธรรมและความเป็มนุษย์อยู่แล้ว