"บอกให้มานี่ไงเล่า” เขากระชากเต็มแรงจนร่างเหม่ยอิงปลิวเข้าหาอกเขา เหวินหลงตกตะลึง เช่นเดียวกับเหม่ยอิง
เมื่อพบว่าเขากอดเธอไว้เพื่อไม่ให้ล้มกลิ้งตอนเขากระชากเธอเข้ามา
“.!..” เหวินหลงผงะออกจากเธอ เขาอึกอัก และเหม่ยอิงก็ยืนเงอะงะ
“ยัยซุ่มซ่ามหัดระวังหน่อยสิ” เหวินหลงตวาดแว้ด
“ขะขอโทษ” เหม่ยอิงละล่ำละลักบอก แล้วเขาก็หันหลังเดินลิ่ว ๆ เหม่ยอิงจึงต้องเดินแกมวิ่งตามเขา พออยู่ ๆ เขาก็หยุดเดินทำเอาเธอเกือบเบรคไม่ทัน
เหวินหลงหันมาตะคอก” จะตามฉันขึ้นห้องหรือไงห๋า! ฉันจะกลับห้อง ยัยเบ๊อะ เอ้ย”
เหม่ยอิงหน้าเสีย เงยหน้าขึ้น “ขอโทษ” เหวินหลงถลึงตาใส่ เธอก็หดหัวกลับลงหนักกว่าเดิม แล้วเหวินหลงก็เดินลงส้นเท้าหนัก ๆ จาก ไป
เหม่ยอิงชำเลืองมองจนร่างเขาหายขึ้นบันไดไป เธอไม่รู้นี่ว่าห้องนอนเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของเธอแต่มีบันไดทางขึ้นคนละฝั่งกัน ตึกนี้เป็แบบยุโรปทรงกลม กว้าง เธอไม่รู้ว่าห้องของท่านประธานคังอยู่เหว่ยกับคุณหญิงอี้เหม่ยอยู่ที่ตึกนี้ด้วยหรือเปล่า แต่คิดว่าคงไม่ เหม่ยอิงถอนหายใจ ก้มหน้ากลับเดินไปทางห้องนอนของเธอบ้าง
ส่วนอีกด้านเหวินคัง ถึงกับทำโทรศัพท์ ล่วงหลุดมือ ใบหน้าซีด
“ฮาโหล ท่านประธานครับ” เสียงเลขาเฉียงดังมาอย่างร้อนรน เขาถือโทรศัพท์กรอกเสียงลงไปพรางวิ่งตามรถเข็นของโรงพยาบาลที่มีร่างสูงใหญ่ของเหวินหยูเหว่ยนอนเหยียดยาว
******************************
“คุณชาย”
เหวินซิ่วกำลังนึกถึงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างห้องเพลิน ต่อเมื่อ ได้ยินเสียงของทู้เต่อที่เข้ามาเรียก นั่นแหละ จึงได้เงยหน้าขึ้นมองเลขาหนุ่มผู้เป็ลูกน้อง
ทู้เต่อส่งโทรศัพท์ให้เ้านายหนุ่มที่ดูใจลอย
“ท่านประธานครับ” เขาบอก เหวินซิ่ว ยื่นมือรับมาแนบหู
“ครับพ่อ” เขากรอกเสียงลงไป
หากเสียงทางปลายสายทำ เหวินซิ่วผุดลุกอย่างตื่นตระหนกกับสิ่งที่ได้ยิน เขามองหาร่างเล็ก ๆ ของอาซัน ทู้เต่อบุ้ยใบ้ไปทางประตูห้องนอน ที่ปิดสนิทอยู่
“เขาหลับแล้วครับ” ทู้เต่อบอก เหวินซิ่วจึงยกโทรศัพท์ไร้สายขึ้นมาแนบหูฟัง
“ครับ” เขากรอกเสียงหนักๆ ลงไปใบหน้าเครียดขึ้นสังหรณ์กับน้ำเสียงของบิดา เสียงหนักๆ ร้อนใจ ดังมาตามสาย
“เหวิ่นซิ่ว” บิดาเว้นจังหวะ
“เหวินหยูเหว่ยถูกยิง อาเฉียงกำลังพาไปโรงพยาบาล แกหาทางจับเครื่องบินเที่ยวที่เร็วที่สุด แล้วไปเจอกันที่นั่น อย่าเพิ่งซักฉันยังไม่รู้ลายละเอียด”
เหวินซิ่วใจหายวูบ! เขาเพิ่งจะคุยกับพี่ชายเมื่อตอนหัวค่ำ มือกำโทรศัพท์ไว้แน่น แม้บิดาจะวางสายไปแล้ว
“ทู้เต่อเช็คเที่ยวบินไปสิงคโปร์ให้ฉันเดี๋ยวนี้” เขาสั่งเสียงหนัก
“ครับคุณชาย” ทู้เต่อรับคำอย่างรู้หน้าที่
************************
เหวินหลงปิดประตูเสียงดังโครมคราม! กระแทกตัวลงบนที่นอน ยกสองแขนสอดหนุนแทนหมอน
“เชอะ! ยัยบ้า “
ปากก็พำพึมอย่างหัวเสีย นึกภาพตอนเขากอดเธอแล้วให้หงุดหงิดนัก นี่เขาจะทนอยู่กับยัยเหม่ยอิงหน้าซีดนี่ได้นานแค่ไหน เหวินหลงนึกถึงบ้านของพี่ใหญ่ที่อยู่ในใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ กับบ้านพี่รองที่เกาะเกาลูน เขากำลังคิดหาวิธีที่จะย้ายไปอยู่ที่นั่น พ่อกับแม่ต้องขัดขวางเขาทุกวิถีทางแน่เลย
“โธ่เว้ย ย! “เพราะยัยเหม่ยอิงคนเดียวทำให้เขาอยู่ไม่เป็สุข
“.!..” เขายกมือขึ้นและแบมืออกเมื่อรู้สึกว่ากำอะไรไว้ มันเป็กิ๊บของเหม่ยอิงที่ใช้หนีบผม กิ๊บอันเล็ก ๆ ที่มีสีอ่อนหวาน มีดอกไม้ดอกเล็ก ๆ ติดอยู่ ใบหน้าของเหวินหลงอ่อนโยนลง มองดูกิ๊บของเหม่ยอิงอยู่เป็สองนาน
“ก๊อกๆ ! “เสียงเคาะประตูดังอยู่ด้านนอก เหวินหลงกำกิ๊บของเหม่ยอิงไว้ “ใคร?” ถามน้ำเสียงหงุดหงิด
“ผมเองครับนายน้อย” เสียงอาไฉ่ร้อนรน เหวินหลงขมวดคิ้วมีอะไรกับเขาอีกล่ะ คงไม่ใช่เื่ยัยลูกเป็ดหรอกนะ “เข้ามาสิ” เหวินหลงเอ๋ยอนุญาต
เลขาไฉ่ตรงเข้ามาหาเขา เหวินหลงยันตัวลุกขึ้นมองใบหน้าตื่น ๆ ของเลขาสูงวัยแปลกใจ
“มีอะไรเลขาไฉ่” เหวินหลงถามซุกกิ๊บไว้ในกระเป๋ากางเกง
“ท่านประธานให้มาตามขอรับ รีบไปเถอะนายน้อย” สีหน้าไม่สู้ดีของอาไฉ่ทำให้เหวินหลงไม่อิดออดลุกตามอาไฉ่ออกไป
บิดาเขายืนไหล่ตกอยู่ตรงระเบียงที่ยื่นออกไปนอกตัวห้องทำงานใหญ่ของพ่อ พอรับรู้ว่าเขาก้าวเข้ามาและอาไฉ่ถอยออกไปแล้วบิดาก็หันมา “เหวินหลง” เสียงบิดาบอกแววกังวล
“ครับพ่อ” เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ บิดาจับไหล่เขาไว้ทั้งสองข้าง
“ฟังให้ดีนะ เื่นี้มีแกและพ่อ พี่รอง อาไฉ่ที่รู้เื่เท่านั้นห้ามบอกใครเด็ดขาด... พี่ใหญ่แก เหวินหยูเหว่ยยิงที่สิงคโปร์อาการหนัก”
“พี่ใหญ่” เหวินหลงอุทาน หน้าซีดกับเื่ไม่คาดฝัน เขาเพิ่งถูกพี่ใหญ่ตำหนิเื่ลักพาตัวเหม่ยอิงเมื่อวานนี้เอง พ่อบีบไหล่เขาแรง ๆ
” ยังไม่รู้ว่าจะอยู่หรือตาย ฉันจะไปดูพี่แก ส่วนแกต้องอยู่ ดูแลทางนี้เข้าใจไหม”
“แต่ผม” เหวินหลงอึกอัก เขาอยากไปกับพ่อด้วย เขาเป็ห่วงพี่ใหญ่
“แกอยู่ที่นี่อี้เหม่ยจะได้ไม่สงสัย พี่รอง จะไปพบพ่อกับพี่ใหญ่ ที่สิงคโปร์ถ้าฉันเอาแกไปด้วย แม่แกต้องรู้แน่ พ่อจะไปสนามบินเดี๋ยวนี้แล้ว “เหวินคังฝากฝั่งบุตรชายคนเล็ก ดึงร่างเหวินหลงเข้ามากอด
” พี่ใหญ่ต้องไม่เป็ไรครับพ่อ” เหวินหลงรำพึงบอกกับบิดา
“ฉันก็หวังให้เป็อย่างนั้น ...”
เหวินหลงกลับเข้าห้อง อีกครั้งด้วยความวิตกกังวลเป็ห่วงสารพัด หลังจากรถของบิดาแล่นออกไปจากตึกใหญ่ ไปแล้ว เขาไม่กล้าเปิดประตูเข้าไปดูมารดาด้วยซ้ำว่าหลับหรือกำลังทำอะไรอยู่ในตอนนี้
เหม่ยอิงคลำหากิ๊บอีกข้างปอย ๆ เธอคงทำตกหายที่ไหนสักแห่งคงเป็ที่สนามหญ้าข้างล่าง เหม่ยอิงนั่งลงหน้ากระจก ถอดกิ๊บอีกอันออกและหยิบหวีมาสางผม เธอมองตัวเองเธอมีผิวที่ขาวจัดจนซีดอย่างที่นายน้อยเหวินหลงชอบค่อนขอด ผมดำ เหม่ยอิงหลุบตาที่มีขนตายาวและดวงตาดำขลับคู่งามลง เหวินหลงเกลียดเธอมาั้แ่เด็ก แม่ถูกพาตัวมาตอนที่ท้องแก่มากและคลอดเธอ ตอนเธออายุหกขวบเธอก็ถูกพามาแนะนำตัวที่บ้านหลังใหญ่นี้และเป็ครั้ง