ฮูหยินแม่ทัพผู้โง่เขลา

    ตอนที่ 12

    ตอนนี้ฟ่านเว่ยกำลังรอคอยช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น เขาค่อยๆเดินไปรอบๆอย่างเชื่องช้า รอเวลาที่ค่อยๆหมดไป
    หลงเปาเห็นนายตนเดินเช่นนั้น ก็รู้สึกตึงเครียดนายตนหลังจากกลับเรือนก็เอาแต่เดินไปมา ใบหน้าของฟ่านเว่ยเรียบเฉยขาดรอยยิ้มแบบที่เห็นทุกที เขาเอาแต่เดินไปมา
    ทันทีที่ตะวันตกดิน เขาหยุดเดิน นิ่งค้างสักพัก แสงในดวงตาประกายขึ้น ยกยิ้มริมฝีปากค่อยๆเคลื่อนใบหน้าไปมองหลงเปา หลงเปาเห็นเช่นนี้ก็สะดุ้งโย่ง
    "หลงเปา วันนี้มีเรื่องวุ่นมากมายข้าเหนื่อยนิดหน่อย ข้าว่าจะพักผ่อนเร็วหน่อย"ฟ่านเว่ยเอยเสียงเย็นๆ ตอนนี้มือฟ่านเว่ยสั่นไปหมดเขาพยายามเดินไขว้หลังซ่อนมือนั้นไว้
    "ขอรับฮูหยิน"ตั้งแต่ฮูหยินฟื้นขึ้นก็เกิดแต่เรื่องไม่หยุด นายของตนพึ่งฟื้นถ้าเกิดกำเริบจะทำเช่นไร
    แสงเทียนที่ดับลง ฟ่านเว่ยก็ลุกขึ้น เขาเปลี่ยนผ้าเป็นสีดำตัดแดง กระโจนออกไปนอกหน้าต่างออกจากจวนไป เขายืนอยู่บนหลังคาสูงจ้องมองที่ทิศทางหนึ่งสภาพที่ทรุดโทรม ที่คุกนั้น หรี่ตาลง เลียริมฝีปาก เขารู้สึกเลือดในกายพลุ่งพล่านสุดขีด เนื้อตัวกำลังสั่นสะท้าน
    ฟ่านเว่ยโปรยผงลงเบื้องล่าง ทหารเฝ้ายามจะเริ่มหาวก่อนที่จะล้มลงนอน ฟ่านเว่ยกระโดดลงเดินเข้าไปในคุก กลิ่นเหม็นอับลอยฟุ้งเดินตามทางก่อนที่จะหยุดที่กรงๆหนึ่ง เห็นชายวัยกลางคนนอนหลับอยู่
    ฟ่านเว่ยหยิบกุญแจเปิดกรงขังนั้น ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไป เขาบีบคางของชายวัยกลางคนหยิบยาขึ้นกรอกปาก สักพักชายวัยกลางคนสั่นไปมาก่อนที่จะลืมตาตื่น เขารู้สึกมึนงงก่อนเห็นใบหน้าของฟ่านเว่ย
    ฟ่านเว่ยมุมปากยกยิ้ม ดวงตาดำของเขาเริ่มมีสีแดง จางเหมือนเลือดเปรอะเปื้อนในดวงตา นักพรตตกตะลึงกรี๊ดร้องออกมา อกเขาสั่นสะท้าน
    "ปีศาจ ปีศาจ ช่วยด้วย ปีศาจ"นักพรตตื่นตระหนกก่อนที่หันไปขอความช่วยเหลือจากคนอื่น แต่เรียกร้องเท่าไหร่ก็ไม่มีใครได้ยิน เขาเงยหน้ามองฟ่านเว่ย
    "ปีศาจ แกไอปีศาจร้าย ข้าคนนี้จะปราบเจ้าเอง"นักพรตเป็นเพียงคนธรรมดาที่หลอกลวงคนอื่นไปทั่ว พอได้รับความเยินยอก็หลงทระนงจนมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่เขาก็เป็นเพียงคนธรรมดา เขาได้รับเชิญจากนายหญิงรองสกุลอี้ให้ชี้ตัวฮูหยินสาม ใครเล่าจะไปรู้ว่ามันดันถูกเสีย คนธรรมดาไม่มีใครมีลูกตาดำเปลี่ยนเป็นสีแดงเปื้อนเลือดหรอก นอกจากเสีย มันคือปีศาจ แต่เขาว่าเขาอาจจะตาฟาดไปเอง ใช่ ปีศาจมันไม่มีอยู่จริงหรอก
    ไม่รู้หรอก ว่ามาที่นี้ได้ยังไง แต่เขาจะขู่ให้มันกลัวไปซะ แล้วปล่อยตัวเขาไป ก่อนจะไปเขาจะขอระบายอารมณ์กำหนัดนั้นเสีย แค่คิดท่านล่างก็ร้อนผ่าว เขาแอบเลียริมฝีปากนั้น

    นักพรตพยายามทำใจแข็งสู้เสือ ขู่ขวัญ ฟ่านเว่ยเองก็เพียงแค่ยิ้มออกมามองท่าทางน่าขันนั้น
    นักพรตเริ่มประสานมือเข้าหากัน ก่อนบ่นพึมพำ ฟ่านเว่ยยังคงนิ่งสองตาจ้องมองไม่แสดงอารมณ์
    "ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว เจ้าปีศาจ"ก่อนทำท่าทางวิ่งเต้นหมุนตัวไปมา บ่นพึมพำในลำคอ
    ฟ่านเว่ยหรี่สายตาเย็นลง ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดีสุดๆ หมดอารมณ์ที่จะดูเรื่องไร้สาระนี้ เขากวาดมือขึ้น พื้นดินค่อยๆแตกออกก่อนมีกิ่งไม้พุ่งขึ้นมาล็อกตัวนักพรต นักพรตตกใจสุดขีดนี้เขาเจอปีศาจตัวจริงเสียจริง เขาไม่อยากเชื่อ ปีศาจมีจริงที่ใดเล่า เขาฉี่ราดออกมาก่อนร้องไห้ออกมา
    "นายท่าน นายท่านได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ"นักพรตอ้อนวอน กิ่งไม้ค่อยๆรัดแน่นขึ้น
    "อ๊าก ดะ..ได้ ป..โป.โปรด ป.ปล่อย..ขะ..ข้า..ไป ถ..เถิด"ข้ายิ่งดิ้นรนกิ่งไม้ยิ่งรัดแน่น วินาทีที่เขาเกือบขาดหายใจมันก็โล่ง กิ่งไม้ผละออกอย่างรวดเร็วก่อนหายไป เขาไอออกมาอย่างแรง พยายามสูดดมอากาศหายใจหอบ
    แปะ แปะ
    ฟ่านเว่ยหัวเราะออกมาปรบมืออย่างคลั่งไคล้ นักพรตจ้องมองฟ่านเว่ยดวงตาของเขาแดงก้ำเขาหายใจแรงอย่างหวดกลัว เขารีบคลานหนีที่มุมของห้อง ฟ่านเว่ยเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งหัวเราะอีกครั้งก่อนที่แสงเย็นในดวงตาจะวาบขึ้น
    "อะไรกัน จบแล้วหรือ"ฟ่านเว่ยเอยปากเสียงเรียบ
    "ทำไมไม่เต้นต่อละ ถ้าเจ้าอยากแสดงให้ข้าชมนักก็ทำต่อสิ"หรี่ตาลงมองร่างที่ยังคงกอดตัวเองสั่นที่มุมห้อง อารมณ์ของฟ่านเว่ยเย็นเหยียบ
    "ข้ามาหาเจ้าทั้งทีก็คงต้องมีงานต้อนรับดีๆไว้รับรองสินะ ดี ดี ถ้าเจ้าไม่แสดงข้าก็จะแสดงเอง"ฟ่านเว่ยเดินเข้าไปใกล้ นักพรตปลอมก็กรี๊ดร้องคลานหนีไป ฟ่านเว่ยหัวเราะเบาๆ
    เมื่อนักพรตปลอมคลานพ้นฟ่านเว่ย เขาก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะรีบลุกเกินไปจนสดุดล้มลง แต่เขาไม่สนตะเกียกตะกายขึ้นก่อนวิ่งออกจากห้องขังที่เปิดทิ้งไว้
    "ฮา ฮา"ฟ่านเว่ยหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
    " เล่นไล่จับงั้นหรือ ช่างเลือกนิ เจ้ารีบวิ่งให้เร็วที่สุดละ ข้าให้เวลา 10 วิก่อนที่ข้าจะไปหาเจ้า"ฟ่านเว่ยเลียริมฝีปากนั้น เขาเริ่มนับขึ้นมาเสียงเบา แต่นักพรตกลับรู้สึกได้ยินอย่างชัดเจน
    "10"นักพรตรีบวิ่งเร็วขึ้น เขาไม่เคยวิ่งเร็วเท่านี้มาก่อน"9"เขาหายใจแรง "8"หัวใจบีบอัดไปหมด รอบๆมันเงียบไปหมด"7"เขาเริ่มหอบ "6"ขาเริ่มอ่อนแรง แต่ก็ยังคงวิ่งต่อไป"5"แต่เขาก็อึดสู้วิ่งไป บางสิ่งในกายกระตุ้นเลือดให้ร้อนขึ้น"4"เขาเห็นประตูคุกที่เปิด เห็นทหารเฝ้ายามสลบอยู่"3"เขารีบวิ่งออกจากคุก หาที่แอบ"2"เขาไปแอบที่หลังต้นไม้ขนาดใหญ่ หายใจหอบ"1"สิ้นเสียงนั้นเขาก็สะดุดลมหายใจ
    "เอ๋ ข้านับเสร็จแล้ว จะไปแล้วนะ ~"สิ้นเสียงนั้นเอง บริเวณรอบๆก็เรียบลง นักพรตปลอมพยายามกลั้นลมหายใจตัวเอง ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินมาอย่างช้าๆ หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้น เขาพยายามเหลือบไปมองทางประตูคุก แต่ว่าก็ไม่เห็นเขาหวดกลัวสุดขรด หลับตาปี้ สวดมนต์ขอร้องพระเจ้าคุ้มครอง
    ทั้งที่อยู่ไกลแต่กลับได้ยินเสียงฝีเท้านั้นดังก้องไปหมด เขาพยายามรวบรวมสติกลั้นลมหายใจให้เบาที่สุด สักพักฟ่านเว่ยก็เดินออกมา เขาเดินไปอีกทางนั้นเสียงฝีเท้านั้นก็ดังห่างออกไป นักพรตปลอมก็ถอนหายใจออกมา หัวใจที่เต้นกระหน่ำได้หยุดช้าลง ดูเหมือนว่าเขาจะรอด
    "เอ๋ คราวนี้เปลี่ยนเป็นเล่นซ่อนหาหรอ"เสียงเย็นๆดังขึ้นที่ด้านหลังของเขา หัวใจของหยุดเต้นก่อนที่ทั้งตัวจะนิ่งค้าง เขาพยายามไม่ให้หันหัวไป แต่ร่างกายมันกลับขยับไปเอง
    เขาค่อยๆหันไปเจอใบหน้าที่งดงามนั้นที่กำลังฉีกยิ้มมองที่เขา สายตาดำที่เปรอะเลือดจ้องเขาเหมือนมีดที่กรีดลงมาที่คอเขา เขาอยากกรี๊ดร้องออกมา
    "ดูเหมือนฉันจะเจอแล้ว~"เสียงสดใสที่ลากยาว กับรอยยิ้มกว้างเหมือนกับเด็กไร้เดียงสา นักพรตปลอมอยากเป็นลบภาพนั้นออกเป็นลมล้มไปซะ ฟ่านเว่ยไม่ยอมให้ทำแบบนั้น เขาเตะไปที่นักพรตก่อนที่นักพรตจะล้มตัวกุมท้องอย่างเจ็บปวด สั่นกลัวไปหมด
    "กลัวหรือ"ฟ่านเว่ยเอยออกมาเสียงเย็น หน้านิ่งจ้องมองลงยังชายที่ยังกุมท้องอยู่ เขาร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัว ใครเล่าจะไม่กลัว
    "ถ้าเจ้ากลัว แล้วเหตุใดจึงทำเล่า"ฟ่านเว่ยหรี่ตาลงก่อนที่จะเตะนักพรตอีกครั้ง เสียงกรี๊ดร้องของนักพรตดังขึ้นมันโหยหวนแต่กลับไม่มีใครได้ยิน
    "ฮืม ทำไมตอนทำเจ้าไม่กลัว กล้าตีกรอบข้าหรือ ถ้าไม่ใช่ข้าที่ความจำกลับมา ยังคงเป็นคนโง่อยู่ คงไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว"เสียงลอดออกมาอย่างโหดเหี้ยมอาฆาตอย่างเบาแต่คนฟังกลับได้ยินชัดแจ๋ว
    ฟ่านเว่ยก้มตัวจับคอของนักพรตปลอมขึ้น ปลอยเท้าของนักพรตลอยขึ้นหลังพิงต้นไม้ เขาพยายามจับมือฟ่านเว่ยออก เท้าแกว่งไปมาใบหน้าแสดงความสิ้นหวังขอร้องความเมตตา จ้องมองใบหน้าที่โหดเหี้ยม ในดวงตาคู่นั้นแสดงความปรารถนาฆ่า เขาตัวสั่นไปหมด ถ้ารู้เขาคงไม่เท้าหาเสี้ยน ทุกอย่างคือความผิดของหญิงแพศนานั้น
    ใบหน้าของนักพรตแสดงออกมาอย่างชัดเจน ฟ่านเว่ยเห็นเช่นนั้นเขาก็ปล่อยมือนั้น นักพรตล่วงหล่นมาเขาหายใจเข้าไอไปมา เขารู้สึกเป็นเหมือนของเล่นที่ชายหนุ่มอยากเล่นก็หยิบเบื่อก็ทิ้งอย่างยับเยิน
    "นายท่าน นายท่าน ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ให้ข้าเป็นวัวม้าท่านก็ได้"นักพรตคลานมาร้องไห้เวทนา
    "เอ๋ เอาไงดีนะ"ในดวงตาประกายไปด้วยแสงสุกสว่าง เขาเอยเสียงยาวลากกวนยียวน ทำท่านึกคิด นักพรตเห็นเช่นนั้นก็หยุดนิ่งก่อนจะคลานไปหาฟ่านเว่ยเกาะขาเขา ฟ่านเว่ยเห็นเช่นนั้นก็ถีบออกอย่างรังเกียจ
    "เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าข้าต้องการอะไร"ฟ่านเว่ยหรี่ตามอง เมื่อนักพรตเห็นเขาก็ลืมความเจ็บปวดไปก้มหัวอย่างรวดเร็ว
    "รู้ขอรับ รู้ขอรับ ขอบคุณที่นายท่านที่เมตตา"นักพรตรีบรับคำ อย่างรีบร้อน ฟ่านเว่ยเห็นเช่นนั้นก็อารมณ์ดีขึ้น ระบายรอยยิ้มออกมา เขาโยนถุงบางอย่างออกมาตรงหน้านักพรต นักพรตได้แต่จ้องมองถุงนั้นอย่างงงงวย
    "เปิดแล้วกินซะ"ฟ่านเว่ยสั่ง นักพรตรีบร้อนไม่กล้าชักข้ารีบกินเข้าไป สักพักเขาก็ตัวสั่นกระตุกสองสามครั้งก่อนที่จะหยุด ในกายร้อนระอุไปทั่ว
    "ในเมื่อเจ้ารู้ว่าต้องทำเช่นไร เมื่อเจ้าทำสำเร็จข้าจะถอนพิษให้ ที่จริงพิษนั้นมันไม่ได้ร้ายแรงอะไรก็แค่ร่างกายจะค่อยๆเน่าเปื่อยไปช้าๆจะทรมานไปทีละนิด อวัยวะภายในก็จะเริ่มตาย สุดท้ายเจ้าไม่ต่ายแต่ก็แค่ต้องมีชีวิตเหมือนซากศพ ฮาฮา "ฟ่านเว่ยหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อนึกถึงพิษชนิดนี้เขาไม่เคยลืมมันเป็นพิษที่ไม่มีอยู่ในโลกนี้ แต่มันมาจากอุตกาบาตที่หลงมาจากอีกโลกมันติดตามเขามาด้วย เขาใช้มันสกัดออกมาทำเป็นพิษ เมื่อคืนนี้เขาก็พึ่งใช้มันไปกับเฉียวหลิง
    นักพรตได้ยินเช่นนั้นก็ตัวสั่นถ้าเขาทำไม่สำเร็จจะต้องมีร่างกายที่เป็นเหมือนซากศพ
    "ถ้าเจ้าทำให้ข้าพอใจได้ละนะ แต่ถ้าไม่"ฟ่านเว่ยเหลือบตามองหยุดเสียงลง นักพรตรีบตอบรับ เขาจะต้องลากนางแพศยามาลงนรกด้วยกันให้ได้
    ฟ่านเว่ยยกยิ้มมุมปากขึ้น