หลังจากแสดงกระบวนท่าและความแข็งแกร่งของ กำปั้นราชันย์ะ หยางซาน หน้าซีดเล็กน้อย ตามตรงแล้ว มันเป็ทักษะที่เขาสามารถแสดงได้เพียงรอบเดียว ไม่สามารถใช้ตามใจปราถนาได้
หลังจากเสร็จสิ้นการสาธิต เขาก็อธิบายรายละเอียดทั้งหมดของทักษะให้หยางฉี รวมไปถึง การท่าทางของมือ วิธีเดินลมปราณ รายละเอียดของจุดชีพจรที่เกี่ยวข้อง หลังจากยืนยันว่าหยางฉีจดจำทุกอย่างได้หมดแล้ว เขาก็ย้ายไปหัวข้อถัดไป
“เวลามีจำกัด ฉีเอ๋อ เ้าต้องฝึกให้ครบกระบวนท่า ข้าจะพยายามลากตัวผู้ที่้าทำร้ายตระกูลเราออกมา และจะให้พวกมันชดเชยอย่างแน่นอน”
ณ จุดนี้ เขาเรียกพ่อบ้านกลับเข้ามา “นายท่าน มีคำสั่งอะไรให้ข้ารึ?”
“นำทุกอย่างออกมาจากคลังสมบัติทำรายการธุรกิจและสินค้าทั้งหมดให้สมบูรณ์แล้วขายธุรกิจไปซะ นำทุกอย่างไปให้ที่คฤหาสน์ท่านเ้าเมือง ทำให้แน่ใจว่าเราได้ชดเชยหนี้ทั้งหมดของยาัซ่อน
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหยางฉีก็ซีดเผือกและกำหมัดแน่น
เขาเป็ลูกหลานสายตรงของตระกูลหยาง สายเืตระกูลที่มั่งคั่ง และตอนนี้ การรับผิดชอบของเขา สำหรับการสูญเสียครั้งใหญ่ของตระกูล ผ้าไหม, ฟาร์ม, ธุรกิจเม็ดยา และ สมุนไพร, ร้านหินิญญา, ชุดเกราะ, อัญมณี ทั้งหมดทั้งมวล ถูกนำไปให้คฤหาสน์เ้าเมือง เพื่อชดเชยกับ ยาัซ่อน
หยางฉีรู้คุณค่าของยาัซ่อนดี มันเป็ยาระดับหนึ่ง ที่กลั่นมาจากโลหิตั หลังจากใช้มัน จะส่งผลให้ผู้ใช้ได้รับพลังแห่งั เพิ่มกำลังกาย และ อายุขัย
เดิมทีจ้าวเมืองมีสองเม็ด เม็ดแรกเขาใช้ไปกับการตัดผ่านขั้นขั้นปรมจารย์ลมปราณ และอีกเม็ดถูกเก็บในที่ซ่อนลับของเขา หยางฉีได้ลอบเข้าไปขโมยมันเพื่ออวิ๋นไห่หลาน เพื่อที่จะเอาชนะใจนาง แน่นอนมันล้มเหลวอย่างสมบูรณ์ นางทรยศเขา
เพียงแค่ยาเม็ดเดียว เพียงพอที่จะทำให้คลังตระกูลหยางว่างเปล่าได้ ดูทว่า คนใช้, ยาม, และลูกตระกูลหยาง อาจจะต้องอดหยากด้วยซ้ำ
สุดท้ายแล้ว คฤหาสน์ตระกูลหยางเลี้ยงดูนับพันคน
“มันไม่ใช่เื่ใหญ่หรอก บุตรเอ๋ย” หยางซานตบไหล่หยางฉีเบาๆ “ตราาบเท่าที่เรายังมีชีวิต เงินทองทั้งหมดที่สูญเสียไปสามารถนำกลับมาได้ ความแข็งแกร่งเป็สิ่งสำคัญที่สุด เราจะชดเชยแก่ยาัซ่อน จากนั้นจะหาหนทางนำเงินกลับมา”
หยางฉีหยักหน้าและจากไป แต่ ณ จุดนั้น เขาคิดกับตัวเองว่า ‘ข้าจะไปนำยาัซ่อนกลับคืนมา’
ถัดไปอีกสิบถนนจากคฤหาสน์ตระกูลหยาง คฤหาสน์ใหญ่โตซับซ้อนแห่งหนึ่ง มีป้ายขนาดั์ด้านหน้าติดว่า “คฤหาสน์ตระกูลเฉิน”
เป็อีกหนึ่งตระกูลที่ร่ำรวยและทรงพลังในเมืองเยี่ยน,ตระกูลเฉิน
ในห้องประชุมตระกูเฉิo ชายวัยกลางคนสี่คนที่เป็ประมุขตระกูล พวกเขามาจาก ตระกูล หวาง เฉิน หลี่ และตระกูล หลิว
ร่างกายของประมุขเฉินดูใหญ่โต และมีรากฐานการบ่มเพาะที่ลึกซึ้ง. แม้กระทั่งเพียงเขานั่งอยู่, เขาก็ถูกรายล้อมไปด้วยกระแสลมปราณที่ทรงพลังหมุนวนรอบๆ นั่นคือ ทักษะลับสามวงแหวนของเขา เป็ทักษะระดับหนึ่ง
“พวกท่านเป็กังวลสถานการณ์ของตระกูลหยางงั้นรึ?”เขาพูดด้วยความสงบ
“แน่นอน” ประมุขหวางตอบขาของเขา “และตอนนี้เราคาดเดากับบทสรุปที่ออกมาว่า พวกสาขาตระกลูต้องบีบบังคับให้หยางซานถอนตัว เ้าเห็นอินทรีทองคำก่อนหน้านี้รึไม่? นั่นหมายความว่าหัวหน้าผู้าุโมีมติแล้ว ผู้คนจากตระกูลสาขาก็ทยอยกันออกจากนครเยี่ยน ทำให้ยากต่อการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม”
“ตระกูลหยางอยู่จุดสูงสุดในบรรดาตระกูลชั้นสูง และรากฐานการบ่มเพาะของหยางซานแข็งแกร่งกว่าเรา นั่นมากพอที่จะทำให้คนอื่นหุบปาก อย่างไรก็ตาม บุตรชายคนที่สามของมันกลับโดนทำลายการบ่มเพาะ และบุตรชายอีกสองคนของมันก็กลับมาจากภายนอก แต่ทว่ากลับโดนลอบวางยา ตามข้อมูลของข้า พ่อบ้านตระกูลหยาง รวมรวมข้อมูลและขายทรัพย์สินของตระกูลออกไปและอยู่ในระหว่าการเจรากับคฤหาสน์จ้าวเมือง หากตระกูลหยางให้ค่าชดเชยกับสิ่งที่ขโมยไป ข้าคิดว่ามันจะเป็การล่มสลายของพวกเขา”
“ตระกูลหยางได้มติแล้ว” ประมุขหลิวกล่าว “เมื่อพิจารณาว่าเราอยู่ผ่ายเดียวกัน ทำไมเราไม่รวมกองกำลังแล้วโจมตีพวกมันซะล่ะ! ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือหยางซานไม่ได้รับาเ็ หากมันโดนแสงแห่งเงาด้วย เช่นนี้ก็จะสมบูรณ์แบบ
ประมุขเฉินหัวเราะเบาๆอย่างน่าหวาดกลัว “ฮึ่มม! ไม่ช้าก็เร็วเขาจะติดพิษ”
คำตอบของเขาส่งผลให้ประมุขตระกูลอื่นๆตัวสั่น
“อย่าบอกนะว่า….”
“ใช่แล้ว” ประมุขเฉินยิ้ม “ตระกูลเฉินเป็พันธมิตร กับ คฤหาสน์แสงแห่งเงา”
เขาลุกขึ้นแล้วตบมือ ทันใดนั้นบุคคลสวมหน้ากากในชุดดำหลายคนเดินออกมา จากความหนาวเหน็บที่อยู่รอบตัวพวกเขาก็เพียงพอที่บอกได้ว่า พวกเขาเป็ผู้ปลูกฝังทักษะลมปราณหย
“ท่านผู้นี้คือทูตจากคฤหาสน์แสงแห่งเงา จู้ติ่วซุนเจ้อ ทักษะลมปราณและรากฐานการบ่มเพาะอยู่ในขั้นสูงสุดของขั้นที่แปดแล้ว เขานั้นใกล้จะเลื่อนระดับไปเป็ขั้นปรมจารย์ลมปราณ”
ประมุขตระกูลอื่นค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า
จู้ติ่วซุนเจ้อ หัวเราะเบาๆในความมืด ส่งผลให้ลายๆคนขนลุก
“มีสองสามเหตุผล ให้เราเล็งเป้าหมายไปยังตระกูลหยาง” เขายิ้ม “ประการเเรกคือ หยางซานได้บ่มเพาะ ปราณธาตุวายุ เขาเป็วัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมสำหรับการสร้าง หุ่นเหินประกายแสง ประการที่สอง เนื่องจากทักษะลับของตระกูลหยาง กำปั้นราชันย์ะ ประการที่สามที่สำคัญที่สุดคือ คฤหาสน์แสงแห่งเงา ้าตัวของ หยางซู่ซู่ ผู่ที่เป็น้องสาวบุญธรรมของหยางซาน และศิษย์ ของสถาบันครึ่งเซียนอีกด้วย เราไม่สามรถเข้าไปยังสถาบันครึ่งเซียนได้ แต่หากตระกูลหยางตกอยู่ในอันตรายมันก็เป็อีกเร่องหนึ่ง นางต้องกลับมาช่วยพวกมันอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดนางก็ใช้ แซ่หยางมาเป็เวลานานแล้ว”
ด้วยเหตุผลเ่าั้ จู้ติ่วซุนเจ้อหัวเราะแบบที่น่าหวาดกลัวอีกครั้ง
“นี่….กำลังกลายเป็การต่อสู้ระหว่างสองนิกายที่ทรงพลังอย่างมากรึ…?” นี่คือสิ่งที่ประมุขตระกูลอื่นๆกำลังคิด ขณะที่พวกเขาเเลกเปลี่ยนสายตากันไปมา
ในทวีปอณูขจี มีตระกูลที่ร่ำรวยและมีอำนาจจำนวนมาก แต่โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าจ้าวเมืองซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่านิกายขนาดใหญ่ มีเพียงราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่มีพลังมากพอที่จะสู้กับนิกายได้
“สหายประมุข” ประมุขเฉินกล่าว“ เราจะต้องทำให้แน่ใจว่าคราวนี้ตระกูลหยางล่มสลาย! หลังจากที่เราจัดการกับ หยางซานแล้วสาขาย่อยจะจัดการได้ง่ายกว่ามาก สำหรับสภาหัวหน้าผู้าุโ ผู้เชี่ยวชาญคฤหาสน์แสงแห่งเงา จะดูแลพวกเขา! ตระกูลเฉิน และ คฤหาสน์แสงแห่งเงา จะให้ประโยชน์มากมายกับทุกตระกูลของท่าน”
“ตอนนี้เรามาคุยเกี่ยวกับ สิ่งที่เราจะทำต่อไปกันเถอะ”
และการสมคบคิดจึงเริ่มเป็รูปเป็ร่างขึ้น
------
หลายวันต่อมาหลังจากการประชุมตระกูลหยาง ผู้คนในนครเยี่ยนได้ทราบข่าวที่พ่อบ้านกำลังขายธุรกิจและส่งมอบความมั่งคั่งของตระกูล ไม่นานหลังจากนั้น ทุกคนก็รู้ว่าสายเืหลักตระกูลหยางกำลังล่มสลาย มันเป็ข่าวที่หามาได้โดยง่ายว่าหยางฉีพิการและ พี่ชายสองคนของเขาก็ถูกพิษ
ทุกคนพูดถึงว่าตระกูลหยาง จะเป็อย่างไรเมื่อเผชิญหน้ากับความเสื่อมโทรม
ในคฤหาสน์ตระกูลหยางสาวใช้, คนรับใช้, และผู้พิทักษ์หลายคนรู้สึกประหม่ามาก สำหรับหยางซานนอกเหนือจากการทำลายความมั่งคั่งของตระกูล เขายังส่งคนไปสอบสวนสถานการณ์การวางยาพิษของบุตรชายของเขาและค้นหายารักษา
หยางฉีดูสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดและไม่สามารถช่วยอะไรได้ สิ่งที่เขาทำได้ก็คือการฝึกฝนฝึกฝนอย่างสันโดษ เฉพาะในกรณีที่เขาสามารถก้าวไปสู่ระดับที่สูงกว่าได้ เขาจึงจะช่วยตระกูลและครอบครัวของเขาได้
-----
มันเป็ราตรีที่สุกสกาว สายน้ำแห่งดาราทอดยาวอยู่เบื้องบน ทอประกายแสงในแบบที่น่าค้นหา
นอกนครเยี่ยน ในูเาที่ไม่ค่อยมีคนเข้าถึง หยางฉีกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดของเขาขณะที่ฝึกซ้อม ลมปราณหมุนวนรอบๆตัวเขาเมื่อเขาสูดหายใจ ก่อเกิดเสียงดังก้องในอากาศรอบๆตัว
ตอนนี้เขาสามารถเดินทางระยะไกล เป็ระยะทาง 500 กิโลเมตรในตอนกลางวัน และ 400 กิโลเมตรในค่ำคืน นอกจากนั้นพละกำลัง และ ลมปราณเขาก็ก้าวน้าเช่นกัน
ใน่หลายวันที่ผ่านมา เขาจะเดินทางเข้าไปในูเาป่าห่างจาก นครเยี่ยน ไม่กี่ร้อยกิโลเมตรเป็ประจำทุกวัน ที่นั่นเขาจะปลูกฝังพละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์ ท้ายที่สุดรัศมีแห่งการปลุกของ มหาคชสาร นั้นแข็งแกร่งมากจนผู้เชี่ยวชาญชั้นนำคนใดก็ตามที่อยู่ใกล้ ๆ จะสังเกตเห็นมัน
หลังจากการฝึกฝนประมาณห้าหรือหกวันแก่นแท้ลมปราณของเขาก็เต้นรัวดูเหมือนว่าจะผลักดันให้เกิดความก้าวหน้า
หลังจากวิ่งมาระยะหนึ่ง เขาก็มาถึงหุบเขาภายในูเา
มันเป็รูปทรงขวดน้ำเต้าและลึกลับมาก ไม่มีสัตว์ ไม่มีงู ไม่มีเสียงใดๆ เหตุผลที่ว่ารัศมีแห่งความแข็งแกร่งของ เพทคชสารที่บดขยี้นรกนั้นโเี้จนสัตว์ไม่สามารถรับมือกับมันได้ แม้แต่สัตว์ป่าที่ดุร้ายก็ยังไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวทันทีที่ััได้
“ สถานที่นี้ยอดเยี่ยม” หยางฉีบ่น วางเท้าของเขาเหมือนคชสารและบิด แขนรอบลำตัว เขาะโเสียงดังก้องกังวานที่หุบเขา
“พละกำลังแห่งเทพคชสารทลายนรกานต์!! มหาคชสาร จงตื่น!!”
เขาหมุนเวียนทักษะลมปราณของเขาไปสู่ขีดจำกัดของพวกมัน ทำให้คชสารอัสนีส่งกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเขาเติมเต็มทุกส่วนของร่างกายของเขา
แคร็กกก!!!!!!!!!!!!
ราวกับเป็เสียงของรังไหมที่กำลังจะเปิดและผีเสื้อก็โผล่ออกมา
ออร่าอันสง่างามปะทุออกมาจากหัวของเขา กระจายออกไปอย่างดุเดือดในทุกทิศทาง ด้านหลังเขาเป็ไปได้ที่จะเห็นมหาคชสารโบราณสองตัวที่บ้าคลั่งและเต็มไปด้วยความโเี้พร้อมที่จะเหยียบย่ำสิ่งใด ๆ ในเส้นทางของพวกมัน
อนุภาคที่สองตื่นขึ้นมา
ตอนนี้หยางฉีมีพลังของมหาคชสาร โบราณสองเชือก
มหาคชสารโบราณห่างไกลจากช้างในปัจจุบัน ด้วยการดึงลำต้นอย่างง่ายดายพวกมันสามารถถอนต้นไม้ขนาดใหญ่. พวกมันมีขนาดสามถึงสี่เท่าเท่าของช้างทั่วไป เต็มไปด้วยขนหนาที่อาวุธทุกประเภทสามารถไม่ผ่านได้ ผิวของพวกมันเหมือนทองแดงและกระดูกเหมือนเหล็กและบางเชือกก็สามารถจัดการแก่นแท้ลมปราณ ของ์และโลกเพื่อสร้างทักษะลมปราณคล้ายกับที่มนุษย์สร้างขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดพวกมันจึงปกครองสัตว์ร้ายทั้งหมดในสมัยโบราณ
ตามตำนานมหาคชสารเป็ลูกหลานของ เทพคชสาร อย่างแท้จริง
สำหรับเด็กหนุ่มอย่างหยางฉีที่จะสามารถปลดปล่อยพลังของ มหาคชสารโบราณสองตัวนั้นก็น่ากลัวจนเหนือความเข้าใจ
ลมปราณปะทุออกมาจากรูขุมขนทั้งหมดของเขาพร้อมกับเสียงที่แหลมเหมือนนกหวีดไอน้ำ หรือเสียงกระหึ่มของผึ้งนับไม่ถ้วน หยางฉีไขว้แขนส่งผลให้แก่นแท้ลมปราณที่มองไม่เห็นก่อนหน้านี้เริ่มรูปร่างที่มองเห็นได้
มันตัวรวมในฝ่ามือของเขาจากนั้นไหลออกจากร่างกายของเขาและกลายเป็ตัวตนอย่างรวดเร็ว
ภายในเวลาอันสั้น มันก็ทำให้รูปร่างของหอกในยุคแรกเริ่มแห่งความวุ่นวาย
นี่คือระยะที่หกของศิลปะพลังงานระดับขั้นอาวุธลมปราณ
ใช้ลมปราณและสร้างเป็อาวุธ!