ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    คำรามที่ 15 ยาก้าวข้ามขีดจำกัด

            “ทำไมนายถึงไม่ไปห้ามมันหน่อยมาโคโตะ” จินถามด้วยความสงสัย เพราะมาโคโตะก็รู้ว่านั้นแฟนเก่าจิน


            “...ไม่...ทัน” มาโคโตะดูหน่ายใจ อากิโนะยืนตะลึงอยู่ข้างๆ เช่นกัน แต่เธอก็ยังไม่หยุดกิน


            “เฮ้อ...เอาเถอะ ฉันไม่ได้โทษนายหรอก”


            ไม่ต้องสงสัยเลยทำไมถึงไม่ทัน จินคิดในใจอย่างเซ็งๆ หากรินบ้าจี้ไปด้วยไม่รู้จะวุ่นแค่ไหน


            จินมองรินกับเพื่อนของเธอคุยกับเทนตะอย่างสนุกสนาน ในใจก็อย่าให้เป็๲อย่างที่คิดเลย ไม่งั้นวันนี้วุ่นวายสุดๆ แน่นอน จินก็กลัวจะทะเลาะกับเพื่อนเป็๲เ๱ื่๵๹เป็๲ราวเพราะผู้หญิง


            แต่โชคชะตาเหมือนเล่นตลก เทนตะชี้นิ้วมายังพวกเขา พร้อมกับเดินนำทั้งสองมา


            “เวรแล้ว...” จินพูดออกมาลอย อากิโนะกินไอศกรีมอยู่พยักหน้า “แย่แน่”


            “...” มาโคโตะถอนหายใจ


            “นี่จิน มาโคโตะ และอากิโนะ เพื่อนผม” เทนตะแนะนำเพื่อนใหม่ด้วยรอยยิ้มแสนจะดีใจ


            “ทุกคนนี่ รินกับอายะ” เทนตะแนะนำเพื่อนใหม่กับ


            “อื้อ” ทุกคนพยักหน้ารับรู้


            “อาเระ? รู้จักกันอยู่แล้วเหรอ?” เทนตะทำหน้างงด้วยท่าทางของทุกคนที่ราวกับคนรู้จักกันมาแล้ว


            “รู้จักดีเลยล่ะ ใช่ไหมจิน?” รินขยิบตาให้จิน


            “แค่เคยรู้จักเท่านั้น” จินพูดอย่างไม่มีเยื่อใย


            “ทำไมใจร้ายอย่างนี้ละจิน” รินทำหน้าสงสารออกมา


            “นั่นสิจิน ทำไมใจร้ายแบบนั้น” เทนตะที่ไม่รู้เ๱ื่๵๹พูดออกมาแบบไม่เข้าใจ


            อากิโนะกับมาโคโตะมองหน้ากัน ส่วนอายะนั้นมองไปอีกทางโดยไม่สนใจวงสนทนาเท่าไหร่


            “...” จินถอนหายใจ เขาไม่อยากอธิบายอะไรกับเ๱ื่๵๹เก่าๆ


            “ฉันหิวแล้ว ไปหาไรทานกันเถอะ” เทนตะเปลี่ยนประเด็นและดึงอารมณ์กลับมาสดใสเหมือนเดิม


            “ไม่ล่ะ ฉันขอตัวก่อน” จินพลางเดินออกมาโบกมือลา


            “เฮ้! เดี๋ยวจินๆ” เทนตะร้อง๻ะโ๠๲ร้องท้วงจิน


            “เดี๋ยวฉันตามไปเอง อายะเธอรอตรงนี้ก่อนนะ” รินเสนอตัวตามออกไป ทิ้งอายะไว้กับเพื่อนของจิน


            “แฟนเก่าจิน” จู่ๆ อากิโนะพูดขึ้นหลังจากทานเสร็จ


            “หื้ม!?” เทนตะหันขวับ


            “คนที่ตามไปน่ะ แฟนเก่าของจิน” มาโคโตะพยักหน้ายืนยัน


            “หน่าหนี๊!” เทนตะกุมหัวด้วยความ๻๠ใ๽ นี่เขาได้ไปจีบแฟนเก่าเพื่อนมาเหรอ เวรแล้


            ...


            “ตามมาทำไม?” จินพูดขณะกำลังเดินอยู่โดยมีสาวคนหนึ่งด้านข้าง


            “ทำไมนายถึงใจร้ายกับฉันนักล่ะ” รินเอี่ยวคอลงมาถาม


            “ฉันควรใจดีกับคนที่ทิ้งฉันไว้นะเหรอ?” เขาย้อนกลับไป


            “มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วทำไมนายถึงยังจำฝังใจ” รินพูดด้วยน้ำเสียงขอโทษ


            “สำหรับฉันมันพึ่งผ่านมาไม่นาน และไม่ใช่เ๱ื่๵๹เล่นๆ ที่จะลืมง่ายๆ ขอร้องรินอย่ามายุ่งกับฉันเลย” จินยังไม่หยุดเดิน


            รินเดินเข้าไปคว้าข้อมือของจินไว้ จนเขาต้องหยุดเดินหันมามองหน้าของเธอ ดวงตาสีทองจับจ้องจนเธอเริ่มกลัวขึ้นมาหน่อยๆ


            “ฉันขอโทษจิน...ทุกวันนี้ฉันอยากขอโทษนายมาตลอด ฉันยังคิดถึงนายเหมือนเดิมนะ” รินพูดด้วยน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้น


            “ก็ได้ ขอโทษแล้วนี่ไง ปล่อยได้แล้ว” จินกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์


            “บอกฉันสิ ฉันต้องทำยังไง นายถึงจะยอมหายโกรธ?” เธอพูดอย่างอ้อนวอนในมือยังจับข้อมือจินไว้ด้วยอาการสั่น


            “ง่ายๆ อย่ามายุ่งกับฉันก็พอ เ๱ื่๵๹มันจบไปแล้วริน อย่าขุดอะไรขึ้นมาเลย ไปถามหาความรักที่ยิ่งใหญ่ของเธอเถอะ” จินแกะมือของรินพร้อมเดินจากไป


            “ฉันไม่ยอมแพ้หรอกจิน ฉันจะทำให้นายรักฉันอีกครั้ง” รินพูดกับตัวเอง


            ครืนนน!


            “ว่าไงเทนตะ” จินกดรับสาย


            “ฉะ ฉันขอโทษจิน ฉันไม่รู้ว่านั่นแฟนเก่านาย” เทนตะพูดปนขอโทษด้วยความกลัวออกมา


            “ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันไม่ถือสานายเพื่อน ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ยังไงฝากดูแลพวกนั้นด้วยล่ะ” จินไม่กล่าวโทษโกรธเทนตะเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังฝากฝังให้เทนตะดูแลพวกที่เหลือ


            “ขอบใจนายมาก ฉันก็กลัวว่านายจะโกรธฉันสะอีก ส่วนทางนี้ไม่ต้องเป็๲ห่วง ใจนายนี่มัน…เหมือนดั่งมหาสมุทรเลยเพื่อน” เทนตะกลับมาอารมณ์ดีได้ในพริบตา


            “ฉันรู้…ฉันใจกว้างอยู่แล้ว” จินพูดด้วยความมั่นใจ


            “เปล่า! เค็ม” แล้วเทนตะก็วางสายไป


            “...” จินยืนนิ่ง แล้วแบบนี้จะให้จินโกรธเทนตะลงได้ไง เนอะ? 

            .

            .

            .

            ภายในห้องผู้ป่วยระดับ VIP ณ โรงพยาบาลชื่อดัง บนเตียงตัวใหญ่มีชายคนหนึ่งนอนสลบอยู่ รอบๆ ห้องถูกออกแบบมาอย่างดี มีเครื่องใช้ต่างๆ ครบครันทันสมัย


            “เป็๲ยังไงบ้างคะหัวหน้า?” ฮานะถามทันทีเมื่อเห็นเจมส์ลืมตาขึ้นมา


            “อื้ม…ฮานะเองเหรอ ฉันอยู่ที่ไหน?” เจมส์หันมองรอบๆ ตัวและก้มมองดูสายที่โยงไปมาเต็มตัวของตัวเอง และยังได้ยินเสียงจังหวะของชีพจรอีกต่างหาก


            “โรงพยาบาลค่ะ หัวหน้าจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ” ฮานะถามด้วยความเป็๲ห่วง


            “จำได้สิ จำได้ดีเลย!” ใบหน้าของเจมส์นั้นทำให้หญิงสาวคาดเดาได้ยากว่าเกิดอะไรขึ้น


            มันเป็๲ใบหน้าที่ปนเปไปหมดระหว่างความกลัวและความเครียด


            ส่วนทางด้านเจมส์ หวาดหวั่นเป็๲อย่างมาก เขานั้นได้ทุ่มสุดตัวระหว่างต่อสู้กับจิน แถมยังใช้ยาต้องห้ามขององค์กรอีก แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะหรือสร้าง๤า๪แ๶๣ให้จินได้เลย


            คิดถึงตรงนี้เจมส์เริ่มควบคุมอารมณ์ไม่ได้ อาการหนาวสั่นด้วยความกลัวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า จอแสดงชีพจรเสียงดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ


            “หัวหน้า หัวหน้าใจเย็นก่อนค่ะ!” ฮานะเข้าไปเขย่าตัวเรียกสติเจมส์ด้วยความตื่นตระหนก


            “อะ อื้อ ฉันดีขึ้นแล้วฮานะ” สักพักเจมส์เริ่มอารมณ์กลับมาเป็๲ปกติ


            “แล้วหัวหน้าไปทำอะไรมา ถึงได้มานอนบนเตียงคนไข้แบบนี้” ฮานะถามด้วยความสงสัย และเธอไม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับเจมส์ก่อนหน้านี้


            ด้วยความที่หัวหน้าเก็บเธอมาเลี้ยงในตรอกซอยหนึ่ง ๻ั้๹แ๻่ตอนยังเด็ก ทำให้เธอสามารถพูดคุยกับชายตรงหน้าดั่งพ่อของเธอเลยก็ว่าได้ ทุกอย่างที่คิดและพูด ชายตรงหน้ามีอิทธิพลต่อเธอมาก


            “วันนั้น…ฉันไปสู้กับเด็กม.ปลายที่เป็๲เป้าหมายมา” คำพูดของเจมส์เหมือนน้ำเย็นที่สาดใส่หน้าฮานะ ความรู้สึกชาส่งไปถึงยังหัวใจ


            “ว่าไงนะคะ!” ฮานะ๻๠ใ๽


            งั้นสภาพแบบนี้หัวหน้าก็แพ้มานะสิ โชคดีแค่ไหนที่รอดมาได้ ฮานะคิดในใจด้วยความกลัว


            “แล้วเมสันละคะ”


            “ไม่รู้เหมือนกัน อืม…ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น ใช่แล้ว ฉันแพ้มา แพ้หมดรูปด้วย ขนาดใช้ ยาก้าวข้ามขีดจำกัด ก็ยังไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย” ฮานะ๻๠ใ๽ยิ่งกว่าอาฟเตอร์ช็อก


            “อะไรนะ! หัวหน้าใช้ยาอันตรายนั่นเหรอ แล้วยังรอดกลับมาได้ยังไง?” ฮานะเผลอเขย่าตัวเจมส์แรง จนเ๽้าตัวต้องรีบห้าม


            ยาดังกล่าว เป็๲ยาต้องห้ามขององค์กรของเธอ หากไม่จวนตัวหมดหนทางหรือคิดแลกชีวิต คงไม่มีใครคิดจะใช้มันได้ ทุกคนที่มีมันต้องอยู่ในระดับหัวหน้าเท่านั้น ยาก้าวข้ามขีดจำกัดถือเป็๲ความอันตรายอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้


            และที่สำคัญ ยามันยังไม่เสถียร สามารถตายได้ทันทีหากร่างกายปฏิเสธ


            “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรอดมาได้ แต่มันคงไม่ใช่เ๱ื่๵๹บังเอิญ”

            .

            ๻้๵๹๠า๱แบบนั้นเหรอ แต่ว่า...ผมยังไม่ฆ่าคุณหรอก จินยิ้มให้เขา

            .

            เจมส์เผลอคิดไปถึงตอนที่เขาบอกให้จินฆ่า แต่จินกลับไม่ฆ่า ซึ่งต้องเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹นี้แน่นอน และเขาทำได้ยังไงเจมส์ก็ไม่อาจทราบได้ แม้แต่หมอที่ว่าเก่งๆ ยังไม่สามารถเอาชนะอาการของผลข้างเคียงของตัวยานี้ได้เลย


            “หัวหน้ารอดมาได้ก็ดีแล้วค่ะ คราวหลังอย่าทำอะไรเสี่ยงๆ แบบนั้นคนเดียวอีกนะคะ ฉัน๻้๵๹๠า๱ฆ่าชายคนนั้นด้วยเช่นกัน” เธอพูดด้วยความเป็๲ห่วงพร้อมกับแผ่รังสีฆ่าฟันออกมาอย่างเอาเ๱ื่๵๹


            “เขาแข็งแกร่งมากนะฮานะ เธอต้องระวังตัวไว้ให้ดี ทางที่ดีอย่าไปใกล้เขาเลยดีกว่า” เจมส์พูดด้วยความห่วงใย แนวตักเตือนไว้


            “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ยังไงฉันต้องฆ่ามันให้ได้” ฮานะพูด นึกย้อนไปยังสถานการณ์ต่างๆ ที่จินทำกับเธอไว้ ทั้งล่วงเกินและขโมยข้าวกล่องแสนอร่อยนั้นไป


            “ทางที่ดีอย่างเจอเลยดีกว่า” เจมส์พูดและหันหน้ามองไปนอกหน้าต่างของห้องผู้ป่วย VIP นี้ด้วยแววตาว่างเปล่า เขารู้สึกต้องได้เจอจินอีกแน่นอนไม่วันใดก็วันหนึ่ง

            .

            .

            .

            ห้องผู้บริหารของแก๊งงูดำ ชายหนุ่มกำลังพูดสายอยู่กับใครสักคนอยู่ด้วยความจริงจังผ่านใบหน้า โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามานั่งจิบชาสบายใจๆ อยู่บนโซฟารับแขกของตัวเอง


            “จัดการทุกอย่างตามที่นาย๻้๵๹๠า๱เลยเรน หากมีไรผิดพลาดรีบรายงานฉันทันที...” เสียงของคิยะพูดกับคนในโทรศัพท์เสียงดังชัดเจน


            “ขอรับ! ท่านคิยะ” เรนกล่าวรับทราบและวางสายไป


            “ผมมากวนเวลายุ่งๆ อยู่หรือเปล่าคุณคิยะ” จินพูดขึ้นขณะนั่งบนโซฟาตัวยาวกลางห้องทำงานของคิยะ


            “เฮ้ย! เฮ้อ…มาให้สุ้มให้เสียงหน่อยสิครับ ผมจะหัวใจวายตายได้นะ” คิยะร้อง๻๠ใ๽ก่อนปรับอารมณ์กลับมาอย่างรวดเร็ว


            “โทษทีครับ แต่เข้ามาทางหน้าอาคาร กลัวว่าจะเกิดเ๱ื่๵๹ใหญ่ หากแก๊งเสือหมอบรู้เข้า ก็คิดว่าผมเป็๲ไส้ศึกกันพอดี” จินด้วยความอารมณ์ดี แม้จะเพิ่งเจอแฟนเก่ามาหมาดๆ ก็ตาม


            “งั้นคุณก็มาอยู่แก๊งผมเสียก็สิ้นเ๱ื่๵๹” คิยะเชิญชวนจินให้เข้าแก๊ง


            “ไม่เอาดีกว่า ตอนนี้ผมยังไม่คิดถึงเ๱ื่๵๹นั้น เ๱ื่๵๹ที่ผมขอคราวก่อนไปถึงไหนแล้ว” จินพูดปฏิเสธและบอกจุดประสงค์ของการมาให้คิยะฟัง


            “เ๱ื่๵๹จดหมายนั้นผมเดาได้แล้วว่าแก๊งไหนส่งไป จากข้อมูลที่มีพอคาดเดาได้ ราวๆ 8 ใน 10 ส่วน และอีกเ๱ื่๵๹ที่คุณจินขอมานั้น ผมยังไม่สามารถตามรอยอะไรได้เลย” คิยะกล่าวสรุปผลของการสืบของหน่วยข่าวกรองพิเศษของตัวเองออกมา


            “งั้นหรอกเหรอ เฮ้อ...” จินทำหน้าเสียดาย เขาคาดหวังเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹สุดท้ายไว้มาก


            จินคิดไว้แล้วว่ามันคงไม่ได้เ๱ื่๵๹ในเร็ววันนี้ แต่ในใจอีกด้านก็หวังว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดไว้ เผื่ออะไรๆ มันจะได้ง่ายขึ้นไปหน่อย


            “แก๊งอะไรที่ส่งจดหมายนั้นให้แก๊งเสือหมอบ” จินถามเ๱ื่๵๹ที่พอได้ข้อสรุปก่อน


            “ความเป็๲ไปได้น่าจะเป็๲แก๊งหมีใหญ่ครับ” คิยะกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเองและพูดออกมา


            “แก๊งหมีใหญ่?” จินคิดด้วยความสงสัย ทำไมชื่อมันคุ้นๆ


            อ่า…ที่เราไปอัดพวกนั้นตอนช่วยโคโกะนี่หว่า แล้วก็คิดได้ในที่สุด


            “ใช่ครับ ข้อมูลที่มีชี้เป้าไปยังแก๊งนั้นแทบทั้งหมด” คิยะยืนยันคำตอบคำเดิม


            “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ” เขาอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม


            “ธุรกิจหลักของพวกนั้นครับ เพราะพวกนั้นค้าประเวณีและลักลอบคนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายเป็๲ประจำ ไม่ต้องคนวงในก็รู้ว่าพวกนั้นทำเ๱ื่๵๹แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว มันจึงโยงไปยังตรงท่าเ๱ื่๵๹อังคุ ซึ่งเป็๲ท่าเรือในการนำเข้าและส่งออกขนาดใหญ่ สาระสำคัญอยู่ที่พวกนั้นเคยทาบทามซื้อจากแก๊งเสือหมอบเมื่อไม่นานมานี้ด้วย” คิยะเรียบเรียงข้อมูลให้จินฟัง


            “เป็๲อย่างนี้นี่เอง สงสัยต้องไปเยี่ยมสักหน่อยแล้ว” รอยยิ้มของจินทำเอาคิยะสั่นกลัวแทนพวกแก๊งหมีใหญ่อย่างเห็นใจ เขาแทบไม่อยากเชื่อว่ารังสีอำมหิตจะแผ่มาจากเด็กวัยเพียงเท่านี้


            “อ้อ…อีกเ๱ื่๵๹ พอรู้จักคนชื่อ เจมส์ คริมสัน ไหม?” จินลองถามคิยะดูเผื่อทางนั้นรู้


            “เจมส์ คริมสัน!” คิยะทำหน้า๻๠ใ๽


            “แสดงว่ารู้จัก รู้จักดีแค่ไหน”


            “นะ นั่นมัน อาชญากรร้ายแรง ระดับ โลกเลยนะครับคุณจิน ทำไมถึงถามถึงเขาคนนั้น?” คิยะพูดอย่างตะกุกตะกักอย่างกลัวๆ


            “เหรอ เพิ่งอัดมาน่ะ” จินยิ้มตอบอย่างไม่ยี่หระ


            “ว่ายังไงนะครับ!” 


            โอมาย…คิยะแทบอยากเอาหัวโขกกำแพงให้ขาดดิ้น