“ทำไมนายถึงไม่ไปห้ามมันหน่อยมาโคโตะ” จินถามด้วยความสงสัย เพราะมาโคโตะก็รู้ว่านั้นแฟนเก่าจิน
“...ไม่...ทัน” มาโคโตะดูหน่ายใจ อากิโนะยืนตะลึงอยู่ข้างๆ เช่นกัน แต่เธอก็ยังไม่หยุดกิน
“เฮ้อ...เอาเถอะ ฉันไม่ได้โทษนายหรอก”
ไม่ต้องสงสัยเลยทำไมถึงไม่ทัน จินคิดในใจอย่างเซ็งๆ หากรินบ้าจี้ไปด้วยไม่รู้จะวุ่นแค่ไหน
จินมองรินกับเพื่อนของเธอคุยกับเทนตะอย่างสนุกสนาน ในใจก็อย่าให้เป็อย่างที่คิดเลย ไม่งั้นวันนี้วุ่นวายสุดๆ แน่นอน จินก็กลัวจะทะเลาะกับเพื่อนเป็เื่เป็ราวเพราะผู้หญิง
แต่โชคชะตาเหมือนเล่นตลก เทนตะชี้นิ้วมายังพวกเขา พร้อมกับเดินนำทั้งสองมา
“เวรแล้ว...” จินพูดออกมาลอย อากิโนะกินไอศกรีมอยู่พยักหน้า “แย่แน่”
“...” มาโคโตะถอนหายใจ
“นี่จิน มาโคโตะ และอากิโนะ เพื่อนผม” เทนตะแนะนำเพื่อนใหม่ด้วยรอยยิ้มแสนจะดีใจ
“ทุกคนนี่ รินกับอายะ” เทนตะแนะนำเพื่อนใหม่กับ
“อื้อ” ทุกคนพยักหน้ารับรู้
“อาเระ? รู้จักกันอยู่แล้วเหรอ?” เทนตะทำหน้างงด้วยท่าทางของทุกคนที่ราวกับคนรู้จักกันมาแล้ว
“รู้จักดีเลยล่ะ ใช่ไหมจิน?” รินขยิบตาให้จิน
“แค่เคยรู้จักเท่านั้น” จินพูดอย่างไม่มีเยื่อใย
“ทำไมใจร้ายอย่างนี้ละจิน” รินทำหน้าสงสารออกมา
“นั่นสิจิน ทำไมใจร้ายแบบนั้น” เทนตะที่ไม่รู้เื่พูดออกมาแบบไม่เข้าใจ
อากิโนะกับมาโคโตะมองหน้ากัน ส่วนอายะนั้นมองไปอีกทางโดยไม่สนใจวงสนทนาเท่าไหร่
“...” จินถอนหายใจ เขาไม่อยากอธิบายอะไรกับเื่เก่าๆ
“ฉันหิวแล้ว ไปหาไรทานกันเถอะ” เทนตะเปลี่ยนประเด็นและดึงอารมณ์กลับมาสดใสเหมือนเดิม
“ไม่ล่ะ ฉันขอตัวก่อน” จินพลางเดินออกมาโบกมือลา
“เฮ้! เดี๋ยวจินๆ” เทนตะร้องะโร้องท้วงจิน
“เดี๋ยวฉันตามไปเอง อายะเธอรอตรงนี้ก่อนนะ” รินเสนอตัวตามออกไป ทิ้งอายะไว้กับเพื่อนของจิน
“แฟนเก่าจิน” จู่ๆ อากิโนะพูดขึ้นหลังจากทานเสร็จ
“หื้ม!?” เทนตะหันขวับ
“คนที่ตามไปน่ะ แฟนเก่าของจิน” มาโคโตะพยักหน้ายืนยัน
“หน่าหนี๊!” เทนตะกุมหัวด้วยความใ นี่เขาได้ไปจีบแฟนเก่าเพื่อนมาเหรอ เวรแล้
...
“ตามมาทำไม?” จินพูดขณะกำลังเดินอยู่โดยมีสาวคนหนึ่งด้านข้าง
“ทำไมนายถึงใจร้ายกับฉันนักล่ะ” รินเอี่ยวคอลงมาถาม
“ฉันควรใจดีกับคนที่ทิ้งฉันไว้นะเหรอ?” เขาย้อนกลับไป
“มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วทำไมนายถึงยังจำฝังใจ” รินพูดด้วยน้ำเสียงขอโทษ
“สำหรับฉันมันพึ่งผ่านมาไม่นาน และไม่ใช่เื่เล่นๆ ที่จะลืมง่ายๆ ขอร้องรินอย่ามายุ่งกับฉันเลย” จินยังไม่หยุดเดิน
รินเดินเข้าไปคว้าข้อมือของจินไว้ จนเขาต้องหยุดเดินหันมามองหน้าของเธอ ดวงตาสีทองจับจ้องจนเธอเริ่มกลัวขึ้นมาหน่อยๆ
“ฉันขอโทษจิน...ทุกวันนี้ฉันอยากขอโทษนายมาตลอด ฉันยังคิดถึงนายเหมือนเดิมนะ” รินพูดด้วยน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้น
“ก็ได้ ขอโทษแล้วนี่ไง ปล่อยได้แล้ว” จินกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
“บอกฉันสิ ฉันต้องทำยังไง นายถึงจะยอมหายโกรธ?” เธอพูดอย่างอ้อนวอนในมือยังจับข้อมือจินไว้ด้วยอาการสั่น
“ง่ายๆ อย่ามายุ่งกับฉันก็พอ เื่มันจบไปแล้วริน อย่าขุดอะไรขึ้นมาเลย ไปถามหาความรักที่ยิ่งใหญ่ของเธอเถอะ” จินแกะมือของรินพร้อมเดินจากไป
“ฉันไม่ยอมแพ้หรอกจิน ฉันจะทำให้นายรักฉันอีกครั้ง” รินพูดกับตัวเอง
ครืนนน!
“ว่าไงเทนตะ” จินกดรับสาย
“ฉะ ฉันขอโทษจิน ฉันไม่รู้ว่านั่นแฟนเก่านาย” เทนตะพูดปนขอโทษด้วยความกลัวออกมา
“ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันไม่ถือสานายเพื่อน ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ยังไงฝากดูแลพวกนั้นด้วยล่ะ” จินไม่กล่าวโทษโกรธเทนตะเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังฝากฝังให้เทนตะดูแลพวกที่เหลือ
“ขอบใจนายมาก ฉันก็กลัวว่านายจะโกรธฉันสะอีก ส่วนทางนี้ไม่ต้องเป็ห่วง ใจนายนี่มัน…เหมือนดั่งมหาสมุทรเลยเพื่อน” เทนตะกลับมาอารมณ์ดีได้ในพริบตา
“ฉันรู้…ฉันใจกว้างอยู่แล้ว” จินพูดด้วยความมั่นใจ
“เปล่า! เค็ม” แล้วเทนตะก็วางสายไป
“...” จินยืนนิ่ง แล้วแบบนี้จะให้จินโกรธเทนตะลงได้ไง เนอะ?
.
.
.
ภายในห้องผู้ป่วยระดับ VIP ณ โรงพยาบาลชื่อดัง บนเตียงตัวใหญ่มีชายคนหนึ่งนอนสลบอยู่ รอบๆ ห้องถูกออกแบบมาอย่างดี มีเครื่องใช้ต่างๆ ครบครันทันสมัย
“เป็ยังไงบ้างคะหัวหน้า?” ฮานะถามทันทีเมื่อเห็นเจมส์ลืมตาขึ้นมา
“อื้ม…ฮานะเองเหรอ ฉันอยู่ที่ไหน?” เจมส์หันมองรอบๆ ตัวและก้มมองดูสายที่โยงไปมาเต็มตัวของตัวเอง และยังได้ยินเสียงจังหวะของชีพจรอีกต่างหาก
“โรงพยาบาลค่ะ หัวหน้าจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ” ฮานะถามด้วยความเป็ห่วง
“จำได้สิ จำได้ดีเลย!” ใบหน้าของเจมส์นั้นทำให้หญิงสาวคาดเดาได้ยากว่าเกิดอะไรขึ้น
มันเป็ใบหน้าที่ปนเปไปหมดระหว่างความกลัวและความเครียด
ส่วนทางด้านเจมส์ หวาดหวั่นเป็อย่างมาก เขานั้นได้ทุ่มสุดตัวระหว่างต่อสู้กับจิน แถมยังใช้ยาต้องห้ามขององค์กรอีก แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะหรือสร้างาแให้จินได้เลย
คิดถึงตรงนี้เจมส์เริ่มควบคุมอารมณ์ไม่ได้ อาการหนาวสั่นด้วยความกลัวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า จอแสดงชีพจรเสียงดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ
“หัวหน้า หัวหน้าใจเย็นก่อนค่ะ!” ฮานะเข้าไปเขย่าตัวเรียกสติเจมส์ด้วยความตื่นตระหนก
“อะ อื้อ ฉันดีขึ้นแล้วฮานะ” สักพักเจมส์เริ่มอารมณ์กลับมาเป็ปกติ
“แล้วหัวหน้าไปทำอะไรมา ถึงได้มานอนบนเตียงคนไข้แบบนี้” ฮานะถามด้วยความสงสัย และเธอไม่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับเจมส์ก่อนหน้านี้
ด้วยความที่หัวหน้าเก็บเธอมาเลี้ยงในตรอกซอยหนึ่ง ั้แ่ตอนยังเด็ก ทำให้เธอสามารถพูดคุยกับชายตรงหน้าดั่งพ่อของเธอเลยก็ว่าได้ ทุกอย่างที่คิดและพูด ชายตรงหน้ามีอิทธิพลต่อเธอมาก
“วันนั้น…ฉันไปสู้กับเด็กม.ปลายที่เป็เป้าหมายมา” คำพูดของเจมส์เหมือนน้ำเย็นที่สาดใส่หน้าฮานะ ความรู้สึกชาส่งไปถึงยังหัวใจ
“ว่าไงนะคะ!” ฮานะใ
งั้นสภาพแบบนี้หัวหน้าก็แพ้มานะสิ โชคดีแค่ไหนที่รอดมาได้ ฮานะคิดในใจด้วยความกลัว
“แล้วเมสันละคะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน อืม…ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น ใช่แล้ว ฉันแพ้มา แพ้หมดรูปด้วย ขนาดใช้ ยาก้าวข้ามขีดจำกัด ก็ยังไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย” ฮานะใยิ่งกว่าอาฟเตอร์ช็อก
“อะไรนะ! หัวหน้าใช้ยาอันตรายนั่นเหรอ แล้วยังรอดกลับมาได้ยังไง?” ฮานะเผลอเขย่าตัวเจมส์แรง จนเ้าตัวต้องรีบห้าม
ยาดังกล่าว เป็ยาต้องห้ามขององค์กรของเธอ หากไม่จวนตัวหมดหนทางหรือคิดแลกชีวิต คงไม่มีใครคิดจะใช้มันได้ ทุกคนที่มีมันต้องอยู่ในระดับหัวหน้าเท่านั้น ยาก้าวข้ามขีดจำกัดถือเป็ความอันตรายอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้
และที่สำคัญ ยามันยังไม่เสถียร สามารถตายได้ทันทีหากร่างกายปฏิเสธ
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรอดมาได้ แต่มันคงไม่ใช่เื่บังเอิญ”
.
้าแบบนั้นเหรอ แต่ว่า...ผมยังไม่ฆ่าคุณหรอก จินยิ้มให้เขา
.
เจมส์เผลอคิดไปถึงตอนที่เขาบอกให้จินฆ่า แต่จินกลับไม่ฆ่า ซึ่งต้องเกี่ยวกับเื่นี้แน่นอน และเขาทำได้ยังไงเจมส์ก็ไม่อาจทราบได้ แม้แต่หมอที่ว่าเก่งๆ ยังไม่สามารถเอาชนะอาการของผลข้างเคียงของตัวยานี้ได้เลย
“หัวหน้ารอดมาได้ก็ดีแล้วค่ะ คราวหลังอย่าทำอะไรเสี่ยงๆ แบบนั้นคนเดียวอีกนะคะ ฉัน้าฆ่าชายคนนั้นด้วยเช่นกัน” เธอพูดด้วยความเป็ห่วงพร้อมกับแผ่รังสีฆ่าฟันออกมาอย่างเอาเื่
“เขาแข็งแกร่งมากนะฮานะ เธอต้องระวังตัวไว้ให้ดี ทางที่ดีอย่าไปใกล้เขาเลยดีกว่า” เจมส์พูดด้วยความห่วงใย แนวตักเตือนไว้
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ยังไงฉันต้องฆ่ามันให้ได้” ฮานะพูด นึกย้อนไปยังสถานการณ์ต่างๆ ที่จินทำกับเธอไว้ ทั้งล่วงเกินและขโมยข้าวกล่องแสนอร่อยนั้นไป
“ทางที่ดีอย่างเจอเลยดีกว่า” เจมส์พูดและหันหน้ามองไปนอกหน้าต่างของห้องผู้ป่วย VIP นี้ด้วยแววตาว่างเปล่า เขารู้สึกต้องได้เจอจินอีกแน่นอนไม่วันใดก็วันหนึ่ง
.
.
.
ห้องผู้บริหารของแก๊งงูดำ ชายหนุ่มกำลังพูดสายอยู่กับใครสักคนอยู่ด้วยความจริงจังผ่านใบหน้า โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามานั่งจิบชาสบายใจๆ อยู่บนโซฟารับแขกของตัวเอง
“จัดการทุกอย่างตามที่นาย้าเลยเรน หากมีไรผิดพลาดรีบรายงานฉันทันที...” เสียงของคิยะพูดกับคนในโทรศัพท์เสียงดังชัดเจน
“ขอรับ! ท่านคิยะ” เรนกล่าวรับทราบและวางสายไป
“ผมมากวนเวลายุ่งๆ อยู่หรือเปล่าคุณคิยะ” จินพูดขึ้นขณะนั่งบนโซฟาตัวยาวกลางห้องทำงานของคิยะ
“เฮ้ย! เฮ้อ…มาให้สุ้มให้เสียงหน่อยสิครับ ผมจะหัวใจวายตายได้นะ” คิยะร้องใก่อนปรับอารมณ์กลับมาอย่างรวดเร็ว
“โทษทีครับ แต่เข้ามาทางหน้าอาคาร กลัวว่าจะเกิดเื่ใหญ่ หากแก๊งเสือหมอบรู้เข้า ก็คิดว่าผมเป็ไส้ศึกกันพอดี” จินด้วยความอารมณ์ดี แม้จะเพิ่งเจอแฟนเก่ามาหมาดๆ ก็ตาม
“งั้นคุณก็มาอยู่แก๊งผมเสียก็สิ้นเื่” คิยะเชิญชวนจินให้เข้าแก๊ง
“ไม่เอาดีกว่า ตอนนี้ผมยังไม่คิดถึงเื่นั้น เื่ที่ผมขอคราวก่อนไปถึงไหนแล้ว” จินพูดปฏิเสธและบอกจุดประสงค์ของการมาให้คิยะฟัง
“เื่จดหมายนั้นผมเดาได้แล้วว่าแก๊งไหนส่งไป จากข้อมูลที่มีพอคาดเดาได้ ราวๆ 8 ใน 10 ส่วน และอีกเื่ที่คุณจินขอมานั้น ผมยังไม่สามารถตามรอยอะไรได้เลย” คิยะกล่าวสรุปผลของการสืบของหน่วยข่าวกรองพิเศษของตัวเองออกมา
“งั้นหรอกเหรอ เฮ้อ...” จินทำหน้าเสียดาย เขาคาดหวังเกี่ยวกับเื่สุดท้ายไว้มาก
จินคิดไว้แล้วว่ามันคงไม่ได้เื่ในเร็ววันนี้ แต่ในใจอีกด้านก็หวังว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิดไว้ เผื่ออะไรๆ มันจะได้ง่ายขึ้นไปหน่อย
“แก๊งอะไรที่ส่งจดหมายนั้นให้แก๊งเสือหมอบ” จินถามเื่ที่พอได้ข้อสรุปก่อน
“ความเป็ไปได้น่าจะเป็แก๊งหมีใหญ่ครับ” คิยะกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเองและพูดออกมา
“แก๊งหมีใหญ่?” จินคิดด้วยความสงสัย ทำไมชื่อมันคุ้นๆ
อ่า…ที่เราไปอัดพวกนั้นตอนช่วยโคโกะนี่หว่า แล้วก็คิดได้ในที่สุด
“ใช่ครับ ข้อมูลที่มีชี้เป้าไปยังแก๊งนั้นแทบทั้งหมด” คิยะยืนยันคำตอบคำเดิม
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ” เขาอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม
“ธุรกิจหลักของพวกนั้นครับ เพราะพวกนั้นค้าประเวณีและลักลอบคนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายเป็ประจำ ไม่ต้องคนวงในก็รู้ว่าพวกนั้นทำเื่แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว มันจึงโยงไปยังตรงท่าเื่อังคุ ซึ่งเป็ท่าเรือในการนำเข้าและส่งออกขนาดใหญ่ สาระสำคัญอยู่ที่พวกนั้นเคยทาบทามซื้อจากแก๊งเสือหมอบเมื่อไม่นานมานี้ด้วย” คิยะเรียบเรียงข้อมูลให้จินฟัง
“เป็อย่างนี้นี่เอง สงสัยต้องไปเยี่ยมสักหน่อยแล้ว” รอยยิ้มของจินทำเอาคิยะสั่นกลัวแทนพวกแก๊งหมีใหญ่อย่างเห็นใจ เขาแทบไม่อยากเชื่อว่ารังสีอำมหิตจะแผ่มาจากเด็กวัยเพียงเท่านี้
“อ้อ…อีกเื่ พอรู้จักคนชื่อ เจมส์ คริมสัน ไหม?” จินลองถามคิยะดูเผื่อทางนั้นรู้
“เจมส์ คริมสัน!” คิยะทำหน้าใ
“แสดงว่ารู้จัก รู้จักดีแค่ไหน”
“นะ นั่นมัน อาชญากรร้ายแรง ระดับ โลกเลยนะครับคุณจิน ทำไมถึงถามถึงเขาคนนั้น?” คิยะพูดอย่างตะกุกตะกักอย่างกลัวๆ
“เหรอ เพิ่งอัดมาน่ะ” จินยิ้มตอบอย่างไม่ยี่หระ
“ว่ายังไงนะครับ!”
โอมาย…คิยะแทบอยากเอาหัวโขกกำแพงให้ขาดดิ้น