มู่เชียนจิ่วมองหม้อสีดำตรงหน้าตาปริบ ๆ “เ้าก็อยากไปกับข้าด้วยอย่างนั้นหรือ?”
*วิ้ง!*
หม้อสีดำสั่นเล็กน้อย ก่อนจะวนรอบ ๆ กายของมู่เชียนจิ่ว อีกทั้งยังถูไปมากับหลังมือของนางอย่างสนิทสนม ท่าทางเช่นนั้นไม่ว่าจะมองอย่างไรก็รู้ว่ามันกำลังออดอ้อนอยู่
“ท่านเ้าสำนัก เอ่อ...” ขณะที่ผู้าุโสูงสุดกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง อาวุธเซียนอีกแปดชิ้นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ทั้งหมดต่างก็ลอยลงมาตรงหน้าของมู่เชียนจิ่ว
และตามมาด้วยอาวุธครึ่งเซียน สมบัติิญญา สมบัติเวท
อดีตบรรพจารย์น้อยยังคงแสร้งทำตัวไม่ถูก “พวกมันเหมือนอยากไปกับข้าทั้งหมดเลย จะเป็ไปได้หรือไม่ขอรับ?”
เหล่าผู้าุโ “...”
“ข้าไม่ยอม!”
มู่เทียนเซี่ยร้อนใจจนะโออกมา กระบี่ชิงซวงเล่มนั้นยอมรับนางแล้วแท้ ๆ ตอนนี้กลับจะรับคนอื่นเป็นาย แล้วนางจะยอมได้อย่างไร!
ผู้าุโจิ่งอี๋เองก็สำทับ “เื่นี้ถือว่าผิดกฎจริง ๆ”
กระบี่ชิงซวงเหมาะกับมู่เทียนเซี่ยอย่างมาก หากนางได้มา ย่อมเป็เื่ดีของยอดเขาชุ่ยจู๋ของนาง!
“กฎหรือขอรับ?” มู่เชียนจิ่วกะพริบตาปริบ ๆ “ข้าได้ยินมาว่าของวิเศษในสุสานกระบี่ของสำนักชิงอวิ๋น ที่ผ่านมาหากผู้ใดมีวาสนาก็จะได้ไป ตอนนั้นผู้าุโจิ่งอี๋ก็ได้ของวิเศษไปถึงสองชิ้นไม่ใช่หรือขอรับ?”
“เอ่อ...” ผู้าุโจิ่งอี๋ถึงกับพูดไม่ออก ตอนนั้นนางได้ของวิเศษมาสองชิ้นจริง ๆ หนึ่งในนั้นยังเป็อาวุธครึ่งเซียนอีกด้วย
ผู้าุโสูงสุดมองมู่เชียนจิ่วด้วยสายตาเคลือบแคลง “เด็กน้อย เื่นี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ แล้วเ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไรกัน?”
มู่เชียนจิ่ว “...”
บัดซบ! (°△°’)
“เอ่อ...” มู่เสียวจิ่วในร่างใหม่เพิ่งจะรู้ตัวว่าหลุดปาก จึงรีบกระแอมออกมา
“ข้า...ข้าบังเอิญได้ยินมาน่ะขอรับ”
“ได้ยินใครพูดมา?” ผู้าุโสูงสุดเริ่มไล่ต้อน ท่าทางพลันเคร่งขรึมขึ้น
เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อบุรุษสวมหน้ากากผู้นี้แต่อย่างใด ทว่าคนที่รู้เื่นี้มีเพียงน้อยนิดจริง ๆ ดังนั้นการที่บอกว่า ‘บังเอิญได้ยินมา’ มันช่างน่าขันสิ้นดี
คำพูดเช่นนี้อาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่หากคิดจะมาหลอกคนแก่อย่างเขาละก็ ฝันไปเถอะ!
“ข้าเป็คนบอกเขาเอง” หลิวมู่เฉินเดินมาหยุดอยู่ข้างกายมู่เชียนจิ่ว “ของวิเศษในสุสานกระบี่มีจิติญญา พวกมันอยากเลือกใครเป็นาย ย่อมเป็เจตจำนงของพวกมัน”
ผู้าุโที่อยู่ในที่นี้ต่างเงียบลง ผู้าุโตันซิงจื่อกระแอมเล็กน้อย “ท่านเ้าสำนัก แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่หากนำของวิเศษในสุสานกระบี่ออกไปทั้งหมด เกรงว่าคงจะไม่เหมาะกระมัง”
ผู้าุโคนอื่น ๆ ต่างก็สนับสนุน สุสานกระบี่เป็สถานที่สำคัญของสำนักชิงอวิ๋น หากถูกศิษย์คนหนึ่งของวิเศษทั้งหมดเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว ย่อมเป็เื่ที่ไม่เหมาะจริง ๆ
“อาจารย์!” มู่เทียนเซี่ยมองไปทางผู้าุโจิ่งอี๋ ใบหน้าเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“ข้าได้รับการยอมรับจากกระบี่ชิงซวงแล้ว ข้าสามารถััได้ว่ามันยอมรับข้าแล้ว!”
ผู้าุโจิ่งอี๋เงียบไปชั่วขณะ “ท่านเ้าสำนัก เช่นนั้นกระบี่ชิงซวง--”
ยังไม่ทันที่จิ่งอี๋จะเอ่ยจบ ทันใดนั้นกระบี่ชิงซวงก็ะเิไอเย็นอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ปกคลุมจิ่งอี๋และมู่เทียนเซี่ยเอาไว้ในพริบตา พลังที่กระบี่ชิงซวงปะทุออกมาทำให้สุสานกระบี่หนาวเย็นขึ้นอย่างเฉียบพลัน
จิ่งอี๋มีสีหน้าเปลี่ยนไป รีบใช้ตัวบังมู่เทียนเซี่ยเอาไว้ทันที เพื่อช่วยต้านทานไอเย็นที่ปกคลุมพวกนาง แต่แม้จะเป็เช่นนั้น มู่เทียนเซี่ยก็ยังคงหนาวจนปากสั่น และสั่นเทาไปทั้งร่าง
“ท่านเ้าสำนัก!”
ยังไม่ทันที่หลิวมู่เฉินจะลงมือ มู่เชียนจิ่วก็ยื่นมือไปคว้ากระบี่ชิงซวงเอาไว้ ไอเย็นอันน่าพรั่นพรึงพลันมลายหายไปในพริบตา แต่ตัวกระบี่สีน้ำเงินเวลานี้กลับสั่นไม่หยุด
มู่เชียนจิ่วรู้สึกหมดคำจะพูด นางรู้ว่าอาวุธเซียนเหล่านี้จำนางได้ ใจจริงนางก็อยากนำของวิเศษเหล่านี้ไปด้วยทั้งหมด แต่นางก็ทำไม่ได้
ไม่ต้องพูดถึงว่าอาจารย์ของนางจะยินยอมหรือไม่ เพราะเ้าเด็กบ้าทั้งเจ็ดคนนี้ไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน!
ไม่เช่นนั้นในชาติก่อน นางคงเอาทุกอย่างในนี้ไปหมดแล้ว ต้องรอถึงตอนนี้อีกหรือ?
“นอกจากกระบี่ฉงอวิ๋นแล้ว เ้าสามารถเลือกได้อีกสองชิ้น” ในที่สุดหลิวมู่เฉินก็เอ่ยออกมา เขารู้ดีว่าหากตนไม่ยอม อาวุธเซียนเหล่านี้ก็คงไม่ยอมสงบง่าย ๆ เช่นกัน
แล้วก็จริงตามคาด เมื่อได้ยินวาจาของท่านเ้าสำนัก อาวุธเซียนทั้งเก้าชิ้นก็สั่นไม่หยุด แย่งกันปรากฏตัวตรงหน้ามู่เชียนจิ่ว และอยากให้นางพาออกไปด้วยเสียเดี๋ยวนี้
บรรดาศิษย์ใหม่ทำเพียงมองตากันปริบ ๆ ความรู้สึกเช่นนี้ช่างเ็ปยิ่งนัก พวกเขาพยายามแทบตาย กลับหาของวิเศษล้ำค่าที่เหมาะสมไม่ได้
แต่บัดนี้อาวุธเซียนที่แข็งแกร่งตรงหน้าเหล่านี้ กลับแย่งชิงกันอยากได้คนผู้นั้นเป็นาย
พวกเขาก็เกิดมาจากท้องแม่ มีสองตา หนึ่งจมูก หนึ่งปากเหมือนกัน แต่ทำไมถึงได้รับการปฏิบัติที่ต่างกันเช่นนี้?
เมื่อเห็นตัวอย่างจากจิ่งอี๋แล้ว ผู้าุโคนอื่น ๆ ต่างก็ปิดปากเงียบ พวกเขาไม่อยากทำให้อาวุธเซียนเหล่านี้โมโห แค่กระบี่ชิงซวงเล่มเดียวก็ทำให้พวกเขาปวดหัวพอแล้ว
ขืนทำให้พวกมันทั้งหมดโมโหขึ้นมา ต่อให้พวกเขาไม่ตาย แต่เกรงว่าคงได้รับาเ็สาหัสเป็แน่!
มู่เทียนเซี่ยเจ็บแค้นจนอยากจะกระอักเืออกมา หากไม่มีจิ่งอี๋ช่วยขวางไอเย็นนั้นเอาไว้เมื่อครู่ ตอนนี้นางคงแข็งตายไปแล้ว
เพียงเพราะคำพูดประโยคเดียวของนาง กระบี่ชิงซวงนั่นถึงกับจะฆ่านางเสียแล้ว!
“อาจารย์ ของวิเศษเหล่านี้ ข้าสามารถเลือกชิ้นใดก็ได้หรือขอรับ?” ดวงตากลมโตของมู่เชียนจิ่วกะพริบปริบ ๆ ครานั้นนางสามารถนำกระบี่ฉงอวิ๋นไปได้แค่อย่างเดียว ด้วยเหตุนี้นางจึงหมายมาดอยากอาวุธเซียนที่เหลือมานานแล้ว
หลิวมู่เฉินพยักหน้าเบา ๆ แววตาที่มองศิษย์คนใหม่อ่อนโยนลงหลายส่วน
หญิงสาวผู้กลับชาติมาเกิดผงะไปเล็กน้อย รีบหลบสายตาอันคุ้นเคยทันที ราวกับกลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายพบเจออะไรในแววตาของตน
“หม้อดำใบนี้ดูท่าไม่เลวแฮะ” มู่เชียนจิ่วยกมือขึ้นแตะลงไปบนหม้อสารพัดนึก หม้อสารพัดนึกพลันหมุนไปมา และถูไถกับมือของนางไม่หยุด
“อืม ต่อไปเ้าก็ไปอยู่กับข้าแล้วกัน เอาเ้าไปตุ๋นเนื้อรสชาติต้องเยี่ยมแน่ ๆ!”
เหล่าผู้าุโถึงกับมุมปากกระตุกยิก ๆ …ใช้หม้อสารพัดนึกที่เป็อาวุธเซียนขั้นสูงตุ๋นเนื้อกินเนี่ยนะ?
คนอื่นที่ได้รับอาวุธเซียน ต่างก็ดูแลราวกับเป็บรรพบุรุษของตัวเอง แต่บุรุษผู้นี้กลับจะนำอาวุธเซียนไปตุ๋นเนื้อ!
หลิวมู่เฉินเองก็อึ้งงัน สายตาที่มองศิษย์คนใหม่ยามนี้ทอประกายบางอย่างออกมา ‘ตอนนั้นจิ่วเอ๋อร์ก็ชอบพูดบ่อย ๆ ว่าอยากนำหม้อสารพัดนึกมาตุ๋นเนื้อกิน ไหนจะเื่กระบี่ฉงอวิ๋นที่ฟื้นคืนชีพอีก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็เื่บังเอิญจริง ๆ หรือ?
…หรือว่า…’
*ฟิ้ว!*
ทันใดนั้นกระบี่ชิงซวงขยับสองสามที ก่อนจะหลุดออกจากมือของมู่เชียนจิ่ว จากนั้นก็ลอยไปยังเบื้องหน้าต้นไม้ที่ยืนต้นตายต้นหนึ่ง และกวัดแกว่งตัวเองฟาดฟันเป็พัลวัน
อาวุธเซียนอื่น ๆ พลันคิดได้ จึงพยายามแสดงคุณสมบัติของตนเองออกมา ทั้งผ่าฟืน จุดไฟ พ่นน้ำ…การกระทำของพวกมัน ทำให้ทุกคนใจนอ้าปากค้าง
“พรวด!” ในที่สุดมู่เทียนเซี่ยก็โมโหจนกระอักเืออกมา นางพูดจาดี ๆ ด้วยสารพัด ถึงขนาดยอมให้กระบี่ชิงซวงมีศักดิ์เทียบเท่ากับนาง ไม่ต้องถือว่านางเป็นาย จึงทำให้นางได้รับการตอบสนองจากกระบี่ชิงซวง
…แต่ตอนนี้ อาวุธเซียนที่สูงส่งและเ็า กลับกำลังผ่าฟืนให้คนผู้นั้นดู!
โชคดีที่มันไม่มีใบหน้า ไม่เช่นนั้นสีหน้าของมันคงเหมือนกับสุนัขเชื่อง ๆ ตัวหนึ่งเป็แน่!
มู่เชียนจิ่วอยากพาพวกมันทั้งหมดไปด้วยจริง ๆ แต่อาจารย์เอ่ยปากแล้ว ว่าสามารถนำไปได้เพียงสามชิ้นเท่านั้น
นางเชี่ยวชาญวิถีโอสถ หม้อสารพัดนึกนับว่ามีประโยชน์ต่อนางอย่างมาก จึงเป็ของวิเศษชิ้นที่สองที่มู่เชียนจิ่วเลือก
เหลืออีกหนึ่งชิ้น ช่างเลือกยากจริง ๆ
“ท่านเ้าสำนัก ข้าขอตัวพาศิษย์คนอื่น ๆ ออกไปก่อนนะขอรับ” ผู้าุโสูงสุดมองไปที่บุรุษหน้ากากไร้หน้า ในใจรู้สึกอิจฉาอย่างมาก เด็กคนนี้หากเติบโตขึ้นจะต้องประสบความสำเร็จไม่ต่างจากท่านบรรพจารย์น้อยอวิ๋นอย่างแน่นอน
ส่วนบรรดาศิษย์ใหม่ หากเขายังไม่รีบพาออกไปอีกละก็ คาดว่ายังไม่ทันที่พวกเขาจะเริ่มบำเพ็ญเพียร จิตใจก็คงถูกทำลายไปเสียก่อนแล้ว!
“ไม่ ข้าไม่ไป!” มู่เทียนเซี่ยส่ายหน้าหวือ นางต้องได้กระบี่ชิงซวงกลับไปด้วย นี่เป็โอกาสที่ยิ่งใหญ่ของนาง นางจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น!
จิ่งอี๋เข้าไปดึงมือศิษย์ของตน “เทียนเซี่ย เ้าไม่สามารถกระบี่ชิงซวงได้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน อาจารย์ยังมีสมบัติิญญาขั้นสูงอีกชิ้นจะมอบให้เ้า”
“แต่ว่าอาจารย์ ข้า...ข้า...” สายตาของมู่เทียนเซี่ยเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ทั้ง ๆ ที่นางกำลังจะได้กระบี่นั่นมาครองแล้วแท้ ๆ!
“ไปเถอะ” จิ่งอี๋ทอดถอนใจ ก่อนจะดึงมู่เทียนเซี่ยออกไป
.
.
.