แสงแดดสาดลงบนซากศพโจรในถ้ำ หุบเขาคงความเงียบหลังการต่อสู้ อาเธอร์ยืนถือดาบเปื้อนเื เดวิดยืนนิ่งข้างศพสุดท้าย ราเมซถือกระดาษที่หยิบจากโจรหัวหน้า มองอาเธอร์และเดวิดด้วยสายตาครึ่งกลัวครึ่งสงสัย กลิ่นเืและฝุ่นทรายคละคลุ้งในอากาศ
“แล้วทำไมพวกเ้าไม่บอกข้าตรงๆ กันเล่า ว่าอ่านไม่ออก!” ราเมซบ่น หูเริ่มแดงด้วยความโมโห
“ข้าก็ส่งให้เดวิด เพื่อให้เขาอ่านไง ก็นึกว่าเขาอ่านออก” อาเธอร์หันไปมองเดวิด ยักไหล่แบบขอไปที
“ผมแค่เรียนรู้ภาษาที่ใช้พูดคุยกันเท่านั้น ยังไม่เคยเรียนรู้อักษรภาษาเขียนเลย” เดวิดอธิบาย เสียงเรียบราวกับอ่านรายงาน
“พวกเวรเอ๊ย!” ราเมซะโ ก่อนสูดหายใจลึกเพื่อสงบสติ “จดหมายมันเขียนถึงแผนการปล้นเผาหมู่บ้านรอบๆ” เขาหยุดครู่หนึ่ง “แต่ที่น่าใคือ มันมีรายละเอียดละเอียดยิบ ป้อมปราการ กองกำลัง ที่ตั้งหมู่บ้าน และท่าทีที่ทารอนจะตอบสนอง ราวกับว่า…” เขานิ่งไปวินาที
“ราวกับมีใครสักคนในวงในเป็หนอนอยู่” ราเมซทำหน้าจริงจัง
“และไม่ใช่คนระดับต่ำๆ ด้วย” เขากล่าวต่อ ดวงตาคมกริบ
เดวิดหันลงมองกระดาษ เพื่อพยายามเรียนรู้อักษรจากที่ราเมซเล่า ส่วนอาเธอร์พยักหน้าเข้าใจ “เื่นั้นค่อยสืบกันทีหลัง ไว้เราไปถึงทารอนก่อน”
ราเมซพยักหน้า “เราต้องเก็บเื่จดหมายนี้ไว้ก่อน รายงานแค่เื่จัดการโจรพวกนี้ก็พอ”
“ข้าก็คิดเช่นกัน” อาเธอร์กล่าว มองราเมซด้วยสายตายอมรับ
ราเมซสั่งลูกน้องบางส่วนควบอัคคาวิสไปขอกำลังเสริมจากป้อมปราการใกล้เคียง ผ่านไปครึ่งวัน เมื่อกองกำลังมาถึง พวกเขาตกตะลึงกับสภาพในหุบเขา ศพโจรเกลื่อน โลหิตนองทราย ร่องรอยการต่อสู้กระจัดกระจาย หัวหน้ากองเสริม ชายร่างสูงในชุดเกราะหนัง เดินเข้ามาหาราเมซ “เป็เ้าเองรึ ราเมซ?”
“เป็เ้าเอง โอเวน” ราเมซหันมาทักทาย “ไม่เจอกันนานเลย นับั้แ่งานเลี้ยงเมื่อปีก่อน ไม่นึกว่าเ้ามาประจำแถวนี้”
“เพราะพวกโจรแถวนี้ ข้าถึงถูกส่งมาประจำป้อม” โอเวนตอบ มองราเมซด้วยสายตาครึ่งยอมรับครึ่งสงสัย “นี้เ้าสังหารโจรทั้งหมดด้วยคนแค่สิบสามคนนี้นะรึ?” เขากวาดตามองศพ ก่อนหันกลับมามองราเมซ
“เปล่า… จริงๆ แค่สามคนต่างหาก” ราเมซตอบ สีหน้าเรียบ
“อย่ามาตลกน่า ราเมซ!” โอเวนขมวดคิ้ว หัวเราะในลำคอ
“ถ้าเ้าไม่เชื่อ ถามลูกน้องข้าได้เลย” ราเมซโบกมือไปที
โอเวนหันไปหาลูกน้องของเขา ทหารคนหนึ่งรีบกระซิบ “ดูเหมือนท่านราเมซพูดจริงครับ พวกลูกน้องที่เหลือรออยู่นอกหุบเขาเพื่อดักโจรหนี ร่องรอยต่อสู้ในนี้มีแค่สามคน ไม่เห็นวี่แววคนอื่นของท่านราเมซเลย”
“จริงรึ!” โอเวนตะลึง หันมองอาเธอร์และเดวิดที่ยืนคุยกันอยู่ไกลๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
ราเมซเห็นโอกาส “เ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ แต่ความจริงคือพวกข้าปราบโจรพวกนี้ได้ และดูเหมือนพวกมันเป็คาร์ทุซปลอมตัวมา หลักฐานเยอะแยะ ตรวจดูได้เลย” เขาชี้ไปที่ศพและของในถ้ำ
โอเวนทำหน้าเซ็ง แววตาแฝงความอิจฉา “เ้าก็อย่าลืมเขียนรายงานเื่นี้ด้วย พวกข้าจะกลับไปทารอนรายงานเหมือนกัน” ราเมซพูดเหน็บแนม
“อืม…” โอเวนตอบไม่เต็มใจ กลบเกลื่อนความรู้สึก เขาหันไปสั่งลูกน้อง “เก็บหลักฐานทั้งหมด!”
บ่ายวันนั้น ที่ข้างนอกหุบเขา คาราวานของราเมซเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากหุบเขา จุดหมายต่อไปคือทารอน อาเธอร์นั่งหลังเดวิดที่ควบอัคคาวิส มองไปข้างหน้า “พวกเราจะได้ไปทารอนจริงๆ แล้วสินะ” เขาถามราเมซที่ควบอัคคาวิสเคียงข้าง
“แน่นอน จัดการโจรได้ครั้งนี้ เป็ผลงานใหญ่เลยล่ะ” ราเมซหันมาตอบ เขาควบเข้ามาใกล้ กระซิบเบาๆ “ส่วนเื่จดหมายพวกนั้น เหยียบไว้ก่อน ไว้ข้าจะสืบเองว่าหนอนนั่นเป็ใคร”
อาเธอร์พยักหน้า
“ว่าแต่พอถึงทารอน พวกเ้ามีแผนอะไรต่อ?” ราเมซถามเปลี่ยนเื่
“ยังไม่รู้เลย” อาเธอร์ส่ายหัว
ราเมซยิ้ม “งั้นพวกเ้ามาที่บ้านข้าก่อน ข้าจะต้อนรับพวกเ้าเป็อย่างดีแน่” เขาตบอกตัวเองเบาๆ
“จะไม่รบกวนเ้ารึ?” อาเธอร์พูดเกรงใจ
“รบกวนอะไรกัน พวกเ้าเป็สหายข้าคนนี้” ราเมซกล่าว มองอาเธอร์ด้วยสายตาจริงใจ “ข้าไม่ให้สหายต้องลำบากแน่นอน”
“ขอบใจเ้ามาก ราเมซ งั้นก็ตามนั้น พวกข้าจะพักที่บ้านเ้าก่อน” อาเธอร์ยิ้ม
“ดีๆ ดีมาก!” ราเมซตื่นเต้น “อ่อ พวกของจากหมู่บ้านคาริกที่เ้าเอามา จะเอาไปขายรึ? ข้าจะรับซื้อมันเอง รวมเข้ากับผลงานทั้งหมด ข้าจะตอบแทนพวกเ้าอย่างดีเลยล่ะ” ราเมซพูดด้วยความมั่นใจ ด้วยน้ำเสียงของพ่อค้า เขายิ้มกว้าง มองไปที่สัมภาระด้านหลัง
“ไม่ต้องมากมายก็ได้ พวกข้ายังไม่รู้จะเอาเงินทองไปทำอะไร” อาเธอร์พูดเกรงใจอีกครั้ง
“หึ พอถึงทารอน เ้าจะเข้าใจเอง ว่ายิ่งมั่งคั่งมากเท่าไหร่ยิ่งดี” ราเมซพูดแนะนำ
“เราจะใช้เวลาอีกสามวันถึงทารอนพอดี” ราเมซมองขึ้นไปที่ท้องฟ้า
“อ่อ จริงด้วย” อาเธอร์พึ่งนึกอะไรบ้างอย่างได้ “ระหว่างนั้นข้ารบกวนให้ใครสักคน สอนภาษาให้เดวิดอ่านออกเขียนได้หน่อยได้ไหม?” เขาหันมองเดวิดที่ควบอัคคาวิส
“หึๆ เื่เล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ข้าสอนเขาเองก็ได้” ราเมซพูดด้วยความมั่นใจ “ถึงจะมีเวลาสอนไม่มาก แต่ข้าคิดว่าถ้าข้าคนนี้สอนเดวิดด้วยตัวเอง รับรองว่าอย่างน้อยๆ เขาต้องพออ่านข้อมูลง่ายๆ หรือเขียนประโยคคำพูดพื้นฐานได้แน่” เขายืดอกเล็กน้อย
อาเธอร์คิ้วกระตุก “เ้าแน่ใจนะ ราเมซ … เดวิดน่ะ เรียนรู้เร็วมาก และเขาจะถามเ้าไม่หยุดเลย อาจจะถามมากไปด้วยซ้ำ แถมเขาไม่เหนื่อยที่จะเรียนรู้เลยด้วย” เขามองราเมซด้วยสายตาเตือน
“โอ้ เด็กนักเรียนที่ตั้งใจเรียน อาจารย์คนไหนจะไม่ชอบบ้างละ” ราเมซพูดด้วยรอยยิ้ม “นอกจากเื่ภาษาแล้ว ถ้าเขาอยากเรียนรู้เื่อะไร ข้าจะสอนให้หมดเลย” เขายิ้มกว้าง มือตบที่อก
อาเธอร์ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ “ตามใจเ้า อย่าหาว่าข้าไม่เตือนละ”
สองวันผ่านไป ณ โอเอซิสจุดพักของนักเดินทางแห่งหนึ่ง ยามค่ำ ลมเย็นพัดใบปาล์มสั่นไหว อาเธอร์นั่งอยู่รอบกองไฟกับพวกลูกน้องของราเมซ พูดคุยกันด้วยความสนุกสนาน แสงไฟส่องใบหน้าที่ยิ้มแย้มของทุกคน
“และในตอนนั้นเอง เขาก็ยกมือขึ้นมา แล้วพูดขึ้นว่า ‘ข้า…คือพ่อของเ้า!’ ” อาเธอร์พูดพร้อมกับทำท่าทางไปด้วย เขายกแขนสูง
“หาาา” “จริงหรอเนี่ย!” “เป็ไปได้ยังไงกัน?” “ข้านึกไม่ถึงเลย!” เหล่าลูกน้องของราเมซที่ได้ฟัง ต่างตกตะลึงถึงจุดพลิกผันในเื่ที่อาเธอร์เล่า มันเป็หนังเื่หนึ่งที่เขาเคยดูแก้เบื่อสมัยอยู่สหพันธรัฐ เขาเริ่มเล่าเื่นี้มาสองวันแล้ว และเหล่าลูกน้องราเมซติดเื่นี้เป็อย่างมาก ดวงตาเป็ประกายรอฟังต่อ
“แล้วเป็ยังไงต่อ?” ลูกน้องคนหนึ่งถามด้วยความอยากรู้
“ชายคนนั้นร้องะโว่า’ ม่ายยยยยย’ และหลังจากนั้น—” อาเธอร์กำลังจะเล่าต่อ
“ข้าไม่ไหวแล้วโว๊ย!!!!!” เสียงดังมาจากเต็นท์ของราเมซ ที่มีเดวิดอยู่ด้วยเพื่อเรียนภาษา ราเมซวิ่งออกมาจากเต็นท์ จับไหล่อาเธอร์เขย่าด้วยสองมือ “ข้าทนไม่ไหวแล้ว ตลอดสองวันมานี้เดวิดถามข้าไม่หยุดพักเลย ถามแม้แต่เื่ที่ข้าเองยังตอบไม่ได้ด้วยซ้ำ เ้านั้น เ้านั้นมันตัวอะไรกันแน่!” ขอบตาดำคล้ำ น้ำตาคลอจากความเหนื่อยล้า เขาดูเหมือนคนไม่ได้นอนมาสองวัน
“เป็อะไรรึเปล่า ราเมซ ผมยังมีคำถามที่อยากจะถามอีกอยู่เลย” เดวิดเดินออกมาอยู่ข้างหลังราเมซตอนไหนก็ไม่รู้ เขามองราเมซด้วยสายตานิ่งๆ
ราเมซหันมองเดวิด ขนลุกราวกับเห็นผี “พอๆ หยุดทีเถอะ ข้าไม่ไหวแล้ว ถ้าเ้ายังถามข้าอีก หัวข้าคงะเิแน่” เขายกมือกุมหัว
อาเธอร์เห็นราเมซแล้วก็เห็นใจ แต่ก็แอบสะใจอยู่นิดๆ เขาหันไปหาเดวิด “พอแค่นี้ก่อนเถอะเดวิด ให้เขาได้พักเถอะ ไว้ค่อยถามจากคนอื่นทีหลัง”
เดวิดเหมือนกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พยักหน้า แล้วเดินกลับเข้าไปในเต็นท์เงียบๆ
เมื่อเดวิดจากไป อาเธอร์หันมาบอกราเมซ “เห้ออ ข้าเตือนเ้าแล้วแท้ๆ” เขายิ้มมุมปาก
วันต่อมา ่บ่าย แสงแดดเริ่มแผดเผาทะเลทราย ราเมซดูดีขึ้นมาหน่อยหลังจากเลิกสอนเดวิด แต่ตอนนี้เขากลัวนักเรียนคนนี้ยิ่งกว่าตอนเห็นเดวิดต่อสู้เสียอีก สภาพร่างกายดีขึ้น แต่ตายังดำลึกอยู่ เขาส่ายหน้า “เราใกล้ถึงแล้ว ที่เห็นไกลๆ นั้นแหละ ทารอน”
ทั้งอาเธอร์และเดวิด ต่างมองตรงไปข้างหน้า เห็นเมืองใหญ่ที่มีสีเขียวจากต้นไม้บ้างเล็กน้อยท่ามกลางทะเลทราย อาเธอร์ยิ้ม “ถึงสักที”