"หลงเอ๋อร์ไม่ต้องกลัวๆ พวกเขาไปกันหมดแล้ว" หลี่หยุนรีบประคองร่างเล็กที่ลงไปนอนขดตัวเอามือสองข้างปิดตาตัวสั่นเทาเอาไว้ด้วยความสงสาร
"ท่านปู่ ที่นี่ไม่น่าอยู่เลยสักนิด ที่นี่มีแต่คนใจร้าย" เด็กน้อยโผเข้ากอดร่างหลี่หยุนร้องไห้น้ำตานองเป็สาย
"อย่าร้อง เป็ลูกผู้ชายอะไรนิดอะไรหน่อยก็ร้องไห้อย่างนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน ปู่ยังไม่ร้องเลยเห็นหรือไม่"
"ท่านปู่ เมื่อใดข้าจะโต ข้าอยากโตเป็ท่านปู่" เด็กชายรีบเช็ดน้ำตาบนใบหน้าออก เงยหน้ามองชายชราที่ปกป้องตนเองราวกับเป็กำแพงที่แข็งแกร่ง เขาสัญญากับตัวเองในใจว่าต่อจากนี้จะเข้มแข็งและดูแลท่านปู่ของเขาไม่ให้ผู้ใดมารังแกได้อีก
"อย่า!! เ้าอย่าได้คิดเชียว โตมาเ้าต้องเป็ชายหนุ่มรูปงามสิถึงจะถูก เ้าจะโตเป็ชายแก่อย่างข้าไปเพื่ออันใดกันเล่า!!" หลี่หยุนนึกเจ็บใจนักที่ที่ตนไม่ได้สง่างามองอาจผ่าเผยเป็ฮีโร่ในใจให้บรรพบุรุษน้อยผู้นี้
"ตกลงเ้าโง่หรือหลานชายเ้าโง่กันแน่เล่านี่ เด็กจะไปรู้ความอันใดเขาก็แค่อยากโตเร็วๆ มีผู้ใดเขาโตจากเด็กเป็ชายแก่ไปได้บ้าง เ้าก็ช่างคิดเสียจริง" หลี่จิ้งกลอกตามองบนไปหลายตลบก่นด่าสหายของตน เสียดายที่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นมันโมโนโทนราบเรียบขัดใจยมทูตร่างใหญ่ยิ่งนัก เขาอยากจะเสียดสีประชดประชันหลี่หยุนด้วยน้ำเสียงสูงๆ ต่ำๆ อย่างมนุษย์บ้างแต่ก็ไม่อาจทำได้
"ท่านลุง อย่าหาว่าข้าสอดเื่ผู้อื่นเลย ท่านต้องหาทางออกจากเมืองหย่งโจวนี้ไปให้ได้ ที่นี่มีคนไม่มากชาวบ้านก็ไม่ได้มีเงินทองมากมายนักไม่มีผู้ใดจ้างวานให้ท่านทำงานหรอก ย้ายไปเมืองใหญ่ที่คนพลุกพล่านมากกว่านี้อีกสักหน่อยไม่แน่ว่าอาจจะมีงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ท่านทำได้บ้าง" เถ้าแก่เฉินผู้เป็เ้าของร้านขายเต้าหู้เดินมาหาสองปู่หลานเมื่อเห็นว่ากลุ่มอันธพาลจากไปแล้ว
สองสามีภรรยาแซ่เฉินมองเห็นการกระทำของหลี่หยุนทุกวัน เขาไม่ได้งอมืองอเท้านั่งขออาหารไปวันๆ ชายชราผู้นี้เดินหางานทำทั้งวันและดูแลปกป้องหลานชายราวกับไข่ในหิน แต่ตนเองก็ขายเต้าหู้มีกินไปวันๆ ไม่สามารถว่าจ้างแรงงานมาเพิ่มได้อีก จึงได้แต่เวทนาสองปู่หลานจากใจจริงเท่านั้น
"ข้ารู้ แต่ข้าจะเดินทางออกจากที่นี่ไปได้อย่างไรเล่าเถ้าแก่เฉิน พวกเราไม่มีเงินทองติดกาย หลานชายก็ยังเล็กนัก" หลี่หยุนรำพันกับบุรุษสูงอายุที่ดูแลช่วยเหลือเขาสองปู่หลานมาหลายวัน สองสามีภรรยาคู่นี้มักจะเอาซาลาเปาหรือไม่ก็เต้าหู้ที่เสียรูปทรงขายไม่ออกมาแบ่งปันให้หลี่หยุนกับหลี่หลงหยางไม่เคยขาด
"พ่อค้าวัวที่ท่านไปขอน้ำดื่มจากเขานั่นล่ะจะช่วยท่านได้ ่ปลายเดือนอย่างนี้จะมีทหารที่ได้วันหยุดพักและจ้างเกวียนวัวหรือเช่าม้าเพื่อเดินทางกลับบ้านที่ต่างเมือง หากให้เขาออกหน้าฝากฝังท่านกับหลานชายได้ติดเกวียนออกไปก็อาจจะเป็ไปได้นะ ท่านลองดู" เถ้าแก่เฉินยังคงให้คำแนะนำต่ออย่างมีเมตตา
"จริงหรือ ขอบคุณเถ้าแก่ เดี๋ยวข้าจะรีบกลับไปถามเื่นี้ทันที ข้าไปก่อนล่ะ" หลี่หยุนผงกหัวขอบคุณเถ้าแก่เฉินซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่อีกหลายที ก่อนที่จะพาหลี่หลงหยางเดินกลับไปหาพ่อค้าวัวหนุ่มที่ยังมีเมตตาให้ตนได้หลับนอนอยู่ข้างคอกสัตว์
ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อค้าวัวหนุ่ม ในที่สุดหลี่หยุนก็ได้อาศัยเกวียนของทหารสองคนที่กำลังจะเดินทางไปยังเมืองตงไห่ ก่อนจะออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น สองปู่หลานยังรีบมากล่าวลาและขอบคุณสองสามีภรรยาร้านเต้าหู้อีกครั้ง โดยที่คนทั้งสองยังมอบซาลาเปาไส้ผักอีก 5 ลูกให้สองปู่หลานเก็บไว้กินระหว่างเดินทางอีกด้วย
..........
พ้นประตูเมืองหยงโจวออกมาได้หลี่หยุนก็แทบจะตีปีกบินด้วยความดีใจ ทั้งยังเผลอหัวเราะดังลั่นออกมาอย่างไม่อายหลานชายและทหารเพื่อนร่วมทางอีกสองคนเลยสักนิด
จะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไร จากเดิมที่คิดว่าตนจะต้องอับจนหนทางและคิดว่าเื่ราวมันอาจจะดำเนินไปเหมือนเช่นอดีต เวลานี้ตนเองสามารถพาบรรพบุรุษน้อยหลบหนีวาสนาพานพบที่หลี่หลงหยางจะต้องได้เจอกับภรรยาคนที่สองของเขามาได้อีกคนหนึ่งแล้ว อีกทั้งไม่แน่ว่าที่เมืองตงไห่เขาอาจหาทางเอาทองในปากออกมาขายเพื่อเริ่มต้นชีวิตจริงๆ ได้เสียที
ในอดีตหลังจากที่ภรรยาคนแรกตั้งครรภ์กับบุรุษอื่น หลี่หลงหยางยังสู้อดทนอาศัยร่วมชายคากับครอบครัวของภรรยาคนแรกรวมทั้งสามีใหม่ของนางจนอายุ 17 ปี จึงได้ตัดใจและเดินทางเข้ามาหางานทำในเมืองหย่งโจว ภรรยาคนที่สองของเขาเป็บุตรสาวของแม่เล่าโรงชำเราบุรุษและสตรีที่มีอยู่สามแห่งในเมืองหย่งโจว ที่นั่นมีทหารที่จากบ้านเกิดเมืองนอนจำนวนมาก เมื่อถึงวันหยุดหากเป็ระยะสั้นไม่สามารถเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดได้ ทหารเ่าั้ก็จะใช้เวลาอยู่ในโรงชำเราบุรุษและสตรีกันเป็ประจำ
ภรรยาคนที่สองรักใคร่และหลงใหลในรูปลักษณ์อันหล่อเหลาและบึกบึนของหลี่หลงหยางเป็อย่างยิ่ง พวกเขาได้ให้กำเนิดทายาทชายหญิงสองคน แต่จากสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายมารดาก็โง่เขลาเด็กทั้งสองจึงไม่ได้รับการสั่งสอนที่ดี บุตรชายมีนิสัยอันธพาลเกเรและถูกคู่อริรุมสังหารอย่างโเี้ ส่วนบุตรสาวก็บ้าผู้ชายสุดท้ายก็กลายเป็หญิงคณิกาอยู่ในโรงชำเราสตรีของผู้เป็ยายของนางเอง ภรรยาคนที่สองกลายเป็คนบ้าเสียสติเมื่อเสียบุตรชายและจมน้ำเสียชีวิตไปใน่ที่หลี่หลงหยางอายุได้ 34 ปี และเขาก็ออกจากเมืองหย่งโจวไปหางานทำที่อื่น
หลี่หยุนรู้สึกว่าตนเองอาจจะไม่ยุติธรรมกับภรรยาคนที่สองของหลานชายเท่าใดนัก แต่ด้วยสภาพแวดล้อมในครอบครัวและตัวชาวเมืองหย่งโจวเอง ชายชราจึงไม่อยากเสี่ยง ไหนๆ สตรีผู้นั้นก็จะต้องจบชีวิตตามชะตาของตนไปอยู่ดี อีกทั้งบุตรชายหญิงของหลานชายก็ยังมีท่านยายที่ชั่วร้ายคอยให้ท้ายและสนับสนุนแต่เื่ชั่วๆ หลี่หยุนจึงไม่มั่นใจว่าตนจะสามารถควบคุมเด็กสองคนเอาไว้ได้หรือไม่ การตัดวาสนาพานพบของคนทั้งคู่จึงเป็เื่ที่เขาอยากทำมาั้แ่ต้นแล้ว
"หลงเอ๋อร์ไม่ต้องเสียใจไป ปู่ย่อมหาภรรยาที่ดีมาชดเชยสตรีสองคนนั้นให้เ้าได้แน่นอน" หลี่หยุนดึงเอาร่างเล็กของหลี่หลงหยางมาลูบหัวลูบหลังปลอมประโลม
"ท่านปู่ ข้าไม่อยากได้ภรรยา ข้ายังเป็เด็กอยู่เลย" เด็กน้อยขนลุกซู่ตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่น เมื่อเห็นว่าท่านปู่คิดจะฆ่าเขาอีกแล้ว ว่าแต่สองคนนั้นคือสองคนไหน เด็กน้อยงุนงงไปหมด
"เพ่ย ปู่รู้สิว่าเ้ายังเป็เด็ก ปู่รอได้เ้าไม่ต้องทำหน้าราวกับเห็นผีเช่นนั้นหรอกน่า" หลี่หยุนกล่าวจบก็ชำเลืองไปยังหลี่จิ้งแวบหนึ่ง ไม่มั่นใจว่าหลานชายจะเห็นหลี่จิ้งจริงหรือไม่
"เ้าสองคนเป็นักโทษที่เพิ่งพ้นโทษออกมาล่ะสิ" ทหารหนุ่มที่ดูอายุมากกว่าอีกคนเริ่มหันมาถามสองปู่หลาน เขามองเห็นว่าเสื้อผ้าของพวกเขามีรอยปะชุนเต็มไปหมด ทั้งยังมีสัมภาระติดตัวไม่มาก ก็พอจะคาดเดาได้ว่าสองปู่หลานคู่นี้ไม่ใช่ชาวเมืองหย่งโจว
"ขอรับนายท่าน เราสองปู่หลานเพิ่งได้รับการปล่อยตัวออกมาจากค่ายกักกันไม่นานนัก"
"แล้วที่จะเมืองตงไห่นี่พวกเ้ามีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่นหรือ?" นายทหารอายุน้อยกว่าถามขึ้นมาบ้างอย่างแปลกใจ ส่วนใหญ่นักโทษใช้แรงงานหนักเหล่านี้จะถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมดไม่มีบ้านช่องให้กลับ หรือต่อให้มีญาติหลงเหลืออยู่ส่วนใหญ่ก็จะตัดขาดกับพวกเขาั้แ่ก่อนตัดสินคดีความ เพื่อป้องกันภัยลุกลามมาถึงตัว ญาติที่ห่างชั้นกันหน่อยนั้นไม่ต้องพูดถึง พวกเขาไม่ยอมรับนักโทษพ้นคดีกลับไปร่วมสกุลให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเป็แน่
"มิได้นายท่าน เราสองปู่หลานไม่หลงเหลือผู้ใดในสกุลอีกแล้ว เมืองตงไห่ข้าก็ไม่เคยไปเลยสักครั้ง ได้แต่หวังว่าที่นั่นอาจจะมีงานเล็กๆ น้อยๆ ให้ชราอย่างข้าทำได้ เพื่อเลี้ยงดูหลานชายให้เติบใหญ่ก็เท่านั้น"