[บ้านโบ๊ท]
กัปตันขับรถพาตัวเองออกจากมหาลัยและสุดท้ายเขาก็มาจอดรถติดเครื่องอยู่ที่ข้างรั้วบ้านของโบ๊ทโดยไม่รู้ตัว
“เผลอแป๊บเดียวถึงบ้านโบ๊ทแล้วเหรอวะ? เร็วจัง”
กัปตันนั่งพึมพำและขำตัวเองเบาๆ อยู่ในรถสักพัก แล้วเขาก็ดับเครื่องยนต์พร้อมกับปลดเข็มขัดนิรภัยและลงจากรถ
“ทำไมบ้านเงียบแบบนี้นะ”
เขาถามตัวเองและเดินไปยืนเกาะอยู่ที่ประตูรั้วบ้านก่อนเขาจะะโเรียกเ้าของบ้านอยู่นานราวสิบนาทีได้ แต่ก็ไม่มีใครออกมาจากบ้านเลย
“หรือว่าโบ๊ทจะไม่สบายมากวะ”
เมื่อกัปตันคิดได้ดังนั้นเขาก็ตัดสินใจปืนรั้วบ้านทันทีเพราะความร้อนใจและเป็ห่วงเ้าของบ้าน
ฟุ๊บ!
กัปตันะโข้ามลงมาอยู่ภายในบริเวณบ้านอย่างแ่เบาก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ย่องเบาเข้าไปใกล้ตัวบ้านเรื่อย ๆ เหมือนแมวกำลังมาขโมยปลาย่างทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็โดนสกัดจับอย่างทันควันทั้ง ๆ ที่ยังไปไม่ถึงประตูบ้านเลย
ซ่า
เสียงน้ำสาดกระเซ็นที่ดังมาจากด้านหลังทำให้กัปตันรู้สึกเย็นไปทั่วล่าอย่างกับว่ากำลังเล่นน้ำอยู่ในเทศกาลสงกรานต์ประมาณนั้นเลย
“อ่าห์ เย็นซู่ซ่า”
กัปตันยกมือขึ้นมาลูบคราบน้ำที่มีกลิ่นแปลกๆ ออกจากใบหน้าของเขาทันที ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงของหญิงชราตวาดตามมาติด ๆ
"ชัดช่า! ไอ้หัวขโมย! แกริอาจย่องเข้าไปขโมยขนมจีบซาลาเปาของยายอีกแล้วใช่ไหม?ห๊ะ!"
เมื่อสิ้นเสียงต่อว่ากัปตันก็ค่อยๆ หันกลับไปมองสบตากับหญิงชราที่ยืนทำหน้าทะมึนใส่เขาอยู่ด้านหลัง
"ผ ...ผมเปล่าเป็ขโมยนะครับ"
กัปตันบอกหญิงชราที่เขาคาดว่าน่าจะเป็คุณยายของโบ๊ทด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักก่อนที่คุณยายท่านนี้จะทำการสอบสวนกัปตันด้วยท่าทางฉุนเฉียวตอ่ไป
"ถ้าเอ็งไม่ได้เป็ขโมย แล้วเอ็งปีนรั้วเข้ามาในบ้านยายเข้ามาทำไมวะ?"
"คึ ...คือ ผมมาหาโบ๊ทครับ แต่พอดีว่าผมเข้าบ้านไม่ได้ ผมก็เลยปืนรั้วเข้ามาน่ะครับผมไม่ใช่ขโมยจริง ๆ นะครับ"
กัปตันอธิบายให้ยายฟังอย่างกล้าๆ กลัว ๆพร้อมกับยกมือไหว้คุณยายอย่างสุภาพนอบน้อมจนทำให้คุณยายผ่อนน้ำเสียงที่เคยฉุนเฉียวลงภายในพริบตา
"ไหนลองขยับเข้ามาใกล้ ๆให้ยายดูหน้าหน่อยสิ?"
คุณยายบอกกัปตันก่อนจะยกมือขึ้นไปขยับแว่นสายตาให้เข้าที่เพื่อรอดูหน้าของกัปตันให้ชัด ๆ
"ค ...ครับ"
กัปตันตอบรับและค่อยๆ เดินเข้าไปหายายตามคำสั่งจนเข้าเข้าไปยืนอยู่ใกล้ยายประมาณ่แขนยายก็ยกมือขึ้นเพื่อหยุดกัปตัน ก่อนที่ยายจะระบายยิ้มหวานโชว์เหงือก และถามกัปตันอย่างเป็มิตร
"หนูเป็เพื่อนเ้าโบ๊ทมันเหรอลูก?"
"ค ...ครับ"
กัปตันตอบพร้อมกับพยักหน้ารัวและยายเองก็พยักหน้ารับเหมือนกันคล้ายกับยายเริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดลงไปได้เยอะแล้ว
"เฮ้อ! โล่งอกไปที ที่แท้ก็เป็เพื่อนเ้าโบ๊ทมันนี่เองยายก็นึกหนูเป็ไอ้เขียวเด็กข้างบ้านซะอีก เฮ้อ!"
ยายพึมพำพร้อมกับยกมือขึ้นมาทาบอกตัวเองด้วยท่าทางโล่งอกโล่งใจก่อนที่กัปตันจะถามยายด้วยความสงสัยกลับไปว่า
"เอ่อ! แล้วไอ้เขียวเป็ใครเหรอครับคุณยาย?"
กัปตันเลิกคิ้วถามและรอฟังยายอย่างตั้งใจและยายก็เดินหลังค่อมไปหย่อนก้นนั่งลงบนลูกนอนบันไดบ้าน และค่อย ๆ เล่าให้กัปตันฟัง
"ไอ้เขียวมันก็เป็เพื่อนของเ้าโบ๊ทมันนั่นแหละแต่ว่าไอ้เขียวน่ะมันแอบรักหลานยายมานมนาน มันก็เลยชอบปืนรั้วแอบเข้ามาหาเ้าโบ๊ทอยู่บ่อยๆ เวลาลับตายาย แต่ถ้าวันไหนมันมาแล้วไม่เจอโบ๊ท มันก็จะแอบมาขโมยซาลาเปาของยายอยู่เรื่อยเลยยายก็เลยชอบเอาน้ำสาดไล่มันเป็ประจำน่ะ"
ยายพูดพร้อมกับส่ายหน้าไปมาด้วยท่าทางเอือมระอาเต็มทนกับพฤติกรรมขี้ขโมยของไอ้เขียวและหลังจากนั้นกัปตันเดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งลงบนลูกนอนบันไดข้างยายทันทีพร้อมกับเริ่มเสี้ยมยายไฟแล๊บ
"โห! แสดงว่าไอ้เขียวที่ว่าเนี่ย มันก็ไม่มีอะไรดีเลยสิครับทั้งชอบเจ๊าะแจ๊ะหลานของคุณยาย ทั้งขี้ขโมยด้วยใช่ไหมครับคุณยาย?"
"อืม...มันนิสัยไม่ดีหรอก ยายไม่ชอบให้มันมาเจ๊าะแจ๊ะเ้าโบ๊ทหลานยายเลยด้วยซ้ำไปเฮ้อ! แต่จะทำยังไงได้เมื่อยายไม่ได้อยู่เฝ้าเ้าโบ๊ทมันตลอด24 ชั่วโมงนี่"
ยายเห็นด้วยไปในทิศทางเดียวกันกับกัปตันและกัปตันก็ถือโอกาสทำคะแนนให้ตัวเองต่อทันทีด้วยการขยับเข้าไปกระซิบบอกยายข้างหูว่า
"คุณยายครับ? ถ้าคุณยายไม่ชอบไอ้เขียวเนี่ย ผมช่วยได้นะครับ"
กัปตันขยับออกมาและยิ้มกรุ้มกริ่มเพื่อรอดูปฏิกิริยาของคุณยายอย่างย่ามใจก่อนที่ยายจะเลิกคิ้วถามกัปตันกลับไป
"จริงเหรอลูก?"
"จริงสิครับ เพราะโดยพื้นฐานของผมเป็คนนิสัยดีมากอยู่แล้วครับ ดังนั้นคนนิสัยดีอย่างผมก็ไม่ชอบคนนิสัยไม่ดีอย่างไอ้เขียวเหมือนกันเพราะฉะนั้นถ้าคุณยายไว้ใจผม ผมจะกำจัดไอ้เขียวมันออกไปจากชีวิตของคุณยายกับโบ๊ทเองครับ"
กัปตันชมตัวเองเปราะโดยไร้ความเคอะเขินพร้อมกับใส่ไฟไอ้เขียวซะจนไอ้เขียวกลายเป็หมาหัวเน่าในสายตายายไปเลยและเมื่อยายได้ฟังวิสัยทัศน์ของกัปตัน ยายก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยื่นมือเข้าไปบิดแก้มของกัปตันอย่างนึกเอ็นดู
"โถ ๆ พ่อคุ้ณ...ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกินนะลูก ถ้าอย่างงั้นหนูรีบเข้าบ้านกันก่อนเถอะลูกตอนนี้เ้าโบ๊ทมันกำลังช่วยยายปั้นขนมอยู่หลังบ้านพอดีเลยหนูเดินเข้าไปหาเ้าโบ๊ทเลยนะ เดี๋ยวยายจะไปเอาซาลาเปาฝีมือยายตามเข้าไปให้หนูลองชิมดู"
ยายเปิดทางพร้อมกับเปิดใจให้กับกัปตันอย่างง่ายดายและกัปตันก็รีบยกมือไหว้เอาใจยายอย่างต่อเนื่องเลย
"ขอบคุณ คุณยายมากนะครับที่เอ็นดูผมขนาดนี้"
"ไหว้พระเถอะพ่อคุ้ณ"
ยายยกมือขึ้นรับไหว้กัปตันกลับพร้อมกับพยักพเยิดหน้าเข้าไปในบ้านเพื่อเปิดทางให้กับกัปตันก่อนที่กัปตันจะพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ ด้วยท่าทางเขินอาย
"ค ...ครับ"
กัปตันผละจากยายและรีบเดินขึ้นบ้านไปทันทีเมื่อเขาได้รับอนุญาตแล้วเขาก็เดินเลยออกไปหลังบ้านเพื่อไปหาโบ๊ท ก่อนจะยืนแอบดูโบ๊ทที่กำลังนั่งยัดไส้ขนมอยู่ด้วยความเพลินตาแต่สักพักโบ๊ทก็หันมาเห็นกัปตันยืนแอบอยู่ข้างประตูเข้าโดยบังเอิญ
“กัปตัน! คุณมาได้ยังไงครับ?”
โบ๊ทถามกัปตันเสียงเครียดก่อนจะรีบวางขนมในมือลง และลุกขึ้นมาหากัปตันทันที
“เดินเข้ามา”
กัปตันตอบโบ๊ทเบาๆ และชี้นิ้วออกไปทางประตูเพื่อบอกให้โบ๊ทรู้ว่าเขาเดินเข้ามาทางประตูแต่ตอนนี้โบ๊ทไม่สนใจแล้วว่ากัปตันเข้ามาได้ยังไงแต่โบ๊ทสนใจว่าทำไมกัปตันเปียกไปทั้งตัวแบบนี้มากกว่า
“แล้วทำไมคุณถึงได้เปียกโชกไปทั้งตัวแบบนี้ล่ะครับ? อย่าบอกนะว่าคุณโดนยายของผมสาดน้ำมาน่ะ?”
โบ๊ทถามพร้อมกับขมวดคิ้วผูกกันเป็ปมและจ้องมองสภาพที่เปียกปอนของกัปตันสีหน้าเครียด
"ผมได้ยินเพื่อนของของคุณคุยกันว่าคุณไม่สบาย ผมก็เลยกะว่าจะมาถามดูว่าไม่สบายเป็อะไรมากรึเปล่าแต่ว่า...ผมกลับโดนคุณยายสาดน้ำดักทางซะก่อนน่ะสิ ผมก็เลย...เปียกไปทั้งตัวอย่างที่เห็นนี่แหละ"
กัปตันยอมเล่าเื่ทั้งหมดให้โบ๊ทฟังอย่างตรงไปตรงมาก่อนที่เขาจะก้มหน้ามองสภาพที่เปียกปอนของตัวเองบ้างพร้อมกับคอยฟังว่าโบ๊ทจะถามอะไรเขาอีกไหม
“เฮ้อ! โดนจนได้นะคุณ”
โบ๊ทพึมพำเบาๆ ก่อนที่เขาจะยื่นมือเข้าไปคว้าข้อมือของกัปตันอย่างถือวิสาสะ
“ถ้างั้นตามผมมาสิทางนี้สิ ผมจะพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ คุณจะได้รู้สึกสบายขึ้น”
โบ๊ทบอกกัปตันพร้อมกับฉุดข้อมือของกัปตันให้เดินตามตัวเองไปทางห้องน้ำเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของคุณยายของเขา...
................................
ซันด๊อก