handsome is sin คนอื่นมีดีที่วิชา แต่ข้ามีหน้าตาเป็นอาวุธ

    ตอนที่ 4 ความแตกต่าง

               และหลังจากที่คิดได้อย่างนั้นฟงหมิงก็ปล่อยตัว จิบชาที่มีรสชาติขมอยู่เงียบๆ ระหว่างที่หัวของเขาโล่งอย่างบอกไม่ถูก เมื่อจู่ๆความคิดของเขาที่ถูกขัดเกลาตอนอยู่ในป่า ค่อยๆออกดอกออกผล โดยที่เขาไม่รู้ตัวว่าความคิดเดิมของตนเองได้เติบโตขึ้นและมันจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของตัวเองไปอย่างไม่อาจคาดเดา       หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ตรงเปลด้านข้าง ที่ถูกยึดด้วยเถาวัลย์และ และถูกปูด้วยฟูกที่นอน ฟงหมิงที่นอนไกว่ตัวเองอยู่ระหว่างต้นไม้ใหญ่ ก็ไขว้ขาจ้องมองไปยังท้องฟ้าอยู่อย่างผ่อนคลาย       และตอนนั้นก็มีเงาหนึ่งจู่ๆปรากฏตัวขึ้นมาจากทางด้านข้าง จากอากาศเปล่า       “ อาจารย์ ท่านมาแล้วหรือ? ” ฟงหมิงถามออกไปแบบไม่หันไปมอง ระหว่างรีบลุกขึ้นไปเพื่อจะต้อนรับผู้มาใหม่       “ เจ้าสัมผัสข้าได้หรือ? ” และตอนนั้นผู้มาใหม่ถามออกมาอย่างแปลกใจ ไม่สนใจคำถามของชายหนุ่ม       ซึ่งฟงหมิงที่ลุกขึ้นหันไปมองผู้มาใหม่ ก็ต้องตกใจเช่นเดียวกัน เมื่อคนมาใหม่ไม่ใช่อาจารย์ของเขา แต่เป็นหญิงวัยวัยกลางคน ที่ดูหน้าตาดี และดูใจดีคนหนึ่งยืนด้านข้างแทน       แต่จะบอกว่านางเป็นหญิงวัยกลางคนก็ดูจะใจร้ายไป เมื่อนางดูเป็นคนอายุวัย 30 ปลายๆ ที่เทียบกับศัพท์ที่จะบรรยายรูปร่างหน้าตานางได้ คือสาวออฟฟิตสุดแซ่บนั่นเอง รูปทรงของนางที่ตูมด้วยหน้าอก และใบหน้าที่สวยและออกไปเชิงยั่วยวน หากไม่ใช่ใบหน้าที่ดูจริงจังของนาง ก็คิดว่านางมีธุระอื่นจะพูดด้วย       “ .....ท่านคือ? ” มองออกไปอย่างสงสัย ตอนนั้นฟงหมิงแอบคาดหวังว่านางจะเป็นศิษย์พี่ของตนและได้ใช้ชีวิตกับหญิงสาวสุดเซ็กซี่คนนี้อย่างที่หวัง       ตอนนั้นหญิงผู้มาใหม่ ก็ถึงกับกระแอมด้วยแก้ไขบรรยากาศที่ถูกแปลกๆนี้       “ อะแฮ่ม ข้าเป็นสหายของอาจารย์ของเจ้า นามข้าหยูหยาง เจ้าเรียกข้าผู้อาวุโสหยูก็ได้......เจ้าเฒ่านั่น มันหยิบศิษย์ครั้งแรกก็ได้ของดีมาเลยหรือ.... ” ตอนนั้นหยูหยาง หญิงสาววัยกลางคนที่ตอนแรกคุยกับ ฟงหมิง ทว่าคำพูดประโยคหลังเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า       “ เอาล่ะ วันนี้อาจารย์เจ้ามีธุระ เขาฝากมาบอกข้า ว่าหนึ่งสัปดาห์นี้เจ้าได้พักพอแล้ว และจะเริ่มการฝึก แต่ข้าก็ไม่มีเวลาว่างมากนักหรอกนะ ดังนั้นเจ้าจะมาฝึกรวมกับลูกศิษย์ของข้าแทน มีปัญหาอะไรไหม? ” หยูหยางถามออกไประหว่างที่ไม่รอให้เด็กหนุ่มตรงหน้าได้กล่าวอะไร       และตอนนั้นนางก็หันหลังโบกมือ ทำให้ร่างกายของอีกฝ่ายลอยขึ้น ก่อนที่นางจะพาเขาพุ่งออกไปจากหุบเขา มุ่งไปยังภูเขาของนางทันที       ตอนนั้นฟงหมิงที่ยังไม่ทันได้กล่าวอะไร ก็ถูกดึงตัวไป ก่อนที่เขาจะไปหยุดตรงภูเขาที่อยู่ไม่ไกลจากที่เดิมของเขา             โดยพอมาถึงผู้อาวุโสหยูหยางก็พาเขาไปพบกับลูกศิษย์ของนาง 2 คน ที่เป็นหญิงสาว ก่อนที่นางจะฝากเรื่องพื้นฐานให้ลูกศิษย์นาง แล้วนางก็หายตัวไปทันที แบบไม่กล่าวอะไรกับฟงหมิงต่อ       เพราะสำหรับนาง เด็กน้อยที่เพิ่งเข้ามาในสำนัก ยังไม่มีค่าพอให้นางต้องใส่ใจขนาดนั้น       และปล่อยให้ลูกศิษย์ของนางสองคน จ้องมองตัวของชายหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยดวงตาใสเป็นประกาย       “ เจอกันอีกแล้วนะ ฟงหมิง ” ซูเหนียงกล่าวอย่างยิ้มๆ ตอนนี้ตัวนางดูเป็นธรรมชาติ กว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกมาก แม้ใบหน้าของนางจะแซมแก้มแดงๆของตัวเองไว้ก็ตาม       “ เจ้าชื่อฟงหมิงสินะ ข้าชื่ออี้หลาน เจ้าเรียกข้าว่าหลานเอ๋อก็ได้ ไปกันเถอะข้าจะพาเจ้าไปเอาหยกประจำตัว และคำภีร์ฝึกเบื้องต้นเอง ” อี้หลาน หญิงสาวอีกคนที่ใส่ชุดสีฟ้าสดใสในตอนนี้ ใบหน้าของนางที่ดูเรียวและเพรียวงดงาม รวมกับผิวที่ขาวเนียน ตัวนางก็เป็นคนที่งดงามคนหนึ่งกล่าวแนะนำออกมา ซึ่งจะพูดจริงๆตัวนางคนนี้หากจะแยกกับซีเหนียงก็คงเป็นหน้าอกที่นางมีขนาดเล็กกว่ามาก ทว่ามันก็คงแทนที่ด้วยขายาวของนางที่สูงกว่าซีเหนียงครึ่งหัว ทำให้เวลานางเดินก้นที่ส่ายไปมาก็ทำให้คนรู้สึกคิดไปไกล       โดยตอนนั้นซีเหนียงเห็นศิษย์ร่วมอาจารย์จะพาฟงหมิงไป นางก็คิดเดินตาม แต่ก็ถูกอีกฝ่ายขัด       “ ซูเหนียง ไม่ใช่เจ้าต้องไปฝึกที่สระบัวหลังภูเขาไม่ใช่หรือ? เย็นนี้อาจารย์จะมาตรวจสอบความคืบหน้าของเจ้า ข้าว่าเจ้าไม่ว่างหรอก และจงอยู่ที่นี่เสีย ไปกันเถอะฟงหมิง ” และตอนนั้นก่อนที่ซูเหนียงจะกล่าวอะไร นางก็ถูกศิษย์ร่วมอาจารย์แย่งชายหนุ่มตรงหน้าไป ก่อนที่นางจะยังยืนอึ้ออยู่ตรงนั้นไปซักพัก       และระหว่างนั้นนางก็ไม่คิดว่าหนึ่งในหญิงสาวที่เย็นชาของศิษย์สายนอกของนิกาย จะแอบแฝงไปด้วยความกล้า แย่งผู้ชายไปจากนางแบบตรงๆอย่างนี้                       

    (จบ)