ตัดภาพกลับมาที่สนามในตอนที่กรรมการเดินออกจากสนามไปแล้ว
กรรมการสั่งให้เ้าหน้าที่หลายคนซึ่งอยู่ข้างสนามเริ่มใส่พลังเวทเพื่อสร้างกำแพงเวท
ตัวอักษรเวทรอบสนามส่องแสงแต่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กรรมการข้างสนามยกมือขึ้นแล้วะโ‘เริ่มการต่อสู้ได้!’
มาคัสไม่รอช้ายกมือขึ้นเหนือหัวเพื่อรวบรวมพลังเวทเอ่ยปากร่ายเวท พร้อมกับมีวงเวทขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่เหนือมือ
เพื่อจัดการอีกฝ่ายเขาคิดจะทำให้เวทนี้มีพลังมากที่สุดเท่าที่จะทำได้อีกฝ่ายจะเป็ตายร้ายดีเขาไม่สนใจ
ต่อให้การเดิมพันนั้นตกลงไว้ว่าหากเขาชนะอีกฝ่ายจะต้องมาเป็ทาสของเขา แต่พอโดนกวนประสาทเข้า เขาก็ไม่สนอีกต่อไปแล้ว
เมฆที่ยืนอีกฝั่งนั้นยังไม่ขยับ
ระยะห่างของเขากับมาคัสนั้นอยู่ห่างกันประมาณ5 ่ตัว
เขายืนมองดูอีกฝ่ายรวบรวมเวทอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตั้งท่าแล้วตัดสินใจออกวิ่งไปหาอีกฝ่าย
ชั่วพริบตาเมฆร่นระยะห่างเข้าใกล้
มาคัสตาเบิกโพลงด้วยความใเวทในมือยังไม่พร้อมปล่อยออกไป
“เฮ้ย! -อั่ก!!”
ยังไม่ทันที่มาคัสจะพูดจบเมฆที่วิ่งมาถึงตัวได้ต่อยหมัดตรงเข้าที่ลำตัวของมาคัสทันที
หมัดนั้นแรงถึงขนาดที่มาคัสตัวลอยกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
เวทที่อยู่ในมือสลายไปหายไป
มาคัสพยายามทรงตัวแล้วแต่ทำไม่ได้เขาล้มลงตัวงอ มือกุมที่หน้าท้องพร้อมกับไออย่างหนัก
น้ำลายไหลกระเด็นลงพื้นจากอาการไอไม่หยุดเหงื่อซึมออกมาเต็มหน้า
เขาพยายามพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เ็ป
“แค่ก แค่ก...นี่มัน...แค่ก แค่ก...อะไร...กัน...”
เมฆเคลื่อนที่เข้าหาเร็วจนเขาตอบสนองไม่ทัน
เสียงใดังขึ้นจากคนดูรอบสนามเนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นไวมาก
ครู่ที่แล้วทุกคนต่างเฝ้ามองเวทของมาคัสอย่างไม่ละตาแต่เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นที่ทุกอย่างเกิดขึ้น ตอนนี้มาคัสกลับล้มลงไปกองบนพื้นเสียแล้ว
เมฆมองมาคัสที่กำลังเ็ปด้วยสีหน้าเ็า
เขาไม่สนใจในสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเดินอ้อมมาข้างหลังแล้วใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมจับชุดของมาคัสลากตัวไปบนพื้น
มาคัสยังคงไอไม่หยุดสีหน้าเผยอาการเ็ปให้ทุกคนเห็น
เขาพยายามเอื้อมมือไปแกะมือของเมฆออก“ปะ ปล่อย...นะเว้ย”
แต่แรงในตอนนี้ไม่มากพอที่จะทำอะไรได้เนื่องจากความเ็ปที่ลำตัวทำเอาเรี่ยวแรงหายไปหมด
แค่จะทำตัวตรงยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เมฆลากตัวของมาคัสมาที่ฝั่งขอบสนามด้านที่อีกฝ่ายเดินเข้ามา
เขาลองใช้มือหนึ่งไปเคาะตรงอากาศที่เชื่อว่าเป็กำแพงเวทรู้สึกได้ถึงแผ่นอากาศบางๆ ที่มีความคงทนนิดหน่อย
ในตอนที่กำลังเตรียมพร้อมก่อนขึ้นสนามไอซ์บอกกับเขาไว้แล้วว่ากำแพงเวทนี้มีความสามารถอะไร
กำแพงนี้ทนทานต่อเวทมนตร์แต่ไม่ทนทานต่อแรงปะทะทางกายภาพ
เหมือนไอซ์จะรู้อยู่แล้วว่าเขาจะทำยังไงเพื่อจะเอาชนะอีกฝ่าย
“เอ...แล้วต้องทำยังไงล่ะเนี่ย?”เมฆพึมพำบอกตัวเอง
เขาตัดสินใจลองออกแรงต่อยกำแพงโปร่งแสงนั้นเบาๆรู้สึกได้ถึงแรงปะทะ แต่มือของเขาก็ทะลุออกมาได้อย่างง่ายดาย
“บางกว่าที่คิดแฮะ งั้นเอาล่ะ...ฮึบ”
เมฆหันไปใช้สองมือจับชุดของมาคัสแล้วออกแรงเหวี่ยงตัวมาคัสไปที่กำแพงโปร่งใส
ตัวของมาคัสทะลุออกมาจากสนามต่อสู้ตัวกลิ้งไปบนพื้นอีก 2-3 ตลบ
เมฆปัดมือสองข้างเข้าด้วยกันเป็อันว่าทุกอย่างเสร็จสิ้น
เขาหันกลับไปมองกรรมการยักไหล่แบมือทั้งสองข้างออกในเชิงว่า ‘ไงต่อ’ ?
กรรมการที่ยังอึ้งรับรู้ได้ว่าเขาต้องตัดสินผลการต่อสู้
“เนื่องจากว่ามาคัส ซิกฟรีค ถูกทำให้ออกจากสนาม เป็ผลให้ผู้ชนะคือ...เมฆา หาญพิทักษ์”กรรมการประกาศผลผ่านเวทขยายเสียง
ชื่อเมฆาที่ว่านั่นคือชื่อจริงของเมฆ
เสียงโดยรอบเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆจากการประกาศผลเมื่อครู่
เมฆหันไปมองมาคัสที่ยังคงนอนตัวงอแววตายังมองมาที่เขาอย่างเคียดแค้น
“แก...ไม่ได้...ใช้เวท...แบบนี้มัน...”มาคัสพยายามฝืนพูด
เมฆถอนหายใจ
“มันไม่เคยมีกฎบอกสักหน่อยว่าต้องเอาชนะอีกฝ่ายด้วยเวทมนตร์น่ะ”
การแข่งขันนี้ถูกจัดขึ้นมาเพื่อการพิสูจน์พลังเวทด้วยการต่อสู้ก็จริงแต่ไม่ได้มีกฎกำหนดไว้ว่าต้องเอาชนะอีกฝ่ายด้วยเวทมนตร์
กฎคือห้ามใช้อาวุธและอุปกรณ์ใดๆฉะนั้นแล้วหมัดเปล่าไม่ถือว่าผิดกฎ แค่ไม่ใช่เวทมนตร์
“แกมัน...ทีเผลอ...ไอ้...ขี้ขลาด”เหมือนมาคัส้าจะพูดว่าเมฆเล่นงานเขาในตอนเผลอ แล้วด่าว่าขี้ขลาด
เมฆได้ยินมาคัสพูดแบบนั้นก็ตีความออกแต่ไม่ได้คิดจะสนใจ เพราะเ้านี่เองที่ประมาทปล่อยให้เขาเข้าถึงตัวได้ง่ายๆ
ั้แ่ที่เขาเกิดใหม่มาก็เห็นเวทมนตร์ผ่านตามาแล้วหลายหนคนส่วนใหญ่จะใช้เวทโดยการร่ายเวทออกมาเป็คำพูด และวงเวทจะปรากฏขึ้นจากคำร่ายยิ่งเวทที่ใช้มีพลังมากแค่ไหน ยิ่งต้องร่ายนานมากขึ้นเท่านั้นน่าจะเป็เพราะว่าต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมพลังก็เป็ได้
แต่นั่นล่ะคือจุดอ่อนทั่วไปของนักเวทถ้าเข้าถึงตัวได้ก็จบเห่ แน่นอนว่าในการแข่งขันนี้ แทบจะพูดได้ว่าทุกคนคือนักเวทสมรรถภาพร่างกายอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด
ก็ไม่ได้อยากมั่นใจจนเกินเหตุ แต่หากคุยกันแค่เื่ศิลปะต่อสู้มือเปล่าที่ตัวเองมีคงนับได้ว่าเก่งกว่าคนทั่วไป ผลจากการฝึกฝนล่ะมั้ง
สำหรับเขาแล้วการจัดการผู้เข้าแข่งขันคนอื่นก็ไม่ได้ยากนักหากเข้าถึงตัวได้
เพราะแบบนั้นไอซ์จึงให้ท้ายเขาด้วยการสนับสนุนให้ลงแข่งพยายามกรอกหูเขาตลอดว่าจะต้องชนะคนอื่นได้แน่ แม้ไม่ต้องใช้เวทมนตร์
แต่ตอนแรกเขาไม่อยากลงแข่งเพราะคิดว่ามันเสี่ยงเสี่ยงต้องไปสู้กับสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ว่ามันเป็ยังไงไม่รู้ว่าคนอื่นที่เข้าแข่งขันใช้พลังเวทต่อสู้กันแบบไหนต่อให้เอาทุนมาล่อก็ไม่เอา
ไอซ์คือตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาไม่อยากไปเสี่ยงลงแข่งขันเ้านั่นมันแปลกกว่าคนอื่น ใช้พลังเวทได้โดยไม่ต้องร่ายไม่ต้องมีวงเวทเพื่อขยายพลัง ไม่รู้ว่าเ้านั่นพิเศษอะไรถึงได้เป็แบบนั้นแต่หากมีคนที่เหมือนเ้านั่นในการแข่งขันนี้ก็แย่สิ
การไปสู้กับคนที่ใช้พลังเวทได้แบบทันใจมันเสี่ยงมากสำหรับเขาเพราะถ้าเข้าถึงตัวไม่ได้ตัวเองก็จบเห่เหมือนกัน
ตอนที่คิดจะมีปัญหากับมาคัสเขามั่นใจเพียงครึ่งเดียวว่าจะเล่นงานอีกฝ่ายได้ แต่พอเห็นมาคัสใช้เวทข่มขู่ เขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าแม้แต่ขุนนางจอมอวดเก่งก็ไม่ได้พิเศษกว่าคนทั่วไปขนาดนั้น
มั่นใจได้ว่าตนมีโอกาสชนะตั้งใจพูดกวนประสาทให้อีกฝ่ายหงุดหงิด เพื่อให้ใช้ความคิดน้อยลงและใช้อารมณ์ให้มากขึ้น
บางทีมาคัสอาจจะใช้พลังเวทได้มากกว่าคนอื่นตามที่เขาลือกันแต่เขาไม่ได้อยากพิสูจน์ ขืนทำแบบนั้นมีหวังอาจตายได้อย่าลองของโดยไม่จำเป็นั่นล่ะดีแล้ว
เมฆพูดต่อ
“ก็นายมันไม่ระวังตัวเอง ตั้งใจจะรวบรวมเวทเพื่อปิดฉากในทีเดียวสินะก็หวังให้ทำแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ แต่พอเริ่มร่ายเวทก็เปิดช่องโหว่เต็มไปหมดคิดลำพองใจว่าฉันเป็ผู้ไร้เวทแล้วจะทำอะไรนายไม่ได้เนี่ยนะ ไม่ระวังตัวเอาซะเลยอีกอย่าง...ฉันไม่บ้าพอจะรอให้นายร่ายเวทจนเสร็จหรอก นั่นมันโง่เกินไปผลการต่อสู้มันถูกชี้ขาดได้ในชั่วพริบตาอยู่แล้ว”
เสียงของผู้ผมรอบสนามยังไม่เงียบลงมีบทสนทนามากมายดังขึ้น
เมฆมองไปยังผู้ชมการต่อสู้รอบๆ ด้านนั่งของคนทั่วไปพวกเขาเ่าั้ส่วนใหญ่ทำหน้าใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนทางด้านเหล่าขุนนางที่นั่งอยู่อีกฝั่งพวกเขาล้วนทำหน้าเวทนามาคัสกันแทบทุกคน มีบางคนเท่านั้นที่ทำหน้าเหมือนเห็นใจ
ในตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าสำหรับขุนนางพลังเวทสำคัญแค่ไหน
การที่มาแพ้ให้กับคนไร้พลังเวทแบบเขาจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนั้นเขาก็ไม่แน่ใจ แต่ด้วยสีหน้าเวทนาของขุนนางเ่าั้พอจะเดาออกได้ไม่ยาก
“นายแพ้แล้วนะแต่เห็นแบบนี้แล้วฉันก็แอบสงสารนายอยู่เหมือนกัน งั้นเื่เดิมพันนั่นช่างมันเถอะเพื่อนฉันไม่อยู่ที่นั่นตอนนายดูถูก ยังดีที่เ้าหน้าที่คนนั้นไม่ได้โดนนายดูถูกรุนแรงนักหวังว่านายจะเข้าใจอะไรขึ้นบ้าง”
เมฆหันหลังให้เพื่อจะเดินออกจากสนามต่อสู้
มาคัสที่ได้ยินแบบนั้นยิ่งเจ็บแค้นที่ได้รับความสงสาร
เขามองไปยังที่นั่งฝั่งชนชั้นสูงพบเห็นสายตามากมายที่มองมายังเขาด้วยหน้าตาเวทนา ยิ่งทำให้เจ็บแค้นเมฆยิ่งขึ้นไปอีก
อาการาเ็ทุเลาลงเขากลับมายืนได้อีกครั้ง สายตายังจับจ้องเมฆด้วยความเคียดแค้น
‘แกมันก็แค่ไอ้สามัญชนผู้ไร้เวททำไม...ทำไมข้าถึงแพ้? ข้าเป็ถึงบุตรคนโตของตระกูลซิกฟรีคเชียวนะ!ไอ้เ้าพวกนั้นกลับยังมองข้าด้วยสายตาเวทนาอีก! เพราะแก...แก!’
เขาร่ายเวทบางอย่างวงเวทปรากฏขึ้นที่มือ น้ำรวมตัวจนกลายสภาพเป็กรงเล็บแหลมคม
“ตายซะ!!!!!” มาคัสะโวิ่งเข้าหาเมฆหมายจะปลิดชีพ