พอฟ้าลุกขึ้นเท่านั้นล่ะ ก็ได้ยินเสียงพี่พันรบว่า “เป็ไงบ้างครับน้องฟ้า หลับสบายมั้ยครับ สงสัยน้องคงคิดถึงพี่มาก เมื่อคืนน้องฟ้ากลิ้งมากอดพี่ เห็นพี่เป็หมอนข้างด้วยแหละ”
ฟ้าที่นั่งหันหลังให้ ใบหน้าแดงด้วยความเขินอาย “แล้วทำไมพี่ไม่ปลุกฟ้าล่ะคะ”
“ก็เผื่อน้องฟ้าจะให้พี่รับผิดชอบ พี่จะได้ไปสู่ขอน้องฟ้าเลยไงครับ”
ตอนนี้ฟ้าเขินมากทำได้แต่ตีที่ขาของพันรบแล้วรีบไปห้องน้ำทันที พันรบเห็นภาพนั้น ยิ้มพอใจ ในใจคิดว่า “เวลาที่ฟ้าเขินแล้วดูน่ารักดี”
เมื่อผลัดเปลี่ยนกันอาบน้ำ ฟ้าที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก่อน ก็ได้ยินเสียงเรียกของเพื่อนของพันรบ
“พี่พันรบ อาบน้ำยังไม่เสร็จค่ะ”
“อ้อ น้องฟ้า พี่แค่จะเอาปาท่องโก๋ กับน้ำเต้าหู้มาฝาก พวกพี่ต้องรีบเดินทางกลับกันแล้ว ฝากลาพันรบด้วยนะ ปีหน้าค่อยเจอกันใหม่”
“ค่ะพี่ ขอบคุณพี่ๆมากนะคะ กิจกรรมเมื่อวานสนุกมากค่ะ”
“ฟ้าคุยกับใครกันล่ะ”
“เพื่อนพี่ไงคะ พวกเขารีบเดินทางกลับ เลยฝากให้ฟ้าบอกลาและฝากปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้มาให้ด้วย”
ระหว่างที่ทั้งสองทานด้วยกัน พันรบยังคงยิ้มกรุ้มกริ่มในเื่เมื่อคืน
“พี่เลิกยิ้มแบบนั้นได้มั้ยคะ ฟ้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ หากพี่ไม่เลิกล้อฟ้า ฟ้าจะกลับเดี๋ยวนี้แหละ”
“โอเคครับ พี่เลิกแล้ว สรุปวันนี้น้องฟ้าจะพาพี่ไปเที่ยวที่ไหน”
ไหนๆขากลับก็ต้องผ่านชลบุรีอยู่แล้ว ฟ้าจะพาไปเที่ยวชลบุรีค่ะ เดี๋ยวฟ้าขอติดต่อเพื่อนก่อนนะคะ
ฟ้าได้โทรติดต่อวงดนตรีอาสา เพื่อให้ไปเล่นที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในจังหวัดชลบุรี นัดเจอกันที่นั่นเลยเวลา 10.00 น. และฝากให้ทางนั้นสั่งไอศกรีมกะทิ ไว้สำหรับเลี้ยงเด็กที่นั่นให้ด้วย
พอทั้งสองเดินทางมาถึงชลบุรี ก็พากันแวะโลตัสเพื่อซื้อขนม ตุ๊กตาเพิ่มเติมจาก 10 ตัวเมื่อวานไว้สำหรับแจกเด็กเช่นกัน
“พี่พันรบ เล่นดนตรีเป็มั้ยคะ”
“พี่พอเล่นคีย์บอร์ดได้ แต่ไม่เก่งมากนะ”
“ค่ะ งั้นพี่ลองเล่นดนตรีร่วมกับวงอาสา ให้เด็กๆที่นั่นฟังนะคะ เดี๋ยวฟ้าจะตักไอศกรีมให้เด็กทานค่ะ”
“ได้ครับ ว่าแต่นี่ก็เป็การเที่ยวเหมือนกันใช่มั้ยนี่ รู้สึกไม่ค่อยต่างกับเมื่อวานเลยนะ”
“เอาน่า เดี๋ยวตอนบ่ายฟ้าจะพาพี่ไปเที่ยวสวนส้มค่ะ”
พันรบได้เล่นคีย์คอร์ดร่วมกับวงดนตรีอาสา เด็กตบมืออย่างสนุกสนาน บางส่วนก็ต่อแถวมารับไอศกรีมกับฟ้า ซึ่งแถวยาวมาก ฟ้าตักไม่หยุด จนบางครั้งเศษไอศกรีมก็กระเด็นใส่หน้า พอพันรบขอพักจากการเล่นดนตรีก็เดินตรงมาที่ฟ้า เอาทิชชู่มาเช็ดหน้าให้ฟ้า ฟ้าเริ่มรู้สึกเขินเลยให้พันรบมาตักไอศกรีมให้เด็กๆแทน
กิจกรรมใน่เช้าของวันนี้จึงเป็การแจกขนมและตุ๊กตา เล่นดนตรี เล่นกับเด็ก และมอบเงินบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ดังนั้นที่นั่นจึงให้เด็กคนหนึ่งแสดงเล่นเปียโนให้ฟังเพื่อเป็การขอบคุณ
หลังจากทั้งสองทานอาหารเที่ยง ก็พากันมาสวนส้ม ซึ่งที่นี่อันในเงาของฟ้าได้เคยมาแล้วและอยากให้พันรบได้มาเที่ยวที่นี่บ้าง เ้าของสวนอนุญาตให้ทั้งสองเก็บส้มได้ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ขี่จักรยานชมสวนด้วย ฟ้ากับพันรบจึงได้ปั่นจักรยานกันคนละคัน ฟ้าขี่นำทางพันรบไปที่คลองที่อยู่ภายในสวน ซึ่งที่นี่จะมีเรือให้นักท่องเที่ยวพายเล่นด้วย คลองที่นี่ระดับน้ำไม่ลึกมาก ค่อนข้างใส
“บรรยากาศดีมากเลยครับน้องฟ้า”
“เดี๋ยวฟ้าถ่ายรูปให้นะคะ”
คนงานในสวนได้ยินดังนั้นจึงขันอาสาถ่ายรูปคู่ให้ ได้ภาพสวยๆไปหลายรูปเลยทีเดียว หลังจากนั้นฟ้าก็พาพันรบนั่งบนเรือ
“ทำไงดีล่ะ พี่พายเรือไม่เป็ซะด้วย”
“เดี๋ยวฟ้าพายให้ค่ะ”
“น้องฟ้ามีความสามารถหลายด้านเลยนะครับ แต่ทำไมพี่ถึงไม่เคยเห็นนะ อย่างเล่นกีตาร์ ยิงปืน พายเรือ ทั้งๆที่พวกเราก็โตมาด้วยกัน”
“ก็่หลังๆมานี้ได้ข่าวว่าพี่หลบฟ้าไม่ใช่หรอคะ แล้วพี่จะมาเห็นฟ้าทำโน่นนี่ได้ไง” อันในเงาของฟ้ากำลังแถ
“นั่นสินะ งั้นเดี๋ยวพี่จะเป่าใบไม้ให้ฟังแล้วกัน”
เสียงเป่าใบไม้เข้ากับบรรยากาศพายเรืออย่างมาก เสียงเพราะเหมือนเป็มนต์สะกดให้ฟ้าคอยจับจ้องผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่วางตา เลยทำให้ฟ้าเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อพันรบเห็นรอยยิ้มของฟ้า ก็หยุดเป่าเสียดื้อๆ
“หยุดเป่าใบไม่ทำไมคะ กำลังฟังเพลินๆ”
“เวลาน้องฟ้ายิ้มดูน่ารักดีนะครับ ฟ้าชอบทำหน้าบึ้งใส่พี่ตลอดเวลา”
“ก็เพราะใครล่ะคะ พี่นั่นแหละชอบกวนประสาท”
ตกเย็นทั้งสองขึ้นจากเรือ แล้วขี่จักรยานมาคืนเ้าของสวน ออกเดินทาง แวะทานข้าว และขับรถยาวกลับกรุงเทพฯ
“ทริปท่องเที่ยวทั้งสองวันนี้ พี่สนุกมากเลยนะครับ โอกาสหน้าพวกเราไปเที่ยวกันอีกนะครับ”
“ค่ะ” แต่ในใจของอันนิภานั้น “มันจะไม่มีโอกาสหน้าอีกแล้วค่ะพี่พันรบ”
“ถึงบ้านแล้วครับ”
“ขอบคุณมากจริงๆค่ะพี่พันรบ ขับรถดีๆนะคะ”
เมื่อลงจากรถ อันยังคงไม่ขึ้นไปบนบ้าน แต่ยืนรอจนกว่ารถพันรบจะขับออกไป อันคิดว่า “่เวลาดีๆระหว่างเราสองคนได้หมดลงแล้วค่ะพี่พันรบ”
อันไม่เคยคิดว่าตนจะมีความรักกับใครได้ ครั้งนี้จึงเป็ครั้งแรกที่ได้รักพันรบ แต่ก็ต้องรีบตัดใจเพราะอันไม่อาจใช้ชีวิตในเงาของฟ้าได้ตลอดไป สักวันพันรบก็ต้องรู้ว่าฟ้าตัวจริงได้เสียชีวิตไปแล้ว และสำหรับอันก็จะกลายเป็บุคคลไร้ตัวตนในสายตาของพันรบ พอคิดเื่นี้น้ำตาของอันก็ไหลไม่ขาดสาย พอเช็ดน้ำตาก็รีบติดต่อผู้กองพงศ์เทพทันที
“สวัสดีค่ะ ผู้กอง”
“ว่าไงอัน ได้ข่าวว่าไปเที่ยวกับพันรบ สนุกมั้ย”
“สนุกค่ะ เอ่อ อันมีเื่สำคัญจะคุยกับพี่ค่ะ เลยขอนัดพบวันพรุ่งนี้ที่โรงแรมธนฯ ตอนเที่ยง ที่ห้องอาหารค่ะ
“อื้อ ได้สิแล้วเจอกันนะอัน”