บทที่ 16 เดิมพันด้วยชีวิตแต่งงานของเรา
ถ้าหากหลินอี้เสวียนแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาสักนิด จินซูก็พร้อมจะจากไปทันที แต่เมื่อเผชิญหน้ากับทหารที่มีคุณธรรม มีอนาคตไกล เธอไม่อาจคิดถึงแต่ตัวเองได้
จินซูรู้ดีว่าหลินอี้เสวียนเป็คนที่มีความคิดเป็ของตัวเอง เมื่อตัดสินใจอะไรแล้ว ยากที่จะเปลี่ยนแปลง และถ้าปล่อยให้เขาทำตามใจตัวเอง ประเทศชาติต้องเสียทหารดี ๆ ไปคนหนึ่งแน่ ๆ
จินซูต้องโน้มน้าวใจเขาให้ได้ แต่การเผชิญหน้ากับผู้ชายปากแข็งแบบนี้ ทำเอาเธอปวดหัวไม่น้อย ทันใดนั้นเองประตูก็ถูกถีบกระแทกเปิดออก จินซูมองไปยังต้นเสียง ดวงตาเป็ประกาย
กำลังกลุ้มใจคิดหาทางโน้มน้าวใจหลินอี้เสวียนอยู่พอดี กลับมีคนมาช่วยเหลือซะได้ ผู้มาไม่ใช่ใครอื่นไกลคือป้าหลินของหลินอี้เสวียน จินซูตัดสินใจใช้โอกาสนี้ ให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ยากลำบากในตอนนี้ให้ได้
ป้าหลินพุ่งเข้ามาในห้องราวกับพายุลูกใหญ่ พร้อมกับจ้องจะเข้ามาทำร้ายจินซู
“อีเหยาเหม่ย ดูซิว่าฉันจะตีแกตายไหม!” หลินอี้เสวียนยืนขวางหน้าจินซู เอ่ยเสียงเข้มว่า
“ป้าจะทำอะไร”
“หลานชายที่รักของป้า” ป้าหลินร้องเสียงยานอย่างโอเวอร์แอคติ้ง เธอใช้ร่างกายอันอ้วนท้วมพุ่งเข้ากอดหลินอี้เสวียน จินซูรีบคว้าคอเสื้อของป้าหลินแล้วดึงกลับอย่างรวดเร็ว จนป้าหลินล้มเซไป
“โอ๊ะ เจ็บมือจัง” จินซูร้อง
“อีเหยาเหม่ย” การแสดงของป้าหลินถูกขัดจังหวะ เธอหันกลับมาพุ่งเข้าหาจินซูทันที ตอนนี้ทั้งสามคนอยู่ในท่ายินเรียงสาม จินซูอยู่ข้างนอกสุด ป้าหลินอยู่ตรงกลาง และหลินอี้เสวียนอยู่ข้างใน เป็เส้นตรงเดียวกัน
ป้าหลินคิดจะตบจินซู แต่หลินอี้เสวียนคว้ามือเธอไว้ได้ ป้าหลินพยายามจะออดอ้อนอี้เสวียนต่อหน้าจินซู แต่จินซูก็ดึงคอเสื้อเธออีกครั้ง ป้าหลินทั้งโกรธทั้งอาย รู้สึกเหมือนโดนสามีภรรยาคู่นี้ร่วมมือกันทำให้ขายหน้า
เธอตัดสินใจเลิกเสแสร้งเป็ป้าที่รักหลานชาย รีบหันหลังไปจะฟ้องอี้เสวียน แต่จินซูเข้าใจผิดคิดว่าเธอจะเข้าไปกอดหลินอี้เสวียน จึงดึงคอเสื้อเธออย่างแรง
เสียงผ้าฉีกดังขึ้น คอเสื้อของป้าใหญ่ขาดวิ่น เธอเหลือเสื้อไว้ที่คอแค่บางส่วน ส่วนที่เหลืออยู่ในมือจิ่นซู หลินอี้เสวียนเลิกคิ้ว ป้าใหญ่ะโโวยวาย
“อี้เสวียน นายเห็นไหม! นี่แหละเมียที่ดีของนาย!” หลินอี้เสวียนพยักหน้า ใช่เธอดีมาก เพียงแต่น่าเสียดาย หลังจากนี้เธออาจจะไม่ใช่เมียเขาแล้ว... พอนึกถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกหดหู่ใจ
“ตอนนายไม่อยู่บ้าน เธอขังแม่นายไว้ในบ้าน ญาติพี่น้องมาเยี่ยมก็ไม่ให้เจอ แล้วยังเอาเงินเก็บของแม่นายที่สะสมมาหลายปีไปให้ที่บ้านเธอ โอ้ ซุนอิงน้องสะใภ้ของฉัน ชีวิตเธอช่างน่าสงสารเหลือเกิน” ป้าหลินสวมิญญานักแสดง ตีเนียนล้มลงไปนั่งร้องไห้คร่ำครวญบนพื้น ตบมือกับพื้นเสียงดัง
“เงินเธอยังไม่ได้แตะต้อง” หลินอี้เสวียนมองไปทางจินซู ส่งสายตาให้เธออย่ากลัว บอกเป็นัยว่าต่อไปนี้เขาจะเป็คนจัดการเอง
อวี้จินซูเห็นดีเห็นงามกับการดูละครฉากนี้ จึงลากเก้าอี้มานั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม มือเท้าคาง รู้สึกว่าขาดอะไรไปบางอย่าง... เลยล้วงเอาขนมอัดแท่งที่มีออกจากกระเป๋า กัดคำเล็ก ๆ
“แข็งจัง” อวี้จินซูขมวดคิ้ว
“คุณลองกินกับน้ำชาดูสิ แต่อย่ากินเยอะมันจะอิ่มท้อง กินเยอะเดี๋ยวท้องอืด” หลินอี้เสวียนแนะนำ จินซูยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบเบา ๆ ค่อย ๆ กินขนมทีละนิด จิบน้ำชาทีละหน่อย ก็ได้รสชาติไปอีกแบบ
ป้าหลินตบต้นขาอย่างปลอม ๆ ร้องไห้โวยวาย ไม่มีใครสนใจ เธอเลยช้อนตามองขึ้นไป เกือบจะอกแตกตาย
“พวกเธอสองคนมา ทำตัวเป็สามีภรรยากันต่อหน้าฉันหรอ” ในสายตาของป้าหลิน นี่มันคือการใกล้ชิดกันเหมือนคนรักกันชัด ๆ
“มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม” หลินอี้เสวียนพูดกับป้าหลินด้วยน้ำเสียงดุดัน หางตาแอบมองจินซู เธอกำลังก้มหน้ากินบิสกิต ท่าทางเรียบร้อย มองไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร แต่เขาเดาว่า ตอนนี้เธอต้องยิ้มมุมปาก สายตาเป็ประกายแน่ ๆ
“หลานชายคนเก่ง ผู้หญิงคนนี้มันร้ายนัก เธอต้องหย่ากับมันรู้ไหม” ป้าหลิน เริ่มต้นประโยคด้วยจุดประสงค์ของตัวเอง
“ใช่แล้ว ฉันมันร้าย คุณหย่ากับฉันเถอะค่ะ” จินชูวางขนมลง มองหน้า หลินอี้เสวียนด้วยรอยยิ้มเอ่ยปากรับคำป้าหกลิน เธอเองก็รอประโยคนี้มานานแล้ว
ความกดดันมาตกที่หลินอี้เสวียนทันที ถ้าเขารับคำป้าหลินบอกว่าจะหย่าก็เท่ากับเอาขี้ไปปาใส่หัวเสี่ยวเหม่ยอย่างนั้นหรือ ทำแบบนี้มันทำร้ายสหายที่ดี
“เสี่ยวเหม่ย เป็คนดี ป้ามาพูดจาแบบนี้ก็ออกไปจากบ้านผมไปเลย” หลินอี้เสวียน พูดกับป้าหลินด้วยสีหน้าจริงจัง ป้าหลินถึงกับหน้าเสีย ไม่คิดว่าหลานชายจะทำท่าทีเด็ดขาดขนาดนี้ แถมยังไม่เปิดโอกาสให้เธอเสี้ยมสักนิด เอาแต่เข้าข้างยัยผู้หญิงชั้นต่ำนั่นอีก!
“หลานรัก หลานรู้หรือเปล่าว่ายัยนั่นทำอะไรลงไปบ้าง เธอทำร้ายแม่หลาน ขังแม่หลานไว้ในบ้าน แถมยังติดตั้งไฟฟ้าแรงสูงรอบบ้าน ใครมาแตะก็โดนช็อตหมด”
ป้าหลินแสร้งร้องไห้หวังใช้น้ำตาผูกมัด หลินอี้เสวียนเธอรู้ดีว่าหลานชายเป็คนกตัญญู เชื่อว่าแบบนี้เขาต้องโกรธจินชูแน่ ๆ
“แมลงวันจะสวมหน้ากากยังไง ก็ไม่พ้นสันดาน” เธอวางขนมลง แล้วพูดถึงพฤติกรรมป้าหลิน
“ได้ยินไหม ยัยเด็กนี่ไม่มีสัมมาคารวะ หลานจะจัดการมันยังไง” ป้าหลินฉวยโอกาสฟ้อง เธอมาที่นี่ก็เพื่อที่จะเล่นบทเหยื่อใส่ร้ายป้ายสี
ป้าหลินหวังจะทำลายชื่อเสียงเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่หย่ากับเธอ เขาก็คงไม่เชื่อคำพูดของเธออีก แผนสูงส่งมากแต่น่าเสียดาย เขาไม่เชื่อคำพูดของป้าหลินแม้แต่ครึ่งคำ
“เธอเป็ผู้หญิงที่รู้จักเหตุผล ไม่ทำอะไรโดยไม่มีสาเหตุหรอก ป้าทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่า” คำพูดของเขาหมายความได้ว่าเวลามีปัญหากับภรรยาเขา ควรจะโทษตัวเองก่อน ป้าหลินถึงอึ้งไปเลย สิ่งที่ป้าหลินทำลงไปไม่มีหน้าจะพูดมันออกมาหรอก แต่ถึงป้าหลินไม่อยากพูด อวี้จินซูก็ยินดีจะพูดเอง
“ป้าหลินมาหาฉันเพื่อขอเงิน แล้วยังจะให้ฉันไปแต่งงานกับลูกชายปัญญาอ่อนของนาง แถมยังจะเอาแม่ไปทิ้งที่เล้าไก่ ฉันเลยไล่ตะเพิดไป ฉันทำผิดหรอ” ยิ่งฟัง สีหน้าหลินอี้เสวียนก็ยิ่งบึ้งตึง จนในที่สุด โมโหก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด
“คุณทำไม่ถูก” เขาเอ่ยเสียงเย็น ป้าหลินรีบพยักหน้าเห็นด้วย ทุบตีผู้าุโช่างไม่ควรเสียจริง ๆ รีบหย่ากับมันเลยสิ! “ตีเบาไปหน่อย ป้าหลินเลยไม่จำ เลยได้ใจกลับมาพูดจาใส่ร้ายป้ายสีอีก”
หลินอี้เสวียนจ้องป้าหลินเขม็งรังสีอำมหิตของทหารอาชีพหาใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทนทานไหว ป้าหลินใร้องลั่นลุกขึ้นวิ่งออกไปนอกบ้าน รองเท้าหลุดก็ไม่หันไปมอง กลัวเพียงว่าวิ่งช้าจะโดนลูกหลง
“คุณต้องทนทุกข์มามาก เป็ผมเองที่ทำให้คุณต้องลำบาก” หลินอี้เสวียนปิดประตูเรียบร้อย เดินกลับมาหาจินซูพลางกล่าวขอโทษด้วยความรู้สึกผิด ที่เขาเอ่ยปากขอหย่าความจริงแล้วก็เพื่อปกป้องเธอ
ดูจากท่าทีของญาติพี่น้องแล้ว ข่าวลือเกี่ยวกับเธอไม่ใช่เื่ที่เขาจะหยุดยั้งได้เพียงแค่การทุบขวดเหล้าในลานบ้าน ถ้าเขาหย่ากับเธอเมื่อไหร่ ข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับเธอจะต้องแพร่สะพัดไปทั่วอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่หย่า..เขาก็จะต้องลากเธอมาเผชิญชีวิตยากลำบากกับเขาด้วยกัน
“แล้วผมจะต้องทำอย่างไร ถึงจะปกป้องคุณได้อย่างดีที่สุด” สีหน้าลังเลของเขา ตกอยู่ในสายตาของจินซู ทำให้ความประทับใจในตัวเขาเพิ่มขึ้นหลายระดับ เธอชอบอยู่กับคนมีความรับผิดชอบ การกระทำของหลินอี้เสวียนในค่ำคืนนี้ ทำให้จินซูรู้สึกพอใจมาก
“หลินอี้เสวียน เราลองเดิมพันกันดูไหม”
“เดิมพัน?” เขาขมวดคิ้ว
“เรามาใช้ชีวิตแต่งงานของเราเป็เดิมพัน ชนะ ฉันจะฟังคุณ แพ้ คุณต้องฟังฉัน เป็ไง”
“ใช้ชีวิตแต่งงานเป็เดิมพัน?” ดวงตาของหลินอี้เสวียนเบิกกว้าง เธอ้าทำอะไร…