งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของแม่เฒ่าหูในทุกๆปี บ้านรองมักจะโดดเด่นที่สุดเนื่องจากแม่เฒ่าลำเอียงให้สะใภ้รองที่ให้กำเนิดหลานชายถึงสองคน
สะใภ้รองคิดว่าปีนี้บ้านของพวกตนจะต้องได้รับการยกย่องจากแม่สามีและบรรดาญาติพี่น้องเหมือนเช่นทุกปี
ตามหลักแล้วปีนี้บ้านรองของพวกตนควรจะโดดเด่นกว่าทุกปีด้วยเพราะเสื้อตัวใหม่ที่แม่เฒ่าสวมใส่นั้นเป็นเงินของบ้านรองที่ออกให้
สะใภ้ที่หาเสื้อผ้าใหม่ให้แม่สามีไม่คู่ควรได้รับการยกย่องอย่างมากหรืออย่างไร?
สะใภ้รองไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าวันนี้ความโดดเด่นทั้งหมดจะถูกครอบครัวของหูหลันเยวี่ยแย่งไปจนหมด
ญาติๆต่างชมเชยหูหลันเยวี่ยไม่หยุดปากว่าฉลาดเฉลียวและเก่งกาจเพียงใดชมว่าอ่อนน้อมถ่อมตนและกตัญญูเพียงใด พวกเขาต่างลืมหูหลันเยวี่ยที่ตะกละตะกลามขี้เกียจ และเอาแต่ใจไปจนหมดสิ้น
หูฉางหมินและภรรยาที่ไม่เคยมีหน้ามีตาเพราะไม่มีลูกชายและถูกญาติพี่น้องดูแคลนต่างๆ นานาวันนี้กลับได้รับการยอมรับจากญาติพี่น้องเพราะลูกสาวคนโตแสดงความสามารถออกมาอย่างพลิกผัน
เพราะความโดดเด่นทั้งหมดถูกบ้านใหญ่แย่งไปสะใภ้รองจึงรู้สึกหม่นหมองและห่อเหี่ยว เมื่อได้ยินหลันเยวี่ยพูดถึงเสื้อตัวใหม่แววตาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที
"พี่สะใภ้ใหญ่ แล้วก็บ้านสาม พวกเราตกลงกันไว้แล้วว่างานวันเกิดของแม่เฒ่าพวกเราสามบ้านจะรวบรวมเงินเหมือนทุกปี แต่ของที่ญาติๆ เอามาพวกเราสามบ้านจะเป็นคนแบ่งกัน เสื้อตัวใหม่ของแม่เฒ่าเป็นเงินของบ้านฉันส่วนแบ่งของบ้านฉันก็ต้องมากขึ้นหน่อย"
เมื่อสะใภ้รองคิดถึงเรื่องการแบ่งสิ่งของดวงตาเล็กๆ ทั้งสองข้างของเธอก็เป็นประกายระยิบระยับ
จ้าวหงเหมยไม่ได้ปริปากพูดเธอกำลังยุ่งอยู่กับงานของตนเองเงียบๆ
พอสะใภ้สามได้ยินว่าจะมีการแบ่งสิ่งของเธอก็ร้อนใจทันที "พี่สะใภ้รองของที่ญาติๆ เอามาในงานวันเกิดของแม่เฒ่า แน่นอนว่าต้องเป็นของแม่เฒ่าทำไมต้องแบ่งกันด้วยล่ะ?"
สะใภ้รองแค่นเสียงเบาๆจากนั้นก็เหลือบมองสะใภ้สามที่กำลังโกรธเกรี้ยวด้วยหางตา"ของที่ญาติๆ ให้แม่เฒ่า พอพวกเรากลับไปไม่ใช่ว่าของพวกนี้ก็จะไม่เป็นของบ้านพวกเธอเหรอ?"
"ใช่ ของเป็นของบ้านพวกเรา แต่งานวันเกิดของแม่เฒ่าจัดที่บ้านพวกเราใช้ฟืนของบ้านพวกเรา ใช้น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชูของบ้านพวกเราแม้แต่การล้างชามก็ใช้น้ำของบ้านพวกเราสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รวมอยู่ในเงินที่พวกเราสามบ้านรวบรวมกันมาเลยนะ"
สะใภ้สามสูดหายใจเข้าลึกๆจากนั้นก็หันหัวเรือมาที่หลันเยวี่ยที่กำลังจะเดินออกไป"วันนี้หลันเยวี่ยผัดอาหารก็ใช้น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูของบ้านเราที่กินยังไงก็กินไม่หมดไปตั้งครึ่งปีในห้องครัวมีฟืนและหญ้าแห้งให้ใช้ แต่กลับต้องใช้ฟืนดีๆที่พวกเราตากไว้ในลานเพื่อเอาไว้ขาย ถ้าพวกเราสามบ้านต้องแบ่งของที่ญาติๆเอามาในวันเกิดของแม่เฒ่า น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูที่ใช้ในการทำอาหารวันนี้กับฟืนพวกนั้นก็ต้องรวบรวมเงินมาให้พวกเราเพิ่ม หรือไม่ก็หักออกจากของที่ญาติๆเอามานะคะ"
ยิ่งพูดสะใภ้สามก็ยิ่งมีน้ำโหระดับเสียงในการพูดก็สูงขึ้นตามไปด้วย
หูหลันเยวี่ยไม่ได้ตั้งใจจะเดินออกไปตั้งแต่แรกเธอแค่ใช้คำว่าเสื้อตัวใหม่เพื่อเตือนสะใภ้รองว่าถึงเวลาที่ต้องแบ่งสิ่งของกับบ้านสามแล้ว
ของที่ญาติๆเอามา หูหลันเยวี่ยไม่ได้สนใจเลยสักนิดเธอรู้ว่าบ้านรองและบ้านสามที่ชอบฉวยโอกาสต่างก็ให้ความสนใจ
ก็เพราะรู้ว่าทั้งสองบ้านสนใจหูหลันเยวี่ยจึงไม่ลืมที่จะเตือนสะใภ้รอง
หลังจากปะทะคารมกันหลายครั้งหูหลันเยวี่ยก็มองออกว่าพันธมิตรที่เรียกว่าพันธมิตรของบ้านรองและบ้านสามนั้นพังทลายได้อย่างง่ายดาย
เธอต้องการให้ทั้งสองบ้านทะเลาะกันอย่างถึงพริกถึงขิงจะดีที่สุดถ้าต่างฝ่ายต่างกัดกันเองจนขนร่วง
แค่หูหลันเยวี่ยนึกถึงเรื่องที่ทั้งสองบ้านร่วมมือกันวางแผนและรังแกพ่อแม่ซื่อๆของตน เธอก็รู้สึกแค้นจนแทบกัดฟัน
หูหลันเยวี่ยลดเท้าที่ยกขึ้นลงจากนั้นก็รีบหันตัวกลับไปมองสะใภ้สามที่กำลังร้อนใจจนหน้าแดงก่ำเพราะไม่ต้องการให้แบ่งสิ่งของ
"อาสะใภ้สาม หนูรู้ว่าวันนี้หนูใช้น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูของบ้านพวกอาสิ้นเปลืองไปหน่อย อาก็เลยเสียดายแต่หนูทำอาหารที่ญาติๆ ชอบกิน ทำให้คุณย่ามีหน้ามีตานะคะหรือว่าหน้าตาของคุณย่าไม่ได้มีค่าเท่าน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊วและฟืนผุๆไม่กี่ท่อนของบ้านสามคะ?"
ไม่รอให้สะใภ้สามได้ตอบโต้หูหลันเยวี่ยก็สวนกลับต่อไป "ถ้าอาสะใภ้สามคิดว่าหนูใช้น้ำมันเกลือ ซีอิ๊วสิ้นเปลืองเกินไป บ้านอาเลยเสียเปรียบ เดี๋ยวตอนแบ่งของบ้านของพวกเราก็จะเอาของให้น้อยลง หรือไม่เอาเลยก็ได้ที่เหลือก็ให้บ้านของอากับบ้านอาสะใภ้รองแบ่งกันเถอะค่ะ"
จ้าวหงเหมยรีบรับคำพูดของลูกสาวมา"ที่เยวี่ยเยวี่ยพูดก็ถูก ของพวกนั้นเราไม่เอาแล้วพวกเธอสองบ้านก็ตกลงว่าจะแบ่งกันยังไงก็แล้วกัน"
พอสะใภ้สามได้ยินจ้าวหงเหมยแสดงท่าทีว่าบ้านใหญ่จะไม่แบ่งสิ่งของเธอก็โล่งอก "พี่สะใภ้ใหญ่ก็คือพี่สะใภ้ใหญ่พูดจาทำอะไรก็เปิดเผยและใจกว้าง ไม่เหมือนบางคนที่เอาแต่จุกจิกจู้จี้"
ก็ไม่รู้ว่าใครกันที่เมื่อกี้ยังจู้จี้เรื่องที่งานวันเกิดของแม่เฒ่าสิ้นเปลืองน้ำมันเกลือซีอิ๊วของบ้านอยู่เลย
ความหมายแฝงของสะใภ้สามคือบ้านใหญ่แสดงท่าทีว่าจะไม่เอาของแล้วบ้านรองก็ควรจะเรียนรู้จากบ้านใหญ่บ้าง
แต่สะใภ้รองไม่ได้สูงส่งขนาดนั้น
ถึงแม้บ้านใหญ่จะแสดงท่าทีว่าจะไม่เข้าร่วมการแบ่งสิ่งของเธอก็ไม่ยอมทำตัวเป็นคนเปิดเผยตามบ้านใหญ่
"เสื้อตัวใหม่ที่แม่เฒ่าใส่ในวันเกิดเป็นเงินของฉันที่เอาไปซื้อผ้าและจ้างช่างมาทำ ตอนรวบรวมเงินบ้านของพวกเราก็จ่ายเท่ากับพวกเธอสองบ้าน เธอมีสิทธิ์อะไรมากั๊กของ?"
สะใภ้สามได้ยินสะใภ้รองพูดถึงเรื่องเสื้อตัวใหม่ที่ทำให้แม่เฒ่าใส่อีกครั้งเธอก็โกรธจนทนไม่ไหว "คุณย่าลำเอียงให้บ้านพวกเธอมากที่สุดแค่คุณย่าได้ใส่เสื้อตัวใหม่ของบ้านพวกเธอสักตัว มันไม่สมควรตรงไหน?"
สะใภ้สามพูดเรื่องที่แม่เฒ่าลำเอียงให้บ้านรองออกมาอย่างโจ่งแจ้งสะใภ้รองก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟจริงๆ
บ้านของพวกเขาได้รับการเอาอกเอาใจเป็นพิเศษจากแม่เฒ่าแต่สะใภ้รองกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น
เธอยังคงรู้สึกว่าผลประโยชน์ที่บ้านของตนได้รับจากแม่เฒ่านั้นเทียบไม่ได้กับบ้านสาม
"เธอบอกว่าแม่เฒ่าลำเอียงให้บ้านพวกเรา ลำเอียงให้บ้านพวกเราเรื่องอะไร?ตอนที่ฉันแต่งงานก็ไม่มีจักรเย็บผ้าในบรรดาสะใภ้ทั้งสามคนก็มีแต่บ้านสามของเธอนั่นแหละที่ได้ใช้จักรเย็บผ้าตั้งแต่แต่งเข้าบ้านแล้วลูกๆ ของบ้านเธอก็ได้แม่เฒ่าที่เลี้ยงดูให้แม่เฒ่าเคยเลี้ยงดูลูกให้บ้านพวกเราบ้างไหมล่ะ?"
ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจสะใภ้รองแทบจะกระทืบเท้าทุบอกอยู่แล้ว
เมื่อเห็นว่าสะใภ้ทั้งสองคนกำลังจะทะเลาะกันอาสามก็ทนดูต่อไปไม่ไหว
"พี่สะใภ้รอง แล้วก็แม่เจี้ยนหมิง พวกเธอสองคนอย่าทะเลาะกันเลยไม่กลัวว่าแม่ของพวกเราจะได้ยินหรือไง?"
สะใภ้สามค่อนข้างกลัวสามีดังนั้นเมื่อสามีทำหน้าถมึงทึงเข้ามาห้าม เธอก็เชื่อฟังและก้มหน้าลงอย่างว่าง่าย
เธอคิดว่าสามีคงจะไม่ปล่อยให้คนอื่นมาแบ่งสิ่งของของบ้านตนไปอย่างแน่นอน
สะใภ้รองไม่ได้หยุดพูดเรื่องการแบ่งสิ่งของเพราะน้องสามีเข้ามาห้ามแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามเมื่อเผชิญหน้ากับน้องสามีท่าทีของสะใภ้รองก็ดูเหมือนจะเบากว่าเมื่อกี้อย่างเห็นได้ชัด"เจ้าสาม มาได้จังหวะพอดีก่อนหน้านี้ฉันบอกไปแล้วว่าเสื้อที่แม่พวกเราใส่ในวันเกิดเป็นเงินของบ้านพวกเราที่เอามาออกให้ตอนรวบรวมเงินพวกเราควรจะลดสัดส่วนเงินให้น้อยลงหน่อยแต่พี่สะใภ้ใหญ่กลับยืนยันที่จะรวบรวมเหมือนทุกปี พอถึงตอนที่จะแบ่งของที่ญาติๆให้แม่เฒ่า พวกเราก็ควรจะได้ส่วนแบ่งมากกว่านี้หน่อยสิตอนนั้นพวกเราที่เป็นสะใภ้ทั้งสามคนก็ตกลงไว้แล้วแต่คิดไม่ถึงว่าตอนนี้สะใภ้สามเมียแกจะไม่ยอมแบ่งของ"
อาสามเบนสายตาไปมองจ้าวหงเหมย"พี่สะใภ้ ตอนนั้นพวกพี่ตกลงกันแบบนี้จริงๆ หรือเปล่า?"
จ้าวหงเหมยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"ตกลงกันแบบนั้นจริงๆ แต่ว่าวันนี้ในวันเกิดคุณย่าเยวี่ยเยวี่ยเป็นหัวหน้าแม่ครัวใช้น้ำมันเกลือซีอิ๊วและหญ้าแห้งของบ้านพวกเธอไปเยอะ พวกเราจะกล้าแบ่งของได้ยังไงของพวกนั้นก็ให้พวกเธอทั้งสองบ้านตกลงกันว่าจะแบ่งยังไงก็แล้วกัน"
ถ้าคนอื่นพูดถ้อยคำเหล่านี้บางทีอาสามอาจจะคิดเป็นอื่นไปแล้ว แต่คำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของจ้าวหงเหมยอาสามก็เลยไม่มีข้อโต้แย้งอื่นอีก