เฟยเฟยตื่นเช้าขึ้นมาในจวนอ๋องที่กว้างขวางและเงียบสงบ แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ เข้าสู่ห้องนอนที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักอย่างประณีต กลิ่นหอมของดอกไม้จากสวนที่ปลิวมาในสายลมทำให้บรรยากาศสดชื่นยิ่งขึ้น เสี่ยวเฉียว สาวใช้ที่ติดตามมาจากจวนเสนาบดี นำอ่างล้างหน้ามาให้เฟยเฟยล้างหน้าให้สดชื่น เฟยเฟยที่นั่งทำโยคะอยู่บนเสื่อผ้าฝ้ายสีอ่อน พยายามเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เมื่อวานนี้ไม่มีเวลาคิดอะไรได้มากนัก เนื่องจากต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน วันนี้เธอรู้สึกว่าต้องรีบหาทางออกและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอพยายามย้อนคิดถึงสิ่งสุดท้ายที่จำได้ คือการขับรถกลับจากงานเลี้ยงแล้วเกิดอุบัติเหตุตกน้ำ ความหนาวจับขั้วหัวใจและสติที่หายไป เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในพิธีแต่งงานแบบไม่ทันตั้งตัว
เมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ได้แล้ว เธอจึงเรียกเสี่ยวเฉียวมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เสี่ยวเฉียวนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าเฟยเฟยและเล่าอย่างระมัดระวังว่า "ก่อนวันแต่งงาน คุณหนูไปเก็บดอกบัวแล้วพลัดตกน้ำ ตอนแรกทุกคนใกันยกใหญ่เพราะตอนนำคุณหนูขึ้นมาจากน้ำคุณหนูไม่หายใจแล้ว แต่จู่ๆ ก็กลับมาหายใจเป็ปกติ ท่านเสนาบดีเป็กังวลมาก เลยเชิญท่านหมอมาตรวจ ท่านหมอบอกว่าคุณหนูแค่ใสลบไปเท่านั้น ปล่อยให้นอนหลับ พอตื่นมาก็ไม่มีอะไรน่ากังวล นายท่านเลยวางใจและจัดพิธีตามกำหนดเดิมเ้าค่ะ"
เฟยเฟยพยักหน้าหงึกๆ ทันใดนั้นนางก็ถามต่อว่า "ข้ากับท่านอ๋องมีความสัมพันธ์อย่างไร?" เสี่ยวเฉียวดูอึดอัดและลังเลที่จะตอบ เฟยเฟยที่ในปี 2024 เป็ CEO สุดเฮี้ยบ เื่กดดันให้พูดคือเื่ขี้ปะติ๋วสำหรับเธอ เธอจึงขู่เสี่ยวเฉียวว่า "ถ้าเ้าไม่เล่า ข้าจะขายเ้าซะ" เสี่ยวเฉียวลนลานละล่ำละลักพูด "คุณหนูมักจะตามท่านอ๋องไปทุกที่เ้าค่ะ เคยมีเื่ตบตีกับคุณหนูฟางโม่ ลูกสาวท่านโหวแห่งตระกูลจ้าวด้วยเ้าค่ะ"
"ข้าตบนางเพราะอะไร?" เฟยเฟยถามต่อ
"ท่านว่านางให้ท่าท่านอ๋องเ้าค่ะ ใครๆ ต่างพูดว่าถ้าไม่มีสัญญาหมั้น ท่านอ๋องกับคุณหนูฟางโม่คือคู่ฟ้าประทาน ชายหล่อเก่งกาจ หญิงงามอ่อนหวาน เก่งงานบ้านงานเรือนเย็บปักโคลงกลอนเ้าค่ะ" เสี่ยวเฉียวตอบ
"แล้วข้าล่ะ?" เฟยเฟยถามต่อ เสี่ยวเฉียวก้มหน้าไม่กล้าพูด เฟยเฟยจึงบอก "เ้าบอกข้ามาเถอะ ข้าไม่ลงโทษเ้า ข้ายังให้ปิ่นอันนี้กับเ้าอีกนะ หากเ้าจะเล่าเื่ให้ข้าฟัง" เสี่ยวเฉียวรีบกล่าว "ข้าน้อยมิกล้ารับเ้าค่ะคุณหนู" "เ้ากลัวอะไร?" เฟยเฟยถาม
เสี่ยวเฉียวสั่นสะท้าน นึกถึงสาวใช้คนหนึ่งที่ถูกโบย 10 ไม้เพราะนางเคยเอาปิ่นให้สาวใช้แล้วบอกว่าปิ่นถูกขโมย เพียงเพราะอารมณ์ไม่ดีหาที่ระบายอารมณ์
เฟยเฟยเห็นหน้าเสี่ยวเฉียวแล้วนึกเวทนา คิดในใจว่าโม่ฟางเฟยคงไม่ธรรมดา แม้ว่าหน้าตาของนางจะงามหยดย้อยเป็ที่เลื่องลือ แต่นิสัยคงเหลือร้ายยากจะรับมือ
เฟยเฟยนั่งใจลอยคิด เอาล่ะในเมื่อมาถึงนี่แล้วก็คงต้องอยู่ไปจนกว่าจะรู้ว่าจะกลับไปยุคปัจจุบันยังไง พอนึกไปนึกมาแล้วก็รู้สึกกลัวปนเศร้า ถ้าเกิดว่าในยุคปัจจุบันเธอตายไปแล้วจะทำยังไงล่ะ หรือว่าเธอต้องอยู่นี่ตลอดไปเหรอ? หรือนี่คือชะตาฟ้าลิขิตของเธอ เธอสะบัดหัวเพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการตั้งสติ วางแผนสิ่งที่ต้องทำเพื่อเอาชีวิตรอดในโลกใหม่นี้
อันดับแรกคือการเรียนรู้ที่จะอ่านและเขียนอักษรโบราณ เนื่องจากอักษรจีนในยุคนี้แตกต่างจากที่เธอคุ้นเคย อีกทั้งการใช้พู่กันซึ่งเป็สิ่งที่เธอไม่เคยฝึกฝนมาก่อนเลย
เธอจึงเอ่ยถามเสี่ยวเฉียวว่า "เสี่ยวเฉียว ข้า้าเรียนอ่านและเขียนอักษรพู่กัน เ้ารู้มั๊ยว่าอาจารย์ท่านไหนดีที่สุด?" เฟยเฟยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เสี่ยวเฉียวตอบว่า “เมื่อก่อนท่าน เผยเหวินซิน อาจารย์หนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งของเมือง ที่เก่งตำราโคลงกลอน พิณ หมาก เคยเป็อาจารย์ของท่าน แต่ว่าเรียนไปไม่นานก็เลิกเ้าค่ะ”
เฟยเฟยถามต่อ “ทำไมล่ะ”
เสี่ยวเฉียวอึกอักแล้วตอบเสียงเบาว่า “คุณหนูไม่ยอมเรียนและไม่สนใจเ้าค่ะ”
เฟยเฟยถอนหายใจ แล้วพลางคิดในใจว่า ยัยโม่ฟางเฟย นี่ในสมองคิดแต่ตามตื๊อผู้ชายที่ไม่ชอบตัวเองหรือ ไม่ได้เื่จริงๆ ศักดิ์ศรีมีมั่งมั๊ย!
การเชิญอาจารย์มาไม่ใช่เื่ยาก ให้ท่านพ่อที่ดูรักโม่ฟางเฟยมากๆ ไปเป็คนเชิญให้ ไม่น่าเป็ปัญหา
"ดี ขอบใจเ้ามาก" เฟยเฟยกล่าวพลางถอนหายใจเบาๆ
อันดับที่สอง คือ "เสี่ยวเฉียว อีกเื่ ข้าต้องเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตในสถานที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็การแต่งตัว การเข้าห้องน้ำ การกิน และการพูด เ้าช่วยจัดการให้ข้าด้วย" เฟยเฟยสั่ง
"เ้าค่ะคุณหนู ข้าน้อยจะดูแลทุกอย่างให้เ้าค่ะ" เสี่ยวเฉียวตอบ
อันดับที่สาม คือการดีลกับ ชิงอ๋อง ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงว่าเด็ดขาด เหี้ยมโหด ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ส่วนมากจะอยู่กับองครักษ์ลับ ที่ไม่เคยมีใครรู้ว่าทำอะไร เป็เื่ที่ท้าทายและน่ากลัวสำหรับเฟยเฟย "เสี่ยวเฉียว ข้าได้ยินมาว่าชิงอ๋องเด็ดขาดและเหี้ยมโหด ข้าอยากรู้ว่าเขาเป็คนอย่างไร เ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังได้ไหม?" เฟยเฟยถาม
เสี่ยวเฉียวดูอึดอัดแต่ก็พยักหน้า "ท่านอ๋องเป็คนเงียบขรึมและไม่ค่อยสุงสิงกับใครเ้าค่ะ” ดูอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด เฟยเฟยเลยบอกว่า “เ้าพูดมาเถอะ” “เ้าค่ะคุณหนู ท่านอ๋องไม่ชอบคุณหนูถึงขนาดเคยมาที่จวนเพื่อคุยกับนายท่านอยากขอยกเลิกงานแต่ง คุณหนูแอบฟังได้ยินแล้วร้องไห้ขู่จะฆ่าตัวตาย นายท่านไม่รู้จะทำยังไงเลยไปขอให้ไทเฮาช่วยคุยกับท่านอ๋องให้เ้าค่ะ เลยกลายเป็สมรสพระราชทาน”
"ขอบใจเ้าเสี่ยวเฉียว" เฟยเฟยถอนหายใจ เจองานหินแล้วเฟยเฟยเอ๊ย นางบอกกับตัวเองเงียบๆ