ท่านจ้าวผู้ประเสริฐ เ้าหนุ่มสินรุ้งรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากเมื่อได้เห็นนางจันทร์งามกำลังหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับชายอื่นกลางตลาด ก่อนที่จะฉุกคิดได้ว่าเื่บิดาป่วยนั้นคงไม่จริง เพียงแต่ปั้นเื่เศร้าเล่าความเท็จให้ลูกพี่ของมันหลงเชื่อเท่านั้น เมื่อคิดได้เช่นนี้ก็อดรู้สึกเจ็บใจแทนฟ้าไขแสงไม่ได้ เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปเผชิญหน้ากับนางตรง ๆ
ถึงแม้มันจะไม่ใช่ชนชั้นบัณฑิต แต่ชื่อเสียงของตระกูลสุวรรณวารีที่มันซุกหัวอยู่ก็ยังค้ำคอ การที่จะให้เดินเข้าไปหาคนคู่นั้นกลางตลาดแล้วเริ่มโต้เถียงคงไม่ดีแน่ หากใครได้ยินเข้าก็อาจคิดได้ว่าบุตรหลานของตระกูลใหญ่เดี๋ยวนี้ตกต่ำจนกระทั่งต้องมาแย่งชิงนางคณิกากับผู้อื่นกลางถนน ดังนั้นสินรุ้งจึงตัดสินใจสะกดรอยตามคนทั้งคู่ไปอย่างเงียบ ๆ แทน
นางจันทร์งามและชายหนุ่มผู้นั้นเดินชมสินค้าอยู่กลางตลาดเป็เวลานาน เรียกได้ว่าเข้าร้านนี้ออกร้านนั้นจนความอดทนของสินรุ้งลดน้อยถอยลงไปทุกที กว่าที่คนทั้งสองจะออกห่างจากบริเวณที่มีผู้คนหนาตา เวลาก็คล้อยบ่ายไปแล้ว
คู่หนุ่มสาวเดินออกจากตัวตลาดไปทางทิศเหนือจนมาหยุดอยู่ที่ตำหนักบูชาฟ้าประจำเมือง ท่านจ้าวเหนือฟ้าผู้มากด้วยบารมี ถึงแม้ว่าพวกมนุษย์จะโฉดเขลาเพียงใด แต่อย่างน้อยพวกมันก็ยังพอสำนึกถึงพระคุณอันไร้ผู้เทียมของพระองค์อยู่บ้าง จึงได้สร้างสถานที่ที่สมมติขึ้นว่าศักดิ์สิทธิ์นี้ขึ้นเพื่อบูชาพระองฺค์
ชายผู้นั้นจุดเทียนหอมบูชาหินศักดิ์สิทธิ์ที่พวกมันใช้เป็ตัวแทนของพระองค์ ในขณะที่นางจันทร์งามประพรมน้ำอบดอกไม้ลงบนหินเพื่อขอพร ในตำหนักมีคนอยู่บางตา เ้าหนุ่มสินรุ้งจึงไม่กล้าสะกดรอยตามเข้าไปถึงด้านใน เพียงดักรออยู่บริเวณลานด้านหน้าเท่านั้น มันจึงไม่อาจทราบได้ว่าคนคู่นั้นได้พูดอะไรกันบ้าง
แต่กระหม่อมทราบ ชายหนุ่มที่ติดพันนางคณิกาผู้นั้นชื่อจิตดั่งใจ เป็คนของตระกูลบัณฑิตมีชื่อตระกูลหนึ่ง จิตดั่งใจรู้จักกับจันทร์งามมาั้แ่ที่นางเริ่มขายเรือนร่าง อาจเรียกได้ว่ามันผู้นี้ได้ทั้งตัวและหัวใจของนางคณิกามีชื่อแห่งร้านกุหลาบบ้านพิราบป่าก็คงได้
เป็เช่นนั้น ท่านจ้าวผู้เปรื่องปราด แน่นอนว่าคนในตระกูลของจิตดั่งใจไม่มีวันปล่อยให้มันลงไปเกลือกกลั้วกับผู้หญิงประเภทนี้ ส่วนเื่ตบแต่งเข้าตระกูลนั้นอย่าแม้แต่จะหวัง ดังนั้นมันทั้งสองจึงมาขอพรต่อพระองค์ ให้ความรักของพวกมันยืนยาว ไร้อุปสรรคขัดขวาง
ลำพังคำวิงวอนของปุถุชนหรือจะควรค่าแก่การสดับของพระองค์ผู้ประเสริฐ หากมิได้้าเล่าเื่ของเ้าหนุ่มสินรุ้งแล้ว กระหม่อมคงไม่ขวัญกล้าบังอาจกราบทูลเื่นี้ให้ระคายพระกรรณเป็แน่
พวกมันทั้งสองกล่าวคำรักจนพอแล้วจึงค่อยออกมาจากตัวตำหนัก เดินตรงมายังแท่นอธิษฐานอีกแห่งที่ลานด้านนอก ตอนนั้นเ้าหนุ่มสินรุ้งเองก็ทำท่าว่าจะออกไปเผชิญหน้า แต่เมื่อเห็นคนทั้งคู่หยิบปากกาจุ่มหมึกเขียนข้อความบนกระดาษ มันก็ตัดสินใจหยุดรอดูก่อนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
เ้าหนุ่มสินรุ้งมีเชาวน์ไว มันสังเกตได้ในทันทีว่านางคณิกาผู้นั้นไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการเขียนหนังสือ นางเขียนอักษรได้คำหนึ่งก็หยุดคิดคราหนึ่ง คนรักของนางเห็นดังนั้นก็หัวร่ออย่างพึงใจ ก่อนโอบกายนาง ใช้มือทั้งสองข้างจับมือน้อยนั้นไว้เพื่อช่วยเขียนข้อความ
เมื่อเป็เช่นนี้ สินรุ้งก็ฉุกคิดขึ้นได้อย่างหนึ่ง ลายมือบนจดหมายที่ฟ้าไขแสงให้มันดูเมื่อหัววันนั้นเขียนขึ้นอย่างเรียบร้อย ชัดเจนว่านางจันทร์งามคงไม่ได้เขียนมันขึ้นเองแน่ เพื่อให้แน่ใจขึ้นไปอีก มันจึงรอให้คู่รักคู่นั้นเดินออกจากเขตตำหนักบูชาฟ้าไปก่อน แล้วจึงฉวยเอากระดาษอธิษฐานแผ่นนั้นมาถือไว้ก่อนเร่งฝีเท้าตามคนทั้งสองต่อไป
สินรุ้งคลี่กระดาษออกอ่านระหว่างติดตามสะกดรอย หากความจำของมันไม่ผิดพลาด ลายมือในแผ่นกระดาษนี้ต่างออกไปจากในจดหมายเมื่อเช้า บนกระดาษอธิษฐานเขียนด้วยลายมือโยกโย้คล้ายเด็กหัดเขียนปนกับลายมืองามของบุรุษที่มีการศึกษาดี แต่ในจดหมายของฟ้าไขแสงกลับเขียนด้วยลายมือที่กระเดียดออกไปในทางของสตรี
ในที่สุดคู่ชายหญิงก็หยุดเดินที่เชิงสะพานข้ามคูน้ำแห่งหนึ่ง พวกมันพร่ำคำรักกันอยู่หลายประโยคก่อนที่จิตดั่งใจจะบรรจงจุมพิตลงที่ริมฝีปากของนางจันทร์งาม ฝ่ายนางคณิกาก็จุมพิตตอบอย่างดูดดื่ม โดยมีสินรุ้งซุ่มดูอยู่ไม่ไกลจากที่นั้น
แม้มันจะเพิ่งแรกหนุ่ม แต่สินรุ้งเองก็มีชีวิตกลางคืนมาพอควรแล้ว การเห็นคนจุมพิตกันไม่ได้ทำให้มันตื่นตะลึงเสียเท่าไร หากแต่นี่เป็ครั้งแรกที่มันได้เห็นคนจุมพิตกันด้วยความรักอันลึกซึ้ง ชวนให้นึกถึงความทรงจำจาง ๆ ในสมัยเด็กเกี่ยวกับบิดาและมารดาของมัน
แท้ที่จริงเื่ของคนคู่นี้กับผู้ให้กำเนิดของมันก็ไม่ต่างกันเท่าใดนัก คนหนึ่งมาจากตระกูลต่ำ อีกคนมาจากตระกูลสูงที่ญาติผู้ใหญ่กีดกัน แต่ต่างกันตรงที่จิตดั่งใจไม่กล้าพอที่จะหันหลังให้ตระกูล ละทิ้งความสบายไปอยู่กับหญิงคนรักเหมือนที่มารดาของสินรุ้งเคยทำในอดีต
จิตดั่งใจข้ามสะพานหายลับไปแล้ว ตรงไปข้างหน้าอีกไม่ไกลก็จะเป็คฤหาสน์ของตระกูลมัน จันทร์งามใช้สายตาละห้อยมองไปยังทิศนั้นพร้อมยกมือปาดน้ำตา ก่อนที่จะหันหลังกลับมาพบกับสินรุ้งที่ยืนอยู่เกือบประชิดตัว
นางคณิกาสะดุ้ง ก้าวเท้าถอยไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว “เป็ท่าน...” นางพูดแล้วก็ชะงัก “คุณชาย”
สินรุ้งประหลาดใจที่ดูเหมือนนางจะจำมันได้ “แม่จดจำข้าออกหรือ” มันถาม “น่าประหลาดนัก”
จันทร์งามไม่ตอบคำถามนั้น นางชม้ายตามองเด็กหนุ่มก่อนเอ่ยถามเบา ๆ ว่า “ท่านเห็น... เื่ทั้งหมด”
มันพยักหน้า รับคำไปว่า “ข้าเห็นทั้งหมด”
นางกัดริมฝีปาก ก้มหน้าลงต่ำ “ข้าจะเชื่อใจคุณชายได้หรือไม่” จันทร์งามดัดเสียงอ่อนหวานเอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “คุณชายจะไม่แพร่งพราย...”
สินรุ้งถลึงตา ดุว่า “แม่หลอกลวงพี่ใหญ่ของข้า”
นางคณิกาเงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้วน้อย ๆ ขณะเอ่ยทวนคำ “พี่ใหญ่ของท่าน... อ้อ” นางคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ “คุณชาย... คุณชายฟ้าไขแสงใช่มากับท่านด้วยหรือไม่”
“แม่ยังไม่ได้ตอบคำถามของข้า” สินรุ้งไม่ยอมเดินตามหมากของอีกฝ่าย “ไยแม่ถึงหลอกลวงพี่ใหญ่ของข้า”
“คุณชาย ท่านหมายถึงเื่ใด” เสียงของนางเริ่มสั่น “ท่าน... ท่านหมายถึงเื่ของคุณชายจิตดั่งใจเช่นนั้นหรือ”
“จิตดั่งใจไหนหรือ อ้อ เป็นามของคนผู้นั้นกระมัง” มันเอ่ยเสียงเข้ม “เื่นั้นไว้ทีหลังเถิดแม่ แล้วเื่บิดาของแม่เล่าจะว่าอย่างไร เห็นว่าอาการของท่านผู้เฒ่าไม่สู้ดีมิใช่หรือ”
จันทร์งามอุทานว่า “อ้อ” ออกมาคำหนึ่งก่อนเอ่ยต่อ “ท่านเข้าใจผิด ความจริงแล้วเื่นั้น...”
“ข้าไม่เห็นว่าจะเป็การเข้าใจผิดอันใด” สินรุ้งเริ่มส่งเสียงตวาด “เป็การหลอกลวงสิไม่ว่า”
นางคณิกาช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาเป็ประกายของเ้าหนุ่มสินรุ้ง “เมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าก็จำต้องเล่าให้ท่านฟัง” เสียงของนางเรียบคล้ายสงบใจได้แล้ว “แต่คุณชายต้องสาบานก่อนว่าจะไม่แพร่งพรายเื่เหล่านี้...”
สินรุ้งตอบปัดเสียงแข็ง “ข้าไม่จำเป็ต้องสาบานอันใด”
“ถ้าเช่นนั้น ท่านก็สามารถไปบอกกับคุณชายฟ้าไขแสงได้ว่าบิดาของข้าน้อยนั้นสบายดี” จันทร์งามก้มศีรษะลงต่ำ “ส่วนเื่ความประพฤติของข้าในวันนี้ คุณชายสามารถตำหนิกับท่านผู้ดูแลร้านได้”
รอยยิ้มที่มุมปากของเด็กหนุ่มดูน่ากลัวนักสำหรับหญิงสาวตรงหน้า “ข้าไยต้องถ่อไปถึงร้านของท่านเล่า” มันเอ่ยตอบ “แค่ข้ามสะพานนี้ไปก็คงถึงแล้วกระมัง คฤหาสน์ของบัณฑิตผู้นั้น”
ท่านจ้าวผู้ยิ่งใหญ่ สีหน้าของนางจันทร์งามดูใจนน่าขันเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากของเ้าหนุ่มสินรุ้ง แต่มันก็ชวนให้รู้สึกเวทนาไปด้วยเช่นกัน “ท่าน... อย่า” นางวิงวอน “คุณชาย ข้า... ข้าน้อยขอความกรุณาจากท่าน อย่าได้...”
สินรุ้งเห็นสีหน้าตระหนกนั้นก็ค่อยใจเย็นลง แต่ยังไม่หยุดเอ่ยซักต่อ “ข้า้าเพียงแค่คำตอบจากแม่เท่านั้น”
จันทร์งามก้มหน้าต่ำ กระซิบออกมาว่า “ข้าน้อยยอมตอบแล้ว เพียงแต่ท่านไม่... ไม่นำเื่ที่เห็นไปพูดต่อเท่านั้น”
สินรุ้งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำขอนั้น “ใครเป็คนเขียนจดหมายฉบับนั้น” มันถาม “แล้วแม่ใช่รู้เื่นี้ด้วยหรือไม่”
“เป็พี่พลอยดาว” นางคณิกากระซิบตอบ “นางรู้หนังสือที่สุดในหมู่พวกเรา”
ท้ายที่สุดความจริงก็ปรากฏ ท่านจ้าวเหนือฟ้าผู้ประเสริฐ ผู้ดูแลร้านกำเนิดรักนี้ช่างกลอกกลิ้งนัก มันเห็นกลุ่มคุณชายจากตระกูลสุวรรณวารียังเยาว์ จึงคิดที่จะหากำไรเพิ่มด้วยการร่อนจดหมายเพื่อเรียกความสงสาร หากฟ้าไขแสงมาที่ร้านในคืนนั้น มันก็จะได้รับรู้ถึงเื่ราวอันสุดแสนจะรันทดที่ปั้นแต่งขึ้น ถึงจะมาจากตระกูลบัณฑิตแต่ก็ใช่ว่าจะเจนโลก ไม่ทราบว่าจะต้องเสียเงินเสียทองมากมายเท่าไรด้วยความเวทนาสงสารจากเื่จอมปลอมนี้
“ช่างต่ำช้านัก คิดทำการค้าไม่ซื่อเช่นนี้หรือ” สินรุ้งสบถ “พี่ใหญ่ข้าคงไม่ใช่แค่เหยื่อรายเดียวของแม่ใช่หรือไม่”
“คุณชายอย่าพูดเช่นนั้น ข้าน้อยไม่ได้้าหลอกลวงผู้ใดเลย” ดวงตาของจันทร์งามรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา “ข้าน้อย... ผู้ดูแลร้านมีบุญคุณกับข้าน้อย พี่พลอยดาวเองก็มีบุญคุณกับข้าน้อย ข้าน้อยไม่สามารถปฏิเสธคำขอนั้นได้”
“ข้าเข้าใจแล้ว เื่นี้ไม่ใช่ความผิดแม่” สินรุ้งรับคำ “ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปบอกต่อพี่ใหญ่ แล้วคืนนี้พวกเราจะไปทวงถามจากผู้ดูแลเอง”
จันทร์งามรีบร้องปฏิเสธเป็พัลวัน น้ำตาไหลออกมาเป็สายอย่างสุดกลั้น เห็นดังนั้นเด็กหนุ่มก็มีทีท่าอ่อนลงก่อนเอ่ยถาม “ทำไมหรือ มันจะขับไล่แม่ออกจากร้านหรืออย่างไร”
“คงไม่ถึงขั้นนั้น” นางคณิกาสูดจมูก “เพียงแต่... เพียงแต่ข้าน้อยคงโดนตำหนิ และพี่พลอยดาวก็คงไม่เขียนจดหมายให้ข้าน้อยอีก”
สินรุ้งย้อนถามอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “จดหมายหลอกลวงน่ะหรือแม่”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่จดหมายหลอกลวงเช่นนั้น” นางร่ำร้องปฏิเสธ “แต่เป็จดหมายที่ข้าน้อยใช้ส่งถึง... ถึง...”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สามารถจบประโยคลงได้ สินรุ้งจึงต่อคำว่า “เป็จดหมายถึงบัณฑิตหนุ่มผู้นั้นกระมัง”
จันทร์งามก้มศีรษะลงเป็เชิงรับคำ เ้าสินรุ้งเห็นสภาพนั้นของนางก็รู้สึกเวทนา จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวลขึ้น “พวกแม่ไม่มีใครอื่นที่รู้หนังสือเลยหรืออย่างไร” มันถาม “แล้วเวลาจะมีใครส่งจดหมายกลับบ้าน ก็ต้องให้พี่พลอยดาวของแม่แต่งหนังสือให้อย่างนั้นหรือ”
“สตรีอย่างข้าน้อยมิอาจเผยความในใจให้ผู้อื่นทราบได้ง่าย” นางยังคงก้มหน้าอยู่ขณะตอบ “หากไม่คิดพึ่งพาพี่พลอยดาวแล้ว บางครั้งก็ต้องไหว้วานให้ท่านผู้ดูแล... ไม่ก็แขกสักท่านเขียนความให้ ซึ่งข้าน้อยคงไม่สามารถให้พวกคุณชายช่วยเขียน เอ่อ...”
พระองค์ทรงพระเมตตายิ่งนัก ช่างน่าเวทนาเสียจริง นางคณิกาผู้นี้มีคนรักที่นางไม่มีวันที่จะได้ และนางจะไม่สามารถหาหนทางติดต่อกับคนผู้นั้นได้หากไม่กระทำผ่านคนกลาง
ชีวิตของนางคณิกาช่างอาภัพ ต้องหลับนอนกับชายที่ไม่ได้รักว่าแย่แล้ว แต่การที่ไม่มีทางได้เคียงคู่กับชายที่รักนั้นแย่ยิ่งกว่า อีกทั้งการจะเผยความในใจแต่ละครั้งก็ยากยิ่ง ใช่ว่าจะสามารถไปยังร้านตำรา จ้างวานให้ผู้คนช่วยเขียนจดหมายแสดงความรักได้ง่ายเสียเมื่อไร
ยังมี การแก่งแย่งชิงดีของเหล่านางคณิกาเป็เื่ปกติในร้านกำเนิดรัก ท่านจ้าวผู้ประเสริฐ นางจันทร์งามเป็หญิงมีชื่อในร้านนั้น ย่อมมีหลายคนคิดริษยา หากเื่ราวของนางไปถึงหูคนเ่าั้ คงจะไม่ใช่เื่ดีแน่
เ้าหนุ่มสินรุ้งเองเมื่อทราบเื่ทั้งหมดก็อดเกิดความสงสารไม่ได้ มันปล่อยให้นางจันทร์งามกลับไปยังที่ของนาง ส่วนตัวมันก็คิดสะระตะอยู่ครู่หนึ่งค่อยกลับไปยังคฤหาสน์ แล้วเล่าเื่บางส่วนให้ลูกพี่ของมันทราบ
แน่ทีเดียวว่าเื่ที่เล่าย่อมไม่พูดถึงคนรักของนางคณิกามีชื่อนั้น เพียงแต่กล่าวถึงจดหมายปลอมโดยปั้นแต่งให้ดูเหมือนว่านางจันทร์งามไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแต่งเื่อุบาทว์นั้นด้วย ฟ้าไขแสงพอทราบเื่ก็เืขึ้นหน้า หุนหันพูดขึ้นว่าจะไปเอาเื่กับผู้ดูแลร้าน แต่เมื่อคิดได้ว่าหญิงที่มันติดพันอยู่อาจได้รับผลกระทบ มันก็จำต้องเย็นลง