ตอนที่ 8: เมื่อความลับถูกเปิดโปง
บ่ายวันนั้น ยามที่ท้องฟ้าเหนือเมืองเริ่มมืดครึ้มด้วยสายฝนที่กำลังจะตก
โรงน้ำชาชิงซินกำลังคึกคัก ‘เย่ว์เสียน’ กำลังยกถ้วยชาไปเสิร์ฟให้ลูกค้าโต๊ะต่างๆ ด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี ขณะที่ ‘ซ่งเหวิน’ นั่งนับตั๋วเงินอยู่ที่โต๊ะบัญชี โดยมี ‘จิ่งเหอ’ และ ‘มู่ชิง’ ช่วยกันเช็ดทำความสะอาดกาน้ำชาอยู่หลังร้าน
ปัง!
ทว่า ความสงบสุขพลันพังทลายลงเมื่อบานประตูโรงน้ำชาถูกลมปราณสายหนึ่งซัดจนกระแทกผนังเปิดออกอย่างแรง!
กลุ่มจอมยุทธ์ในชุดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มแห่ง "สำนักกระบี่ชิงหลิง" ฝ่ายธรรมะนับสิบนาย นำโดย ‘เ้าสำนักเฟิง’ ชายวัยกลางคนหน้าตาโเี้ เดินถือกระบี่บุกเข้ามาในร้าน สายตาคมกริบของเ้าสำนักเฟิงจ้องตรงมาที่เย่ว์เสียนทันที
“นั่นไง! ประมุขพรรคมารศิลาทมิฬ!” เ้าสำนักเฟิงะโลั่นร้าน ทำเอาลูกค้าชาวบ้านใวิ่งหนีออกทางประตูหลังกันอลหม่าน “พวกเราหาตัวเ้ามานาน ในที่สุดเ้าก็หนีมาซ่อนตัวอยู่ในร้านน้ำชาโกโรโกโสแห่งนี้!”
เย่ว์เสียนสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ร่างโปร่งถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มือเรียวใต้แขนเสื้อเริ่มเกร็งแน่น ความทรงจำอันโหดร้ายของวิถีมารย้อนกลับมาในหัว... ‘ไม่ได้... ข้าจะใช้เพลงกระบี่สายมารต่อหน้าศิษย์พี่ไม่ได้ ข้าไม่อยากให้เขาเห็นว่าข้าเป็มารร้าย’
เมื่อเย่ว์เสียนลังเลและไม่ยอมลงมือ มู่ชิงที่รีบวิ่งออกมาจากหลังร้านหมายจะพุ่งเข้ามาขวาง ก็ถูกจอมยุทธ์สำนักชิงหลิงสามคนชักกระบี่เข้าล้อมเอาไว้!
“ตายซะ! มารร้าย!” เ้าสำนักเฟิงใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างขึ้นสูง ชักกระบี่คมกริบออกจากฝัก วาดแทงพุ่งตรงไปที่อกของเย่ว์เสียนด้วยความเร็วหมายจะเอาชีวิต!
เย่ว์เสียนหลับตาลงแน่น เตรียมรับความเ็ป เพราะปฏิเสธที่จะใช้พลังมารต่อหน้าคนที่ตนรัก
ฟิ้ว! เคร้งงงง!
ทว่า เสียงโลหะปะทะกันอย่างรุนแรงกลับดังขึ้นตรงหน้า พร้อมกับคลื่นลมปราณอันบริสุทธิ์และทรงพลังมหาศาลที่ะเิออก จนเ้าสำนักเฟิงกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว!
เย่ว์เสียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น... ภาพที่เห็นตรงหน้าคือแผ่นหลังกว้างของ ‘ซ่งเหวิน’ ในชุดผ้าฝ้ายครามเรียบง่าย ที่ก้าวเข้ามาบังร่างของเขาไว้ได้อย่างทันท่วงที
และสิ่งที่หยุดกระบี่เหล็กกล้าของเ้าสำนักเฟิงเมื่อครู่นี้... ไม่ใช่กระบี่วิเศษใดๆ แต่เป็เพียง “ตะเกียบไม้ฉำฉาเพียงเล่มเดียว” ในมือของซ่งเหวิน!
“ซะ... ซ่งเหวิน?!” เ้าสำนักเฟิงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นพลังลมปราณสายธรรมะระดับตำนานที่เปล่งออกมาจากร่างของเถ้าแก่ร้านน้ำชา “เ้า... เ้าคือมือกระบี่อันดับหนึ่ง! เหตุใดเ้าถึงมาอยู่ที่นี่?! แถมยังคอยปกป้องจอมมารผู้นี้อีก!”
จิ่งเหอที่วิ่งตามออกมาเห็นภาพนั้นพอดี ก็ยืนอึ้งไปเช่นกัน
ซ่งเหวินหมุนตะเกียบไม้ในมือเล่นอย่างเอื่อยเฉย แววตาที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้กลับฉายแววเ็าและเฉียบขาดของอดีตยอดฝีมือที่เคยะเืยุทธภพ
“เขาไม่ใช่จอมมาร...” ซ่งเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำ ทว่ากังวานไปทั่วร้าน “เขาคือเด็กรับใช้ร้านน้ำชาของข้า... และไม่ว่าใครก็ตามที่มาสร้างความวุ่นวายในร้านข้า... ข้าจะไล่ออกไปให้หมด”
“ซ่งเหวิน! เ้าหลงผิดไปแล้วหรือ! มันคือมารร้ายตระกูลเย่ว์นะ!” เ้าสำนักเฟิงะโอย่างไม่ยอมแพ้
“ข้าจะหลงผิดหรือถูก มันก็เื่ของข้า” ซ่งเหวินขยับตัวเล็กน้อย เพียงแค่สะบัดข้อมือเบาๆ ตะเกียบไม้ในมือก็พุ่งแหวกอากาศออกไปดั่งลูกศรวิเศษ!
ฉึก!
ตะเกียบไม้ปักลงบนพื้นไม้กระดานตรงหน้าเท้าของเ้าสำนักเฟิง ห่างไปเพียงแค่องคุลีเดียว พลังลมปราณอัดแน่นจนพื้นไม้แตกร้าวเป็ทางยาว!
“ข้าขอเตือนเป็ครั้งสุดท้ายอย่ามาวุ่นวายในร้านข้า” ซ่งเหวินเอ่ยขู่ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
เ้าสำนักเฟิงและพวกจอมยุทธ์ชิงหลิงถึงกับหน้าซีดเผือด เพราะรู้ดีว่าฝีมือต่างชั้นกันเกินไป จึงรีบพยุงกันถอยร่นออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อร้านกลับคืนสู่ความเงียบ ซ่งเหวินถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับมามองเย่ว์เสียนที่ยังยืนนิ่งทำตาโตอยู่
“ท่าน... ท่านรู้มาตลอดเลยหรือ ว่าข้าคือประมุขพรรคมาร?” เย่ว์เสียนเอ่ยถามเสียงเบาหวิว หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม กลัวเหลือเกินว่าจะโดนเกลียด
ซ่งเหวินมองใบหน้างดงามและยื่นมือไปเคาะหน้าผากเย่ว์เสียนเบาๆ หนึ่งทีด้วยความเอ็นดู
“ข้ารู้ั้แ่วันแรกที่เ้ามุดใต้โต๊ะแล้ว คุณชายเย่ว์...
เจ้ไม่รู้าอย่าลืมว่าข้าคือใครทั้งยุทธภพนี้แทบไม่มีซอกมุมไหนที่ข้า ”
เย่ว์เสียนอ้าปากค้าง “อะ... อ้าว! แล้วเหตุใดท่านถึงไม่ไล่ข้าไปล่ะขอรับ?”
ซ่งเหวินเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ซ่อนรอยยิ้มอบอุ่นไว้พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ก็ถ้าไล่เ้าไป... แล้วใครจะคอยต้มชา จ่ายค่าเสียหาย และสร้างความวุ่นวายให้ข้าทุกวันกันล่ะ?อีกอย่างถึงเ้าจะเป็ถึงประมุขพรรคมาร แต่ข้าััได้ว่าเ้าไม่ได้เป็คนเลวร้ายอะไร”
คำตอบของซ่งเหวินทำเอาเย่ว์เสียนจะเข้าโผกอดเอวอดีตยอดกระบี่แต่กลับถูกดันหัวเอาไว้
ขณะเดียวกัน มู่ชิงและจิ่งเหอที่ยืนมองอยู่หลังร้าน... จิ่งเหอก็แอบยิ้มตามด้วยความยินดี ส่วนมู่ชิงก็มองหน้าจิ่งเหอแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ
ความลับเปิดเผยแล้ว... แต่ความสัมพันธ์ของทุกคนในโรงน้ำชา กลับยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิม!