บทที่2 : แขกคนแรกในรอบปี
แสงแดดยามบ่ายที่แผดเผาลงมากลางลานดินลูกรังดูเหมือนจะร้อนแรงน้อยกว่ารังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มตรงหน้า
อัศวินยืนตระหง่านอยู่ข้างรถSUV คันหรูที่ตอนนี้สภาพดูไม่จืดเพราะฝุ่นแดงเกาะเขรอะไปครึ่งคันท่าทางการยืนของเขาดูสง่างามราวกับกำลังโพสท่าถ่ายปกนิตยสาร GQ ฉบับหน้าฝน... ถ้าไม่ติดว่าท่อนล่างเขาสวม 'กางเกงเลลายช้าง'สีม่วงแป๊ดที่ขากางเกงเต่อขึ้นมาจนเห็นข้อเท้าขาวจั๊วะตัดกับรองเท้าผ้าใบ Limited Edition ราคาเหยียบแสน
แฟชั่นสนามบินหลบไปนี่คือแฟชั่นหนีตายที่แมตช์ได้พังพินาศที่สุดในสามโลก!
ชายหนุ่มค่อยๆ ถอดแว่นกันแดดอันใหญ่ั์ออกด้วยท่วงท่าสโลว์โมชันเผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่ฉายแววหงุดหงิดระดับทะลุปรอท เขาใช้สายตานั้นกวาดมองไปรอบๆ อาณาจักร 'บ้านอิงดาว' ั้แ่ป้ายชื่อไม้สักเก่า ๆ (ที่เอียงกระเท่เร่)ไปจนถึงหลังคาใบจากที่ปลิวไสวตามลม
"นี่... " เสียงทุ้มลึกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ
"นี่คือล็อบบี้เหรอ? หรือว่าเป็เล้าไก่? "
ฉึก!
ดอกแรกปักเข้ากลางใจนับดาว เ้าของโฮมสเตย์สาวที่กำลังยืนยิ้มค้างจนเหงือกแห้ง เธอรีบสูดหายใจเข้าลึก ๆเรียกิญญานักบริการระดับห้าดาว (ที่จำมาจากละคร) เข้าประทับร่าง
"แหม... คุณลูกค้าตาถึงจังเลยค่ะ! " นับดาวจีบปากจีบคอพูดพร้อมผายมือไปทางศาลาต้อนรับที่ทำจากไม้ไผ่ทั้งหลัง
"นี่ไม่ใช่เล้าไก่ธรรมดานะคะแต่มันคือสถาปัตยกรรมแนวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมค่ะ!เราเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ััถึงแก่นแท้ของวิถีชีวิตดั้งเดิม หรือที่ฝรั่งเขาเรียกกันว่าจริงใจไม่ปรุงแต่ง ไงคะ! "
อัศวินเลิกคิ้วมองเธอด้วยสายตาที่อ่านออกได้ว่า'ตอแหล' เขาใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปบนราวระเบียงไม้ไผ่แล้วยกนิ้วขึ้นมาดูคราบฝุ่นสีน้ำตาลที่ติดปลายนิ้ว
"จริงใจ... มาก... " เขาพูดเสียงเรียบพร้อมดีดนิ้วไล่ฝุ่นด้วยความรังเกียจ
"ฝุ่นหนาขนาดนี้ผมว่าเรียกภัยคุกคามทางเดินหายใจ น่าจะตรงกว่า แล้วไม้นี่...ปลวกกินไปครึ่งลำแล้วมั้ง เดิน ๆ ไปผมจะร่วงลงไปคอหักตายไหมเนี่ย? ประกันชีวิตของผมไม่ครอบคลุมอุบัติเหตุจากการเดินบนซากปรักหักพังนะครับ"
"อุ๊ย! ไม่ใช่ปลวกกินค่ะคุณลูกค้า! " นับดาวรีบแก้ตัวน้ำขุ่น ๆเหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผม
"มันคือ...เอ่อ... ลวดลายธรรมชาติที่ผ่านกาลเวลาหรือที่เรียกว่าความงามในความไม่สมบูรณ์แบบไงคะ! ส่วนเื่ความแข็งแรง หายห่วงค่ะไม้ไผ่ที่นี่เราคัดเกรด A แข็งแรงยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กช้างเหยียบยังไม่หักเลยค่ะ! "
กร็อบ!
เสียงไม้ไผ่ซีกหนึ่งที่อัศวินเพิ่งทิ้งน้ำหนักตัวพิงลงไปส่งเสียงลั่นดังสนั่นหวั่นไหวเหมือนกระดูกคนแก่บิดี้เี
ทั้งสองคนชะงักกึกอัศวินค่อย ๆ เด้งตัวออกมาจากราวระเบียงอย่างรวดเร็ว หน้าซีดไปครึ่งแถบส่วนนับดาวได้แต่ยิ้มแห้งๆ ส่งสายตาวิงวอนไปให้เ้าที่เ้าทาง
"โอเค... " อัศวินพยักหน้าช้า ๆ พยายามรักษามาด
"ถือว่าผมไม่ได้ยินเสียงเมื่อกี้แล้วกัน...เอาล่ะ ผมเหนื่อยมาทั้งวัน ขับรถหลงทางมาเจอถนนลูกรังนรกแตกนั่นรถ่ล่างผมคงพังยับเยินหมดแล้ว ผม้าพักผ่อนเดี๋ยวนี้"
เขาถอดหมวกแก๊ปออกพลางเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นอย่างลวก ๆเผยให้เห็นใบหน้าฟ้าประทานอย่างชัดเจนจนนับดาวชะงัก ที่บอกว่าเทวดามาโปรดสงสัยจะเป็เทวดาจริง ๆ เสียแล้วแต่ก่อนที่นับดาวจะเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลานั้นไปมากกว่านี้ ลูกค้า ‘เทวดา’ก็พูดขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
"คุณมีห้อง Presidential Suite ไหม? "
นับดาวอ้าปากค้างสมองประมวลผลคำศัพท์ไม่ทัน
"คะ? เพรส... เพรสซิเดน... อะไรนะคะ? "
"PresidentialSuite" อัศวินย้ำเสียงหนักแน่นเหมือนกำลังสั่งกาแฟในสตาร์บัคส์
"ห้องที่ใหญ่ที่สุดหรูที่สุด แยกโซนเปียกโซนแห้ง มีอ่างจากุซซี วิวพาโนรามาที่ไม่มีอะไรมาบังสายตาและที่สำคัญ... ต้องมี Butler ส่วนตัวคอยสแตนด์บายยี่สิบสี่ชั่วโมงผม้าน้ำแร่ Evian แช่เย็นที่อุณหภูมิ 4 องศา และหมอนขนห่านแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาใยสังเคราะห์นะ ผมแพ้"
นับดาวกะพริบตาปริบๆ มองดูสภาพโฮมสเตย์ตัวเอง ที่มีแค่กระท่อมไม้ไผ่สามหลังกับโอ่งัใส่น้ำรองจากประปาูเา...
จากุซซีบ้านป้าคุณสิคะ!ที่นี่มีแต่ขันน้ำพลาสติกสีชมพู! น้ำแร่ Evian? มีแต่น้ำฝนต้มสุกกรอกใส่ขวดน้ำปลาเนี่ย กินได้ก็กินกินไม่ได้ก็คอแห้งตายไปซะ!
แต่แน่นอนว่าในฐานะแม่ค้าหน้าเื...เอ้ย เ้าของกิจการผู้มีใจรักบริการ เธอจะพูดแบบนั้นไม่ได้
"อ๋ออออ! ห้องสวีต! " นับดาวตบมือฉาดใหญ่
"เสียใจด้วยค่ะคุณลูกค้าห้อง Presidentialเราปิดปรับปรุงชั่วคราว แต่! เรามีห้องที่ดีกว่านั้นค่ะ! "นับดาวพูดด้วยใบใหน้าเปื้อนยิ้ม ...ปิดปรับปรุงอะไรกันล่ะมันไม่มีั้แ่แรกอยู่แล้ว!!
"ดีกว่า? " อัศวินหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ
"ใช่ค่ะ! ดิฉันขอแนะนำ 'เรือนชมจันทร์'! " นับดาวผายมือไปทางกระท่อมหลังในสุดที่ตั้งอยู่ริมผา
"เป็ห้องExclusiveที่สุดของเรา ไม่มีจากุซซี แต่มีระเบียงชมดาวแบบ 180 องศา! ไม่มีแอร์ แต่มีลมหายใจแห่งขุนเขาพัดผ่านตลอดคืน! ไม่มี Butlerแต่มี... เอ่อ... มีน้องถั่วดำ แมวเซเลบประจำดอยคอยเอนเตอร์เทนรับรองว่าไพรเวตสุด ๆ ค่ะ! "
อัศวินมองตามมือเธอไปที่กระท่อมหลังเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะปลิวไปตามลมได้ทุกเมื่อ เขาทำหน้าเหมือนเพิ่งดมกลิ่นทุเรียนเน่าแต่แล้วสายตาเขาก็สะดุดกึกเมื่อเห็นรถมอเตอร์ไซค์ชาวบ้านขับผ่านหน้าโฮมสเตย์ไป
เขาผงะถอยหลังรีบหยิบแว่นกันแดดมาใส่ทันที ท่าทางระแวงเหมือนโจรหนีคดี
"เดี๋ยว... ที่นี่คนพลุกพล่านขนาดนี้เลยเหรอ? " อัศวินถามเสียงกระซิบ
"เมื่อกี้มีรถผ่าน...เขาเห็นผมไหม? เขาถ่ายรูปทันไหม? ที่นี่มีปาปารัสซี่ไหมเนี่ย?"
นับดาวมองตามไปเห็นแค่ลุงสมหมายขับเวฟร้อยไปดูนา"เอ่อ... นั่นลุงสมหมายค่ะ แกคงไม่รู้จักปาปารัสซี่หรอกค่ะแกน่าจะรู้จักแต่ป้าศรีภรรยาแก"
"ไม่ได้! " อัศวินส่ายหน้าดิก เริ่มเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย
"ผม้าความส่วนตัวขั้นสูงสุดผมไม่อยากเจอใคร ไม่อยากให้ใครเห็นหน้า ไม่อยากได้ยินเสียงมนุษย์...นอกจากเสียงคุณเวลาผมเรียกใช้"
เขาหยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้านับดาวผ่านเลนส์แว่นดำ
"วันนี้มีแขกคนอื่นพักอยู่ไหม? "
"มะ... ไม่มีค่ะ" นับดาวตอบเสียงอ่อย ความจริงคือไม่มีมาสามเดือนแล้ว
"ดี" อัศวินแสยะยิ้มมุมปาก ยื่นมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเล และหยิบกระเป๋าสตางค์ใบยาวหนังจระเข้แท้ออกมา
"ผมขอเหมา"
คำสั้นๆ สามพยางค์ แต่ดังก้องกังวานในหูของนับดาวราวกับเสียงระฆัง์
"หะ... เหมา? เหมาอะไรคะ? "
"เหมาหมดนี่แหละ! " อัศวินวาดแขนไปรอบ ๆ อาณาจักรบ้านอิงดาว
"ผมเหมาห้องพักทุกห้องเหมาลานกางเต็นท์ เหมาที่จอดรถ เหมาอากาศหายใจในรัศมีห้าร้อยเมตรนี้!ห้ามรับแขกคนอื่นเด็ดขาด ห้ามให้ใครเข้ามาวุ่นวาย จนกว่าผมจะเช็กเอาต์...เข้าใจไหม? "
ตู้มมมม!
เหมือนมีนิวเคลียร์ลูกใหญ่ะเิขึ้นในสมองของนับดาวความหมั่นไส้ที่มีต่อผู้ชายขี้เก๊กคนนี้แตกสลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยรัศมีสีทองที่เปล่งประกายรอบตัวเขาเหมือนเทพเ้าแห่งโชคลาภ
เสียงเครื่องคิดเลขในหัวของเธอดังรัวเร็วยิ่งกว่าแร็ปเปอร์ตึ๊ง ๆ ๆ คูณสามหลัง คูณจำนวนวัน บวกค่าเสียเวลา บวกค่าปิดปาก บวก ServiceCharge...
แม่เ้าโว้ย!นี่มันไม่ใช่ลูกค้า... นี่มันคือ 'ตู้ ATM เดินได้' ชัดๆ ! หนี้ ธ.ก.ส.? หนี้ค่าน้ำค่าไฟ? หนี้ค่าอาหารแมว?ปลดหนี้ได้หมดจบในงวดเดียว!
ดวงตาของนับดาวเปลี่ยนจากลูกตาดำๆ กลายเป็สัญลักษณ์เงินบาท (฿) ทันทีร่างกายของเธอตอบสนองอัตโนมัติด้วยการย่อเข่าลงเล็กน้อย ประสานมือไว้ที่หน้าท้องแล้วฉีกยิ้มกว้างจนปากแทบฉีกถึงรูหู เป็ยิ้มที่หวานหยดย้อยที่สุดในชีวิต
"โอ้โห... คุณผู้ชายคะ... " น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนจากแม่ค้าปากตลาดเป็เสียงแอร์โฮสเตสสายการบินเฟิร์สคลาสทันที
"ช่างเป็เกียรติแก่วงศ์ตระกูลของดิฉันจริงๆ ค่ะ! เหมาหมดเลยเหรอคะ? ได้ค่ะ! ได้แน่นอนค่ะ! จะเหมาูเาลูกนี้ด้วยเลยไหมคะเดี๋ยวไปติดต่อ อบต. ให้! "
"ไม่ต้องประชด" อัศวินตัดบท พลางหยิบแบล็กการ์ดที่ดูขลังและทรงพลังออกมาควงเล่น
"ผมจ่ายไม่อั้นรูดบัตรได้ไหม? หรือที่นี่รับแต่เงินพดด้วง? "
"โธ่คุณท่าน... รับโอนค่ะ! พร้อมเพย์สแกนได้ทุกธนาคาร เงินเข้าปุ๊บห้องเป็ของคุณปั๊บ! " นับดาวรีบควักมือถือออกมาเปิด QR Code ด้วยความเร็วแสง
“เชิญทางนี้เลยค่ะ'นายท่าน'! เดี๋ยวอิฉัน... เอ้ย ดิฉันจะพาไปชม 'เรือนชมจันทร์' ที่วิจิตรตระการตาที่สุดในสามโลกเชิญเ้าค่ะ เชิญญ! " หลังจากกระบวนการโอนเงินเหมาที่พักเสร็จสิ้นนับดาวก็ทำท่าเชื้อเชิญราวกับจะปูพรมแดงให้เขาอยู่แล้ว อัศวินยักไหล่เล็กน้อย ก่อนจะเดินเชิดหน้าตามนับดาวไปโดยมีเ้าถั่วดำที่เพิ่งตื่นเดินตามหลังต้อย ๆ เพราะได้กลิ่นความรวย... เอ้ยกลิ่นอาหารเม็ดเกรดพรีเมียมจากผู้ชายคนนี้เช่นกัน
"เชิญค่ะ! นี่คือ 'เรือนชมจันทร์' เพชรน้ำงามแห่งบ้านอิงดาวของเรา! "
นับดาวผายมือด้วยท่าทางเว่อร์วังอลังการประหนึ่งกำลังเปิดตัวคอนโดหรูริมแม่น้ำเ้าพระยาก่อนจะผลักบานประตูไม้ไผ่สานที่ส่งเสียงดัง เอี๊ยดดด... ยาวเหยียดเปิดทางให้แขกวีไอพีเดินเข้าไป
อัศวินก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยความระมัดระวังราวกับกำลังกู้ะเิเขากวาดสายตามองไปรอบห้องพักขนาดกะทัดรัด... หรือพูดให้ถูกคือ 'คับแคบ'ที่มีเพียงเตียงนอนไม้สักเก่า ๆ มุ้งสีขาวที่ผูกปมไว้เหนือเตียงและโต๊ะเครื่องแป้งแบบนั่งพื้นที่กระจกเริ่มเป็ฝ้า
"นี่เหรอ... เรือนชมจันทร์? " อัศวินถามเสียงสูงปลายเสียงสั่นเล็กน้อยเหมือนคนกำลังช็อก
"ทำไมมันดูเหมือน'กระท่อมปลายนา' ในละครหลังข่าวที่พระเอกชอบลากนางเอกมาขังลืมเลยล่ะ?"
"แหม คุณขา... " นับดาวรีบแก้ต่าง ลากเสียงยาวเพื่อกลบเกลื่อนความจริง
"นี่แหละค่ะคือเสน่ห์!เรียกว่าสไตล์เรียบง่ายไงคะ เป็การจำลองวิถีชีวิตชาวดอยให้สมจริงที่สุด! "
อัศวินถอนหายใจแรงจนจมูกบานเขาเหนื่อยเกินกว่าจะเถียง ตอนนี้ร่างกายเขาโหยหาการพักผ่อนระดับเซลล์เขา้าเตียงนุ่ม ๆ ดูดิญญา เพื่อทิ้งร่างพัง ๆ นี้ลงไป
"ช่างเถอะ... " อัศวินโบกมือปัดๆ เดินดุ่มๆไปที่เตียงนอนที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนลายดอกชบาจี๊ดจ๊าด
"ขอผมนอนสักงีบห้ามรบกวน ห้ามเคาะประตู จนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน"
พูดจบซูเปอร์สตาร์หนุ่มก็ทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างเต็มแรงหวังจะให้ความนุ่มเด้งของสปริงโอบอุ้มร่างกายอันเหนื่อยล้า...
ตุบ!!!
เสียงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เสียงฟุ่บ นุ่มนวลชวนฝัน แต่มันคือเสียงกระดูกกระทบของแข็งดังสนั่น เหมือนใครเอาถุงปูนซีเมนต์ทุ่มลงพื้นคอนกรีต
"โอ๊ยยยยยยยยยยย!!! "
อัศวินร้องลั่นเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงด้วยความเร็วแสง มือข้างหนึ่งกุมหลัง อีกข้างกุมก้นหน้าตาบิดเบี้ยวเหยเกจนหมดมาดเทพบุตรน้ำแข็ง
"นี่มันเตียงบ้าอะไรเนี่ย! แข็งยังกับนอนทับศิลาจารึก! นี่คุณเอาหินแกรนิตมายัดไส้แทนฟองน้ำเหรอฮะ!หลังผม! กระดูกสันหลังของผม... มันจะเคลื่อนไหมเนี่ย! "
นับดาวสะดุ้งโหยงแต่สมองอันชาญฉลาดของเธอก็ทำงานทันที
"ใจเย็นค่ะคุณลูกค้า! นี่ไม่ใช่เตียงธรรมดานะคะ! นี่คือที่นอนนุ่นแท้ 100%เกรดโอท็อป 5 ดาวค่ะ! เป็นวัตกรรมภูมิปัญญาชาวบ้านที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีรศาสตร์ขั้นสูง!"
"นุ่นแท้อะไรล่ะ! เจ็บจะตายชัก! "
"ฟังก่อนค่ะ! คนเมืองอย่างคุณนอนเตียงนุ่ม ๆ มาทั้งชีวิต กระดูกเลยคดงอเป็ Office Syndrome กันระนาว แต่ที่นอนนุ่นเนี่ยมันจะช่วยดัดหลัง จัดระเบียบกระดูกให้ตรงเป๊ะ! แรก ๆ อาจจะเจ็บเหมือนโดนทุบแต่นอนตื่นมาแล้วจะรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่เลยนะคะ! นี่คอร์สกายภาพบำบัดฟรี ๆเลยนะเนี่ย! " นับดาวคุยโม้ไปเรื่อย ทั้งยังยกแม่น้ำสิบสายมาเกลี้ยกล่อมเธอไม่รู้หรอกว่าเขามาจากไหน แต่ดูจากรูปลักษณ์ท่าทางและความเื่มากแล้ว เธอเดาว่าเขาต้องมาจากเมืองกรุง100%
อัศวินมองนับดาวด้วยสายตาเหลือเชื่อ"คุณจะบอกว่าการนอนบนแผ่นปูนปูผ้าฝ้ายนี่คือการรักษาเหรอ? "
"ค่ะ! เชื่อมือผู้เชี่ยวชาญเถอะค่ะ" นับดาวพยักหน้าอย่างหนักแน่น
อัศวินถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิดเชื่อก็บ้าแล้ว แต่ตอนนี้เขาทั้งเหนื่อยทั้งร้อนและอยากพักผ่อนเต็มแก่เลยไม่อยากจะสู้รบมากนัก
"รีโมตแอร์อยู่ไหน? เปิดแอร์ให้หน่อย ขอ 23 องศา swing mode ด้วยนะ ผมไม่ชอบลมเป่าหน้า"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง...นับดาวยิ้มแห้ง ยิ้มแบบที่มุมปากกระตุกยิก ๆ
"เอ่อ... คือที่นี่... เราเป็ Green Hotel น่ะค่ะเราเน้นประหยัดพลังงานช่วยโลก... "
"อย่าบอกนะว่าไม่มีแอร์? " อัศวินตาโตเท่าไข่ห่าน
"เรามีสิ่งที่เหนือกว่าแอร์ค่ะ! "นับดาวรีบเดินไปที่หน้าต่างไม้บานใหญ่ แล้วผลักมันเปิดออกกว้าง ปัง!
ลมูเาพัดวูบเข้ามาทันทีหอบเอากลิ่นดิน กลิ่นหญ้า และความเย็นะเืเข้ามาในห้อง
"ทาดาาา! ระบบระบายอากาศแบบธรรมชาติค่ะ! "นับดาวผายมือออกไปนอกหน้าต่าง
"ลมธรรมชาติบริสุทธิ์จากเทือกเขาเย็นฉ่ำปอด แถมไม่มีฝุ่น PM 2.5 มากวนใจ นี่แหละค่ะแอร์รุ่นที่ดีที่สุดในโลก! "
อัศวินมองออกไปที่หน้าต่างที่เปิดโล่งไม่มีมุ้งลวด ไม่มีกระจกกันเสียง มีแต่ความว่างเปล่าที่กั้นระหว่างเขากับป่าดงดิบ
"คุณบ้าไปแล้ว..." อัศวินถอยหลังกรูด
"ปิดเดี๋ยวนี้! ปิดหน้าต่างเดี๋ยวนี้!คุณจะให้ยุงลายมาหามผมไปกินเหรอ! แล้วถ้ามีแมลงล่ะ? ผีเสื้อกลางคืน? ด้วงกว่าง? หรือตัวอะไรแปลกๆ บินเข้ามาเกาะหน้าผมตอนนอน ถ้าผมหน้าแหกใครจะรับผิดชอบ! "
"โธ่คุณ... แมลงที่นี่น่ารักจะตาย ไม่กัดหรอกค่ะ"
"ไม่เอา! ผมไม่ไว้ใจธรรมชาติ! ธรรมชาติมันโหดร้าย! ปิดเดี๋ยวนี้นะยัยแม่ค้าหน้าเื! "
"เอ๊ะ! คุณนี่เื่มากจริง! " นับดาวเริ่มหมดความอดทนมือเท้าเอวเตรียมจะวีนกลับ แต่ความคิดเื่เงินก็ผุดขึ้นมาเตือนสติไว้ก่อน
อดทนไว้นับดาว...ลูกค้าคือพระเ้า... พระเ้าที่ปากหมาและเื่มากนิดหน่อย...
"โอเคค่ะ ๆ เดี๋ยวฉันไปหามุ้งลวดมาติดให้ทีหลังตอนนี้คุณนอนในมุ้งไปก่อนนะคะ ปลอดภัยแน่นอน 100%... "
จุ๊...จุ๊... จุ๊...
เสียงเล็กแหลมดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนาเป็เสียงที่คนไทยคุ้นเคยดี แต่สำหรับอัศวิน มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับชาติ
ทั้งสองคนเงียบกริบค่อย ๆ หันไปมองที่ผนังห้องเหนือหัวเตียง
บนเพดานไม้ไผ่สานมีสิ่งมีชีวิตตัวน้อยผิวสีเนื้อนวลเนียน ลายจุดจาง ๆ ดวงตากลมโตดำขลับกำลังเกาะหนึบมองลงมาที่พวกเขา มันคือ 'จิ้งจก' ตัวน้อยขนาดเท่านิ้วก้อยที่ดูไม่มีพิษมีภัยใด ๆ
แต่สำหรับอัศวิน...สิ่งที่เขาเห็นคงไม่ใช่จิ้งจก แต่มันคือ 'ก็อตซิลล่ารุ่นพกพา'
"นะ... นั่น... นั่นตัวอะไร? " อัศวินชี้มือสั่นๆ ไปทางผู้บุกรุก เสียงเริ่มเหินขึ้นจมูก
"อ๋อ... น้องจิ้งจกไงคะ" นับดาวตอบหน้าตาย
"น้องชื่อ'สมจิตร' ขาประจำห้องนี้ มาช่วยกินยุงค่ะ"
"กะ... กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!! "
เสียงกรีดร้องที่ดังออกจากปากซูเปอร์สตาร์หนุ่มมาดแมนไม่ใช่เสียงะโด้วยความใแบบผู้ชาย แต่มันคือเสียงกรี๊ดปรอทแตก!ไฮโน้ตระดับมารายห์ แครี ยังต้องกราบ! ดังสนั่นหวั่นไหวจนนับดาวต้องเอามืออุดหู
อัศวินะโตัวลอยลืมความเ็ปที่หลังไปสิ้น เขาดีดตัวขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ๆด้วยความคล่องแคล่วราวกับนินจา ขาสั่นพั่บ ๆ มือเกาะขอบหน้าต่างแน่น
"เอามันออกไป! เอามันออกไปเดี๋ยวนี้! มันมองหน้าผม!มันกำลังจะะโกัดคอผม! อี๋! ิัลื่น ๆ นั่น... กรี๊ดดดด! อย่าเข้ามานะเว้ย!"
นับดาวมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งทึ่ง และ... สังเวช
ภาพลักษณ์'เทวดา' ผู้สุขุมนุ่มลึก กลายเป็ 'ลูกหมาตกน้ำ' ที่ยืนขาสั่นอยู่บนเก้าอี้ร้องไห้น้ำตาซึมเพราะจิ้งจกตัวเท่านิ้วก้อย
"คุณคะ... น้องมันไม่กัด... "
"ไม่ฟัง! ไล่มันไป! หรือฆ่ามันเลย! เอาะเิมาปามัน!เผากระท่อมนี้ทิ้งเลยก็ได้ ผมจ่ายค่าเสียหายให้! "
"จะบ้าเหรอคุณ! แค่จิ้งจก! "
ทันใดนั้นเ้าสมจิตรผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่คงใเสียงกรี๊ด มันจึงปล่อยมือจากเพดาน ร่วง ตุ้บลงมา... บนที่นอนนุ่นแข็ง ๆ นั่นพอดี
"ว้ากกกกกกกก! มันบุกแล้ว! มันยึดเตียงผมแล้ว! แม่จ๋าช่วย
วินด้วย! " อัศวินะโเหยง ๆ บนเก้าอี้จนไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดเกือบจะหงายหลังตกหน้าต่างตาย
นับดาวถอนหายใจยาวเหยียดยาวจนลมแทบหมดปอด เธอส่ายหน้าด้วยความระอา ก่อนจะเดินอาด ๆ เข้าไปที่เตียง
ถ้าไม่ใช่เพราะเงินสามแสนที่โอนเข้าบัญชีมาเมื่อกี้นะ...แม่จะจับจิ้งจกยัดปากให้เงียบเสียงเลย คอยดู!
หญิงสาวรวบรวมสมาธิจ้องมองเ้าสมจิตรที่กำลังมึนงง เธอยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็วปานงูฉก
หมับ!
มือน้อยๆ ตะปบเข้าที่ลำตัวจิ้งจกอย่างแม่นยำ จับมันไว้ในอุ้งมืออย่างอ่อนโยนแต่แ่า
"ได้แล้วค่ะคุณชาย! " นับดาวชูมือที่กำจิ้งจกขึ้นโชว์
"จับได้แล้วค่ะ!ไม่ต้องเผากระท่อมนะคะ! "
อัศวินมองมือนับดาวด้วยสายตาสยดสยองเหมือนเธอกำลังถือะเินิวเคลียร์
"ยะ...อย่าเอามาใกล้ผม! เอาไปทิ้งไกล ๆ ! ขว้างลงเหวไปเลย! "
นับดาวเดินไปที่หน้าต่างอีกฝั่งแล้วปล่อยเ้าสมจิตรออกไปสู่ธรรมชาติ
"ไปนะสมจิตรวันนี้ดวงซวยหน่อยนะ เจอคนบ้า"
เธอปัดมือเช็ดกับกางเกงยีนสองสามทีแล้วหันมายิ้มหวานเคลือบยาพิษให้ลูกค้า
"เรียบร้อยค่ะ ปลอดภัย 100% แล้วเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัยนะคะ หรือจะให้ฉันยืนเฝ้าจิ้งจกหน้าห้องด้วยไหมคะคิดชั่วโมงละ 500"
อัศวินค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ขาอ่อนจนยืนไม่ไหว หน้าซีดเผือด เหงื่อท่วมตัวจนเสื้อยืดราคาแพงเปียกแนบเนื้อเขาหอบหายใจเหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอน
"ออกไป... " เขาโบกมือไล่อย่างหมดแรง เสียงแหบแห้ง
"ออกไปได้แล้ว...ผมจะนอน... แล้วอย่าให้ตัวอะไรเข้ามาอีกนะ แม้แต่มดตัวเดียวก็ห้าม"
"รับทราบค่ะ! " นับดาวทำท่าตะเบ๊ะกวน ๆ ก่อนจะรีบถอยฉากออกมาจากห้อง
เธอปิดประตูไม้ไผ่ลงอย่างเบามือแล้วยืนแนบหูฟังเสียงความเคลื่อนไหวข้างในสักพัก ได้ยินเสียงบ่นพึมพำงึมงำว่า "เตียงบ้าอะไรวะ... จิ้งจกบ้า... ชีวิตบัดซบ... " ก่อนที่เสียงจะค่อยๆ เงียบไป ตามด้วยเสียงกรนเบา ๆ อย่างคนหมดสภาพ
นับดาวถอยออกมานั่งที่ระเบียงหน้าเรือนล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดแอปธนาคารดูยอดเงินอีกครั้ง
ตัวเลข300,000.00นอนนิ่งสงบอยู่ในบัญชีมันดูสวยงาม เปล่งประกาย และเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำจากการบริการเมื่อกี้ได้ชะงัดนัก
"สามแสน... " เธอยิ้มแก้มปริ จูบหน้าจอโทรศัพท์ไปหนึ่งที
"คุ้มแล้ว...ทนฟังเสียงกรี๊ดปรอทแตกแค่นี้ จิ๊บ ๆ น่า"
แต่พอมองกลับไปที่ประตูห้องเรือนชมจันทร์รอยยิ้มของเธอก็ค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงการถอนหายใจเฮือกใหญ่
นี่แค่วันแรก...แค่ชั่วโมงแรกเท่านั้น เธอยังต้องรับมือกับ 'คุณชายขี้เก๊ก จอมเื่มาก และปอดแหกอันดับหนึ่ง'คนนี้จนกว่าเขาจะเช็กเอาต์ออกไป
"เฮ้อ... ถั่วดำ" เธอหันไปเรียกแมวที่เพิ่งเดินนวยนาดเข้ามาหา
"พรุ่งนี้ช่วยแม่จับจิ้งจกหน่อยนะถ้าต้องจับเองทุกตัว แม่คงประสาทกินก่อนได้ใช้เงินแน่ ๆ "
เ้าถั่วดำร้อง"เมี๊ยว" สั้น ๆ ก่อนจะเดินไปดม ๆ ที่หน้าประตูห้องอัศวิน แล้วทำท่าตะกุยประตูเหมือนอยากเข้าไปเล่นด้วย