บทที่ ๒๙ : ไม่มีวันเปลี่ยนใจ
ทุกคนในบริเวณบ้านร้างดูใพวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ากลุ่มสาวสวยบนรถลีมูซีนคันหรูจะะโลอยหวือตัวเบาได้ถึงเพียงนั้นเพราะมันดูผิดกับวิสัยของมนุษย์ทั่วไปโดนสิ้นเชิง
“จัดการได้ตามใจชอบแต่ห้ามลงมือฆ่าเป็อันขาด” สิ้นสุดคำพูดของเฟยหลงองครักษ์พิทักษ์แห่งดวงดาวทั้งแปดก็แผ่ปราณออกจากร่างแม้มนุษย์ธรรมดาจะไม่สามารถมองเห็นปราณเหล่านี้ได้ แต่แรงกดดันจากจิตสังหารก็แผ่ไปทั่วบริเวณเสียแล้ว
กุ่ยเต๋อหวงล้มตึงลงกับพื้นภาพเบื้องหน้าของเขากำลังเห็นหญิงสาวร่างบางทั้งแปดเข้าห้ำหั่นกับกลุ่มโจรนับร้อย
“ปราณแมวกระบวนท่าที่๙ ระบำแมวตบ” หรงเอ๋อสูดหายใจเป็จังหวะ ก่อนหายตัวไปในอากาศพร้อมกับใช้สันมือสับต้นคอของโจรนับสิบในระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที
เวลาเดียวกันนั้นอ้ายเหรินก็ฉวยโอกาสะโเตะก้านคอหัวหน้าแก๊งกระทิงดุ จนเงาร่างผู้สวมอีโม่งสลบเหมือดล้มลงไปนั่งหลังพิงกับกองขยะใช้เวลาไม่นานนักหญิงสาวก็วิ่งไปซ่อนตัวหลบหลังพุ่มไม้พลางดัดเสียงปลอมตัวเป็หัวหน้าแก๊งกระทิงดุ เอ่ยสั่งการเหล่าลูกน้องนับสิบให้หันไปโจมตีกันเอง“มีสายลับอยู่ในแก๊งพวกเรา จัดการมันซะก่อนที่จะโดนพวกมันตลบหลังเล่นงาน นั่นไง เ้าพวกนั้นอยู่ด้านซ้าย!”
“เห้ย!ฉันไม่ใช่สายลับนะเว้ย มาต่อยกันแบบนี้ได้ไงวะ” หนึ่งในชายชุดดำแหกปาก ใช่! เขาโดนพวกเดียวกันต่อยเสียจนล้มกลิ้งไปหลายตลบ“หรือว่าพวกแกคือสายลับของฟางเซียนกรุ๊ปถึงได้ทำร้ายพวกเดียวกันแบบนี้” สิ้นสุดประโยคเงาร่างของผู้ร้ายทั้งหลายก็เข้าตะลุมบอนกันแบบนัวเนีย
“พวกผู้เสพกาวทั้งหลายจงลอย ลอยขึ้น วิงกาดิโอ เลวิโอเทร่า” เหมยลี่ทำไม้ทำมือร่ายคาถาโดยใช้กิ่งไม้ที่หาได้ในบริเวณนั้นแทนไม้กายสิทธิ์เงาร่างของกลุ่มโจรชุดดำลอยหวือขึ้นในไปอากาศสูงสักห้าเมตร แล้วถูกปล่อยทิ้งลงกระแทกพื้นแบบไม่ปราณีปราสัยพวกมันทุกคนล้วนาเ็หนักกันถ้วนหน้า
“พวกนี้มันแม่มดต้องเป็แม่มดแน่ๆ” กลุ่มลูกน้องแก๊งกระทิงดุส่วนที่เหลือเริ่มหวาดผวาพวกมันรวมตัวกันหลายสิบคน ทำท่าทางเหมือนจะวิ่งหนี ขณะที่เจียงลี่หยูถึงกับปากคอสั่นสับสนมึนงงไปหมด“ยุคนี้ยังมีแม่มดอยู่รึ เป็ไปได้ไงกัน?”
ลั่วลั่วเทียนเทียน เหมยลี่ ยืนจังก้าเข้าขวางทาง ใบหน้าของทั้งสามฉายไอปีศาจออกมารอบบริเวณจิตสังหารของทุกคนทำให้แก๊งโจรถึงกับปัสสาวะราดแบบไม่ทันตั้งตัว
“ลูกเตะจริงจัง”
“บันคาย”
“เกียร์สาม”
ลั่วลั่วเทียนเทียน เหมยลี่ สบถบ่นเอื้อนเอ่ย ร่างขาวขนาดเล็กของทั้งสามเข้าปะทะกับศัตรูอย่างไร้ความเมตตา...แก๊งกระทิงดุแตกกระเจิงถอยหนี พวกมันที่เหลือต่างเข้าไปหลบในบ้านร้างเพื่อเอาตัวรอด
“ไฟฉายย่อส่วน”เยี่ยนเอ๋อเอ่ยปาก พร้อมหยิบไฟฉายกระบอกหนึ่งออกจากกระเป๋าหน้าท้องเด็กสาวผู้สวมแว่นตากำลังทำให้บ้านร้างทั้งหลังหดเล็กลงจนมีขนาดเท่ากับรองเท้าข้างหนึ่ง
ั์ตาแป๋วจ้องมองแก๊งโจรในบ้านร้างอย่างเอ็นดูพวกคนร้ายะโก้องแบบเสียสติออกมาราวกับโดนผีหลอก “ั์ แม่เ้าั์ ถ้านี่เป็ความฝัน ขอให้พวกผมตื่นเสียทีเถอะ”
กุ่ยเต๋อหวงมองเหตุการณ์ต่างๆสลับกับมองหน้าเฟยหลงไปมา ชายจมูกบานยังไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นกันแน่ ทว่า...ตัวเขาเองก็รู้สึกขนพองสยองเกล้าอยู่ไม่น้อย ที่บรรดาหญิงสาวทั้งเก้ามีพลังพิเศษถึงเพียงนี้
เจียงลี่หยูหันซ้ายแลขวาหาตัวช่วยขณะที่เฟยหลงะโจากกระโปรงรถลีมูซีนตรงเข้าหา ใบหน้าสะสวยนั้นกำลังยิ้มแบบผีในหนังสยองขวัญ“ว่าไง คุณหนูเจี่ยงลี่ ยังอยากดูหนังสดของฉันไหม”
“พวกแกมันปีศาจปีศาจชัดๆ” หญิงสาวในชุดเดรสแดงแหกปากลั่น มือไม้สั่นเทาสองขาอ่อนแรง
“คาถาแยกเงาร้อยร่าง”ถิงถิงเอื้อนเอ่ยแทรก ร่างของหญิงสาวแบ่งตัวออกเป็จำนวนคนนับร้อยที่หน้าตาคล้ายคลึงกันไปหมดพลางเดินเข้ามารายล้อมเจียงลี่หยูที่กำลังทรุดเข่าคลานหนีอยู่กับพื้น “กรี๊ดดดดดดด”
สาวสวยใบหน้าพลาสติกน้ำลายฟูมปากน้ำสีเหลืองไหลออกจากกระโปรงสีแดงเป็ทางยาว
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...
กุ่ยเต๋อหวงงัวเงียตื่นขึ้นบนรถลีมูซีนคันหรูเขาเห็นหญิงสาวทั้งเก้ากำลังคุยกันอย่างออกรส โดยมีเฟยหลงกำลังบังคับพวงมาลัยสีหน้ายิ้มแย้มขับมุ่งหน้าเข้าจอดที่ลานกว้างในรีสอร์ทริมทะเลสาบอันเป็จุดหมายปลายทาง
“นี่...พี่หลับไปั้แ่เมื่อไหร่ แล้วพวกเจียงลี่หยูล่ะ” กุ่ยเต๋อหวงเกาศีรษะเหมือนสับสนขณะที่เฟยหลงก้าวลงจากรถจากที่นั่งคันขับเดินตรงเข้าหา “พี่กุ่ยหลับไปั้แ่ตอนที่อยู่หน้าโรงแรมแล้วแล้วใครกัน...เจียงลี่หยู?” หญิงสาวทำใบหน้าแบบเล่นละครใสซื่อไร้เดียงสาพลางเดินไปจับแขนของกุ่ยเต๋อหวง “่นี้พี่คงพักผ่อนน้อยไปน่ะสินี่คงฝันร้ายใช่ไหม”
กุ่ยเต๋อหวงผงกศีรษะขึ้นลงสายตายังคงกวาดมองหญิงสาวทุกคนอย่างหวาดระแวง “แล้วคนขับรถไปไหนทำไมน้องเซียนถึงได้ขับเองนี่”
เฟยหลงเกาศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเอื้อนเอ่ยบอกเพื่อนสนิทอย่างมีเลศนัย “พอดีว่าเขามีธุระกะทันหันเหมือนว่าเขาจะมีปัญหาเื่ทางบ้านอะไรแบบนี้ล่ะ!เลยจอดรถแล้วขออนุญาตฉัน... ลาพักผ่อนไปเยี่ยมคนป่วย”
“หือ...ลากันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ”
ความทรงจำของกุ่ยเต๋อหวงยังคงรู้สึกสมจริงภาพเหตุการณ์แปลกประหลาดเ่าั้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวสมอง
แต่เหมือนเฟยหลงจะคิดเอาไว้อยู่ก่อนแล้วจึงได้จัดฉากเตี๊ยมกันกับบรรดาสาวกแห่งดวงดาวทั้งแปด เพื่อทำให้กุ่ยเต๋อหวงผ่อนคลายและสบายใจขึ้น
“พี่กุ่ยขาไหนว่าจะพาพวกหนูเที่ยวล่ะเ้าคะ” อ้ายเหรินเอาศีรษะพิงชายจมูกบานแบบใช้มารยาขณะที่ลั่วลั่ว และถิงถิงคอยบีบนวดไหล่ให้คลายกังวล “อุ้ย!กล้ามเนื้อใหญ่โตอะไรเช่นนี้ ล่ำสันมากค่ะ”
เงาร่างใหญ่เริ่มหน้าแดงแช่มชื่นเืกำเดาไหลย้อยออกมาด้วยความชีกอเล็กน้อย “ไว้ใจพี่กุ่ยได้เลยเื่เที่ยวน่ะปล่อยให้เป็หน้าที่พี่ชายเอง”
ชายหนุ่มร่างใหญ่สูดลมหายใจเข้าจมูกอันบานเบอะพลางคิดในห้วงสมองเหมือนสมเพชตัวเองขึ้นว่า ‘เด็กสาวพวกนี้น่ะนะจะบินได้ จะใช้พลังประหลาดได้ นี่เราคงดูหนังกับอ่านการ์ตูนเยอะเกินไปสินะ! สงสัยคงต้องเพลาๆ ลงเสียหน่อยแล้ว ฝันพิลึกชะมัด ให้ตายสิ’
พอมีสาวสวยมากหน้าหลายตาเข้านัวเนียกุ่ยเต๋อหวงก็ลืมเื่พิสดารก่อนหน้านั้นจนหมดสิ้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
“แอบมองเธออยู่เด้อล่ะเธอบ่รู้บ้างเลย แอบส่งใจให้สักติ๊ด เธอก็ดูเฉยเมย” หญิงสาวทั้งเก้าร้องคาราโอเกะในชุดวาบหวิวผ่อนคลายขณะที่กุ่ยเต๋อหวงเอาสำลีมาอุดรูจมูกของตัวเองไม่ให้เืกำเดาไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ทุกคนจำไว้นะอยู่ในภพเซียน ต้องพูดให้เหมือนเซียน อย่าได้หลุดสำเนียงบ้านเกิดของพวกเราออกมาเด็ดขาดมิเช่นนั้นอาจโดนทัณฑ์์” เฟยหลงใช้จิตวิทยาข่มขู่หญิงสาวทั้งแปดเป็เชิงกำชับขณะที่ทุกคนผงกหัวรับคำ “เ้าค่ะ”
“ดี!ทุกคนเรียนรู้และปรับตัวได้ไว ถือว่าการฝึกวิชาเป็ผลสำเร็จ”เฟยหลงกอดอกฉีกยิ้ม บรรดาสาวกต่างหน้าบานภูมิใจ
“เ้าคาราโอเกะนี่สนุกชะมัดค่ะ”อ้ายเหรินกดเลือกเพลงแบบชำนาญร่างขาวออกไปเต้นพร้อมถือไมค์ร้องเสียงหลง “เทียน ไม่ มี...ไม่ มี เพราะ ไม่ ได้ ซื้อ”
เฟยหลงเหงื่อออกเล็กน้อยก่อนจะมองลั่วลั่ว และถิงถิงที่ย่างบาร์บีคิวอยู่ริมชายหาดด้วยแววตาเอ็นดู
ครู่ต่อมา...
“ชุดพวกนี้ในภพเซียนถือว่าไม่โป๊ ผู้ที่สวมใส่จะสำเร็จยุทธโดยง่าย ลองไปเปลี่ยนใส่ดูสิด้านนอกมีสระว่ายน้ำสำหรับฝึกพลังปอดอยู่มันจะช่วยในการบ่มเพาะปราณในระยะเวลาอันสั้น” เฟยหลงจับชุดว่ายน้ำหลากหลายชุดโยนให้บรรดาสาวกทั้งแปดแน่ล่ะ! เขาสร้างเื่แถเผื่อหลอกให้สาวสาวแต่งตัวตามที่เขา้า... หลังจากที่เขาเห็นสระว่ายน้ำกลางแจ้งด้านนอกอาคาร“ไปเปลี่ยนในที่ลับตาคนล่ะ เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่พวกเรา”เขาเอ่ยสำทับ ั์ตาชำเลืองกุ่ยเต๋อหวงที่นั่งเกร็งตัวจนลุกจากโซฟาไม่ได้
เมื่อทุกคนเปลี่ยนชุดเสร็จร่างขาวทั้งเก้าในชุดว่ายน้ำก็ออกไปเล่นบริเวณชายหาดจนกุ่ยเต๋อหวงต้องเปลี่ยนสำลีอุดจมูกใหม่เป็ครั้งที่สาม
“โห! นั่นเด็กของคุณชายกุ่ยเหรอเนี่ย เด็ดๆ ทั้งนั้น ออกมาเล่นสระว่ายน้ำ่เย็นๆแบบนี้ ไม่กลัวเป็หวัดกันหรอกเหรอ” พนักงานรีสอร์ทต่างซุบซิบจ้องมองร่างขาวทั้งเก้าที่กำลังเล่นลูกบอลบนผืนทราย
“ถ้ารวยนี่สวยแค่ไหนก็หามาได้หมดเลยเนอะ คืนนี้คุณชายกุ่ยจะไหวไหมเนี่ย” พวกมันหัวเราะต่อกระซิกคิดเื่ทะลึ่งในจินตนาการ
“พี่กุ่ยคะไหนๆ ก็มาเที่ยวรีสอร์ทริมทะเลแล้ว ไม่ลงมาเล่นน้ำกับพวกเราหน่อยเหรอ” เฟยหลงเอ่ยชักชวน ร่างระหงในชุดทูพีชทำเอากุ่ยเต๋อหวงจ้องตาเป็มัน
“อะอืม เดี๋ยวพี่ลงไปเล่นด้วย ตกลงไหม” ชายหนุ่มเดินตัวงอไปหลบที่มุมมืดเงาร่างใหญ่พยายามสงบสติอารมณ์ตัวเอง
ตู้ม!
เหมยลี่กับหลินฮุ่ยะโสระว่ายน้ำยามค่ำคืนด้วยความรู้สึกกระชุ่มกระชวยใช่! เด็กสาวทั้งหลายไม่เคยเห็นน้ำที่ใสสะอาดด้วยคลอรีนแบบนี้มาก่อนจึงทำให้คนทั้งหมดคิดว่าเป็น้ำทิพจากสรวง์
แสงจากสปอตไลท์สาดส่องเทพธิดาทั้งเก้ากำลังดำผุดดำว่ายอวดสัดส่วนในสระว่ายน้ำ ซึ่งความรู้สึกของกุ่ยเต๋อหวงในตอนนี้เขาคิดว่าหากตายไป เขาก็คงไม่เสียชาติเกิดอีกแล้ว
“รับน้ำผลไม้ไหมเพคะพี่ชาย” ลั่วลั่วเดินเอาน้ำส้มคั้นมาให้อากุ่ย เด็กสาวผู้ไม่ค่อยระวังตัวก้มหน้าโก้งโค้งถามชายร่างใหญ่จนเห็นเนินอกวัยแรกแย้มแบบถนัดถนี่
“ยะยัง...ยังไม่รับหรอกขอรับ น้องสาว” กุ่ยเต๋อหวงมือไม้สั่น พลางสูดลมหายใจหืดหาดหวังสงบสติจิตใจของตนเอง
“น้องเซียน...”ไม่นานนักสายตาของเขาก็หันไปจับจ้องหญิงสาวร่างระหงผู้อยู่ท่ามกลางผู้คนในสระว่ายน้ำด้วยจิตใจแน่วแน่ “ไม่มีใครมาแทนที่หนูได้หรอกพี่สัญญา ...พี่จะไม่วอกแวกสับสนอีกต่อไป”
ร่างใหญ่หยิบเศษกระดูกไก่ที่อยู่ในห่อถุงผ้าจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูมันเป็กระดูกไก่ที่ฟางเซียนเคยกิน ในตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรก ที่ร้านฟาสฟู้ด ‘เคจีบี’ ข้างสำนักงานสื่อสิ่งพิมพ์ฮุ่ยหวง...
โปรดติดตามตอนต่อไป