ตอนที่ 36: ทักษะครอบงำจิต
แสงไฟนีออนสีแดงฉานสลับกับแสงสีครามสลัวภายในคลับใต้ดิน "รังัทมิฬ" ยังคงกะพริบถี่เป็จังหวะตามแรงดนตรีบีทหนักหน่วงที่ะเืกึกก้องไปทั่วโถงกว้าง กลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ และกลิ่นอายแห่งความตายตลบอบอวล ท่ามกลางกระบอกปืนพกสั้นสิบกว่ากระบอกที่รุมล้อมเล็งชี้หน้าผากและแผ่นอกของผมเขม็งตึงเครียด
"เหนี่ยวไกปืนสิครับ... ทำไมไม่เหนี่ยวไกลกันล่ะ หรือว่าพวกมาเฟียที่มีอิทธิพลล้นเมืองอย่างพวกแกจะกลัวแค่คำพูดของคนส่งของคนหนึ่งกันแน่?" ผมเอ่ยคำท้าทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่ามีพลังเสียงอันทรงอิทธิพลสะกดสมองจนพวกลูกน้องเสื้อดำที่ถืออาวุธปืนพากันแข็งทื่อ มือไม้ที่เคยจับปืนแ่าบัดนี้กลับเริ่มสั่นระริกราวกับมีกระแสไฟฟ้านับพันโวลต์แล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจและระบบประสาทสั่งการ
เสียงปืนที่จ่อหัวผมอยู่ห่างออกไปไม่ถึงเอื้อมมือกลายเป็เพียงแค่เครื่องประดับประดาห้องโถงเท่านั้น รูม่านตาสีดำสนิทของผมบัดนี้แปรเปลี่ยนเลื่อนไหลเป็ประกายสีทองสว่างประกายน้ำเงินครามลึกลับ แผ่รังสีพลังจิตอันหนาแน่นเข้าบดสะกดระบบประสาทและความรู้สึกนึกคิดสั่งการของมาเฟียทุกคนในพื้นที่โดยสมบูรณ์
[ระบบ: ทักษะ 'เนตรควบคุมจิตสำนึก' (Consciousness Control Eye) ทำการเปิดใช้งานสมบูรณ์แบบ ล็อกเป้าหมายกลุ่มคนในพื้นที่รัศมีสิบห้าเมตรสำเร็จ]
[ระบบ: ระดับความต้านทานจิตใจของเป้าหมายต่ำกว่าเกณฑ์ กำลังขจัดเจตจำนงอิสระและสถาปนาคำสั่งควบคุมสูงสุด...]
"อึ่ก... ขยับ... ขยับนิ้วไม่ได้เลย! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะ! นิ้วของฉันมันแข็งเกร็งเหมือนโดนแช่แข็งเลย!" สมุนมาเฟียเสื้อดำคนแรกที่ยืนอยู่ห่างจากผมไม่ถึงสองเมตรครางเสียงแหบแห้ง แววตาของมันที่เคยจ้องฆ่าบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดสะพรึงกลัวอย่างที่สุด มันพยายามดึงดันใช้นิ้วชี้เหนี่ยวไกปืนพกสั้นจนหน้าดำหน้าแดง แต่กระดูกและกล้ามเนื้อขยับไม่ได้แม้แต่เซนเมตรเดียว มันรู้สึกราวกับว่าจิตใต้สำนึกของตัวเองถูกพรากสิทธิ์ควบคุมร่างกายไปโดยสมบูรณ์ด้วยเวทมนตร์ลึกลับของผม
จ้าวัทมิฬเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า ใบหน้าเหี้ยมเกรียมของมาเฟียใหญ่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบที่ไหลย้อยอาบแก้ม ร่างกายของมันสั่นระริกพยายามจะสั่งการนิ้วมือของตัวเองปืนในมือตนเอง ทว่าดวงตาสีทองประกายครามของผมที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมันกลับทำลายล้างความหยิ่งยะโสและเจตจำนงในการต่อสู้ของมันจนสลายสูญสิ้นในเสี้ยววินาที ความทระนงตนของมาเฟียที่คุมตรอกซอกซอยฝั่งใต้พังพินาศพังครืนลงต่อหน้าบารมีสัจธรรมของผม
"ทุกคน... วางปืนลงและคุกเข่าลงแทบเท้าของผมซะ" ผมออกคำสั่งเรียบเย็นทว่าก้องกังวานในสมองของพวกมันประดุจพระเ้าสั่งการ์
พริบตานั้น เสียงโลหะและปืนพกสั้นนับสิบกระบอกร่วงหล่นกระแทกพื้นปูนซีเมนต์ดัง "เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!" ติดต่อกันอย่างน่าอัศจรรย์ใจ กลุ่มชายฉกรรจ์สมุนมาเฟียเสื้อดำคุกเข่าล้มพับลงไปกับพื้น ก้มหัวคำนับผมด้วยความเลื่อมใสบูชาอย่างไร้เงื่อนไข แววตาของพวกมันทุกคนเลื่อนลอย ปราศจากความนึกคิดอิสระ เหลือเพียงความจงรักภักดีระดับสูงสุดประดุจสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีต่อเ้านายเหนือหัวแต่เพียงผู้เดียว
ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินผ่านกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นอนหมอบคุกเข่าอยู่เ่าั้อย่างสุขุม ผมยื่นฝ่ามือไปจับคางบอดี้การ์ดเสื้อดำคนหนึ่งยกขึ้นมาตรวจดู แววตาของมันเหม่อลอยเหมือนคนไร้ิญญาอย่างสิ้นเชิง ปราศจากเจตจำนงอิสระดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง นี่คือพลังอำนาจที่แท้จริงของระบบผู้ฝึกสอนศิลปะระดับเทพที่ทำให้ผมอยู่เหนือมวลมนุษย์ทั้งปวง
แม้แต่ตัวของจ้าวัทมิฬ ผู้นำแก๊งมาเฟียที่สะกดความหวาดกลัวของคนทั้งมหานครปักกิ่ง บัดนี้ก็ทรุดร่างล้มลงคุกเข่าคลานเข้าหาต่อหน้าเท้าของผมอย่างไร้ขีดต่อต้าน มือหนาที่มีรอยสักของมันยื่นออกมากราบเท้าของผม แววตาสั่นระริกยอมจำนนอย่างราบคาบ "นายท่าน... นายท่านเย่เฉินผู้ยิ่งใหญ่... ได้โปรดสั่งการข้าน้อยด้วยครับ ข้าน้อยพร้อมถวายชีวิตและิญญารับใช้..."
ผมก้มมองดูหัวหน้าแก๊งมาเฟียใหญ่ตรงหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อสิบนาทีก่อน บัดนี้สยบยอมเป็เหมือนลูกหมาเชื่องๆ ตัวหนึ่งด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ จากนั้นผมปรายสายตาหันมองไปทางหลี่เทียนห้าวคู่หมั้นจอมปลอมของเยว่เยว่ที่นอนร้องอู้อี้สะโพกแตกเพราะแขนขาหักอยู่ใต้โต๊ะ VIP สภาพดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"จ้าวัทมิฬ... สั่งคนของแกให้ลากตัวไอ้หลี่เทียนห้าวไปหักกระดูกเข่าเพิ่มอีกสองข้างให้เดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต และกักขังมันไว้ในโกดังของแกอย่างนั้นแหละ... อย่าให้มันตาย แต่ก็อย่าปล่อยให้มันได้มีความสุขอีกตลอดชีวิต" ผมออกคำสั่งเหี้ยมเกรียมแ่เบา
"รับบัญชาครับนายท่าน! ข้าน้อยจะจัดการมันเดี๋ยวนี้เลยครับ!" จ้าวัทมิฬรีบตบปากรับคำและหันไปโบกมือสั่งการสมุนเสื้อดำทันควัน
ในตอนนั้นเอง สมุนเสื้อดำสองคนได้ก้าวเข้าไปกระชากลากตัวหลี่เทียนห้าวที่ส่งเสียงครางอู้อี้ออกไปจากคลับอย่างทารุณ เสียงหักกระดูกเข่าของมันดังกร๊อบร้าวใจดังก้องออกมาจากนอกประตูโถงตอกย้ำให้เห็นภาพความโหดร้ายของมาเฟียที่รับบัญชาควบคุมของผม
"ฮือออ... พี่เฉิน... ได้โปรดไว้ชีวิตฉันด้วยเถอะค่ะ... ฉันผิดไปแล้ว ฉันรู้ซึ้งแล้วว่าพี่คือคนที่ดีที่สุดสำหรับฉัน..." เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังมาจากหญิงสาวที่เนื้อตัวเปียกชุ่มโชกไปด้วยดินโคลนและมีรอยช้ำตามแขนขา
นั่นคือ 'เยว่เยว่' อดีตดาวคณะผู้เย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยบอกเลิกผมอย่างทารุณไร้เยื่อใยเพื่อหนีไปเกาะคนรวยอย่างหลี่เทียนห้าว บัดนี้เธอกำลังก้มกราบเอาหัวโขกพื้นปูนพยายามคลานเข้ามากอดข้อเท้าของผมด้วยน้ำตาหนองหน้า ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความกลัวหวาดวิตกและความเสียใจสุดซึ้งที่ทอดทิ้งยอดบุรุษอย่างผมไป
"พี่เฉิน... เรากลับมาเริ่มใหม่กันนะคะ... ฉันยินดีทำทุกอย่างเพื่อชดเชยความผิด ยอมเป็ผู้หญิงคอยรับใช้คอยอุ่นเตียงให้พี่ทุกคืนก็ได้... ได้โปรดเหอะค่ะ อย่าทำอะไรฉันเลยนะ..." เธอสะอึกสะอื้นไห้วิงวอนขอความรักครั้งเก่าอย่างสมเพช
ผมจ้องมองใบหน้าบวมช้ำของอดีตแฟนเก่าด้วยสายตาที่เ็าและไร้ระลอกอารมณ์เสน่หาหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย สายตาคู่นี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้เป็เพียงขยะเปียกชิ้นหนึ่งที่ไร้ค่าในสายตาของผม การที่เธอเลือกทิ้งความรักความจริงใจของผมไปเกาะเงินเกาะทอง บัดนี้ผลกรรมที่เธอสร้างขึ้นย่อมสนองคืนอย่างสาสม
"เยว่เยว่... คนอย่างเธอมันไม่มีค่าพอที่จะได้รับโอกาสแก้ตัวจากผมอีกแล้ว... ร่างกายสกปรกโสมมที่ยอมแลกเรือนร่างเพื่อให้ได้เงินของเธอน่ะ แม้แต่นิ้วมือของผมก็ยังขยะแขยงไม่อยากจะััเลยด้วยซ้ำ..." ผมเอ่ยสบประมาทเสียงเรียบเ็าตอกย้ำหน้าตบศีรษะเธออย่างแรง
"อึก... พี่เฉิน..." เยว่เยว่หน้าซีดเผือดสะอื้นไห้วิงวอนอย่างเสียใจและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังในชีวิต
ผมปรายตามองไปยังจ้าวัทมิฬสั่งความเพิ่มเติม: "ยกเยว่เยว่ให้พวกแกคุมขังดูแลไว้ ห้ามให้หลบหนีไปไหน และห้ามใครล่วงเกินร่างกายของเธอจนกว่าผมจะสั่ง... ปล่อยให้เธอต้องใช้ชีวิตเยี่ยงสุนัขคอยรับใช้เช็ดถูพื้นคลับใต้ดินสกปรกแห่งนี้ไปชั่วชีวิตชดใช้หนี้กรรมที่เธอก่อไว้กับจิตใจของผม"
"รับคำสั่งครับนายท่าน!" จ้าวัทมิฬรีบรับคำสั่งและโบกมือสั่งสมุนมาเฟียเสื้อดำลากร่างอันเน่าเฟะของหลี่เทียนห้าวและร่างที่สั่นระริกของเยว่เยว่ที่ร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญวิงวอนขอความเมตตาจากผมอย่างสิ้นหวังออกไปจากโถงคลับอย่างทารุณกรรม เยว่เยว่มองหน้าผมเป็ครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจและโหยหาอดีตที่เธอไม่มีวันทวงคืนได้อีกต่อไป
ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายทรงบารมีเปล่งออร่าสีทองสว่างจ้าดุจพญาัในความมืด ค่ำคืนแห่งการสะสางแค้นและกู้สินค้าตระกูลเซียวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น พริบตานั้น ระบบผู้ฝึกสอนศิลปะระดับเทพส่งเสียงสะท้อนแจ้งเตือนภารกิจใหม่ในโสตประสาทอย่างเป็ทางการสะกดิญญา:
[ระบบ: ภารกิจย่อยหลัก - 'การลอบเร้นวิหารัตระกูลจ้าว': แฝงตัวลอบเร้นเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลจ้าว ทวงคืนของประมูลโบราณห้าร้อยล้านหยวน และตรวจสแกนพบเป้าหมายที่ 6 'จ้าวอวี่ถิง' ดารานักแสดงหญิงชื่อดังระดับชาติที่พักอาศัยอยู่ในคฤหาสน์]
[ระบบ: ปลดล็อกระดับความงามของเป้าหมายที่ 6 จ้าวอวี่ถิง: 9.4/10 พร้อมตรวจพบชีพจรร้อนกามารมณ์ที่รอคอยการถอนพิษกามารมณ์ถาวรจากโฮสต์!]
ผมยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างผู้คุมไพ่เหนือกว่าในกระดานา แววตาสีทองส่องประกายสลัวคมปลาบประดุจพญาัทอง์ที่เพิ่งสยายปีกพุ่งทะยานลงมาเพื่อจดจ้องมองเหยื่อรายถัดไปในความมืด คฤหาสน์ตระกูลจ้าวที่เป็ประดุจป้อมปราการเหล็กกล้าและมีระบบรักษาความปลอดภัยความมั่นคงสูงบัดนี้กำลังจะกลายเป็เพียงลานทุ่งสังหารที่รอการบุกเบิกของผม และเป็ลานทดสอบวิชาฝังเข็มรักษาชีพจรราคะระดับเทพด่านถัดไปที่จะตอกย้ำให้ตระกูลจ้าวต้องคุกเข่าสยบสลายอยู่แทบเท้าของผมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในค่ำคืนนี้!
ผมก้าวเดินออกจากคลับใต้ดินช้าๆ ก้าวขึ้นสู่รถสปอร์ตพอร์ชคู่ใจและสตาร์ทเครื่องยนต์คำรามต่ำ ฝ่าสายฝนและราตรีกาลอันมืดมิด มุ่งหน้าตรงไปยังเขตเทือกเขาเซียงซาน... พิกัดวิหารทองคำตระกูลจ้าว ที่ซึ่งชะตาชีวิตของคุณหนูดาราสาวจ้าวอวี่ถิงและของประมูลมูลค่าห้าร้อยล้านหยวนกำลังรอคอยการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์สูงสุดของผมอยู่!