เด็กสาวที่นอนหมดสติอยู่ในอ้อมกอดมารดาที่กำลังร้องไห้ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นความรู้สึกแรกที่ได้รับคือเจ็บศีรษะที่มีเืไหลออกมาจนเืแห้งติดผมเจ็บจังมารินที่ตอนนี้ได้มาอยู่ในร่างของเฟยเซียนชื่อเดิมคืออี้เฟยเซียนเด็กสาวอายุ14หนาว แล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกปวดหัวจนแทบะเิมีความทรงจำของเ้าของร่างหลั่งไหลเข้ามาเหมือนสายน้ำและเมื่อได้ความทรงจำมาจึงได้รู้ว่าตอนนี้
เมื่อทั้งครอบครัวกำลังถูกตัดออกจากตระกูลแถมยังถูกจับโยนออกมาจากจวนโดยมีชาวบ้านชาวเมืองมามุงดูกันเต็มไปหมดเอะหรือจะเรียกจีนมุง ด้วยเหตุผลที่ว่าครอบครัวเธอไม่สามารถฝึกฝนได้พูดง่ายๆ ก็คือไม่มีพลังธาตุ แม่ที่กำลังป่วยและพ่อที่ขาหักหนึ่งข้างจากการทำงานหนักโดนไม้ทับขาพี่ชายทั้งสองคนผอมแห้งขี้โรคจริงๆ แล้วไม่ใช่ทั้งครอบครัวของเธอหรอกที่ไร้พลังธาตุมีแต่เธอนี้แหละที่ไม่มีพลังธาตุคนในครอบครัวมีพลังธาตุกันอยู่แล้วแต่ว่าก็มีแค่เท่าขี้เล็บเพราะไม่มีเวลาฝึกฝนและไม่มีทรัพยากรที่เพียงพอ
เนื่องจากพ่อของร่างนี้เป็แค่ลูกของอนุชื่ออี้ฮวาที่ไม่เป็ที่โปรดปรานรักใคร่ ได้เสียชีวิตจากไปแล้ว ทำให้โดนฮูหยินใหญ่ฮูหยินรองกลั่นแกล้งรังแกรวมถึงลูกพี่ลูกน้องทุกคนที่รักแกโดนปฏิบัติไม่ต่างจากทาสในจวน
ที่โดนตัดออกจากตระกูลอีกอย่างเพราะอี้หลันเหมยนั้นเกลียดชังเ้าของร่างนี้เพราะงดงามกว่าแล้วยังมีคุณชายที่ตนหมายปองอยู่มาให้ความสนใจเฟยเซียนนั้นเอง ส่วนผู้นำตระกูลนายท่านอี้หลุนนั้นปกติก็ไม่ได้รักใคร่อี้ฟงฉีอยู่แล้วแต่ก่อนยังดีที่มีอนุอี้ฮวายังพอให้เรียนอ่านเขียนออกแต่ตอนนี้ยิ่งโดนลมข้างหมอนของฮูหยินใหญ่อี้เหนียงเป่าทุกวันก็เห็นด้วยที่จะไม่เก็บไว้ให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำและค่ายา
กลับมาปัจจุบัน
ที่เฟยเซียนเสียชีวิตแล้วิญญามารินเข้ามาอยู่ร่างนี้แทนเพราะว่าโดนฮูหยินรองอี้ชินจางผลักชนประตูหัวกระแทกอย่างแรงจนเสียชีวิต
“พวกเ้าออกไปได้แล้วต่อไปนี้เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก” นายท่านอี้หลุนผู้นำตระกูลอี้คนปัจจุบันกล่าว”
“ท่านพ่อรักษาตัวด้วย” อี้ฟงฉีกล่าวกับบิดาและก้มคำนับสามครั้งในใจแม้จะเศร้าเสียใจแต่ก็ต้องเข้มแข็งเพราะเขาเป็หัวหน้าครอบครัวหันหลังเดินกลับมาหาภรรยาและลูกๆ เห็นลูกสาวคนเล็กได้สติแล้วก็ถามขึ้นด้วยความห่วงใย
“เซียนเอ๋อร์เ้าเป็อย่างไรบ้างลูกพ่อ พวกเราเป็ห่วงเ้ามาก” มารินได้แต่มองตาปริบๆ ไม่รู้จะตอบยังไงได้แต่พยักหน้าให้ผู้เป็บิดา
“ท่านพี่เราไปจากที่นี่กันก่อนเถอะหาที่พักสำหรับคืนนี้ก่อนแล้วค่อยคุยกันว่าจะเอายังไงกันต่อ” หวงหลานหรือชื่อเดิมคืออี้หวงหลานกล่าว
“นั้นสิท่านพ่อเราไปหาที่พักกันเถอะ” พี่ใหญ่อู๋ซวนกล่าวตอนนี้รีบออกไปจากที่นี้จะดีกว่าตอนนี้มารดาก็ไม่สบายแล้วยังจะน้องเล็กอีกที่ได้รับาเ็
“ข้าเห็นด้วยกับท่านพี่และท่านแม่ขอรับ” อู๋เจ๋อเอ่ยขึ้นบ้าง
“ว่าแต่เราจะไปที่ไหนดีละ” อู๋ซวนถามหลังจากสิ้นคำถามก็เกิดความเงียบผู้คนที่อยู่ดูสถานการณ์บ้างก็สงสารเวทนาบ้างก็เฉยๆ แล้วก็มีคนที่มองดูอยู่ในเหตุการณ์เอ่ยขึ้นมาว่า
“พวกเ้าพอมีเงินซื้อที่หรือไม่ละออกจากเมืองหลวงไปไม่ไกลมีหมู่บ้านอาบแสงติดกับป่าแสงจันทร์ราคาไม่แพงแค่หมู่ละ5ตำลึงเงินยิ่งอยู่ติดป่ามากยิ่งถูกแต่ข้าไม่แนะนำสักเท่าไหร่เพราะป่าแสงจันทร์นั้นอันตรายนัก” ด้วยความที่เป็หมู่บ้านนอกเขตเมืองหลวงทำให้มีราคาถูกและยิ่งใกล้ป่าแสงจันทร์ที่แสนอันตรายไม่มีใครกล้าอยู่อาศัยก็ไม่อยากแนะนำที่นั่นนักแต่ก็สงสารครอบครัวนี้ที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลคงไม่มีเงินมากพอที่จะตั้งตัวดูจากเสื้อผ้าที่ใส่ก็พอจะรู้เมื่อทั้งหมดได้ยินแบบนั้นก็ตัดสินใจได้ทันทีดีกว่าไม่มีที่ซุกหัวนอน
“ขอบคุณท่านมากข้าพอมีเงินอยู่บ้างคงพอซื้อที่ได้สัก2หมู่” ฟงฉีคิดว่าคงได้แต่ที่ ส่วนบ้านคงต้องทำเอาเองพอได้นอนกันไปก่อนเพราะไม่มีเงินพอจะสร้างบ้าน
“พวกเราไปกันเถอะตอนนี้ยังพอมีเวลาไปถึงหมู่บ้านก็คงถึงยามเว่ย (13.00 น.-14.59 น.) พอดี” ฟงฉีกล่าวเพราะจากในตัวเมืองหลวงไปหมู่บ้าน
อาบแสงใช้เวลาเดินทางแค่หนึ่งก้านธูป (1ชั่วโมง) ตอนนี้เวลาพึ่งจะยามซื่อ (09.00 น.-10.59 น.) ถ้าเดินเท้าอาจจะใช้เวลามากกว่านี้แต่ไม่มีทางเลือกมากนักเพราะต้องเก็บเงินไว้เป็ค่าหมอยามฉุกเฉินเมื่อผู้คนรอบด้านหายไปหมดแล้วจึงเหลือแต่คนในครอบครัวจึงออกเดินทางกันทันทีเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา
“เซียนเอ๋อร์ไหวหรือไม่เ้ามาขี่หลังพี่เถอะ” เดินมาได้สักพักพี่ใหญ่อู๋ซานก็ถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“นั้นสิเซียนเอ๋อร์” อู๋เจ๋อกล่าว มารินหรือตอนนี้คือเฟยเซียนที่ตอนนี้พยายามปรับตัวปรับความคิดของตัวเองั้แ่ลืมตามีสติก็คิดหาวิธีพูดคุยว่าจะเอายังไงดีให้ตายเถอะมีโอกาสมีชีวิตอีกครั้งทำไมมันลำบากขนาดนี้ไหนละพรที่ขอตอนนี้ใช้ได้หรือยัง ใช่แล้วเรามีมิติจิตนี้นะแต่คงต้องรอให้ถึงที่พักก่อนเอะหรือจะลองเลยเอิ่มแล้วจะบอกกับครอบครัวยังไงดีนะ
“เซียนเอ๋อร์ เซียนเอ๋อร์ลูกเป็อะไรไปแม่กับพี่ใหญ่เ้าถามตั้งนานแล้วยังเจ็บแผลที่หัวอยู่รึ” หวงหลานถามลูกสาวคนเล็กนางใจไม่ดีเลยที่เห็นลูกเืตกยางออกขนาดนี้
“ท่านแม่ ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง ข้ามีเื่จะบอกพวกท่านแต่ตอนนี้เราหาที่พักลับสายตาผู้คนก่อนได้หรือไม่แล้วค่อยเดินทางต่อ” เฟยเซียนกล่าวทุกคนที่ได้ยินก็นึกสงสัยแต่ก็รู้ตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะคุยอะไร
“ได้พักก่อนก็ดีเหมือนกัน” ฟงฉีเห็นด้วยกับลูกสาวนี้ก็เดินกันมาไกลมากแล้วมองหาที่เหมาะๆ ก็เจอทางเดินลงข้างทางเดินไปต่ออีกนิดมีต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นอยู่ดูรอบๆ แล้วคงไม่มีใครผ่านมาแน่เมื่อมาถึงก็นั่งลง