สามเดือนต่อมาซูเฉินได้เดินทางกลับมาถึงบ้านตระกูลซูตอนค่ำๆ พร้อมกับชายคนหนึ่ง
“ลูกพาใครมาด้วยงั้นหรือ” ท่านแม่ไม่รู้จัก
“ชายผู้นี้คือท่านหมอพิษซุยหานขอรับ” ซูเฉินแนะนำ
ท่านหมอพิษทำท่าคารวะผู้าุโและกล่าวว่า“ข้าต้องขออภัยเื่ยาลืมอดีตด้วยขอรับ”
“ท่านหลอกโจวเว่ย เอ้ย จือหม่าอี้ ให้ทานยานั่นอย่างนั้นหรือ” นายหญิงสงสัย
“จือหม่าอี้เป็คนขอทานยานั่นเองขอรับ นางให้เหตุผลว่า สามีระแวงนางทำให้นางรู้สึกอึดอัดและเครียดมาก นางก็เลยอยากลืมอดีตชั่วคราว” ท่านหมอกล่าว
“แสดงว่าจือหม่าอี้จงใจทานยานั่นด้วยตัวเองสินะ” นายหญิงเข้าใจ
“ว่าแต่ หว่านชิงล่ะขอรับ หรือว่านางออกไปจากบ้านตระกูลซูแล้ว” ซูเฉินกังวล
“เ้าอย่าได้กังวลไป ข้าใช้ให้นางไปรับเสด็จองค์หญิงฉู่หลานแทนข้า” ท่านแม่แอบยิ้มที่ลูกชายกลัวคนรักหาย
“ค่อยโล่งอกไปที” ซูเฉินพึมพำเบาๆตอนนี้เขามีสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“แย่แล้ว! แย่แล้วเ้าค่ะ” เจียงหยาวิ่งเข้ามาพร้อมกับรายงานด้วยหน้าตาตื่น
“ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆ พูดว่าแต่ข้าใช้ให้เ้าไปเป็เพื่อนหว่านชิงไม่ใช่หรือ” นายหญิงแปลกใจ
“เกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ องค์หญิงทรงรับจือหม่าอี้มาเป็นางกำนัลข้างกายและจือหม่าอี้คงไปพูดจาใส่ร้ายหว่านชิงนางคงเล่าประมาณว่าหว่านชิงได้แต่งเป็ฮูหยินรองแห่งตระกูลซูหว่านชิงคิดวางแผนขับไล่จือหม่าอี้โดยการยัดเยียดข้อกล่าวหาทำให้จือหม่าอี้ต้องจำคุกเป็เวลาหนึ่งเดือน องค์หญิงทรงหลงเชื่อคำพูดของนางดังนั้นพระองค์จึงทรงให้องครักษ์จับกุมตัวหว่านชิงไว้และทรงกำลังจะตบตีหว่านชิงเพื่อสั่งสอนเ้าค่ะ”เจียงหยาเล่าโดยย่อ
“แล้วทำไมเ้าไม่ช่วยหว่านชิงล่ะ” นายหญิงเป็ห่วงว่าที่ลูกสะใภ้
“ทหารองครักษ์กันพวกข้าออกมา ข้าเข้าไปช่วยหว่านชิงไม่ได้จริงๆข้าก็เลยกลับมารายงานให้นายหญิงทราบเผื่อนายหญิงจะสามารถขอร้ององค์หญิงได้บ้างเ้าค่ะ” เจียงหยาคิดว่าองค์หญิงทรงอาจเห็นแก่ผู้าุโถึงยอมหยุดทำร้ายหว่านชิง
“ป่านนี้หว่านชิงจะเป็ยังไงบ้างก็ไม่รู้” นายหญิงกังวล
“รีบไปกันเถอะขอรับ” ซูเฉินร้อนใจ
“ข้าขอไปด้วยนะขอรับ ถึงข้าเป็หมอพิษ แต่ข้าก็มีวิชาแพทย์เหมือนหมอคนอื่นๆหากแม่นางหว่านชิงาเ็สาหัส ข้าจะได้ช่วยทันขอรับ” ท่านหมออยากช่วย
ดังนั้นทั้งสี่จึงรุดหน้าไปที่จวนท่านผู้ว่าเมืองเชียงหนานซึ่งเป็สถานที่รับเสด็จองค์หญิงฉู่หลาน
***************************
แต่ทว่าพอทั้งสี่ไปถึงสถานที่ดังกล่าวเหตุการณ์ดันกลับตาลปัตรทั้งหมด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือตอนนี้หว่านชิงคุกเข่ากอดศพของจือหม่าอี้ร้องไห้ฟูมฟาย
“มันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย” นายหญิงใกับภาพที่เห็น
ซูเฉินจึงรีบเดินเข้าไปประคองหว่านชิงให้ลุกขึ้นยืนดีๆพอนางลุก นางก็หันไปกอดซูเฉินร้องไห้และกล่าวว่า “ท่านพี่ตายแล้ว ข้าไม่เหลือใครแล้ว”
“เ้ายังมีข้านะหว่านชิง” ซูเฉินพยายามกอดปลอบ
สักพักหว่านชิงก็สลบไปซูเฉินจึงอุ้มนางให้ไปพักที่ห้องรับแขกของจวนท่านผู้ว่าฯชั่วคราวโดยมีเจียงหยาเดินตามไปที่ห้องพักนั้นด้วย
ท่านหมอซุยหานที่ตามไปเหมือนกันเขาได้ตรวจชีพจรของหว่านชิงและกล่าวว่า “นางแค่สลบไปเท่านั้น อีกไม่นานก็คงจะฟื้น”
“งั้น เจียงหยา! เ้าเฝ้าหว่านชิงไว้ก่อนข้าจะไปเข้าเฝ้าองค์หญิงเพื่อสอบถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ซูเฉินอยากรู้ต้นสายปลายเหตุ
“เ้าค่ะ” เจียงหยารับคำ
“งั้นข้าขอไปฟังด้วยก็แล้วกัน” ท่านหมอคิดว่าตนอยู่ในห้องที่มีผู้หญิงนอนอยู่มันคงไม่งาม
“รีบไปกันเถอะ” ซูเฉินร้อนใจ
***************************
ณห้องโถงในจวนผู้ว่าฯ
ท่านแม่ของซูเฉินเข้าเฝ้าองค์หญิงอยู่ก่อนแล้วสักพักซูเฉินและท่านหมอก็เดินเข้ามาและทำการถวายบังคมองค์หญิง
“หว่านชิงเป็อย่างไรบ้าง” องค์หญิงทรงห่วง
“นางแค่สลบไปเท่านั้นพะย่ะค่ะ” ท่านหมอรายงาน
“โล่งอกไปที ข้านึกว่านางาเ็” องค์หญิงทรงรู้สึกผิด
“มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือพะย่ะค่ะ ทำไมจือหม่าอี้ถึงถูกแทงหลายแผลเช่นนี้”ซูเฉินอยากรู้
“เื่มีอยู่ว่า เราหลงเชื่อคำพูดของนางกำนัลจือหม่าอี้นางบอกว่าซูฟานมีภรรยาน้อยนั่นก็คือหว่านชิงและหว่านชิงนั้นได้หาเื่กลั่นแกล้งและวางแผนขับไล่นางกำนัลของเรามาโดยตลอดโดยถึงขั้นยัดเยียดข้อกล่าวหาให้มีผลทำให้นางกำนัลของเราถูกจำคุกเป็เวลาหนึ่งเดือนเรารู้สึกสงสารนางกำนัลและนึกเจ็บแค้นแทนดังนั้นพอเห็นหว่านชิงมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับเราเราก็เลยฉุนจนถึงขั้นบอกให้ทหารองครักษ์จับหว่านชิงไว้ เราจะตบหน้านางสักฉาดสองฉาดแต่ทว่าเรายังไม่ทันได้ตบ อยู่ดีๆ จือหม่าอี้ก็มีอาการแปลกๆ กำเริบนางมีอาการคลุ้มคลั่ง และมองเห็นทุกคนเป็ภูตผีปิศาจ ไม่เพียงเท่านั้นนางยังแย่งดาบมาจากทหารองครักษ์นายหนึ่ง เมื่อแย่งมาได้นางก็กวัดแกว่งดาบไปมาทำให้ทุกคนต้องถอยห่าง และที่นางต้องมีจุดจบเช่นนี้ก็เพราะนางบังอาจจับเราไว้เป็ตัวประกันเราได้ยินนางเรียกเราว่าหงเหม่ย นางพูดประมาณว่า ‘มันช่วยไม่ได้เ้าอยากโง่หลงเชื่อว่าข้าเป็ผู้มีบุญคุณต่อท่านแม่ของเ้าเองเ้าจะมาโทษข้าไม่ได้ ในเมื่อผีไม่อยู่ส่วนผี ข้าก็จะทำให้เ้าตายอีกครั้ง’จากนั้นนางก็หยิบขวดยาพิษฮัวเหมยหมายจะกรอกใส่ปากเราเราะโสุดเสียงขอให้คนช่วย ดังนั้นทหารองครักษ์จึงล็อคตัวนางจากทางด้านหลังทหารอีกคนรีบดึงเราออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ถึงกระนั้นจือหม่าอี้ก็ไม่หยุดนางเทยาพิษไว้บนฝ่ามือ จากนั้นก็กำไว้แน่น แล้วเตรียมเขวี้ยงยาใส่ทหารองครักษ์ทหารเ่าั้จำใจต้องแทงนางเพื่อหยุดนางให้จงได้มิฉะนั้นคงมีคนตายเพราะพิษนั่นเป็แน่ ผลสุดท้ายก็เป็ดังที่เ้าเห็น”
“แสดงว่าจือหม่าอี้ได้รับผลข้างเคียงจากยาลืมอดีตกระหม่อมคาดการณ์ว่านางคงทานยาเกินขนาด การทานยาลืมอดีตมากเกินความจำเป็จะทำให้พอระยะเวลาผ่านไปประมาณครึ่งปีนางจะมองเห็นภาพหลอนพะย่ะค่ะ” ท่านหมออธิบาย
“ว่าแต่เื่ราวครอบครัวของเ้ามันเป็ยังไงกันแน่สรุปว่านางกำนัลของเราไม่ใช่คนดีใช่หรือไม่” องค์หญิงทรงเห็นธาตุแท้ของจือหม่าอี้แล้วแต่ทรงอยากทราบความเป็มาโดยแท้จริง
“กระหม่อมจะเล่าให้ฟังทั้งหมดพะย่ะค่ะ” จากนั้นซูเฉินก็เล่าความเป็มาโดยละเอียดจนทำให้องค์หญิงทรงเข้าพระทัยเื่ราวทั้งหมด
พอองค์หญิงทรงฟังจบก็เลยตรัสว่า “เราขอโทษที่ฟังความข้างเดียวและด่วนตัดสินหว่านชิงไปเช่นนี้ เอาเป็ว่าหากมีโอกาสเราจะมอบสิ่งตอบแทนเพื่อชดเชยที่เรากระทำเื่เลวร้ายกับหว่านชิงไปก็แล้วกัน”
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” ซูเฉินกล่าว
***************************
ณห้องรับแขก
หว่านชิงยังคงฝันถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในตอนที่จือหม่าอี้มีอาการคลุ้มคลั่ง พี่สาวได้มองเห็นดวงิญญาหลายดวงมากั้แ่โจวเว่ยตัวจริง ท่านลุงและท่านพ่อของซูฟาน ตัวซูฟานเองท่านแม่และท่านน้าของจือหม่าอี้ หงเหม่ยและเทียนสงทุกคนต่างอาฆาตจือหม่าอี้และจะฆ่านางให้ตายตกตามกัน พี่สาวนั้นไม่ยอมตายง่ายๆนางก็เลยไปดึงดาบมาจากทหารองครักษ์และคอยกวัดแกว่งไปมาเพื่อไม่ให้ดวงิญญาเข้าใกล้ การที่จือหม่าอี้ได้พูดคุยกับดวงิญญาเ่าั้เป็การสารภาพความผิดของจือหม่าอี้ทั้งหมดทุกคนที่มาร่วมงานต่างได้เห็นธาตุแท้ของหญิงสาวที่แสร้งใสซื่อและการที่จือหม่าอี้จับตัวองค์หญิงและหมายจะสังหารพระองค์ด้วยยาพิษฮัวเหมยนั่นเป็การบ่งบอกว่าจือหม่าอี้คือผู้บงการคดีฆาตกรรมตัวจริงเพราะขวดยาพิษฮัวเหมยนั้นอยู่ในมือของนาง
หว่านชิงได้ฝันต่อถึงตอนหลังจือหม่าอี้ถูกแทงไปแล้วและตนได้วิ่งเข้าไปประคองพี่สาวไว้
จือหม่าอี้ได้กล่าวคำพูดสุดท้ายว่า“ไม่ได้นะ!ข้าจะตายไม่ได้ ข้าต้องอยู่เหนือหว่านชิง เ้าจงรีบตามหมอมาเดี๋ยวนี้”
หว่านชิงจึงขอให้คนรอบข้างช่วยไปตามหมอให้แต่สักพักจือหม่าอี้ก็ทนพิษาแไม่ไหว นางได้กระอักเืก่อนจะหมดลมหายใจตอนนี้นางได้นอนตายตาเหลือกไปเสียแล้ว
หว่านชิงใสุดขีดนางพยายามเขย่าตัวพี่สาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่พี่สาวก็ไม่ไหวติง
ท่านหมอมาถึงก็รีบจับชีพจร พอตรวจเสร็จก็ส่ายหน้า
ในตอนนี้หว่านชิงยังคงนอนฝันไปเรื่อยๆและมีน้ำตาไหลพรากอยู่อย่างนั้น
ซูเฉินที่เข้าไปดูอาการเขาเช็ดน้ำตาให้ในระหว่างที่หว่านชิงยังคงนอนหลับอยู่ และกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเ้าอยากช่วยให้พี่สาวสำนึกผิดแต่พี่สาวของเ้านั้นเกินเยียวยาแล้วจริงๆ นางพร้อมที่จะทำลายใครก็ได้ที่เป็อุปสรรคขัดขวางทางเจริญรุ่งเรืองของนางดังนั้นนี่ไม่ใช่ความผิดของเ้าเลยนะ”
“อะแฮ่ม ขออภัยที่ขัดจังหวะ ข้ามาลาขอรับ” ท่านหมอกล่าว
“ขอบคุณมากท่านหมอ หวังว่าท่านจะไม่ผลิตยาพิษออกมาอีกนะ” ซูเฉินกล่าว
“ตอนนี้ข้าผันตัวมาผลิตยาแก้พิษแล้ว ข้ารู้ว่าการสร้างพิษมันคือการสร้างอาวุธไปทำร้ายผู้อื่นข้าไม่ทำแล้วล่ะ” ท่านหมอพิษรู้สึกผิด
“โอกาสหน้า เจอกันใหม่” ซูเฉินกล่าว
“เ้าเป็คนแรกที่อยากเจอข้าอีก” ทั้งชีวิตท่านหมอพิษไม่เคยมีสหายเลยสักคน
“ในเมื่อท่านสำนึกผิดด้วยความจริงใจ ข้าก็อยากคบท่านเป็สหาย” ซูเฉินกล่าว
“ได้ ข้าไปล่ะ” ท่านหมอพิษทำท่าคารวะแล้วจากไปทันที
หลังจากท่านหมอออกไปแล้วซูเฉินจึงอุ้มหว่านชิงเพื่อพาไปนั่งบนรถม้า ก่อนที่จะพากลับบ้านตระกูลซู
ตอนนี้หมอชันสูตรศพได้ทำการพันาแให้ก่อนจะบรรจุร่างของจือหม่าอี้ไว้ในโลงศพจากนั้นก็ให้ทหารยกโลงศพไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บศพเพื่อรอญาตินำไปประกอบพิธีศพต่อไป
ในระหว่างเดินทางกลับคู่หนุ่มสาวได้นั่งอยู่ในรถม้าด้วยกัน หว่านชิงได้ละเมอว่า “ท่านพี่อย่าประพฤติตัวเหมือนผลมะเดื่ออีกเลยพี่ก็เห็นว่าผลมะเดื่อนั้นข้างนอกสุกใส ข้างในเป็โพรงซึ่งมีแต่หนอนชอนไชแม้คนอื่นอาจชื่นชมเปลือกภายนอกของท่าน แต่ตัวท่านเองนี่แหละที่ไม่มีความสุขท่านจะต้องคอยระมัดระวังไม่ให้คนภายนอกมองเห็นจิตใจที่มืดดำของตัวเอง”
“พี่สาวของเ้าทำกับเ้าถึงขนาดนี้แล้วเ้ายังรักและห่วงนางอีกอย่างนั้นหรือ หว่านชิง” ซูเฉินไม่เข้าใจ
“ซูเฉิน! ข้าไม่เหมาะกับเ้าหรอก ข้าเองก็ไม่ต่างจากท่านพี่ท่านอย่าเสี่ยงใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับข้าอีกเลย” หว่านชิงละเมอต่อ
“ทำไมเ้าถึงคิดเช่นนี้” ซูเฉินแย้ง
หว่านชิงไม่ละเมอตอบนางได้เปลี่ยนจากละเมอเป็นอนกรน
ซูเฉินแอบขำเขาก็เลยค่อยๆ ประคองให้หว่านชิงนอนซบที่ไหล่ของเขาดีๆ