ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 4 บทที่ 102 เมียจ๋า นี่มันอะไร…

            ในที่สุดหวางทงเป่าก็หาช่างก่อปูนสร้างบ้านได้ครบแล้วอิฐก็สั่งแล้วเช่นกัน กำหนดวันส่งมาที่หมู่บ้านเรียบร้อย

            เขาโล่งใจไป ครั้งนี้เขาทำตามที่เจียงหงหย่วนสอนเพิ่มค่าแรงขึ้นนิดหน่อย แต่คนงานต้องทำสัญญา ผู้ใดไม่มาต้องจ่ายเงินชดเชย

            มีสัญญาเป็นปึกเขาไม่กังวลแล้วว่าคนเหล่านี้จะทิ้งงาน

            เจียงหงหย่วนขับรถล่อกลับมารับเจียงหงป๋อจ้าวสุ่ยเซิงเห็นรถเขาวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านก็รีบวิ่งไปบ้านตระกูลเจียงดึงเจียงหงหย่วนออกมาคุยด้วย “หย่วนเกอ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เมื่อคืนสวีเทาถูกสวีฝูเรียกตัวไปพบตอนออกมาสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไร ทั้งยังกระทืบหญ้าด้วยความโมโหวันนี้ข้าเห็นสวีเทากลับเข้าตำบลตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง”

            “อืม ทำได้ดีมากเจ้าคอยจับตาดูคนตระกูลสวีกับตระกูลหลินไว้ ไม่ต้องเสียดายเงินที่ข้าให้เจ้ามีเงินจะได้ทำงานง่าย”

            “โอ้…ข้าเข้าใจแล้วหย่วนเกอ”

            “วันหลังเรียกข้าว่าเกอก็พออย่าเรียกว่าหย่วนเกอ” เมื่อก่อนเขาไม่เคยสนใจว่าจ้าวสุ่ยเซิงกับหวางฟู่กุ้ยจะเรียกตัวเองว่ากระไรแต่ตอนนี้คำว่าหย่วนเกอเป็นของภรรยาตัวน้อย

            “ได้ขอรับ” จ้าวสุ่ยเซิงตอบด้วยความดีใจ อยู่กับเจียงหงหย่วน ทั้งได้หาเงินทั้งมีเนื้อกิน จะให้เขาเรียกว่ากระไรย่อมได้ทั้งนั้น

            หวางฟู่กุ้ยกับจ้าวสุ่ยเซิงคนหนึ่งมีฝีมือด้านการช่าง ไม่ต้องกังวลว่าจะมีเงินกินข้าวหรือไม่ อีกคนกลับไม่มีฝีมือใดได้แต่ทำไร่ทำนา ถึงกระนั้นก็มีความฉลาดเฉลียวปรับตัวเก่ง เก็บความลับได้ดีด้วยเหตุนี้ เจียงหงหย่วนจึงมอบหน้าที่จับตาดูคนให้จ้าวสุ่ยเซิงบอกเขาว่าจะให้เงินเดือน เดือนละครึ่งตำลึง หากเขาทำได้ดีจะขึ้นเงินให้

            งานนี้ทั้งสบาย ทั้งไม่รบกวนเวลาทำสวนจ้าวสุ่ยเซิงดีใจจนไม่รู้จะดีใจอย่างไรที่ได้งานนี้

            “หงหย่วนกลับมาแล้วหรือ? โอ้ สุ่ยเซิงก็อยู่ด้วย?” หวางทงเป่ามาแล้วผลักประตูออกมาเห็นจ้าวสุ่ยเซิงก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็เข้ามานั่งคุยเรื่องสร้างบ้านกับเจียงหงหย่วน

            “อืม ท่านลุงจัดการได้เลย จริงสิข้าเช่าบ้านไว้ในอำเภอชั่วคราว วันนี้กลับมาพาหงป๋อไปอยู่ด้วยท่านลุงทุบบ้านหลังเก่าทิ้งได้เลย”

            “ได้เลย!” หวางทงเป่าเอ่ยชม สร้างบ้านทั้งหนวกหูทั้งคนเยอะ จะทิ้งให้สตรีกับหงป๋อที่เป็นคนป่วยอยู่บ้านกันตามลำพังคงไม่สะดวกเท่าไร

            “ภรรยาข้าบอกว่าหากกุ้ยเซียงมีเวลาว่างวันใดให้ไปอยู่กับนางในอำเภอสักสองวันเรื่องดอกไม้กำมะหยี่ประดับผมที่นางเคยบอกก่อนหน้านี้เริ่มมีเค้าแล้ว” พูดจบก็หันไปคุยกับจ้าวสุ่ยเซิงต่อ “เจ้าเองก็ลองไปถามหงฮวาหากนางยินดีก็ไปด้วยกันเสีย”

            “อ้อ ได้”

            “ได้สิ หวั่นชิวไม่อยู่แค่สองวันกุ้ยเซียงก็บ่นคิดถึงแล้ว แต่ช่วงนี้งานยุ่ง ไว้อีกสองวันฟู่กุ้ยเอาของไปส่งข้าค่อยให้เขาพากุ้ยเซียงไป”

            อาการของเจียงหงป๋อดีขึ้นทุกวัน ส่วนเจียงหงหย่วนก็เป็นคนมีความสามารถหาเงินเก่งหวางทงเป่ายินดีให้ทั้งสองครอบครัวสนิทกันไว้อยู่แล้ว ต้องไปมาหาสู่กันเข้าไว้

            “ต้าเกอ ข้าเก็บของเสร็จแล้วขอรับ” เจียงหงป๋อถือห่อผ้าใบใหญ่ เก็บผ้าห่มและที่นอนเรียบร้อย

            “วางไว้ก่อนเดี๋ยวข้าเก็บของเสร็จแล้วค่อยเอาไปพร้อมกัน”

            หวางทงเป่ากับจ้าวสุ่ยเซิงเห็นว่าเขากำลังยุ่งก็ไม่รบกวนหลังทั้งคู่กลับไป เจียงหงหย่วนก็เข้าห้องไปเก็บของของเขากับหลินหวั่นชิว

            เสื้อผ้ามีรอยปะกับไส้ในฝ้ายขาดๆ ล้วนถูกทิ้งเสียหมดเก็บเอาแต่ของที่ยังสภาพดีเท่านั้น

            เพียงแต่…

            เจียงหงหย่วนเจอผ้าสีแดงหน้าตาประหลาดสองตัวอยู่ในสิ่งของของหลินหวั่นชิวตัวหนึ่งเป็นเชือกที่ผูกวัตถุหน้าตาคล้ายถ้วยไว้ด้วยกัน จับดูแล้วนุ่มนิ่ม

            อีกตัวเป็นทรงสามเหลี่ยม มีสามรู

            นี่มันกระไร?

            เจียงหงหย่วนไม่เข้าใจ

            แต่ลวดลายบนผ้าสองชิ้นนี้ดูสวยมาก เป็นลายฉลุเนื้อผ้าลื่นเนียน

            ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเศษผ้า แต่ผ้าเนื้อดีเช่นนี้…เขาไม่กล้าโยนทิ้งโดยพลการเก็บเข้าห่อผ้าไปด้วย วางแผนว่ากลับไปแล้วค่อยถามภรรยาตัวน้อยว่าคือกระไร

            จะว่าไปแล้ว เขารู้สึกห่อเหี่ยวจริงๆ

            ภรรยาตัวน้อยแยกห้องนอนกับเขา!

            แต่กว่าเขาจะกลับบ้านก็ดึก ให้เคาะประตูปลุกภรรยาตัวน้อยก็ไม่กล้าอีก

            หากไม่ใช่เพราะนึกได้ว่าตัวเองก็ทรมานเช่นกันที่ได้กอดภรรยาตัวน้อยนอนทุกคืนมองได้ ลูบได้ แต่แตะต้องไม่ได้ เขาต้องอาละวาดเพื่อหยุดการแยกห้องนอนเป็นแน่

            เมื่อนึกได้ว่าภรรยาตัวน้อยตัวหอมนุ่มนอนอยู่แค่ห้องข้างๆใจเขาก็อ่อนระทวย รู้สึกนอนหลับสบายขึ้นไม่น้อย

            เจียงหงหย่วนเก็บของเสร็จอย่างรวดเร็วยกของไปวางบนรถล่อ ประคองเจียงหงป๋อขึ้นรถ สองพี่น้องมุ่งหน้าสู่อำเภอ

            เจียงหงป๋อตกตะลึงกับบ้านสองลานเช่นเดียวกับเจียงหงหนิงเห็นห้องที่สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยของตัวเองก็รู้สึกขอบคุณหลินหวั่นชิว

            “เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องขอบคุณหรือว่าเจ้าอยากเป็นคนอื่นคนไกลกับพี่สะใภ้?” หลินหวั่นชิวเห็นเจียงหงป๋อสีหน้าดีกว่าเมื่อสองวันก่อนก็อารมณ์ดีตามไปด้วยคิดว่าอีกไม่กี่วันจะให้เขากินโอสถชำระไขกระดูกอีกครั้ง

            “ไม่อยากขอรับ” เจียงหงป๋อตอบอย่างเชื่อฟัง เด็กคนนี้เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาแล้วใบหน้ามีเลือดฝาด…เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา

            หลินหวั่นชิว “เอาล่ะ เจ้าคงเดินทางมาเหนื่อย ไปพักก่อนเถิดไว้ถึงเวลากินข้าวแล้วข้าจะมาเรียก”

            หลินหวั่นชิวเป็นคนทำมื้อเที่ยง นางชอบทำอาหารแต่แน่นอนว่าสาเหตุหลักมาจากการที่หลังจากได้ลองกินอาหารเช้าที่ยายสวีทำนางตัดสินใจแล้วว่าจะสอนอีกฝ่ายทำอาหาร มิเช่นนั้นวันหน้านางกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านพวกหนุ่มๆ ที่อำเภอคงไม่ได้กินของอร่อยเป็นแน่

            “ภรรยาจ๋าเที่ยงนี้เหลียงเกอจะมากินข้าวด้วย เจ้าช่วยทำให้เยอะหน่อยเถิด” เจียงหงหย่วนผูกล่อไว้ที่ลานด้านหลังเสร็จก็ออกมาพูดกับหลินหวั่นชิว “จะซื้อสิ่งใดก็บอกมาได้เลย ข้าจะไปซื้อให้ประเดี๋ยวนี้”

            “ซื้อปลา ผักชี ขึ้นฉ่าย…ช่างเถิด ท่านอย่าไปเลย ให้ยายสวีไปดีกว่า บุรุษไปจ่ายตลาดคงแปลกไม่น้อย” หลินหวั่นชิวเรียกยายสวี กำชับของที่จะซื้อกับนางสองสามรอบเสร็จก็ให้เงินนางไป

            “เอาสิ่งของของหงป๋อไปให้เขาที่ห้องเอาสิ่งของของพวกเรามาด้วย ข้าจะได้เก็บ”

            “อืม” เจียงหงหย่วนกำลังจะทำเช่นนั้นอยู่พอดีเขาเอาสิ่งของของหงป๋อไปส่งที่ห้องฝั่งตะวันตก นำของใช้ในห้องครัวที่ได้เก็บมาวางในห้องครัวจากนั้นจึงนำสิ่งของของพวกเขาไปที่ห้องหลินหวั่นชิว

            หลินหวั่นเปิดห่อผ้าเก็บของเข้าที่ จัดสิ่งของของเจียงหงหย่วนไว้ด้านข้างเขาจะได้เอาไปเลย

            “ภรรยาจ๋า นี่คือกระไรหรือ?” ขณะที่หลินหวั่นชิวกำลังทำงานก็เห็นเจียงหงหย่วนเอายกทรงนางออกมาส่ายเล่นทั้งยังเอาขึ้นมาดมที่จมูกด้วยความสงสัย

             

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน