หลังจากที่เหมยซีได้เลือกทางเดินให้กับชีวิต โดยเลือกที่จะเปิดประตูกลับมาหาคนรักของนาง แต่เนื่องด้วยร่างกายที่ยังไ่ม่ฟื้นตัวดีพอ เพราะเหมยซีนอนอยู่บนเตียงแทบไม่ได้ขยับ เปรียบเสมือนผักมีแต่ร่างไร้วิญญาณ
เมื่อนางรู้สึกตัวก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา "หิวน้ำ.... หิวน้ำเหลือเกินมีใครอยู่บ้าง" เหมยซีที่พึ่งฟื้นยังไม่มีเรี่ยวแรงมากพอแต่นางก็พยายามพูดเสียงดังเท่าที่นางจะทำได้
อี้อ๋องที่ได้ยินเสียงแว่วๆ พยายามมองหาต้นทางของเสียง เมื่อแน่ชัดว่านั้นคือเสียงของเหมยซี อี้อ๋องรีบลุกขึ้นไปยังเตียงพระชายา
"เหมยซี.... ชายารักของข้า ใช่เจ้าหรือไม่ที่พูดออกมา" อี้อ๋องนั่งลงขอบเตียงและกุมมือเหมยซีไว้ ซึ่งเหมยซีที่ยังรู้สึกตัวได้ไม่ดีเท่าที่ควร มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง นางพยายามขยับตัวและอี้อ๋องก็รู้สึกได้ว่านิ้วของนางขยับ
"มีใครอยู่ไหม ไปตามหมอหลวงให้ข้าที่พระชายาฟื้นแล้ว" อี้อ๋องดีใจเป็นอย่างมากที่เห็นพระชายาค่อยๆ ลืมตา
"หิวน้ำ... ขอน้ำให้ข้าที" เสียงที่เปล่งออกมาอย่างทรมานแต่ก็พอจับใจความได้
"เหมยซีเจ้าหิวน้ำใช้หรือไม่ รอข้าสักประเดี๋ยวนะ" อี้อ๋องรีบไปรินน้ำชาและประครองศีรษะของเหมยซีขึ้นมาเล็กน้อย
"ชายาของข้า ค่อยๆจิ๊บนะเจ้าพึ่งรู้สึกตัวเดี๋ยวจะสำลักเอาได้" อี้อ๋องพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"อี้อ๋องหรือเพคะ หม่อนฉันหลับไปนานเท่าไหร่แล้ว ร่างกายของหม่อมฉันทำไมถึงขยับไม่ค่อยจะได้" เหมยซีที่ตอนนี้ได้รู้ตัวว่าตนเองกลับมาหาอี้อ๋องแล้ว และก็พลันนึกถึงครอบครัวและเพื่อน
เหมยซีร้องไห้อย่างหนักจนอี้อ๋องตกใจ ตะโกนโวยวายให้คนไปตามหมอหลวง
หมอหลวงรีบลนลานเข้ามาตรวจพระชายาทันที เมื่อหมอหลวงจับชีพจรก็ได้กราบทูลอี้อ๋องที่ตอนนี้นั่งไม่ติดเดินวนไปวนมาจนบ่าวไพร่เวียนหัวไปตามๆกัน
"เรียนอี้อ๋องพระชายาทรงมีอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากได้หลับเป็นเวลานาน กระหม่อมจะจัดยาบำรุงร่างกายให้พระชายา ตอนนี้ควรจะให้พระชายาทานอาหารอ่อนๆ เพื่อปรับสมดุลในร่างกายเสียก่อน และอย่าพึ่งหักโหมในการฟื้นตัว" หมอหลวงรีบอธิบายให้อี้อ๋องได้คลายพระทัย
"ไม่เป็นอันใดแล้วทำไมพระชายาร้องไห้ เจ้าตรวจดูดีแล้วใช่หรือไม่" อี้อ๋องที่ยังทรงไม่วางพระทัยในอาการป่วยของพระชายารีบถามหมอหลวงทันที
"เรียนอี้อ๋อง พระชายาทรงไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนพะยะค่ะมีเพียงอ่อนเพลีย ส่วนเรื่องที่ทรงห่วงคงเป็นทางด้านจิตใจที่ไม่มียาตัวใดรักษาได้ นอกจากตัวพระชายาเอง" หมอหลวงยื่นใบยาให้องค์รักษ์จัดยาบำรุงตามที่สั่ง
หลังจากหมอหลวงกลับไป อี้อ๋องก็แทบพุ่งเข้ามาซักถามพระชายาทันที
"เหมยซีเจ้าร้องไห้ทำไม เจ็บตรงไหนบอกข้าทีเห็นเจ้าร้องไห้แบบนี้ หัวใจข้าเจ็บปวดยิ่งนัก" เหมยซีที่ได้ยินอี้อ๋องถามด้วยความเป็นห่วงนางก็ยิ่งร้องไห้ พยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีลุกนั่งและกอดอี้อ๋อง
"อี้อ๋องเพคะหม่อมฉันคิดถึงพระองค์เหลือเกิน ไม่คิดว่าจะยังสามารถกลับมาอยู่ข้างกายพระองค์ได้อีกครั้ง แต่ในความดีใจก็มีความเสียใจที่ต้องจากครอบครัวมา หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์ทรงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหม่อมฉัน" เหมยซีสะอื้นในอ้อมกอดของสามี
"ข้ารู้.... ทุกอย่างที่ท่านนักพรตได้เล่าเหตุการณ์ที่เจ้าหมดสะติ และความเป็นมาของเจ้าข้ารู้ แต่ข้าไม่สนอะไรทั้งสิ้นเพียงแค่เจ้ากลับมาหาข้านั้นก็เพียงพอแล้ว เจ้าคือชายาของข้า หากเจ้าไม่กลับมาข้าจะครองตัวเป็นโสดตราบสิ้นลมหายใจ"
อี้อ๋องลูกศีรษะเหมยซีเป็นการปลอบโยน เขาเข้าใจถึงการเสียสละของเหมยซี มันคงเป็นเรื่องยากมากที่จะตัดสินใจ แต่เข้าก็ดีใจที่นางตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตคู่กับตน
"หม่อมฉันคิดถึงพ่อแม่และพี่ๆ คิดถึงครอบครัวและเพื่อนเพคะ ไม่รู้ปานนี้พวกท่านจะเป็นอย่างไรกันบ้าง" เหมยซีกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เหมยซียอดรักของข้า ข้าจะเป็นทุกอย่างให้เจ้าเป็นครอบครัวและเป็นสามีที่ดี ข้าขอรับรองว่าจะดูแลเจ้าไม่ให้น้อยไปกว่าครอบครัวของเจ้า ข้าจะใช้ทั้งชีวิตเพื่อทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด ข้าสัญญา" อี้อ๋องบรรจงจุมพิศที่หน้าผากเหมยซีและค่อยๆวางเหมยซีลงไปยังหมอนเพื่อต้องการให้นางได้พักผ่อน
"ยอดรักเจ้าจงนอนพักเสียก่อน อย่าพึ่งหักโหมเจ้าต้องฟังที่หมอหลวงกล่าว ร่างกายเจ้ายังอ่อนแอต้องดื่มยาบำรุงร่างกายและเมื่อเจ้าดีขึ้น ข้าจะพาเจ้าออกไปเดินเล่นนอกจวนเป็นอย่างไร" เหมยซีพยักหน้ารับและยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับสามี
พ่อคะ......แม่คะ.....พี่ๆและหยางหยุนเพื่อนรัก ฉันกลับมาที่นี้ได้อย่างปลอดภัยแล้ว อย่าได้ห่วงกังวลอี้อ๋องดีกับลูกมากคำมั่นสัญญาจากอี้อ๋องเสมือนคำศักดิ์สิทธิ์ เพราะเขาคือนักรบและการรักษาสัจจะเป็นสิ่งที่อี้อ๋องให้ความสำคัญเสมอมา