“พวกนี้ตอบสนองเร็วกว่าที่คิดไว้!!”
หวัง ชง ขมวดคิ้วแน่น
การตอบโต้จากตระกูล เหยา มาเร็วกว่าที่เขาคาดเอาไว้มากนัก
“พวกมันสองคนตามพวกเรามาั้แ่ออกจากตำหนัก แม้ว่าก่อนหน้านี้ข้าจะยังไม่มั่นใจนัก แต่ว่าตอนนี้ข้าเชื่อว่าพวกนั้นตามพวกเรามาจริงๆ!!”
เมิ่ง หลง ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับกระซิบออกมาด้วยเสียงเบา
หวัง ชง ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาแต่อย่างใด แต่ทว่าภายในของเขากลับพลุ่งพล่านขึ้นอย่างรุนแรง
ในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลนั้น เขาได้ทำลายแผนการของ เหยา กวงยี่ โดยเจตนา เขาพยายามปกปิดเื่นี้อย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ผู้อื่นสงสัย
อย่างไรก็ตาม เหยา กวงยี่ ก็สมกับเป็จิ้งจอกเฒ่าเ้าเล่ห์ที่ระมัดระวังทุกฝีก้าว อาจจะเป็ไปได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลทำให้ เหยา กวงยี่ เกิดความสงสัย ดังนั้นมันจึงได้สั่งให้ เหยา เฟิง จับตาดูเขาเช่นนี้
หากว่าเป็เช่นนั้น นี่ย่อมไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก
หวัง ชง ไม่้าดึงดูดความสนใจของพวกมันั้แ่เริ่มเช่นนี้
“ไต้ซือ พวกท่านรู้จักคัมภีร์พระไตรปิฎกไหม!?”
ความคิดบางอย่างเปล่งประกายขึ้นในความคิด หวัง ชง รีบหันกลับมากล่าวไปยังภิกษุทั้งสองทันที
“คัมภีร์พระไตรปิฎก!?”
ภิกษุทั้งสองต่างประหลาดใจในคำถามของ หวัง ชง อยู่ไม่น้อย แต่พวกเขาก็ยังกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา
“เรารู้บ้างเล็กน้อย!!”
นี่เป็เื่ตลกแบบไหนกัน!? หากว่าภิกษุไม่รู้จักพระไตรปิฎกแล้วภิกษุรูปอื่นก็ไม่มีทางรู้จักพระคัมภีร์อย่างแน่นอน คำถามของ หวัง ชง เปรียบได้กับการกล่าวถามว่า ไก่สามารถออกไข่ได้หรือไม่ ก็ว่าได้
“เยี่ยม!! เช่นนั้นข้าจะรบกวนไต้ซือทั้งสองสวดมนต์สักหน่อยได้ไหม!?”
หวัง ชง พนมมือขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ภิกษุทั้งสองต่างพบว่าตอนนี้มันเป็สถานการณ์ที่น่าขันอย่างมาก พวกเขาไม่อาจเข้าใจการกระทำของ หวัง ชง ได้แม้แต่นิดเดียว ถึงกระนั้น ข้อตกลงในการซื้อขายแร่ไฮเดอราบาดก็ผ่านไปด้วยดี พวกเขาจึงรู้สึกว่าภาระที่ต้องแบกไว้ได้ถูกยกออกไปแล้ว
มันเป็เพียงแค่เื่เล็กๆ เท่านั้นที่จะสวดมนต์จากพระคัมภีร์ให้ หวัง ชง ได้รับฟัง
“แน่นอนว่าเราทำได้!!”
ภิกษุทั้งสองกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับเริ่มสวดมนต์จากคัมภีร์พระไตรปิฎกให้ หวัง ชง ได้รับฟัง
..........
“นี่มันอะไรกัน!?”
“นี่เขากำลังเล่นตลกอยู่งั้นรึ!? เขาออกจากตำหนักั้แ่เช้าเพื่อมาพบภิกษุทั้งสองให้สวดมนต์จากคัมภีร์ให้ฟังงั้นรึ!?”
เมื่อได้ยินเสียงของภิกษุทั้งสองเริ่มสวดมนต์ขึ้นมาเช่นนั้น องครักษ์ทั้งสองของตระกูล เหยา ก็มองหน้ากันไปมาด้วยความสับสน พวกเขารู้สึกราวกับว่ากำลังถูกปั่นหัวอยู่ก็ว่าได้
หวัง ชง ลอบออกจากตำหนักตระกูล หวัง อย่างเงียบๆ ด้วยท่าทีเช่นนั้นองครักษ์ทั้งสองจากตระกูล เหยา จึงคิดว่ามันจะต้องเป็เื่สำคัญ แต่สุดท้ายแล้วมันกลับกลายเป็ว่าเขาออกมาข้างนอกเพียงเพื่อพบภิกษุทั้งสองให้สวดมนต์จากพระคัมภีร์ให้เขาฟัง
นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว!!
พวกเขาไม่อาจเข้าใจว่าสมองของไอเด็กคนนี้มันกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“ข้าบอกแล้ว!! เด็กคนนี้ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง คุณชายประเมินเขาสูงเกินไป!! ดูสิว่าข้าพูดถูกไหม!! ดูด้วยตาของเ้าเอง นี่มันคุ้มกับความลำบากของพวกเรางั้นรึ ที่ต้องมาเสียเวลาั้แ่เช้าเพราะเขา!?”
องครักษ์ตระกูล เหยา คนหนึ่งที่มีแผลเป็บนใบหน้ากล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจ และยิ่งเห็น หวัง ชง หัวเราะออกมาเบาๆ จากระยะที่ห่างออกไป มันยิ่งทำให้เขาโกรธมากขึ้นอย่างมาก
“มันอาจไม่ได้เป็เช่นนั้น นายท่าน และคุณชาย ย่อมมีเหตุผลของท่าน!!”
องครักษ์อีกคนกล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบ
“เหตุผล!? หึ เ้าหมายถึงอะไร!? หากข้าบอกว่านายท่าน และคุณชาย ทำให้มันยุ่งยากไปเท่านั้น เขาก็แค่เด็กเหลือขอจะสามารถสร้างปัญหาอะไรได้!!”
องครักษ์ที่มีรอยแผลเป็กล่าวเย้ยหยัน
“นอกจากนี้คนที่เราควรติดตามน่าจะเป็น้องสาวของเขามากกว่า เ้าไม่ได้ไปที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลงั้นรึ!? นั่นเป็สิ่งที่น่าตื่นตามากที่สุด นางเป็คนที่พวกเราควรตามอย่างใกล้ชิด เ้านี่ก็แค่คนไร้ความสามารถเท่านั้น!!”
องครักษ์อีกคนพยายามที่จะกล่าวแก้ต่างออกมา แต่ทว่าเขากลับพบว่าไม่สามารถโต้เถียงออกมาได้แม้แต่นิดเดียว
“ลองรอดูอีกสักหน่อย บางทีเราอาจจะพบสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเขาก็ได้!!”
“พบ!? พบอะไร!? นี่เสียเวลา่เช้าไปแล้ว เ้ายังอยากจะเสียเวลา่บ่ายไปด้วยงั้นรึ!? หากเ้าอยากจะรอก็ไปเถอะ แต่บอกไว้เลยว่าข้าไม่ไปกับเ้าแน่!!”
องครักษ์ที่มีรอยแผลเป็โพล่งออกมาด้วยความรีบร้อน
ผู้พิทักษ์อีกคนอ้าปากขึ้นเล็กน้อยราวกับว่าจะกล่าวอะไรออกมา แต่แล้วเขาก็หุบปากลงโดยไม่มีคำกล่าวใดเล็ดลอดออกมาจากปากของเขา เขาเหลือบมองไปทาง หวัง ชง และพบว่าในตอนนี้ภิกษุทั้งสองได้สวดมนต์จบแล้ว และ หวัง ชง ก็ได้โค้งคำนับอย่างสุภาพพร้อมกับเชิญภิกษุทั้งสองขึ้นไปบนรถม้า ก่อนจะเริ่มมุ่งหน้าตรงไปยังทิศที่ตั้งของตำหนักตระกูล หวัง
ดูเหมือนว่าเขาจะมาที่นี่เพียงเพื่อเชิญภิกษุไปสวดมนต์เท่านั้น
“เฮ้อ.....!!”
องครักษ์อีกคนถอนหายใจยอมแพ้ออกมาในที่สุด
“เอาเถอะ ลืมมันไปซะ!! คุณชายให้เรารายงานความเคลื่อนไหวทั้งหมด พวกเราจะกลับไปที่ตำหนักเพื่อรายงานเื่นี้ก่อน!!”
หลังจากกล่าวจบพวกเขาก็กวาดตามองไปรอบๆ เล็กน้อยก่อนจะจากไปอย่างเงียบๆ
“นายน้อย พวกมันไปแล้ว!!”
ภายในรถม้า เมิ่ง หลง ปล่อยฝ่ามือออกจากหน้าต่างพร้อมกับหันมากล่าวกับ หวัง ชง เขากวาดตามองรอบๆ อย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าองครักษ์ทั้งสองคนของตระกูล เหยา ไม่ได้ติดตามพวกเขามาอีก
“วิเศษ!! ตอนนี้พวกเราไปหอตรวจการณ์ต้าหลี่กันต่อเถอะ!!”
หลังจากรับทราบถึงสถานการณ์ หวัง ชง ก็กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มทันที
***** ฮี้....... *****
เสียงม้าร้องขึ้นขณะที่ลากรถม้าเลี้ยวผ่านทางยากมุ่งหน้าสู่หอตรวจการณ์ต้าหลี่แห่งทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
..........
หอตรวจการณ์ต้าหลี่ คือสถานที่ที่ใช้ในการตัดสินคดีความต่างๆ ของเมืองหลวง
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นภายในหอตรวจการณ์ต้าหลี่ก็คือ การร่างสัญญาขึ้น ไม่ว่าจะเป็สัญญาใดๆ ที่ถูกร่างขึ้นภายใต้การเป็ประจักษ์พยานของหอตรวจการณ์ต้าหลี่แล้วนั้น สัญญาฉบับนั้นสามารถเทียบได้กับการรับรองจากต้าถังก็ว่าได้
สำหรับพ่อค้าที่ไม่ได้มีความคุ้นเคยต่อกันแล้วนั้น มันจึงเป็ทางเลือกที่ดีสำหรับพวกเขาที่จะเดินทางมายังหอตรวจการณ์ต้าหลี่เพื่อร่างสัญญาขึ้น ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็พ่อค้าจาก อาหรับ , ชาวตะวันตกไกล , ชาวซินหลัว , ชาวซีซาง หรือชนเผ่าต่างๆ ก็ตาม เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงเมืองหลวง พวกเขาจะไปยังหอตรวจการณ์ต้าหลี่เพื่อขอร่างสัญญาขึ้นมาทันที
มีเหล่าพ่อค้าที่มั่งคั่งจำนวนมากภายในต้าถัง หวัง ชง กลัวว่าอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นหากเขาไม่ดำเนินการเื่นี้ให้เร็วที่สุด ดังนั้นเขาจึงได้เชิญภิกษุทั้งสองมายังหอตรวจการณ์ต้าหลี่เพื่อลงนามในสัญญาระหว่างพวกเขา
สำหรับภิกษุทั้งสองแล้ว หอตรวจการณ์ต้าหลี่คือประจักษ์พยานที่สามารถเชื่อถือได้ ดังนั้นการลงนามในสัญญานี้จึงถือว่าเป็การเพิ่มความปลอดภัยสำหรับพวกเขาได้อย่างมาก
..........
“ฮู่ววว...!! ในที่สุดข้าก็ทำได้!!”
หวัง ชง ก้าวออกมาจากที่ทำการพร้อมกับใบสัญญาภายในมือ ในตอนนี้หัวใจของเขารู้สึกผ่อนคลายลงอย่างมาก
“ท่านไต้ซือ ขอบคุณมาก!! ภายในหนึ่งเดือนข้าจะรีบนำเงินมาจ่ายสำหรับแร่สามร้อยจวินของพวกท่าน!! และข้าก็หวังว่าพวกท่านจะรักษาสัญญาเช่นกัน!!”
หวัง ชง กล่าวพลางหันกลับไปมองที่ภิกษุทั้งสอง
“ย่อมเป็เช่นนั้น!! ขอพระพุทธองค์ทรงเป็สักขีพยาน พวกเาาวสินธุยึดมั่นในสัจจะคำสัญญาเสมอ!!”
ภายใต้ร่มเงาแห่งนักปราชญ์จีนผู้ยิ่งใหญ่ ภิกษุทั้งสองกล่าวออกมาด้วยความเคร่งขรึม
แต่เดิมแล้วขณะที่พวกเขาได้พบกับเด็กหนุ่มผู้นี้ พวกเขาไม่เคยคาดคิดแม้แต่นิดเดียวว่าจะเป็คู่ค้าที่เหมาะสมที่สุดที่พวกเขาซึ่งเป็สิ่งที่กำลังมองหาภายในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
หลังจากที่ได้สนทนากับ หวัง ชง เพียง่สั้นๆ ความประทับใจของพวกเขาต่อเด็กหนุ่มผู้นี้ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ความคิดของชายหนุ่มผู้นี้แตกต่างจากคนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่น “สิทธิ์ในการแจกจ่าย” ที่พวกเขายังไม่อาจเข้าใจในแิเช่นนี้ได้ชัดเจนมากนัก
ยิ่งไปกว่านั้นตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มผู้นี้ยังน่านับถืออย่างมาก ภิกษุทั้งสองต่างััได้ถึงสิ่งนั้นภายในหอตรวจการณ์ต้าหลี่อย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็เช่นไร สุดท้ายแล้วนี่ก็นับเป็ข่าวดีในการขายแร่ไฮเดอราบาดภายในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
“ไต้ซือขอบคุณท่านมาก เราจะพบกันอีกครั้งเมื่อข้าดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว!!”
หวัง ชง กล่าวไปยังภิกษุทั้งสอง
“อา....!!”
ภิกษุทั้งสองพยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะจากไป
หวัง ชง มองแผ่นหลังของพวกเขาจนหายลับไปจากระยะสายตาของเขา
“......ตอนนี้ข้าคงต้องหาวิธีได้รับเงินเก้าหมื่นตำลึงทองก่อน!!”
หวัง ชง พึมพำ
แม้ว่าเขาจะได้รับสิทธิ์ในการแจกจ่ายแร่ไฮเดอราบาดจากภิกษุก็ตาม แต่หลังจากนี้เป็ความยากลำบากอย่างมาก เพราะอย่างไรแล้วเงินกว่าเก้าหมื่นตำลึงทองก็ไม่ใช่เงินจำนวนก้อนเล็กๆ แม้แต่นิดเดียว
หวัง ชง ได้รับเบี้ยเลี้ยงรายเดือนเพียงไม่กี่ตำลึงเงินเท่านั้น ด้วยเบี้ยเลี้ยงของเขาต่อให้ใช้เวลาจนกระทั่งเขาจบชีวิตลง มันก็ยังไม่เพียงพอด้วยซ้ำ
“ปวดหัวจริงๆ!! ข้าคงต้องกลับไปคิดเื่นี้ทีหลัง!!”
หวัง ชง ตบศีรษะของตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับขึ้นไปบนรถม้า
***** กุบกับ กุบกับ *****
เสียงของรถม้าดังสะท้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ขณะที่ หวัง ชง ก้าวออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ขณะเดียวกันนั้นรถม้าสีทองแดงก็ได้ขวางทางระหว่างรถม้าของเขา และเขาเอาไว้
หวัง ชง ชะงักฝีเท้าของเขาลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเงยหน้าขึ้นด้วยสัญชาตญาณ เมื่อเขามองเห็นรูปสลักดอกไม้บนพื้นผิวสีทองแดงของรถม้า ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็สีขาวซีด
“แย่แล้ว!!”
ใบหน้าของ หวัง ชง บิดเบี้ยวไปอย่างกะทันหันขณะที่เขาหันหลังกลับเพื่อจะหนีออกไป แต่ทว่ามันก็สายเกินไปแล้วสำหรับเขา ฝ่ามือเรียวเล็กสีขาวราวกับหยกเรียบ และมีกลิ่นหอมราวดอกไม้ลอดผ่านออกมาจากหน้าต่างของรถม้า
แม้ว่าการเคลื่อนไหวของฝ่ามือนี้จะไม่ได้ดูรวดเร็วก็ตาม แต่ทว่าด้วยความสามารถของ หวัง ชง ในตอนนี้มันก็ไม่อาจทำให้เขาหนีรอดออกไปได้ เพียงพริบตาเดียวใบหูของเขาก็ถูกดึงเอาไว้
“เ้าตัวน้อย เ้ากล้าหนีเมื่อเจอพี่สาวของเ้างั้นรึ!?”
ในเวลานั้น เสียงของอิสตรีที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งก็ดังขึ้น จากน้ำเสียงของนางดูเหมือนนางจะมีความสุขไม่น้อยที่สามารถจับหูของ หวัง ชง เอาไว้ได้
“ลูกพี่ลูกน้องที่รัก ปล่อยข้าเถอะ ข้าจะไม่หนี!! ข้าจะไม่หนี.....!!”
ใบหูของ หวัง ชง ถูกจับและบิดด้วยฝ่ามือสีขาวราวหยกเรียบ ในตอนนี้ใบหูของเขาเปลี่ยนเป็สีแดงราวกับว่าถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงอยู่ก็ว่าได้
“เ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ!?”
เสียงของผู้หญิงดังขึ้นมาอีกครั้งด้วยความไม่พอใจ อีกทั้งยังมีเสียงการเคลื่อนไหวบางอย่างดังขึ้นมาจากภายในรถม้าอีกด้วย นั่นหมายความว่าภายในนั้นไม่ได้มีเพียงแค่นางคนเดียวแน่นอน
“ข้าผิดไปแล้ว พี่หญิงรอง!!”
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มแย่ลง หวัง ชง จึงรีบเปลี่ยนคำกล่าวของเขาทันที สำหรับพี่หญิงรองของเขาคนนี้ แม้แต่ผู้พิทักษ์ของเขา เสิน ไห่ และ เมิ่ง หลง ต่างก็ไม่ใช่คู่มือของนาง
ความจริงแล้วแม้แต่น้องเล็กของเขาก็ไม่อาจเทียบกับนางได้เช่นกัน บัดนี้เสียง ‘พี่รอง’ ยังดังอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะถูกต้อง!!”
ภายในรถม้าหญิงสาวคนหนึ่งพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ ประตูของรถม้าเปิดออกพร้อมกับที่ร่างของ หวัง ชง ดูเหมือนกับลอยเข้าไปในด้านใน
มันดูราวกับว่าเขาเข้ามายังอีกโลกหนึ่ง แววตาของ หวัง ชง เปลี่ยนเป็สีแดงอย่างชัดเจน
“พวกเ้าสองคนไม่ต้องรอ!! กลับไปได้เลย ข้าจะพาเด็กคนนี้กลับไปเอง!!”
นางชายตามองไปยัง เสิน ไห่ และ เมิ่ง หลง พลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หยิ่งผยองก่อนที่รถม้าจะเริ่มเคลื่อนออกไป
หวัง ชง สงบอารมณ์ของเขาพร้อมกับกวาดตามองไปรอบๆ ห้องโดยสารของรถม้า ภายในนี้ถูกประดับเอาไว้ด้วยสีแดง และสีชมพูอ่อนๆ เห็นได้ชัดว่ามันเป็รถม้าสำหรับผู้หญิงอย่างไม่ต้องสงสัย
เบื้องหน้าของ หวัง ชง คือผู้หญิงที่มีรูปร่างเย้ายวน มองจากภายนอกแล้วนางมีอายุราวยี่สิบสี่หรือยี่สิบห้าปี ใบหน้าที่งดงามของนางก้มลงเล็กน้อยขณะที่กำลังตรวจดูเล็บสีแดงที่ฉีกไปเล็กน้อยของตน
ด้านข้างของนางเป็เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่สวมชุดสีแดง ซึ่งตอนนี้นางกำลังใช้มือข้างหนึ่งปิดปากเพื่อกลั้นหัวเราะเอาไว้
แม้ว่า หวัง ชง จะไม่รู้จักเด็กผู้หญิงคนนี้ก็ตาม แต่เขาก็รู้สึกอึดอัดไม่น้อยที่กำลังถูกจ้องมองมาเช่นนี้
“พี่หญิงรอง ท่านตามหาข้าอยู่หรือ!?”
หวัง ชง เหลือบมองไปที่ผู้หญิงที่มีใบหน้างดงามซึ่งกำลังตรวจดูเล็บของตัวเอง พร้อมกับรวบรวมความกล้าเพื่อกล่าวถามออกไป
บุคคลผู้นี้คือลูกพี่ลูกน้องของเขา
ลูกพี่ลูกน้องของเขาคนนี้เป็หญิงสาวที่ทุกคนต่างหมายปอง และอยากใกล้ชิดกับนาง
อย่างไรก็ตาม หวัง ชง เป็ข้อยกเว้น
หวัง ชง แตกต่างจากคนอื่นๆ เขารู้สึก “กลัว” เมื่อเห็น “พี่หญิงรอง” คนนี้ และทำให้เขาอยากจะหนีออกไปให้เร็วที่สุด
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำให้เขากลัวได้
แต่ทว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้ก็เป็หนึ่งในนั้น
แม้ว่าใน่ที่เขายังเป็เด็ก แม้แต่มารดาของเขาก็ไม่สามารถควบคุมเขาได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูกพี่ลูกน้องคนนี้ หวัง ชง กลับรู้สึกหมดหนทาง ราวกับว่าเขาเป็เฮ่งเจียที่ตกอยู่บนฝ่ามือของพระยูไลก็ว่าได้
ในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นั้น เมื่อตระกูลหนึ่งมีชื่อเสียงขึ้นมาสูงมากพอ พวกเขาจะสร้างทายาทสืบทอดตระกูลออกมาจำนวนมาก และตระกูล หวัง ก็เป็เช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็ครอบครัวของเขา , ของลุง หรือของป้าเขาก็ตาม ในแต่ละครอบครัวล้วนแล้วแต่มีเด็กๆ จำนวนมาก
และลูกพี่ลูกน้องคนนี้ก็เป็บุตรสาวของ ท่านลุงใหญ่ ของเขา
.................