ใน่เช้าวันต่อมาของ ณ ห้องเรียนของไฮด์โรงเรียนสอนเวทย์มนต์มอเทรีย แห่งเมืองเทร่า
“พวกเธอรู้ไหมว่าในโลกแห่งเวทย์มนต์ของเรามีทั้งหมดกี่ธาตุ”อาจารย์เอิร์นที่ยืนสอนอยู่หน้าชั้นเรียนถามขึ้น
“เจ็ดธาตุครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบโดยพร้อมเพรียงกัน
“แล้วรู้ไหมมีธาตุอะไรบ้าง” อาจารย์เอิร์นยังคงถามต่อ
“มีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ แสง ความมืดแล้วก็ธาตุแห่งความว่างเปล่าค่ะ” เด็กผู้หญิงที่ริมฝีปากสีแดง ผมยาวสีน้ำตาลเข้มซึ่งนั่งอยู่หน้าห้องยกมือขึ้นตอบ
“เก่งมากแซนดี้” อาจารย์เอิร์นกล่าวชมเด็กสาวผู้รอบรู้ตรงหน้าก่อนหันไปสอนต่อ
“งั้นพวกเธอคงรู้แล้วนะ ว่าในคลาสของเราพวกเธอมีพลังเวทย์ในตัวเหมาะแก่การใช้เวทย์มนต์ธาตุดิน”
“แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะใช้เวทย์มนต์ธาตุอื่นไม่ได้เลยแต่เวทย์มนต์ธาตุดินสำหรับพวกเธอทุกคนแล้วจะทรงพลังที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้เวทย์มนต์ธาตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่ธาตุดิน” อาจารย์เอิร์นเว้นวรรคให้นักเรียนในคลาสได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจในเนื้อหาก่อนจะเริ่มสอนต่อ
“ธาตุดินในบรรดาธาตุทั้งหมดเป็ธาตุที่มีการใช้เวทย์มนต์ในการป้องกันมากที่สุดอีกอย่างในการใช้ชีวิตประจำวันธาตุดินก็นับได้เป็อีกหนึ่งธาตุที่สำคัญที่ผู้คนนำมาใช้บ่อยเช่น การเกษตร การก่อสร้าง การคมนาคม เป็ต้น แต่ไม่ใช่แค่ธาตุดินอย่างเดียวนะที่เป็หนึ่งในเวทย์มนต์สำคัญในชีวิตประจำวันธาตุอื่น ๆก็เช่นกันเพราะหากไม่มีธาตุอื่นมาคอยช่วยเหลือแล้วก็จะทำให้ชีวิตในประจำวันลำบากมากยิ่งขึ้นดังนั้นพวกเธอต้องระลึกไว้เสมอว่า ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ในโรงเรียนนี้ล้วนเป็กำลังที่สำคัญของอนาคตกันทั้งสิ้นพวกเธอก็คือคนรุ่นต่อไปที่จำนำพายุคสมัยไปตามที่พวกเธอ้าที่อาจารย์ทำในตอนนี้คือการบ่มเพาะพวกเธอให้เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง”
“และในวันนี้อาจารย์ก็มีการฝึกมาให้พวกเธอหัดฝึกกัน นั้นคือการควบคุมพลังเวทย์ธาตุดินโดยเป็การปล่อยพลังเวทย์ของเธอเข้าไปเป็หนึ่งเดียวกับดินแต่การจะควบคุมดินได้พวกเธอก็ต้องทำสัญญากับเทพแห่งปฐีกันก่อนเพื่อควบคุมธาตุดินได้อย่างสมบูรณ์เอาล่ะเดี่ยวเราจะเลื่อนไปที่สนามฝึกซ้อมกันเตรียมตัวกันได้แล้ว ใครมีอะไรจะถามเพิ่มเติมบ้าง”อาจารย์เอิร์นหันหน้ามาถามพวกนักเรียนที่นั่งฟังกันอย่างเรียบร้อย
“อาจารย์ครับเทพปฐีคือใครครับผมไม่เคยได้ยินเื่นี้เลย” แคลนเด็กชายผิวสีเข้มยกมือขึ้นถามเป็คนแรก
“พวกเธอรู้แล้วใช่ไหมว่าธาตุในโลกใบนี้มีทั้งหมดเจ็ดธาตุซึ่งแต่ละธาตุจะมีเทพที่คอยควบคุมพลังเวทย์ในโลกนี้ให้ดำรงคงอยู่ต่อไปและในตอนนี้ที่พวกเธอไม่ได้ทำสัญญากับเทพองค์ใดเลยจึงทำให้ใช้ได้แค่พลังเวทย์ของพวกเธอเองเพียงอย่างเดียวดังนั้นเพื่อให้พวกเธอสามารถใช้เวทย์มนต์ได้หลากหลายขึ้นตามสถานการณ์การทำสัญญากับเหล่าเทพจะช่วยปลดข้อผูกมัดในการใช้พลังเวทย์ของพวกเธอสามารถทำให้พวกเธอสามารถใช้เวทย์มนต์ธาตุได้ตามความ้า”
“แล้วสัญญากับเทพที่ต้องทำมันเป็ยังไงค่ะ” เจนเด็กสาวผมสีทองผิวสีน้ำผึ้งยกมือขึ้นมาถามบ้าง
“สำหรับเื่สัญญานั้นก็จะเป็การมอบพลังเวทย์ให้กับเทพเป็เหมือนกับเครื่องบรรดาการให้แก่เหล่าเทพ”อาจารย์เอิร์นตอบกลับเด็กสาวให้หายข้องใจ
“เอาล่ะพวกเธอมีคำถามอะไรที่ยังอยากถามอาจารย์อีกไหม” อาจารย์เอิร์นหันมาถามเหล่านักเรียนของเธออีกครั้ง
“ไม่มีครับ/ค่ะ” พวกนักเรียนตอบเธอกลับไป
“งั้นก็ไปกันที่สนามฝึกซ้อมกันได้แล้วตามอาจารย์มา” เมื่อพูดจบอาจารย์เอิร์นก็เดินออกจากห้องไปที่มีเหล่าเด็กนักเรียนในห้องของเธอตามไปด้วยติด ๆ
ณสนามฝึกซ้อมของโรงเรียนฝึกสอนเวทย์มนต์มอเทรีย ที่กว้างสุดลูกหูลูกตาก็ปรากฏกลุ่มเหล่านักเรียนที่เดินลงมาในสนามฝึกซ้อมกันมาเป็จุดเล็กจุดหนึ่งในสนามที่กว้างใหญ่นี้
“ทุกคนเลิกเล่นแล้วยืนเป็วงกลมรอบตัวอาจารย์”มาไม่ทันไรอาจารย์เอิร์นก็หันมาสั่งลูกศิษย์ของเธอทันทีนั้นทำให้เหล่านักเรียนของเธอรีบทำตามแต่โดยดีเพราะถึงแม้จะพึ่งมาเรียนได้แค่วันสองวันแต่นั้นก็ทำให้รู้ว่าแม้ภายนอกอาจารย์จะดูเหมือนคนใจดีแต่อาจารย์เอิร์นก็เป็คนที่จริงจัง หนักแน่น และตัดสินใจได้เด็ดขาดเป็ที่สุดซึ่งการมีปัญหากับเธอคงไม่เป็ผลดีกับพวกเราเหล่านักเรียนแน่นอน
“ทุกคนปล่อยพลังเวทย์ของตัวเองลงไปยังพื้นดินแล้วพูดว่าทำสัญญา” อาจารย์เอิร์นหันมาสั่งอีกครั้ง
“ทำสัญญา” แล้วเสียงของนักเรียนก็เปล่งออกมาพร้อมกัน
ทันใดนั้นรอบ ๆ ตัวนักเรียนก็รู้สึกราวกับทุกอย่างถูกหยุดเวลาไว้ไม่มีเสียง ไม่มีอะไรขยับเขยื้อนนอกจากตัวของพวกเขาเองที่สามารถขยับได้ราวกลับโลกใบนี้มีแต่พวกเขาเองที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในโลกใบนี้ ก่อนที่จะถูกดึงด้วยแรงดึงดูดบางอย่างฉับพลันพอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองอยู่ในที่มืดมองไม่เห็นรอบๆเลย
“สวัสดี” เสียงของใครบางคนดังขึ้นมาทำให้ไฮด์หันไปมองหาต้นตอของเสียงแต่กลับไม่พบว่าเสียงดังมาจากที่ไหน
“ใครนะ” ไฮด์ะโถามกลับไปโดยพยายามเก็บอาการใที่ถูกทักโดยเสียงที่ไม่รู้จัก ในสถานที่ที่มองอะไรไม่เห็น
“เ้าเป็คนเข้ามาหาข้าเองแล้วทำไมเ้าถึงถามว่าข้าเป็ใครอีก”เสียงปริศนายังคงตอบกลับมา
“หรือว่าท่านคือเทพปฐี” ไฮด์ถามกลับไปในความมืด
“ใช่ เราคือเทพปฐี เ้าก็เข้ามาเพื่อทำสัญญาเหมือนกันใช่หรือไม่”เทพปฐีตอบกลับไป
“ครับ ผมเข้ามาเพื่อทำสัญญากลับท่านครับ” ไฮด์ตอบ
“งั้นเรามาทำสัญญากันเราจะทำให้เ้าสามารถควบคุมธาตุดินของเราได้แต่ต้องแลกกลับการที่เ้าต้องแลกพลังเวทย์ส่วนหนึ่งมาเป็ของบรรณาการให้เรา”เทพปฐีพูดขึ้นมา
“ครับ ผมขอทำสัญญากับท่านครับ” ไฮด์ตอบรับข้อสัญญาของเทพปฐีโดยไม่ลังเล
“งั้นก็ขอให้โชคดี” เทพแห่งปฐีพูดขึ้นก่อนที่ไฮด์จะรู้สึกราวกับถูกดึงดูดอีกครั้งก่อนที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ที่สนามฝึกซ้อมอีกครั้ง
“ตอนนี้พวกเธอคงทำสัญญากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว”อาจารย์เอิร์นพูดขึ้นท่ามกลางวงล้อมของเหล่านักเรียน
“อาจารย์จะสอนการควบคุมพลังเวทย์ธาตุดินก่อนเป็อันดับแรก”อาจารย์เอิร์นยังคงพูดต่อ
“แต่ก่อนหน้านั้นพวกเธอรู้ไหมว่าพลังเวทย์ปกติของพวกเธอกับพลังเวทย์ธาตุดินต่างกันยังไง” อาจารย์เอิร์นถามพวกนักเรียนแต่กลับไม่มีคำตอบออกมาจากนักเรียนเลยแม้ซักคำเดียว
“แสดงว่าไม่มีใครรู้ งั้นอาจารย์จะอธิบายอย่างง่ายให้ฟังพลังเวทย์ที่เป็ของพวกเธอเองคือการใช้พลังเวทย์ที่มีในตัวของพวกเธอเองเพียงอย่างเดียวทำให้มีข้อจำกัดไม่ว่าจะด้านพลังเวทย์และประโยชน์ของการใช้งานแต่พลังเวทย์ธาตุที่พวกเธอพึ่งได้ทำสัญญาขึ้นมานั้นจะเป็การนำพลังเวทย์ของพวกเธอมาใช้ร่วมกับพลังเวทย์ของสิ่งต่างๆ ที่มีธาตุที่เธอทำสัญญาเป็ส่วนหนึ่งร่วมอยู่ด้วยทำให้ลดการใช้พลังเวทย์ไปได้มากอีกทั้งยังสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าพลังเวทย์ของเธอเองเพียงอย่างเดียวอีกด้วย”อาจารย์พูดสั่งสอนนักเรียนของเธอที่ตอนนี้ยืนตั้งใจฟังเธออย่างใจจดใจจ่อ
“และตอนนี้ที่พวกเธอได้ทำสัญญากับเทพปฐีเรียบร้อยแล้วให้ลองหยิบดินขึ้นมาไว้บนฝ่ามือแล้วลองใช้พลังเวทย์ควบคุมดู” อาจารย์เอิร์นหันไปสั่งพวกนักเรียนของเธอก่อนที่เหล่านักเรียนจะก้มตัวลงไปหยิบดินขึ้นมาไว้บนฝ่ามือแล้วใช้พลังเวทย์ควบคุม
ไฮด์ก้มลงไปเก็บดินตามที่อาจารย์เอิร์นสั่งแล้วลองใช้พลังเวทย์ของตัวเองควบคุมดินบนฝ่ามือดู แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเมื่อไฮด์หันไปมองเพื่อนก็เห็นดินในฝ่ามือของบางคนเริ่มขยับเขยื้อนเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปเป็รูปร่างต่างๆ สำหรับไฮด์ซึ่งไม่มีพื้นฐานในการควบคุมพลังเวทย์มาก่อนจึงถือได้ว่าเป็เื่ยากดังนั้นไฮด์จึงจำเป็ต้องใช้สมาธิแล้วเร่งพลังเวทย์มากกว่าปกติทำให้มีความรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าแล่นแปล่บไปทั่วทั่งร่างกาย แล้วดินในมือไฮด์ก็เริ่มขยับเขยื้อนเล็กน้อยก่อนจะหยุดนิ่งไป
‘อย่างน้อยก็ขยับซักนิดละนะ’ ไฮด์คิดในใจก่อนจะพยายามเพ่งสมาธิรวบรวมพลังเวทย์อีกครั้งเพื่อพยายามให้ดินที่อยู่ในฝ่ามือเปลี่ยนรูปร่างไปตามที่ตัวเอง้า ก่อนที่เสียงอาจารย์เอิร์นจะดังขึ้นเข้าแทรกทำให้สมาธิของไฮด์ขาดหายไป
“เอาล่ะ วันนี้พวกเธอลองฝึกควบคุมกันไปก่อนนะเริ่มจากปริมาณเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ฝึกควบคุมให้มากขึ้นไปเรื่อย ๆ” อาจารย์เอิร์นบอกเหล่านักเรียนของเธอ
“แล้วตอนเย็นเราค่อยมาทดสอบความสามารถของพวกเธอกันว่าสามารถควบคุมพลังเวทย์ธาตุได้ดีขึ้นแค่ไหน”อาจารย์เอิร์นยังคงพูดต่อไป
“ครับ/ค่ะ” เหล่านักเรียนขานตอบรับ
แล้วนักเรียนแต่ล่ะคนต่างก็แยกย้ายกันไปฝึกฝนเพื่อควบคุมพลังเวทย์ธาตุของตนเองบางคนก็ไปคนเดียว บางก็ไปเป็กลุ่ม ไฮด์เดินแยกตัวออกมาคนเดียวในสนามฝึก แล้วเดินมาที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ก่อนที่เขาจะนั่งลงทบทวนสิ่งที่ต้องทำขึ้นในใจแล้วไฮด์ก็ตัดสินใจว่าจะเริ่มจากเื่พื้นฐานที่ที่สุดก่อน นั่นคือการควบคุมพลังเวทย์ของตนเอง เพราะในการควบคุมแต่ละครั้งเขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากซึ่งต่างจากเพื่อนคนอื่นในคลาสเรียนที่สามารถควบคุมพลังเวทย์ได้ดีในระดับนึงไฮด์นั่งลงกับพื้นแล้วเพ่งสมาธิเร่งการไหลเรียนพลังเวทย์ให้ไหลไปทั่วทั่งร่างกายทำให้ความรู้สึกที่มีไฟฟ้าไหลผ่านไปทั่งร่างกลับมาอีกครั้งและเพื่อให้คุ้นชินกับการใช้พลังเวทย์ไฮด์จึงต้องใช้สมาธิเป็อย่างมากในการควบคุมการไหลเวียนพลังเวทย์ภายในร่างกายเพื่อไม่ให้พลังเวทย์ของตนเองไหลเวียนติดขัด ก่อนที่ไฮด์จะต้องใลืมตาตื่นขึ้นมาทำให้พลังเวทย์ที่ไหลเวียนมาต่อเนื่องติดขัดขึ้น
"ครึ้ก ครึ้ก ครึ้ก"เสียงเหมือนมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวดังขึ้น ทำให้ไฮด์ต้องหันไปหาต้นตอของเสียง ก็พบว่าเ้าของเสียงนั้นคือ อดัม เพื่อนร่วมคลาสของไฮด์ ที่ต้องนี้ใช้เวทย์มนต์ควบคุมธาตุดินได้ดีขึ้นมากแล้วดูได้จากปริมาณดินที่ลอยหมุนล้อมรอบตัวเขาและยิ่งนานเข้าก็รู้สึกว่าปริมาณของดินที่อดัมควบคุมได้ เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆจนก่อเกิดเป็กำแพงฝุ่นดินที่ค่อย ๆ ขยายตัวมากขึ้น ล้อมรอบตัวเขาไว้และไม่ใช่แค่เพียงไฮด์เท่านั้นที่หันไปมองเหล่าเด็กนักเรียนในคลาสเองก็ต่างหันไปมองอดัมกันทั้งนั้น
“โห้ว สุดยอดไปเลยอดัม” หนึ่งในเพื่อนคนหนึ่งที่หันไปมองอดัมเอ่ยปากชมขึ้นมาแล้วหลังจากนั้นเพื่อน ๆ ทุกคนต่างเดินมาที่อดัมเพื่อดูการควบคุมพลังเวทย์ให้ชัด ๆกับสายตาของตัวเอง ไฮด์เองก็เดินมาดูด้วยก่อนที่จะจ้องมองไปยังอดัมที่ตอนนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยกำแพงละอองดินที่หมุนวนรอบตัวเขา
“เอาล่ะทุกคนเลิกฝึกได้แล้วกลับมารวมกลุ่มกันที่หน้าทางเข้าสนามฝึกกันได้แล้ว” แล้วเสียงของอาจารย์เอิร์นก็ดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมองยังทิศเสียงของอาจารย์แต่ปรากฏว่าเป็เพียงแค่โทรโข่งที่ติดปีกคู่ไว้ทั้งสองข้างแบบเดียวกับตอนที่เข้ามายังโรงเรียนครั้งแรก ก่อนที่ทุกคนจะหยุดฝึกแล้วแยกย้ายกันเดินไปยังสถานที่ที่นัดหมายไว้
“การฝึกเป็ไงบ้าง” อาจารย์เอิร์นเมื่อเห็นเหล่านักเรียนเดินกลับมาครบแล้วจึงเริ่มเอ่ยถาม
“เป็ไปได้ด้วยดีค่ะอาจารย์” แซนดี้ตอบกลับไป
“แล้วคนอื่นละ” อาจารย์เอิร์นหันไปถามต่อก่อนที่จะได้คำตอบแบบเดียวกับแซนดี้
“ไหนเอาล่ะมาทดสอบกันดูสิว่าพวกเธอสามารถควบคุมพลังเวทย์ธาตุดินกันไปได้ดีถึงไหนแล้ว”อาจารย์เอิร์นพูดขึ้นก่อนจะเรียกนักเรียนให้ออกมาทดสอบทีละคน
แซนดี้ออกมาเป็คนแรกเธอก้มลงเอามือแตะพื้นก่อนจะปล่อยพลังเวทย์ของตัวเองแล้วทำให้ดินก่อรูปร่างเป็ตุ๊กตาดินขนาดเท่าฝ่ามือขนาดเล็กห้าตัวต่อมาแคลนก็เดินออกมาเขายืนหลับตาแล้วใช้พลังเวทย์ธาตุดินควบคุมดินทำให้ดินใต้ฝ่าเท้าค่อยๆ ยกตัวขึ้นมาถึงหัวเข่าของเขา และคนต่อมาคือ อดัม เมื่ออดัมเดินมาเพื่อน ๆที่เคยเห็นทักษะการควบคุมพลังเวทย์ธาตุดินของอดัมแล้วจึงหันไปลุ้นว่าอดัมจะแสดงพลังเวทย์แบบไหนให้พวกเขาดูอดัมมายืนตรงหน้าอาจารย์เอิร์นก่อนที่จะหลับตาแล้วควบคุมพลังเวทย์ธาตุดินของตนก่อให้เกิดกำแพงละอองดินรอบตัวแล้วยังหมุนรอบตัวอดัมด้วย ทำเอาเพื่อน ๆ ในคลาสที่ยังไม่เคยเห็นทักษะการควบคุมพลังเวทย์ธาตุของอดัมต่างตกตะลึงกันไปตามๆ กัน
และแล้วการทดสอบก็ดำเนินมาเรื่อย ๆ จนถึงไฮด์ไฮด์เดินก้าวออกมายังหน้าอาจารย์ก่อนจะดินขนาดหนึ่งกำมือออกมาแล้วใช้พลังเวทย์ธาตุดินของตนในการควบคุมโดยเพ่งสมาธิและพลังเวทย์ไปยังดินบนฝ่ามือแต่ผลรับที่ได้กลับเป็การขยับเพียงเล็กน้อยของดินปริมาณเล็กน้อยก่อนที่จะหยุดแน่นิ่งไปแล้วไฮด์ก็เดินกลับเข้าไปกลางกลุ่มนักเรียนก่อนที่คนต่อไปจะมาเริ่มการทดสอบต่อจนครบทุกคน
“เอาล่ะ ในเมื่อทดสอบครบทุกคนแล้วทุกคนคงเข้าใจแล้วว่าการควบคุมธาตุนั้นจะต้องทำยังไง” อาจารย์เอิร์นพูดขึ้นเมื่อการทดสอบสิ้นสุด
“สำหรับอดัมเธอทำได้ดีมาก แล้วก็สำหรับคนอื่น ๆก็พยายามควบคุมให้ดีกว่าที่เป็อยู่โดยเฉพาะไฮด์เท่าที่อาจารย์ดูมาเธอควบคุมพลังเวทย์ได้แย่มาก”อาจารย์เอิร์นพูดแล้วหันไปที่ไฮด์ไฮด์ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ให้อาจารย์กลับไป
“งั้นวันนี้ก็จบคลาสเพียงแค่นี้อย่าลืมไปฝึกการควบคุมพลังเวทย์ธาตุของตัวเองกันมาด้วยล่ะ”อาจารย์เอิร์นพูดเสร็จจึงเดินออกไปนอกสนามฝึกโดยมีบรรดาเหล่านักเรียนของเธอเดินตามเธอไปด้วยทำให้สนามที่กว้างใหญ่แห่งนี้กลับมาเงียบสงบอีกครั้งหนึ่ง
ในระหว่างทางกลับบ้านไฮด์เดินอยู่คนเดียวเพราะวันนี้เรนามีเรียนเสริมในคลาสของเธอทำให้ไฮด์ต้องกลับบ้านก่อนไฮด์เดินพลางคิดถึงการฝึกซ้อมในสนามฝึกซ้อมไปพลางและพยายามคิดว่าจุดที่ตัวเองขาดไปว่าตอนนี้ตัวของไฮด์เองนั้นขาดอะไรไปเมื่อมาถึงบ้านซึ่งเป็บ้านเช่าหลังสีเขียวที่ไฮด์เช่าอยู่ ไฮด์เปิดประตูเข้าบ้านทิ้งกระเป๋าสัมภาระในการเรียนลงไว้บนเตียงนอนก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาแล้วออกมานั่งสมาธิที่พื้นบ้านก่อนที่จะเริ่มฝึกควบคุมพลังเวทย์ของตัวเองอีกครั้งโดยไฮด์ได้คิดว่าจะเริ่มฝึกจากเื่พื้นฐานก่อนเพื่อให้ตัวเองมีพื้นฐานที่แข็งแรงและค่อยพัฒนาไปอีกระดับ
ไฮด์นั่งลงแล้วหลับตา พยายามผ่อนคลายตัวเองให้ได้มากที่สุดไม่เกร็งในการควบคุมพลังเวทย์พยายามฝึกให้ชินกับการคงพลังเวทย์ไว้ให้ไหลไปทั่วทั่งร่างกายโดยไม่ขาดตอนในตอนแรกนั้นไฮด์ยังคงทำได้ไม่นานนัก อีกทั้งยังเกร็งตลอดเวลาทำให้ร่างกายเส้นยึดจนพลังเวทย์เริ่มไหลเวียนได้ไม่คล่องเริ่มขาด ๆ หาย ๆ ไปเป็่ ๆแต่เมื่อฝึกทำไปซักพักไฮด์ก็เริ่มปรับตัวให้คุ้นชินกับการควบคุมพลังเวทย์ของตนเองได้แล้วถึงจะขาดหายไปบ้างเป็บางทีแต่ก็สามารถควบคุมพลังเวทย์ได้ดีและนานขึ้นเรื่อย ๆก่อนจะรู้ตัวเวลาก็ล่วงเลยจนมืดค่ำไปซะแล้ว ก่อนที่ไฮด์จะลุกขึ้นยืนแต่ก็ทรุดนั่งลงกับพื้นอีกครั้งเพราะรู้สึกว่าเรี่ยวแรงของตนเองนั้นหายไปจนพอนั่งพักไปได้ซักพักไฮด์ที่รู้สึกว่าเรี่ยวแรงเริ่มกลับมาจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วไปอาบน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จได้ไม่นานไฮด์จึงกลับมานั่งพักที่เตียงก่อนจะผล็อยหลับไปเพราะความล้าจากการฝึกซ้อมของตัวเอง