เมื่อเห็นทุกคนทำงานอย่างขยันขันแข็ง หลี่หลิวที่บอกทุกคนว่าพรุ่งนี้จะไม่ขายอาหารที่ตลาดเช้า เพราะว่าพรุ่งนี้จะไปดูม้ากับท่านพ่อเลยไปเดินเล่นตรงคลองน้ำข้างทางฝั่งตรงข้ามหน้าบ้าน สายตาของนางเหลือบไปเห็นหอยโข่ง นางรีบกลับเข้าไปในครัวแล้วดิ่งตรงมาที่คลองน้ำหน้าบ้านพร้อมถังไม้ขนาดเล็ก หลี่หลิวพับเสื้อแขนยาวและกางเกงขึ้นจนถึงข้อพับจากนั้นถอดรองเท้าถุงเท้าออกและค่อยๆเดินลงคลองเล็กที่กว้างประมาณหนึ่งวาน้ำที่ไหลเอื่อยเฉื่อยนั้นมีหอยเกาะตามต้นหญ้ายาวเป็ทาง หลี่หลิวงมหอยโดยการใช้เท้าน้อยๆของนางค่อยคลำดูส่วนที่เกาะบนต้นหญ้านั่นเห็นได้อย่างชัดเจนมาก นางเดินตามคลองน้ำไปเรื่อยๆพอรู้ตัวอีกทีหอยโข่งก็เต็มถังไม้เสียแล้ว หลี่หลิวรีบะโเรียกพี่ชายให้มาช่วยนางยกถังไม้ส่วนตัวนางะโขี่หลังพี่ชายเพราะรองเท้าตนถอดทิ้งไว้ตรงคลองหน้าบ้าน
"เ้าเก็บหอยพวกนี้มาทำไมกัน หอยเหล่านี้ชาวบ้านยังไม่ได้เก็บมาทุบทิ้งมันชอบกัดกินต้นข้าวในนาจนบางทีก็ได้รับความเสียหายมากจากการบุกรุกของพวกมัน"
"ท่านพี่มันอร่อยนะเ้าคะ"
หลี่หลิวพูดคลอดเคลียข้างหูพี่ใหญ่และพูดด้วยสุ้มเสียงรื่นหูดุจดังสายน้ำ
"เอาอีกแล้วหรือ?"
หลี่จงเอ่ยถ้อยคำด้วยเสียงเอื่อยเฉื่อยดุจสายลม
"ฮ่า ฮ่า ข้ารู้หรอกว่าท่านจะพูดอะไร แต่มันกินได้.."
"ได้ๆข้าเชื่อเ้าหมดใจ อะไรที่เ้าบอกว่ากินได้ก็คือกินได้"
หลี่หลิวกำลังจะอธิบายให้พี่ชายเข้าใจว่าถึงมันจะกินใบไม้ใบข้าวเป็อาหาร แต่พวกมันก็อร่อยไม่ต่างจากเนื้อสัตว์นัก มาบัดนี้พี่ชายกับยอมรับแถมบอกเชื่อมั่นในตัวนางเสียอย่างนั้น
"ดีเลย งั้นท่านช่วยข้าเอาฟางมาขัดเปลือกพวกมันพอประมาณแล้วนำไปต้มใส่ขิงลงไปด้วยเพื่อดับกลิ่นคาวของมัน"
"ได้"
"ต้มเสร็จท่านค่อยเรียกข้า ข้าคันเนื้อตัวจะไปอาบน้ำล้างตัวก่อน"
"ตกลงข้าจะทำตามที่เ้าบอก"
หลี่หลิวเกาะบ่าพี่ใหญ่อมยิ้มน้อยๆอย่างพอใจ การมีพี่ชายแล้วตามใจเราทุกอย่างมันดีแบบนี้นี่เอง ถึงแม้ว่าพี่ชายข้าจะอายุเพียงเก้าปีเท่านั้น แต่กลับรู้ความรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ หากพี่ใหญ่ได้เล่าเรียนในเมืองจะดีแค่ไหนกันนะ
เรียนงั้นหรือ! ที่นี่ต้องมีโรงเรียนสิไม่เช่นนั้นจะมีหนังสือให้คนได้อ่าน มีสถานข้าราชการให้ทำได้อย่างไร แล้วเหตุใดท่านพี่ข้าที่อายุเก้าปีแล้วถึงยังไม่ได้เข้าเรียนอีกเล่า เมื่อหลี่หลิวถามท่านพี่กับได้คำตอบที่ว่าเพราะครอบครัวเราไม่มีเงินตราท่านพ่อท่านแม่จึงไม่ได้ส่งเสียเข้าเรียน และอีกอย่างหากจะเข้าเรียนต้องเทียวไปเทียวกลับคงกินเวลามากส่วนใหญ่หากจะเรียนก็ต้องเข้าไปมนตัวเมือง
หลี่หลิวได้ยินเช่นนั้นก็เกิดสนใจระหว่างที่อาบน้ำแต่งตัว นางก็คิดเื่เรียนอย่างเสร็จสับหากย้ายไปอยู่ในเมืองเปิดร้านอาหารเล็กๆและถ้าอยู่ไม่ไกลจากเยื้องการค้านักจะดีมากแค่ไหน
"ได้แล้วล่ะข้าต้มจนมันอ้าปากตามที่เ้าบอกแล้ว ไปดูก่อนเถิดว่าได้หรือยัง"
หลี่หลิวที่คิดวางแผนการอยู่ถึงกับสะดุ้งใ ก็ท่านพี่เล่นมาเงียบๆเช่นนี้ถ้าข้าบ้าจี้คงเกิดเื่ไม่ดีเป็แน่
"ข้าใหมดเลย!!"
หลี่หลิวโวยวายใส่พี่ใหญ่แต่ก็ยังเดินตามพี่ใหญ่อย่างว่าง่าย เมื่อไปถึงนางบอกให้พี่ใหญ่ยกหม้อลงปิดฝาเทน้ำออกจนหมดรอให้อุ่นๆแล้วชวนพี่ชายใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มหอยอ้วนๆออกมา จากนั้นทำความสะอาดใช้มีดปาดเอาเนื้อสีดำออกตัดส่วนหางทิ้งไป ก็จะได้หอยที่เนื้อขาวใส จากนั้นจึงหั่นบางๆ ตั้งเตาผัดไฟอ่อนใส่พริกหวานสีแดงสดใส ปรุงรสโรยด้วยง่าตักใส่จาน เมื่อหลี่จงชิมแล้วก็ยกนิ้วโป้งให้น้องสาว เนื้อสีขาวเหนียวนุ่มกรุบกรอบหอมอร่อยมันๆมีตัดเลี่ยนด้วยพริกอร่อยลงตัวเป็อย่างมาก เมื่อเห็นสีหน้าของพี่ชายตัวเองหลี่หลิวก็รู้ได้เลยเมนูนี้เปิดตำนานได้อีกครั้ง นอกจากหน่อไม้แล้วหอยพวกนี้ก็ทำเงินได้เช่นกัน และหากมีเครื่องปรุงมากกว่านี้คงจะดีไม่น้อยหรือบางทีในตัวเมืองอาจจะมีเครื่องปรุงรส ซอสหรือน้ำจิ้มด้วยก็เป็ได้ ไว้ค่อยถามท่านพ่อตอนไปดูม้าพรุ่งนี้อีกที
"เที่ยงนี้ท่านอยากกินอะไรพิเศษไหม"
"น้องรองไม่ว่าเ้าทำอันใดพี่ก็กินได้ทั้งนั้น แต่ถ้าจะถามว่าข้าชอบอะไรคงเป็เกี๊ยวน้ำ"
ชายสามจำได้ว่าเมื่อครั้งลุงสามน้องชายคนเล็กของท่านพ่อแต่งออกไปเคยได้กินอยู่ครั้งนึง มันทั้งหอมหวานกลมกล่อมยิ่งมีเนื้อผสมในใส้อยู่ด้วยแล้วยิ่งเพิ่มรสชาติได้ดี เขายังจดจำรสปากในครานั้นได้เป็อย่างดี
"เกี๊ยวหรอ"
"ใช่มันคือเกี๊ยวน้ำที่มีเนื้อผสมอยู่ข้างในด้วยมันอร่อยมากๆเลยล่ะ"
"อืมมม งั้นท่านพี่ต้องรอพรุ่งนี้แล้วล่ะ เพราะบ้านเราไม่มีแป้ง ไว้พรุ่งนี้ข้าจะซื้อแป้งมาด้วยแล้วเราค่อยมาช่วยกันห่อเกี๊ยวนะ"
หลี่จงมองดูหน้าน้องรองอย่างสงสัย นางจะทำเกี๊ยวเนื้อเป็จริงๆงั้นหรือ ข้าเคยได้ยินท่านแม่บอกว่าหากผสมแป้งไม่ดีเกี๊ยวก็จะแข็งไม่นุ่ม จึงไม่ค่อยมีใครทำกันมากนักอีกด้วยราคาแป้งที่มันค่อนข้างจะแพงกว่าข้าวหลายขุมนัก การที่บอกสิ่งที่ชอบไปแบบนี้จะเป็เื่ดีหรือร้ายกันนะ
"แต่แป้งราคามัน.."
"ท่านพี่ลืมไปแล้วหรือข้าน่ะแค่ขายผัดหมูใส่ผักก็ได้เงินมามากมายกว่าวันแรกเสียอีก กะอี่แค่แป้งแค่ไม่กี่ถุงขนหน้าแข้งท่านพ่อเราไม่ร่วงหรอกน่า"
เมื่อนางรู้ว่าท่านพี่กลัวจะเสียเงินมากไป นางจึงรีบพูดตัดบทเขา ในเมื่อมีเงินเราก็ไม่ควรประหยัดจนเกินไป อะไรที่ทำแล้วมีความสุขไม่เดือดร้อนใครก็สมควรทำ ส่วนอะไรที่ทำแล้วครอบครัวเดือนร้อนก็มิควรทำเช่นกัน
"หากท่านอยากชดใช้ท่านก็หาเก็บหอยตัวใหญ่ๆอ้วนๆให้มากๆสิเ้าคะ แล้วคราวหน้าค่อยทำเป็อาหารไปขายที่ตลาดเช้าท่านพ่อจะได้ยิ้มกว้างๆ"
หลี่ลิวเอานิ้วชี้เข้าไปดึงมุมปากตัวเองแล้วฉีกยิ้มกว้างๆเหมือนกับเวลาที่ท่านพ่อได้รับเงิน เมื่อพี่ใหญ่เห็นเข้าจึงรีบให้นางเอามือลงหากท่านพ่อเห็นเข้าอาจจะติเตือนว่าเป็เด็กเป็เล็กหัดล้อเรียนผู้ใหญ่
"ได้ข้าจะเก็บหอยพวกนี้ให้มากหน่อยในวันพรุ่งนี้ และจะต้มล้างหั่นเป็ชิ้นบางๆไว้รอเ้าด้วย"
พี่ใหญ่เข้าใจที่น้องรองจะบอก หากอยากช่วยครอบครัวก็ควรช่วยกันทำงาน เวลาใช้จ่ายจะได้ไม่เสียใจมากนัก เพราะเราจะสามารถหามาเพิ่มได้อีกเรื่อยๆเช่นกัน
"เช่นนั้นท่านพี่อุ่นข้าวต้มเถอะเ้าค่ะ ข้าจะทำกับข้าวอีกสักอย่างจะได้ดูไม่ขี่เหนียวจนเกินไป"
ชายสามตอบรับและมองน้องเล็กที่หั่นนั่นทีนี่ที ในใจก็อยากช่วยนางทว่าแกรงว่าจะทำให้นางเสียเวลาซ่ะเปล่า จึงนั่งเฝ้าหม้อข้าวต้อมจนเดือดแล้วยกลงจากเตา หลี่หลิวผัดเนื้อวัวใส่หน่อไม้หั่นพริกสไลด์ใส่เพิ่มสีสันปรุงรสเป็อันเสร็จ แค่นนี้ก็มีอาหารสามอย่างแล้ว
"ไปเรียกพวกท่านพ่อกันเถอะเ้าค่ะ"
หลังจากช่วยกันจัดจานบนโต๊ะตักอาหารวางเรียบร้อยนางจึงชวนพี่ชายไปเรียกท่านพ่อและทุกคนมาทานมื้อเที่ยง พอหันไปเห็นบ่อปลาที่เริ่มเป็รูปเป็ร่างสายตานางก็เปล่งประกายในทันที
มื้อเที่ยงจบลงทุกคนนั่งพักผ่อนครู่ใหญ่แล้วค่อยลงไปขุดบ่อต่อ ่บ่ายนี้หลี่จงลงไปช่วยท่านพ่อท่านแม่ด้วยอีกแรงระหว่างขุดบ่อท่านลุงกับท่านป้าฉวีก็ชมบุตรสาวของหลี่หงที่ทำอาหารได้เก่งกาจ หากเปิดร้านอาหารในเมืองต้องขายดีไม่แพ้ร้านใหญ่อย่างแน่นอน ทำให้หลี่หงหวนคิดไปว่าถ้าเปิดร้านอาหารในเมืองจริงๆรายได้ต้องมากมายก่ายกองขนาดไหน อีกทั้งบุตรชายทั้งสองยังจะมีโอกาสได้เข้าเรียนอีกด้วย สี่โมงเย็นโดยประมาณบ่อขนาดกลางของหลี่หลิวก็เสร็จเป็ที่เรียบร้อย ในระหว่างที่ขุดก็มีน้ำซึมออกมาด้วยทำให้ตอนนี้ในบ่อมีนำ้ขังในระดับนึงแล้ว
"บ่อข้าเสร็จแล้วรึ"
หลี่หลิวได้ฟังจากปากน้องชายที่วิ่งมาบอก นาง นางจึงรุดหน้าไปดูให้เห็นกับตาตนเอง ใช่แล้วมันเสร็จแล้วจริงๆอย่างที่น้องเล็กกล่าว หลี่หลิวยิ้มร่าแล้วกล่าวขอบคุณทุกคนด้วยใจจริง
"ค่ำนี้พวกท่านก็อยู่ทานมื้อเย็นกับพวกเราเถอะข้าจะทำหม้อไฟให้ท่านได้ลิ้มลองเดี๋ยวนี้"
หลี่หลิวพูดจบก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปทางครัว
"ดูเอาเถอะ ลูกคนนี้ทำตัวเป็เด็กๆไปได้"
หลี่หงมองตามบุตรสาวแล้วส่ายหน้าเบาๆด้วยรอยยิ้ม
"ท่านพี่ ลูกเรายังเป็เด็กจริงๆนี่เ้าคะ"
หวังลู่ถึงกับกลั้นขำ ลูกสาวตนพึ่งหกขวบเขากับว่านางทำตัวเหมือนเด็ก นางยังเด็กอยู่จริงๆต่างหากเล่า ท่านลุงท่านป้าพากันหัวเราะชอบใจที่เขาคิดว่าบุตรสาวตนโตแล้วเพราะนางเก่งด้านอาหารเพียงเท่านั้น แต่กลับลืมไปว่านางพึ่งอายุได้เพียงหกปีเศษเท่านั้นเอง
"ท่านแม่ขอรับหม้อไฟคืออะไรหรือขอรับ"
หลี่เฉินได้ยินที่พี่สาวบอกเพราะเขาเล่นกับเพื่อนอยู่แถวนั้นพอดีจึงถามขึ้นอย่างสงสัย
"เ้าก็รู้นิ ในใจพี่สาวเ้ามีเมนูแปลกประหลาดอีกมากมายที่นางอยากทำ ไว้นางทำเสร็จเดี๋ยวพวกเราก็รู้เอง เอาล่ะพวกเราล้างแขนขากันสักหน่อยเถอะ"
หวังลู่หันไปชวนท่านลุงท่านป้าและพวกเด็กๆไปล้างมือล้างเท้าที่โดนดินโคลนเปื้อนเปรอะ จากนั้นนางค่อยเข้าไปช่วยบุตรสาวในครัว
"มีอะไรให้แม่ช่วยหรือไม่"
หวังลู่ที่พึ่งเดินเข้าไปเห็นบุตรสาวกำลังหยิบห่อเนื้อวัวเนื้อหมูออกมาพอดีจึงอยากจะช่วยนาง
"ท่านมาถูกจังหวะมากเลยเ้าค่ะ ท่านแม่ท่านช่วยข้าหั่นเนื้อให้เป็แบบนี้แล้วหั่นบางๆหน่อยนะเ้าคะ"
"แม่จะทำให้ดีที่สุดนะลูก"
นางหวังเห็นบุตรสาวทำแล้วจึงรับเนื้อมานั่งหั่นอย่างตั้งใจ เมนูวันวันดูแปลกตาหลี่หลิวตั้งหม้อขนาดกลางแล้วปรุงรสในหม้อที่มีโครงไก่อยู่ในหม้อสองโครง พอนางปรุงเสร็จก็ถอยไม้ฟืนออกมาเกินครึ่ง แล้วจึงไปหั่นผักกาดที่เอามาจากในมิติมาหั่นให้พอดีคำเสียดายไม่มีผักบุ้งใส่ลงไปด้วย เห็ดโคลนก็หมดไปแล้วจึงทำแบบพอกินไปก่อน หลี่หลิวหั่นผักกาดเสร็จหนึ่งหัวแล้วจึงมาปอกกระเทียมทุบและสับเป็ชิ้นเล็กๆจนละเอียดดีแล้ว จากนั้นนำมาใส่ถ้วยใบใหญ่เติมน้ำมันงาน้ำปลาน้ำตาลอ้อยที่พึ่งซื้อมาได้รสชาติมันหวานเค็มเติมน้ำเปล่าอีกเล็กน้อยเวลาเคี้ยวโดนกระเทียมสับก็จะซ่าๆเผ็ดชาลิ้นจากนั้นใส่เมล็ดงาขั่วหอมๆลงไปคนจนเข้ากันดีก็ได้น้ำจิ้มรสชาติที่ลืมไม่ลง
เมื่อเตรียมทุกอย่างจนพร้อมหลี่หลิวก็ให้ท่านแม่ช่วยก่อไฟอีกเตาวางไว้พื้นดินใต้ชายคา นำเสื่อมาปูล้อมรอบเตาวางผักและเนื้อไว้รอบๆเตา จากนั้นค่อยเรียกทุกคนมานั่งล้อมวง หลี่หลิวบอกวิธีกินอย่างละเอียดน้ำเดือดแล้วใส่ผักใช้ตะเกียบคีบเนื้อใส่พอเนื้อสุกคีบใส่ถ้วยตนเองตักผักตามชอบ คีบเนื้อจุ่มน้ำจิ้มที่นางแบ่งใส่ถ้วยเล็กไว้สี่มุมแล้วเอามาเป่าก่อนเข้าปากตักน้ำซุปใส่ถ้วยตนแล้วค่อยๆซดตาม เมื่อทุกคนเข้าใจแล้วจึงลองทำตามนาง
"ฮาาา ร้อนๆลิ้นข้าสุกแล้ว"
หลี่เฉินที่รีบกินจนลืมเป่าวางถ้วยตะเกียบแล้วหลังจากกลืนคำใหญ่เข้าไปเขาแล้วแลบลิ้นใช้มือพัดหวังให้มันคลายร้อน หลี่หลิวเห็นเช่นนั้นจึงเอาขันน้ำให้เขาได้ดื่มคลายร้อน
"เ้าก็กินช้าลงหน่อย"
หลี่หลิวบอกน้องชายพร้อมรับขันน้ำกลับมาวางที่เดิม
"มันอร่อยเกินไป ข้าเกือบกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วยหลายทีแล้ว"
ท่านพ่อท่านแม่และทุกคนพากันพยักหน้าไปตามๆกัน อร่อยจนแทบกลืนลิ้นคอไปแล้วจริงๆเสียงเจือแจ้วของเด็กชายคุยกันตามประสาพร้อมแย่งกันกินอย่างสนุกสนาน หวังลู่ที่กินไปด้วยคีบผักและเนื้อใส่ให้แทบไม่ทัน จนทุกคนเริ่มกินช้าลงนางถึงได้กินอย่างสะดวก มิน่าเ้าเด็กพวกนี้กับทุกคนถึงตักเอ้าตักเอาที่แท้มันอร่อยมากขนาดนี้เชียว เมื่อสิ้นสุดมื้อค่ำตะวันคล้อยท่านลุงท่านป้าขอลากลับบ้านแถมยังขอบคุณแล้วขอบคุณอีกที่ได้กินเนื้ออย่างดีแถมอร่อยจนน้ำตาไหล หลี่หลิวยังใจดีมอบโคลงไก่ที่เหลือให้พวกเขาไปอีกหนึ่งโคลง แน่นอนว่ามันมีเนื้อติดอยู่ไม่น้อย
"เดินทางปลอดภัยนะขอรับ"
หลี่เฉินเดินออกมาส่งเพื่อนหน้าประตูพร้อมกับพี่ใหญ่และท่านพ่อเขาโบกมือหยอยๆส่งเพื่อนกลับบ้าน จากนั้นท่านพ่อปิดประตูและพาหนุ่มน้อยทั้งสองเข้าบ้านและไม่ลืมที่จะจุดคบเพลิงที่หน้าบ้านเพื่อให้ความสะหว่างในตอนกลางคืนที่จะมาถึง
หวังลู่และหลี่หลิวช่วยกันล้างถ้วยชามโดยใช้ใยบวบจนเสร็จก็พากันล้างเนื้อตัวเข้านอน ล้างด้วยน้ำเปล่าเช่นนี้นางรู้สึกไม่ค่อยสะบายตัวนักพรุ่งนี้ต้องลองดูว่ามีอะไรสามารถทำสบู่ได้บ้างเสียแล้ว
เมื่อสมัยตอนอายุยี่สิบที่โลกก่อนเธอเคยลองทำสบู่กวนเย็นใช้เองอยู่หลายครั้งเพราะไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมที่ฉุนจนเกินไปที่ขายตามท้องตลาด จากนั้นก็เธอผันตัวมาทำสบู่เก็บไว้ใช้เองเสียเลย ในตอนนั้นเพื่อนที่พักหอด้วยกันได้ลองใช้ก็พากันชอบในกลิ่นอ่อนๆของสบู่ที่เสี่ยวเหมยทำถึงมันจะฟองน้อยไปจนแทบไม่มีเลย แต่มันก็ปลอดภัยกว่าสบู่ที่ทำจากอะไรบ้างก็ไม่รู้ในท้องตลาดแถมพอใช้แล้วผิวก็นุ่มชุ่มชื่นดีอีกด้วย
"ท่านพี่ขอรับ พรุ่งนี้ให้ข้ากับพี่ใหญ่ไปดูม้าด้วยได้หรือไม่"
หลี่เฉินที่เตรียมจะเข้านอนนั่งอ้อนวอนพี่สาวตาละห้อยด้วยความน่าสงสารนางจึงนางเห็นอกเห็นใจเพราะว่าน้องชายคงอยากไปเปิดหูเปิดตาและเรียนรู้สิ่งใหม่จากภายนอกจึงตอบตกลงไป
"ท่านพี่ใจดีที่สุดเลยขอรับ"
หลี่เฉินกอดแขนเล็กๆของพี่สาวด้วยความดีใจ ส่วนหลี่จงเอามือเรียวงามที่เริ่มมีสุขภาพดีหยอกล้อหลี่เฉินจนเขาหัวเราะลั่นเพราะโดนจั๊กกะจี้เอว
"ฮา ฮ่า ฮ่า พอ.. พอแล้วขอรับ"
สามพี่น้องเล่นกันอยู่พักหนึ่งจึงพากันดับไฟเข้านอน หลี่หลิวแอบเข้ามิติไปรดน้ำผักพอสังเกตดีๆผักกาดขาวที่โตเต็มที่แล้วไม่แก่ลงเลยสักนิดก็รู้สุกแปลกใจอยู่เล็กน้อย ถ้าเป็เช่นนี้ถึงเธอปลูกไว้เต็มกำแพงน้ำมันก็คงไม่มีทางที่จะแห้งโรยราต้องคอยดูอีกสักสองสามวันก่อนรอให้มั่นใจกว่านี้หน่อยค่อยตัดสินใจปลูกเพิ่มก็ยังไม่สาย หลี่หลิวมองดูต้นหอมที่อวบอั๋น แตงโมและผักอื่นๆก็โตมากแล้ว ใบและกิ่งก้านของแตงโมกับฟักทองเลื้อยยาวเป็วา หรือจะเป็เพราะน้ำที่รดต้นไม้พวกนี้กันนะมันถึงได้โตเร็ววันข้างหน้าถ้าทำแปลงผักแล้วค่อยลองเอาน้ำในบ่อออกไปรดดูสักหน่อยก็ไม่น่าเสียหาย หรือจะซื้อตุ่มเล็กๆใส่น้ำในนี้ไปวางไว้หน้าบ้านให้ท่านพ่อท่านแม่ได้กินจะได้แข็งแรง จากการวิเคราะห์ของข้าแล้วหลังจากกินน้ำนี่ไม่กี่วันรอยฟกช้ำดำเขียวก็มะลายหายไปจนหมด ร่างกายก็กลับมาแข็งแรงแถมยังรู้สึกว่าแข็งแรงกว่าร่างกายเก่าของเด็กคนนี้เสียอีก ขนาดท่านพี่ที่โดนทุบตีพร้อมข้ารอยฟกช้ำที่หลังยังมีเหลืออยู่ น้ำนี่อาจจะช่วยอะไรได้มากกว่าที่ข้าคิดก็เป็ได้ หลี่หลิวมองดูยอดอ่อนๆของบวมก็กลืนน้ำลายถ้าเก็บไปผักคงหวานกรอบอร่อยแน่ๆ ขนาดผักกาดขาวยังหวานขนาดนั้นท่านลุงท่านป้ายังชมว่าผักกาดสดและหวานอร่อยมากไปซื้อมาจากร้านไหนอยู่เลย เสียดายที่ข้าทำคนเดียวจึงปลูกได้ทีล่ะน้อยเท่านั้นและหากเอาออกไปมากไปทุกคนจะสงสัยเอาได้ หรือข้าควรจะบอกท่านพ่อว่าข้ามีมิตินี้ดีนะ
หลี่หลิวรดน้ำผักจนครบจึงนั่งคิดทบทวนถึงความหลังไม่รู้ว่าตอนนี้ทางครอบครัวที่โลกนั้นจะเป็เช่นไรบ้าง แล้วถ้าตนตายจากไปพ่อแม่และน้องชายจะเสียใจมากแค่ไหน โดยเฉพาะท่านยายที่รักและเอ็นดูเสี่ยวเหมยมากที่สุดจะซึมเศร้ามากหรือไม่
หลี่หลิวรีบล่ะทิ้งความอาลัยอาวรณ์แล้วกลับออกมาจากมิติ นอนลงห่มผ้าแล้วปิดตาทว่าน้ำตากลับไหลออกมาเป็สายนางกลั้นเสียงสะอื้นจนมิดนอนตะแคงหันหลังให้พี่ชายจนพล้อยหลับไป
หลี่จงที่ยังไม่หลับสนิทดีเห็นภาพในความมืดอย่างชัดเจน เขาตาไม่ฝาดอย่างแน่นอนน้องสาวของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พอกลับมานางก็นอนร่ำไห้จนตัวโยนแล้วหลับไป นี่ข้าเห็นอะไรที่แปลกประหลาดเข้าให้แล้วรึ!