ก่อนนอนฉีเล่ออันยังกังวลว่าวันนี้เขาจะเข้าระบบไนท์แมร์ได้หรือไม่?
ฉีเล่ออันนำเส้นผมของเหยียนหล่างมาวางไว้ใต้หมอนตามความ้าของระบบ แล้วตั้งหน้าตั้งตารอการนอนหลับ
มันฟังดูแปลก แม้แต่ตอนเข้าสู่ระบบแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าตนเองหลับหรือตื่นอยู่
คราวนี้ระบบไม่ดำมืดแล้ว แต่เป็ห้องมืดสลัวห้องหนึ่ง ภายในห้องมีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟมุมห้อง และที่มุมห้องมีโต๊ะเล็กๆ ตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีปากกาและสมุดวางอยู่
กรุณาสร้างความฝันในเครื่องสร้างความฝัน
เครื่องสร้างความฝันนี้เรียบง่ายไปไหม? ฉีเล่ออันอดดูแคลนไม่ได้ ใครจะคิดว่าระบบได้ยินเขาเปรยขึ้น มันตอบกลับทันที
รูปร่างของระบบเป็ไปตามความคิดของผู้ใช้ ไม่เกี่ยวข้องกับระบบ
ฉีเล่ออันอึ้ง เขามองไปที่โต๊ะอีกครั้ง และพบว่ามันคล้ายกับโต๊ะหนังสือสมัยเด็ก
ความคิดตีกันไปมา ก่อนเขาเดินไปนั่งที่โต๊ะ เตรียมสร้างความฝันให้เหยียนหล่าง ความสามารถของฉีเล่ออันในตอนนี้ทำได้เพียงสร้างความฝันที่เรียบง่ายและสร้างอารมณ์ได้เพียงชนิดเดียว ส่วนเนื้อหาในความฝันเขาคิดเรียบร้อยแล้ว เวลานี้เขาจึงลงมือเขียนได้อย่างรวดเร็ว
ทุกตัวอักษรที่ฉีเล่ออันเขียนลงไปบนสมุดที่มีอยู่ในระบบหายไป และในความฝันของเหยียนหล่างก็เกิดการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็หลังมือ
ปกติเหยียนหล่างไม่ฝัน แต่คืนนี้เขาฝันแปลกมาก
ราวกับเขาเดินอยู่ในทะเลทราย ทั้งร้อนทั้งกระหายน้ำ ริมฝีปากเขาแห้งผาก แต่กลับไม่มีน้ำสักหยด
เขาเดินไปเรื่อยๆ จนเดินไปถึงโอเอซิสอย่างลำบาก กำลังคิดจะวักน้ำจากบ่อน้ำขึ้นมา กลับพบว่าในปากของตนเต็มไปด้วยทราย
กระหายน้ำ กระหายน้ำมากจริงๆ
ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มีผลกระทบต่อเขานานเพียงใด ในที่สุดเหยียนหล่างก็ตื่นจากความฝัน เขาลุกขึ้นไปกินน้ำทันที ไม่แม้แต่จะเหลือบมองมือถือ
ท่ามกลางความมืด เขาเห็นบนโต๊ะมีน้ำขวดหนึ่งวางอยู่รางๆ เหยียนหล่างเปิดขวดน้ำและกรอกเข้าปากทันที
อึกๆๆ
อา...กินน้ำแล้วสดชื่นมาก...
เหยียนหล่างเห็นขวดน้ำที่ช่วยชีวิตตัวเองขวดนั้นก็สีหน้าเปลี่ยนทันที!
นี่มันน้ำมะนาวใส่ยาที่ตนให้ฉีเล่ออันขวดนั้น!
เมื่อรู้อย่างนี้ เหยียนหล่างก็รู้สึกปวดท้อง...
เช้าวันนี้ฉีเล่ออันถูกเสียงชักโครกปลุกให้ตื่น เขานอนฟังเสียงเหยียนหล่างวิ่งเข้าห้องน้ำหลายครั้ง แล้วค่อยลุกขึ้นจากเตียงอย่างเกียจคร้าน
"เอ๋? เหยียนหล่างเป็อะไร?" ฉีเล่ออันถามอย่างใ
เหยียนหล่างมีสีหน้าขาวซีด เอามือกุมท้อง ไม่มีแรงพูด
"ต้องไปหาหมอไหม? ฉันพานายไปส่งโรงพยาบาล!" ฉีเล่ออันถามอย่างเป็ห่วง
เหยียนหล่างโบกมือ เหมือนเขาอยากพูดอะไร แต่เขามีสีหน้าย่ำแย่ วิ่งกุมท้องเข้าห้องน้ำไป
ฉีเล่ออันมองเห็นแก้วเปล่าบนโต๊ะก็ยิ้มเย็น
ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์16นั้นถึงตัว
เหยียนหล่างมีอาการแบบนี้ แน่นอนว่าเขาไม่อาจเข้ารวมทดสอบได้แล้ว ฉีเล่ออันแสร้งเป็ห่วงแล้วไปเตรียมตัวที่ห้องเรียน
ส่วนการทดสอบ เช้าวันนี้ไม่มีเรียนแล้ว ผู้กำกับและทีมงานจะเข้ามาทดสอบนักเรียนที่บริษัทกวงเย่าั้แ่เก้าโมงเช้า
ฉีเล่ออันมาถึงห้องเรียนเวลาแปดโมงครึ่ง มีหลายคนมานั่งรอแล้ว พอถึงเวลาเก้าโมง ก็มากันสองในสามของนักเรียนทั้งห้องแล้ว เหลืออีกหนึ่งในสามไม่ต้องคิดเลย คาดว่าน่าจะเกิดเื่เหมือนเหยียนหล่างคือ ‘ป่วย’
ตอนอาจารย์หลี่มานับจำนวน ภายในห้องมีคนทั้งหมดสิบเก้าคน
เนื้อหาที่จะทดสอบถูกเขียนอยู่บนกระดานดำหน้าห้อง นักเรียนทั้งห้องจับกลุ่ม กลุ่มละสองคนเข้าทดสอบ แต่เหลือเศษหนึ่งคน เขาจึงทำได้เพียงแสดงคนเดียว
แม้ชาติก่อนฉีเล่ออันไม่ได้เข้าร่วมทดสอบ แต่เขาเคยได้ยินเนื้อหาการทดสอบ ฉากนี้เป็ฉาก ‘ตัวจริงตัวปลอม’ มีปีศาจร้ายปลอมตัวเป็สัตว์เลี้ยงของพระเอก ทั้งสองตัวมาเผชิญหน้ากัน ทำให้คนแยกไม่ออกว่าตัวไหนตัวจริงตัวไหนตัวปลอม
ใกล้จะเริ่มทดสอบแล้ว คนที่เกินมาอย่างฉีเล่ออันไม่มีคู่
นักเรียนพวกนี้ได้รับการฝึกมาสามปีแล้ว ด้านการแสดงพวกเขาสามารถแสดงได้สมจริง แต่ฉีเล่ออันไม่กังวลว่าคนอื่นจะถูกเลือกแม้แต่น้อย สำหรับผู้กำกับแล้ว อยากเลือกใครก็เลือกหรือ? ต้องมีรูปร่างหน้าตาเหมาะสมถึงจะสมเหตุสมผล
การแสดงมีเวลากลุ่มละสามนาที รอแต่ละกลุ่มแสดงเสร็จก็ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
เมื่อการแสดงจบลง ทีมงานก็คลายความตึงเครียดลง ขณะที่ทุกคนกำลังคุยเล่นกัน ผู้กำกับส่งสายตาให้กำลังใจฉีเล่ออัน
ตอนฉีเล่ออันออกไปแสดง เขายังทำความเคารพอาจารย์ก่อน จากนั้นค่อยเริ่มแสดง
ในวิชาการแสดง อาจารย์มักสอนการแสดงใบ้ เป็การแสดงที่ไม่มีคู่ ต้องแสดงคนเดียวอยู่บนเวที ดังนั้นสำหรับการแสดงที่มีคู่แล้ว ฉีเล่ออันได้เปรียบมาก
ไม่ต้องพูดถึงเื่เขามีประสบการณ์แสดงมากกว่าเพื่อนหลายปี...
การแสดงของฉีเล่ออันดึงความสนใจของผู้กำกับที่กำลังคุยอยู่กับอาจารย์หลี่ให้หันมาสนใจการแสดงของเขา ฉากนี้มีความยาวไม่เกินสิบนาที แต่กลุ่มที่แสดงก่อนหน้านี้แสดงได้ไม่ถึงห้านาที ก็ถูกหยุด กระทั่งถึงตาฉีเล่ออัน ผู้กำกับดูการแสดงจนจบ!
"ดี" ผู้กำกับมองแก้มของฉีเล่ออันที่แดงน้อยๆ ด้วยความตื่นเต้น เขาพูดอย่างประหลาดใจว่า "คิดไม่ถึง...แสดงได้ดีมาก!"
เมื่อได้รับการชมเชยจากผู้กำกับ ฉีเล่ออันก็ยิ้มจนเห็นลักยิ้ม เขาพูดว่า "ขอบคุณครับ ผู้กำกับ!"
ผู้กำกับหัวเราะเสียงดัง ขณะที่อาจารย์หลี่ก็พอใจมาก
ผลการทดสอบไม่ได้แจ้งทันที แต่ในใจของฉีเล่ออันก็สงบแล้ว
เห็นท่าทางของผู้กำกับ เขารู้ว่าตนได้รับบทแน่นอน!
ตอนบ่ายอาจารย์หลี่เรียกเขาไปที่ห้องทำงานอย่างดีใจ
"เสี่ยวอัน มั่นใจกับการแสดงบทหลิงตังไหม!" อาจารย์หลี่ถาม
ฉีเล่ออันแสร้งใ แล้วค่อยเปลี่ยนเป็ดีใจ "มั่นใจ! มั่นใจแน่นอน!"
สีหน้านี้ทำให้อาจารย์หลี่พอใจมาก อาจารย์หลี่พูดอย่างดีใจว่า "ผู้กำกับบอกว่าเธอเหมาะกับบทมาก เสาร์อาทิตย์นี้ให้ไปเซ็นสัญญาได้"
ฉีเล่ออันดีใจจนหน้าแดงไปทั้งหน้า
แต่สีหน้าอาจารย์หลี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพูดอย่างจริงใจว่า "เสี่ยวอัน เธอยังเด็ก อย่าเพิ่งรีบร้อนเพราะได้แสดงละครเื่หนึ่ง นักเรียนของบริษัทล้วนถูกดูแลเหมือนกัน ครอบครัวของเธอก็ไม่มีใครคอยเป็ห่วง?"
คำพูดนี้แฝงความหมายเหน็บแนม ฉีเล่ออันรีบพูดว่า "ผม...ยังอยากให้อาจารย์ดูแล!"
เขาพูดพร้อมกับโค้งคำนับ
อาจารย์หลี่พอใจมาก
ฉีเล่ออันมีท่าทางหวาดหวั่น "อาจารย์ ผม...ผมควรทำอย่างไร?"
ั์ตาอาจารย์หลี่ฉายแววสมใจแวบหนึ่ง เขาบอกกับฉีเล่ออันว่า "เธอแค่เชื่อฟังอาจารย์ก็พอแล้ว"
ฉีเล่ออันรีบตอบกลับว่า "ผมมีแค่อาจารย์! ไม่เชื่อฟังอาจารย์จะเชื่อฟังใคร?"
อาจารย์หลี่ยิ้มกว้าง เขากำชับเกี่ยวกับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ แก่ฉีเล่ออันอย่างใกล้ชิด ฉีเล่ออันก็แสดงความซาบซึ้งบุญคุณครั้งแล้วครั้งเล่า
น่าเสียดายหลังจากกลับหอพัก ฉีเล่ออันก็กลับไปเป็คนไร้อารมณ์
เหยียนหล่างทนไม่ไหวจนต้องไปโรงพยาบาล ในห้องจึงเหลือเพียงเขาคนเดียว ฉีเล่ออันหยิบกระจกบนโต๊ะมาวางด้านหน้า เขามองใบหน้าของตนในกระจก
ดวงตาโตมีชีวิตชีวา ริมฝีปากบางสีแดงเรื่อ
หน้าตางดงาม แต่ไม่ได้งามล่มเมือง แต่ให้ความรู้สึกน่ามอง
ฉีเล่ออันเบะปาก หัวเราะเบาๆ
สิ่งที่กระจกสะท้อนกลับมาก็เป็รอยยิ้ม ยิ้มจนตาหยี มุมปากมีลักยิ้มทั้งสองข้าง มองแล้วเป็เด็กดีทำให้คนรัก
ฉีเล่ออันรู้ดีว่าก่อนที่เขาจะมีกำลังมากกว่านี้ เขาต้องสวมหน้ากาก คนมักไม่ค่อยสนใจคนอ่อนแอ และบางครั้งยังมีความรักให้เขา ใน่นี้เขาจำเป็ต้องทำ
ก่อนตนจะโตเป็ผู้ใหญ่ งานแสดงทั้งหมดต้องถูกบริษัทหักเงินไป 80% เหลือให้เขาไม่ถึง 20% และเขาไม่สามารถนำเงินทั้งหมดไปได้
รอตนโตเป็ผู้ใหญ่ก่อน บริษัทจะให้เซ็นสัญญาของแต่ละคนใหม่ และให้ ‘อิสระ’ นักเรียนมากขึ้น
แต่ฉีเล่ออันไม่นำอนาคตของตนไว้ในมือคนอื่น ชาตินี้เขาต้องเป็คนควบคุมทุกอย่าง! สัญญานักเรียนฉบับนี้...ก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉีเล่ออันก็ถอนหายใจ
ครอบครัวของลุงไม่มาโกยเงินจากเขาก็ดีแล้ว พวกเขาจะมาจ่ายค่าชดเชยจำนวนมากให้เขาได้อย่างไร? แต่ไม่เป็ไร...ครอบครัวนี้มักมีวิธีการอธิบาย...
ฉีเล่ออันแสดงสีหน้าในกระจกอีกครั้ง มีร้องไห้ มีหัวเราะ มีโกรธ ใ หวาดกลัวจนแสดงได้สมจริง
เขาได้รับบทนี้มาแล้ว เขาควรจะใจกว้าง
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d2046ddc3319552b928779826a7f3833
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามีที่ไหน ขอฝากแฮชแท็ก #เปลี่ยนเทพบุตรคนนั้นเป็สามี #readAwrite ด้วยน้า