ณ บ้านริมคลองนางวรากุลทอดสายตามองไปตามสายน้ำที่คดเคี้ยว ริ้วรอยแห่งความยินดีเกิดขึ้นในแววตาหลังจากที่ศกุนตลาโทรมาแจ้งรายละเอียดการฝากครรภ์ครั้งแรกของเธอเธอตั้งท้องลูกฝาแฝดและเด็กในครรภ์สมบูรณ์แข็งแรง
ริมฝีปากของนางคลี่ยิ้มออกมาและมันก็จางหายและหุบลงเมื่อนึกถึงเื่ราวเมื่อเจ็ดเดือนก่อนต้นเหตุของเื่ราวทั้งหมด
มืออันเหี่ยวย่นถือจดหมายและมองมันด้วยแววตาสั่นระริกสลับกับมองที่หน้ารั้วประตูบ้าน เฝ้ารอคอยการกลับมาของผู้ชายเ้าของชื่อในจดหมายฉบับนี้
เวลาล่วงเลยจากเย็นมาจนเกือบดึกที่นางยังนั่งอยู่ตรงนั้นในขณะที่มือก็ยังไม่วางจดหมายฉบับนั้นลง เพราะเขาไม่ได้แจ้งเอาไว้ก่อนว่ามีงานเลี้ยงหรือต้องกลับดึก
ความปวดร้าวในสายตายิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่นางเพิ่งขอร้องเ้าของชื่อในจดหมายและเขาก็สัญญาเอาไว้อย่างดี แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าทุกสิ่งจะกลับตาลปัตร ที่สำคัญที่สุดคือนางมารู้โดยบังเอิญ
เบนซ์สปอร์ตสีดำสนิทขับมาจอดหน้ารั้วบ้านในขณะที่ประตูอัลลอยก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดจากรีโมตคอนโทรลที่อยู่หน้ารถของเขาก่อนที่รถคันนั้นจะพุ่งทะยานเข้ามาในบ้านด้วยความเร็ว แต่เสียงเครื่องยนต์กลับเงียบสนิท
แชนเดอเลียร์ส่องแสงสลัวในบ้านมีเพียงห้องรับแขกที่ยังเปิดไฟเอาไว้ ในขณะที่นางวรากุลนั่งอยู่บนโซฟาหลุยส์ลำคอของนางยังคงเชิด หลังยังตรงเหยียดอย่างสง่าแม้จะผ่านการนั่งมาหลายชั่วโมง
ป้องเขตกลับมาประจำการที่เมืองไทยยังไม่ถึงปีแต่ด้วยอาชีพและตำแหน่งของเขาต้องย้ายไปประจำการที่ต่างประเทศตลอดเวลาจนเมื่อครบกำหนดสามปีก็ย้ายกลับมาและเตรียมที่จะออกโพสต์ใหม่แต่ทุกครั้งก็เว้นระยะเป็รอบปีหรือมากกว่านั้น
‘นายป้องเขต ศิริประภาเพ็ญผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำสำนักงานแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี’
ข้อความในจดหมายระบุชัดเจนถึงตำแหน่งและประเทศที่ต้องไปประจำการในโพสต์ถัดไปแต่ครั้งนี้มันรวดเร็วเกินไปสำหรับคนเป็แม่ที่ต้องอยู่ห่างจากลูกอีกครั้งเมื่อระยะเวลาที่ระบุในจดหมายฉบับที่นางเธอถืออยู่เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองเดือนกับเวลาอีกสามปีที่เขาต้องไปประจำการที่ต่างประเทศอีกครั้ง
“นี่มันจดหมายอะไรช่วยอธิบายให้แม่เข้าใจหน่อย” นางวรากุลขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและยื่นจดหมายให้ลูกชายทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาก้าวเข้ามาในบ้าน
“คุณแม่ยังไม่นอนอีกเหรอครับ”ป้องเขตถามกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน พอเขาเหลือบตาไปมองเอกสารที่อยู่ในมือมารดาเขาก็รู้ทันทีชายหนุ่มยิ้มออกมาบางๆ อย่างตั้งรับ
“แม่คงนอนไม่หลับ หากไม่รู้คำตอบ”นางวรากุลจ้องหน้าลูกชายนิ่งในแววตายังมีริ้วรอยแห่งความกังวลฉายอย่างชัดเจนแม้ในแสงสลัว
ถึงแม้ว่านางจะสามารถเดินทางในฐานะผู้ติดตามลูกชายไปได้ทุกที่และอยู่กับเขาจนกระทั่งจบโพสต์แต่นางก็ยังมีภาระและความรับผิดชอบในเมืองไทย ทำให้ไม่สามารถทิ้งไปได้นาน
หนึ่งเหตุผลที่น่าห่วงที่สุดคือวัยของลูกชายที่ล่วงเลยมาจนถึงอายุสามสิบแปดปีเต็มถ้าหากเขากลับมาอีกครั้งและเริ่มต้นที่จะมีครอบครัวในเวลานั้นก็ล่าช้าเกินและความเสี่ยงที่จะไร้ทายาทสืบสกุลก็มีมากเช่นกัน
ยิ่งความรักอิสระหวงชีวิตโสดของเขาเพราะยิ่งนานและอายุของเขาที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันก็ยิ่งเพิ่มรอยห่างความสัมพันธ์ระหว่างมารดามากขึ้นทุกขณะ
ริมฝีปากหนาของชายหนุ่มคลี่ยิ้มเล็กน้อยอย่างใจเย็นในขณะที่มือก็ค่อยๆ ดึงเนกไทที่อยู่บนคอเสื้อออกให้พอหลวมๆ เขาขยับเข้าไปและวางสูทไว้บนพนักโซฟาเงยหน้าสบตามารดา
“แค่คำสั่งประจำการ ผมคิดว่าคุณแม่ชินกับมันแล้วเสียอีก”ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบพอกับประโยคที่หลุดออกมาจากปากของเขา
“มันคงทำให้แม่ชินไม่ได้หรอก”
“มันก็เป็อาชีพของผมเหมือนกัน”
“แต่ป้องสัญญากับแม่แล้วว่าคราวนี้จะอยู่นานทำไมมันกะทันหันอย่างนี้ล่ะ คำสั่งออกไม่คิดจะบอกแม่เลยใช่ไหม” นางวรากุลถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ผมก็รู้ก่อนที่คุณแม่จะเห็นจดหมายไม่นานนี้เอง”น้ำเสียงของเขายังคงรักษาระดับความราบเรียบเอาไว้เฉกเช่นประโยคแรกที่เขาพูดกับมารดา
ชายหนุ่มขยับและหมุนตัวพร้อมกับยืดตัวเต็มความสูงสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ “คุณแม่มีอะไรกับผมอีกหรือเปล่าครับพอดีว่าผมต้องตอบอีเมล์อีกหลายฉบับ” ชายหนุ่มบอกธุระของตัวเองซึ่งก็เป็ไปตามที่เขาบอก คำสั่งด่วนเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เขาต้องรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จอย่างรวดเร็วที่สุด
นางวรากุลมองหน้าลูกชายอย่างจับผิดแต่ก็ไม่เห็นความผิดปกติในดวงตาคู่นั้น เขายังรักษามาดนิ่งเอาไว้ได้ดีเหมือนเดิม
“อะไรกันดึกขนาดนี้แล้วยังจะทำงานอีก” เมื่อเห็นว่าเขายังนิ่งนางก็แกล้งโวยวายเพราะอาการแบบนี้เดาทางของเขาได้ยาก ไม่รู้ว่าลูกชายกำลังคิดอะไรอยู่
แม้่หลายปีที่ผ่านมานางเห็นลูกชายโหมงานหนักจนแทบไม่มีเวลาเจอหน้ามารดาบางทีงานเป็เพียงเหตุผลที่เขาใช้อ้างในระยะหลังที่นางรุกหนักจงใจจับคู่และนัดบอดดูตัวถี่มากขึ้นกว่าเดิมเพราะเขารู้ว่างานเป็หนทางเดียวที่จะปฏิเสธนางได้
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเขาจนใจที่จะอธิบายให้มารดาเข้าใจถึงความรู้สึกของเขา ไม่ว่าจะยกข้ออ้างใดๆ มาอ้างนางก็มีทางออกคอยขัดแย้งเสมอ ในที่สุดเขาจำต้องบอกเหตุผลก่อนที่จะเกิดคำสั่งและเหตุผลของเขาก็หนีไม่พ้นงานอีกตามเคย
“ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวคนก่อนเกิดเครื่องบินตกในระหว่างเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ผมจึงได้รับคำสั่งแต่งตั้งเร็วกว่ากำหนด และต้องเดินทางทันทีเมื่อ ทุกอย่างพร้อม”
“เราคงต้องคุยกันจริงๆ สักที”นางวรากุลบอกด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น
“ครับ” ป้องเขตหันกลับมามองมารดาหัวคิ้วของเขาย่นเข้าหากันเพราะ ไม่เข้าใจสิ่งที่มารดากำลังบอกจริงๆ
“อย่ามาทำไขสือนะเราคุยเื่นี้กันไม่รู้กี่รอบแล้ว” นางวรากุลรีบย้ำเมื่อได้ยินแบบนั้นชายหนุ่มก็เข้าใจทุกอย่าง
“ถ้าคุณแม่จะพูดถึงเื่แต่งงานเื่นัดบอดดูตัว ผมก็บอกคุณแม่ไป ทุกครั้งว่าผมสามารถหาภรรยาเองได้แล้วตอนนี้ก็ยังไม่พร้อมที่จะใช้ชีวิตครอบครัวกับใคร”
“แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพร้อมล่ะ”นางวรากุลถามทันที ด้วยอายุอานามของ ลูกชายที่เฉียดใกล้เลขสี่เข้าไปทุกทีคนเป็แม่อย่างนางก็ไม่สามารถทนรอไปเรื่อยๆ เหมือนอย่างที่ผ่านมาได้
“เราคุยเื่นี้กันหลายรอบแล้วนะครับคุณแม่”
“ก็เพราะว่าเราคุยกันหลายรอบแล้วน่ะสิแม่ถึงต้องย้ำและถามอยู่บ่อยๆ ครั้งนี้แม่ขอเป็ครั้งสุดท้ายนะป้อง” น้ำเสียงของคนเป็แม่อ่อนลงแฝงไปด้วยความเว้าวอน
ชายหนุ่มใจอ่อนอีกครั้ง เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้าบางทีเขาก็ไม่อยากเป็ลูกชายเพียงคนเดียว เขาไม่อยากเป็ลูกโทนลูกเพียงคนเดียวที่แบกรับความหวังทั้งหมดของพ่อแม่ ั้แ่เริ่มต้นเข้าเรียนเข้ามหาวิทยาลัย กระทั่งเรียนจบออกมาทำงานจนถึงตอนนี้ความหวังที่มารดาผูกติดกับตัวเขาเอาไว้ยังไม่จบสิ้น
“ต้องให้ผมไปเจอใครอีกล่ะครับ” ชายหนุ่มถามกลับอย่างเหนื่อยหน่ายทุกครั้งที่มารดาเอ่ยปากว่ามีเื่จะพูดคุยกับเขาในระยะหลังก็ไม่เคยหนีพ้นเื่นี้สักที
“แม่อยากมีหลาน” นางวรากุลโพล่งออกมา
ฝากติดตามด้วยนะคะ