ก่อนหน้านี้ ใน่เวลากลางดึกของวันที่ 27
กองพลทหารราบหนึ่งแสนนาย
กองพลทหารม้าเทพนิยายห้าหมื่นนาย
กองพลธนูหนึ่งห้าหมื่นนาย
และถึงจะน้อยเนื่องจากไม่อาจขุดหาดินปืนได้มากพอจากเหมืองแร่ที่มีแต่แร่เหล็กเป็ส่วนใหญ่ แต่ก็มีถึงหนึ่งพันนาย กองพลปืนไฟยุคแรกเริ่ม
กองทัพมนุษย์ที่ทรงพลานุภาพได้เคลื่อนทัพออกจากเมืองหลวงของมนุษย์อย่างเป็ระบบระเบียบ
มุ่งตรงออกไปตามถนนปูหินอย่างดีซึ่งทอดตัวยาวออกไปสู่เส้นขอบฟ้าทางตะวันออก
เข็มทิศได้ถูกผลิตออกมาใช้งาน รวมถึงชุดเกราะที่แข็งแกร่ง
เป็ชุดเกราะตามอย่างสมัยราชวงศ์ฮั่นของจีนเช่นนั้น
แน่นอนว่าที่หมายของการเคลื่อนทัพในครั้งนี้ ก็คือสนามรบที่กำลังเกิดขึ้นในแนวหน้าตอนนี้นั่นเอง
กลับมาปัจจุบัน วันที่ 28 ของเกมส์แห่งา
ณ ่เวลาบ่าย
***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]
“อึ๊ก!? ”
สภาพการของสนามรบในวันที่ 28 เริ่มย่ำแย่
พวกเราใช้แผนแบ่งกองทหารม้าเทพนิยายทั้งหมดห้าหมื่นนายเป็ห้าทัพ
แล้วใช้จำนวนห้าทัพนี้บุกตีพวกมนุษย์นกในจังหวะที่พวกมันบินลงมาพักผ่อนบนพื้น
พอเห็นพวกมันทำท่าจะบินขึ้นมาต่อสู้ พวกเราก็รีบควบม้าหนีไปทันที
ด้วยแผนการนี้ เลยทำให้พวกเราสามารถออมแรงของกองทัพ และสามารถโจมตีพวกมันอย่างต่อเนื่องได้
ในขณะที่พวกมันดูจะไม่เอะใจเลยว่าพวกเราแบ่งกองกำลังออกเป็ห้าส่วนเพื่อบุกตีต่อเนื่อง
แต่การรบสามวันต่อเนื่องมันก็เลวร้ายจริง ๆ นั่นละ
เสบียงเริ่มหมดลง
กองทัพที่เคยมีถึงห้าหมื่นนายได้เหลือเพียงแค่สามหมื่นนาย
ชีวิตเกิดใหม่ได้ แต่ชีวิตของม้าไม่อาจหวนกลับมาได้
และดูเหมือนว่าพวกมันจะเริ่มเืขึ้นหน้า คราวนี้เลยบินไล่ล่าพวกเราอย่างไม่ลดละแทน
“ยังไหวน่า! ”
ฉันยังไหวอยู่
ตราบเท่าที่มีกล้ามเนื้อและพลังไฟต่อสู้ ต่อให้เจอฝนธนูพิษหรือะเิ พวกมันก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก!
ฉันควบม้าหนีพวกมนุษย์นกที่กำลังโปรยห่าฝนธนูลงมา
จากการรบมาสามวัน ทำให้ฉันสามารถสังเกตุได้ถึงบางสิ่ง
ปกติพวกมันจะบินเกาะกลุ่มอยู่ที่ความสูง่หนึ่งหมื่นฟุตขึ้นไปบนท้องฟ้า
แต่หากจะโจมตีด้วยธนู พวกมันจะต้องบินลงมาเหนือพื้นที่ความสูงประมาณ่หนึ่งร้อยห้าสิบเมตรจากผิวดิน
นั่นน่าจะเป็ระยะยิงหวังผลของพวกมนุษย์นก
ถึงธนูโบราณของพวกเรายิงได้ไกลสุดที่หนึ่งร้อยเมตร แต่ถ้าหากจะยิงหวังผลก็ต้องยิงที่ระยะสามสิบถึงห้าสิบเมตร
แต่ด้วยความที่พวกมันเริ่มเหนื่อยล้า บางตัวของพวกมันจึงบินลงต่ำอยู่ใน่ระยะหวังผลของพวกเราแล้ว
ประกอบกับที่เสบียงเริ่มหมด ฉันจึงคิดว่าควรใช้โอกาศนี้พุ่งเข้าตีมันเลยดีกว่า
“แอร์บาส์ร! อย่ามัวแต่หนีเลย บุกเข้าไปปะทะซึ้ง ๆ หน้าดีกว่า ตอนนี้พวกเราชนะได้แน่! ”
“จะบ้าเรอะเอรีส!? เหลือกำลังพลม้าแค่ประมาณห้าพันนายแล้วยังจะพูดดีอีก! รีบควบกลับไปรวมกลุ่มก่อนเถอะ! ”
แต่กลับถูกปฏิเสธแิอย่างไร้เยื่อใยไป
อะไรกัน ทั้งที่น่าจะลุยต่อเนื่องไปเลยแท้ ๆ …
***นก [ไฮเจน]
ฆ่า ฆ่า ฆ่า
เสียงภายในหัวของชั้นมีแค่คำ ๆ นี้เท่านั้น
ฝูงของชั้นเหลือเียงแค่แสนห้าหมื่นแล้ว
รู้สึกโกรธ เกลียด และเคียดแค้น
ไอพวกที่ตายไปเกิดใหม่ก็ไม่ยอมกลับมาสมทบกองทัพ
ศัตรูที่ขี้จลาดตรงหน้าก็ไม่สามารถเอาชนะได้
ทั้งนี้ยิ่งทำให้ชั้นรู้สึกเครียดและโกรธเกลียดพวกมัน
ต้องฆ่าให้ได้
“ไล่ตาม--”
“ปี้! ”
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงเล็ก ๆ น่ารักดังขึ้นมาจากท้องฟ้าเหนือหัว
นั่นมันเสียงอะไร?
ชั้นหันกลับไปมองดู
สิ่งนั้นมีขนาดเล็ก ผิวสีน้ำตาลอ่อน และมีปีกหนังสีน้ำตาลอ่อน
ดวงตาดำของมันดูบ้องแบ้วงี่เง่าและคุ้นตาอย่างแปลกประหลาด
“ปี้ ปี้! ”
มันะโราวกับจะพยายามเรียกหาบางอย่าง
น่ารำคาญ! อย่ามาบินอยู่เหนือหัวของชั้นนะ!
ชั้นส่งธนูอาบยาพิษไปที่มัน
“ปี้!? ”
เ้าตัวน้อยนั้นรีบบินหลบไปในทันที
ชิ หนีไปแล้วเรอะ
“ให้ตายสิ ทำเสียเวลาได้ ทุกคน บุก! ถ้าวันนี้ฆ่าพวกแม่งไม่ได้ ไม่ต้องหยุดพัก! ”
“โอ้วว!? ”
ว่าแล้วฝูงของเราก็บินไล่ล่าพวกสองแขนที่กำลังหันหลังหนีต่อไป
***อัศวินสีแดง [โซเดียม]
“ปี้!? ”
เ้าตัวน้อยสีน้ำตาลอ่อนบินหลบลูกธนูสีเขียวที่อาบยาพิษของไฮเจนได้
แต่เนื่องจากเสียหลัก เลยทำให้มันร่วงลงมาอย่างน่าหวาดเสียง ก่อนที่จะตั้งหลักกางปีกบินถลาลมได้อีกครั้ง
“ปี้ ปี้! ”
ในตอนนั้นเองที่ผมรู้สึกแปลกประหลาด
ทำไมมันไม่บินหนี?
“ปี้ ~! ”
เสียงของมันฟังดูราวกับการร้องขอความช่วยเหลือ
มันทำท่าเป็นัยยะว่าให้บินไปทางตะวันออกที
ในตอนนั้นเองที่สัญชาตญาณของเรา หรือสิ่งที่พวกเราเรียกว่า [คำพยากรณ์จากท่านเทพแห่งท้องฟ้า] ได้กรีดร้องกู่ก้องขึ้นมา
ภาพของเปอร์ไซด์ได้ผุดขึ้นมาภายในหัวของเรา
หรือว่า!?
“เปอร์ไซด์!!! ”
ด้วยนามนั้นที่ถูกะโก้องออกไปเลยทำให้ครึ่งหนึ่งของฝูงที่อยู่แถวหลังหันมาจ้องเราเป็สายตาเดียวกัน
แต่เราไม่สน
“ปี้! ”
เ้าัน้อยทำท่าเหมือนจะเข้าใจในสิ่งเราพูด
มันหันหลังแล้วบินถลาออกไปในทิศตะวันออก
แกอยากให้เราตามไปสินะ ได้เลย!
แต่จะทำยังไงให้ทุกคนยอมช่วยบินตามเราไปทางตะวันออกได้ละ?
แล้วเราก็นึกออก ใช่แล้ว ยังมีวิธีนั้นอยู่
ต่อให้เราไม่เป็ที่ยอมรับ แต่เปอร์ไซด์คือตัวตนที่ทุกคนยอมรับไม่ใช่หรือยังไงกัน?
เพราะงั้น บางทีวิธีนี้ต้องได้ผลแน่นอน
“ทุกคน! เราเห็น [เปอร์ไซด์] [แก้ผ้าอาบน้ำ] อยู่ตรงทิศตะวันออกนะ! ”
โดยไม่จำเป็ต้องมีการขานรับหรือทบทวนกังขาในคำพูดของเรา
ทั่วทั้งฝูงต่างมีปฏิกิริยากับคำพูดนั้น แล้วบินถลาไปในทิศตะวันออกโดยทันที
ด้วยความเร็วที่ราวกับว่าความเหนื่อยล้าเมื่อกี้นี้เป็สิ่งโกหก
ไอพวกนกหื่นเอ้ย…
***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]
“อ่าว? ทำไมพวกมันถึงบินไปทิศตรงข้ามกันแบบนั้นละ? ”
“... จากนี้จะให้เอรีสเป็ผู้นำทัพชั่วคราวแทน! (เอรีส ฝากด้วยนะ เดียวผมขอตัวไปส่งคนดูลาดเลาก่อน) ”
“เอ๊ะ? เออ...ได้สิ? ”
แอร์บาส์รแอบกระซิบบอกฉันเช่นนั้น
ความจริงหน้าที่แบบนี้ควรให้เป็รองหัวหน้าอย่างฉันจัดการจะดีกว่า
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ไว้ใจฉันแฮะ
ฉันไม่วู่วามบุกเข้าไปตรง ๆ หรอกน่า…
ฉันรีบควบม้าปีศาจแห่งฝันร้ายขึ้นมาแทนต่ำแหน่งของแอร์บาส์รชั่วคราว และนำกองกำลังกลับไปที่ค่ายทหารซึ่งตั้งอยู่อีกไม่ไกล
รอยเท้าม้าจำนวนมากที่ปรากฏบนพื้นหญ้านั้น ต่างมุ่งไปสู่ค่ายเป็จุดเดียว
หลังจากนั้นราวสิบนาที พวกเราก็มาถึงค่ายทหาร
แต่มันมีบางอย่างที่ดูแปลกตาไป
“ค่ายมัน… ใหญ่ขึ้น!? ”
ค่ายที่ควรมีขนาดเล็ก ในตอนนี้กลับมีเต็นท์ปรากฏอยู่เป็จำนวนมาก
กองทัพจำนวนมหาศาลอย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนได้ปรากฏสู่สายตา โดยมี [กลาส] ัของแอร์บาส์บินเฝ้าระวังอยู่บนท้องฟ้ายามบ่ายเป็ฉากหลัง
ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็ชาวจีนที่สวมเกราะเหล็กโบราณตามอย่างที่เห็นในหนังและละครทีวีของประเทศจีน
กองทัพที่มากกว่าหนึ่งแสนคนตรงหน้าช่างดูน่าเกรงขามยิ่งนัก
กำลังเสริมมาถึงแล้วสินะ
“เอรีส! แย่แล้วละ--- โอ้ว!? กองทัพเสริมมาถึงแล้วเรอะ! ”
“แอร์บาส์ร ทำไมนายกลับมาเร็วจัง”
“พอดีว่าพวกมันบินไปไม่ไกลมากนะ แต่ตอนนี้สถานการณ์กำลังเริ่มซับซ้อนขึ้นมาแล้วนะสิ”
“ทำไม? ”
“ที่ทางตะวันออก ผมเจอพวก [มนุษย์มด] มันสร้างป้อมปราการเพื่อเตรียมที่จะบุกพวกเราอีกครั้งแล้วนะสิ”
***พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์]
“อย่างงั้นเองเรอะ เ้าไฮเจนมันบ้าจริง ๆ ..”
ผม จ่าฝูงแห่งเผ่าปักษาได้ทราบความจริงที่ประชากรหายตัวไปแล้ว
ทั้งหมดเป็ความผิดของไอบ้าไฮเจน
มันนำทัพออกไปโดยพละการเพื่อไปตามหาเปอร์ไซด์ สตรีแห่งดนตรีของเผ่าเรา
ทำเื่บ้าบอลงไปเสียได้นะเ้านั่น
“เตรียมทัพและเสบียง พวกเราเองก็จะออกไปที่แนวหน้าเช่นกัน! ”
แต่นี่คือโอกาศอันดีที่จะเคลื่อนไหว
เป้าหมายคือรังหลวงของพวกสองแขนที่อยู่ตีนเขา
เมือวานมีข่าวจากหน่วยสอดแนมว่ามีกองกำลังขนาดใหญ่เคลื่อนพลออกไปจากรังหลวงของมัน
บางทีคงตามกองทัพของไฮเจนออกไป
ที่ผมคิดว่าเป็รังหลวง นั่นก็เพราะมีคำพยากรณ์จากเทพแห่งท้องฟ้ามาบอกปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] นั่นเอง
จะปล่อยโอกาศดี ๆ ที่การป้องกันในรังหลวงของศัตรูลดลงไปแบบนี้ได้อย่างไรกัน?
ต่อให้ไม่เป็รังหลวงตามที่คำพยากรณ์ว่า แต่การถล่มรังซึ่งเป็ฐานใหญ่แบบนั้นได้ มังก็น่าจะสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายได้พอสมควร
“พวกเราจะเป็ผู้ชนะของเกมส์แห่งานี้เอง คอยดู! ”
กองทัพชาวปักษาสามแสนนาย พร้อมที่จะออกตัวถล่มรังของตัวสองแขนแล้ว
***นักรบไร้นินทรา [สเลบ]
“ออกเสียงตามนี้ [สเลบ] ”
“สเต็ป? ”
“สเลบ”
“สเลบ? ”
“ใช่ ๆ ดีมาก”
ผมกำลังสอนภาษาแม่ของตัวให้กับปีศาจปีกตรงหน้า
เพื่อที่จะสอบปากคำได้อย่างไหลลื่น ประการแรกคงต้องสอนภาษาให้กับมันก่อน
โชคดีที่มันเรียนรู้ได้ไวมาก เลยทำให้พอจะคุยกันรู้เื่ได้บ้างแล้ว
เ้าปีศาจปีกตัวนี้มีชื่อว่า [เปอร์ไซด์]
จากการสอบสวน เห็นว่ากำลังอยู่ระหว่างเดินทางกลับรัง
หรือก็คือเมืองของพวกปีศาจปีก
“แย่ แบบนี้แย่แน่”
แผนการรบที่ผมเตรียมเอาไว้ คือแผนการที่ใช้ต่อสู้กับพวกปีศาจน้อยเท่านั้น
ไม่ได้คิดถึงแผนการที่จะเอาไว้ใช้รับมือพวกปีศาจนกเลย
ถ้าหากพวกปีศาจนกเห็นพวกเราเป็ศัตรูตอนนี้ สถานการณ์ของทางฝั่งเราอาจจะแย่เอาได้
“อาจจะคิดมากไป แต่ส่งคนไปแจ้งท่านราชินีแฟตเอาไว้ก่อนดีกว่า”
ผมคิดเช่นนั้น แล้วทำการส่งมดทหารเลวคนหนึ่งออกไป
ผมปีนขึ้นมายืนบนกำแพงดินของป้อมปราการแห่งนี้
กำแพงดินสูงห้าเมตรทรงวงรีขนาดใหญ่
ข้างหลังไกลออกไปหนึ่งกิโลเมตรมีป้อมปราการอีกแห่งติดอยู่หน้าสะพานอีกฟากของแม่น้ำ
ทุ่งหญ้าที่กว้างไกลตรงหน้าไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งมีชีวิต
ูเาที่สูงแทงทะลุฟ้าตรงฉากหลังเด่นเป็ตะหง่านตัดเส้นขอบฟ้า
ผมคิดว่าพวกปีศาจน้อยกับปีศาจปีกคงอยู่แถวนั้น
เพราะพวกเราไม่พบว่ามีการตั้งเมืองติดริมแม่น้ำ ดังนั้นพวกมันคงต้องเลือกสถานที่ดูอุดมสมบูรณ์ที่อื่นแทน
และสถานที่เด่นที่สุดในระแวกนี้ ก็คือูเาทางตะวันตกตรงหน้า
“ถ้าหากเจอปีศาจน้อยกับปีศาจนกบุกพร้อมกันคงเอาไม่อยู่”
ผมคิดเช่นนั้นก่อนที่จะเดินลงมาจากกำแพงดิน
ในตอนนั้นผมไม่รู้เลย ว่าความคิดเช่นนั้นจะเกิดขึ้นจริงเร็วถึงเพียงนี