บทที่ 162 ความมั่นใจ
หลี่ชิงหมินถูกอุ้มลอยอยู่บนอากาศไม่นานก็มาถึงตระกูลหวง เมื่อลอยขึ้นสูง ชิงหมินจึงได้มองเห็นภาพที่งดงามเบื้องล่างด้วย ราวกับว่าหวงซีเฉิงจงใจพาเขามาเช่นนี้ ชิงหมินได้เห็นภาพรวมของตระกูลหวงในเวลานี้ก็รู้สึกตื่นตะลึงไม่น้อย เขาไม่เคยคิดเลยว่าพื้นที่ตระกูลหวง แท้จริงแล้วงดงามถึงเพียงนี้
“ยินดีต้อนรับชิงหมิน”
ตัวอักษรที่ทำขึ้นจากดอกไม้หลากสีกลางสวนแห่งหนึ่งทำให้ชิงหมินรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้ รอบๆตัวอักษรเหล่านั้นเต็มไปด้วยดอกโม่ลี่ฮวาที่เขาชื่นชอบ อีกฝ่ายทำเลียนแบบสวนโม่ลี่ฮวาของเขา แต่กลับกว้างใหญ่กว่า และงดงามยิ่งกว่าหลายเท่า ถัดไปยังมีน้ำตกจำลองที่ทำให้ดูชุ่มชื่นมากขึ้น
ชิงหมินสังเกตเห็นว่าพื้นที่ทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆอย่างเหมาะสม มีพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสมุนไพร พื้นที่ดอกไม้นานาชนิด แบ่งเป็นแปลงแต่ละสี เขาจึงรู้ว่าที่หวงซีเฉิงบอกว่าเตรียมทุกอย่างให้พร้อมแล้วนั้น ดูท่าจะเป็นเรื่องจริง
ไม่สิ! สิ่งที่เขาเห็นนี้ดีกว่าที่คิดเอาไว้มากด้วยซ้ำ
มือเล็กกระชับชายเสื้อของหวงซีเฉิงในขณะที่เขากำลังพาลง ความอบอุ่นที่อีกฝ่ายแสดงออกมาให้เขานั้นทำให้ชิงหมินรู้สึกว่าการตัดสินใจตอบรับการแต่งงานนี้ไม่ใช่เรื่องผิดเลย ดีแล้วที่หัวใจของเขาได้เปิดออก ความพยายามของอีกฝ่าย...มีค่ามากพอจริงๆ
ด้านล่างจวน จุดที่หวงซีเฉิงพาชิงหมินเดินเข้ามานั้นถูกเรียงเป็นถนนหินที่ทำให้เป็นระเบียบและสม่ำเสมอ ไม่มีก้อนหินก้อนไหนที่สูงมากกว่าเพื่อน หรือต่ำมากกว่าก้อนอื่นๆ ทำราวกับว่าพวกมันถูกปูด้วยกระดานไม้ที่จัดแต่งเอาไว้อย่างดี ในขณะเดียวกัน...ทั้งสองฝั่งเดินนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้สีแดงอันเป็นดอกไม้มงคล มีตะเกียงสีแดงแขวนอยู่รอบๆ รวมทั้งม่านและหยกเครื่องประดับที่ร้อยไปตามรั้วดอกไม้
ช่างเป็นภาพที่...งดงามเหนือสิ่งใดจริงๆ
ทุกสายตามองมายังจุดที่พวกเขาค่อยๆเดินเข้ามา บริเวณนี้ถูกห้ามไม่ให้คนเดินผ่านตั้งแต่แรก หลายคนอยากจะเดินเข้าไปชมว่าในสวนทางเดินนี้มีสิ่งใด ตระกูลหวงสร้างไว้เพื่อสิ่งใดกันแน่ แต่ตอนนี้พวกเขารู้แล้ว...
นี่คือเส้นทางที่เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบและคำมงคลทั้งหลาย เป็นเพียงทางเดินที่จะมีเพียงคู่รักคู่นี้เท่านั้นที่สมควรจะเดินผ่าน กระทั่งผู้ติดตามที่มาพร้อมกับหวงซีเฉิงในคราแรกก็ยังแยกออกไป ปล่อยให้คนสำคัญของงานทั้งสองคนเดินเข้ามาตามลำพังเท่านั้น
“พวกเขา...งดงามราวกับเทพเซียน”
“นี่เป็นการแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ข้าเคยเห็นมาเลย”
“แม้แต่งานอภิเษกสมรสก็ยังเทียบไม่ได้ แม่ทัพหวงนั้นใส่ใจมากจริงๆ”
“ใช่ ได้ยินว่าฮูหยินหวงนั้นชื่นชอบดอกไม้และกลิ่นหอมมากๆ สถานที่จัดงานทั้งหมดจึงถูกเปลี่ยนให้เหมือนสรวงสวรรค์ แต่น่าเสียดายที่พวกเราเข้าไปได้เพียงแค่เสี้ยวเดียวของจวนสกุลหวงเท่านั้น ข้าได้ยินข่าวลือว่าแม่ทัพหวงเปลี่ยนสกุลหวงทั้งหมดให้กลายเป็นสวรรค์ของจริง”
“โอ้ จริงหรือ? ขนาดจุดที่จัดงานก็ยังงดงามเพียงนี้ ข้างในคงจะยิ่งน่ามองขึ้นไปอีก”
“ใช่ พวกเราคงจะได้สอบถามเหล่าผู้ที่ได้รับเชิญเข้าไปส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เท่านั้น”
“ยามนี้ข้าอิจฉาฮูหยินหวงยิ่งนัก”
“ไม่ว่าใครก็อิจฉาทั้งนั้น แต่พวกเราไร้วาสนาแล้วจริงๆ วาสนานี้เป็นของคุณชายชิงหมินเท่านั้น”
เสียงพูดคุยที่เต็มไปด้วยความอิจฉาดังขึ้นโดยรอบ ตอนนี้แทบจะทั้งเมืองหลวง ทุกคนต่างก็ยกให้หลี่ชิงหมินกลายเป็นคุณชายที่น่าอิจฉาที่สุดแล้ว ขนาดพระชายา องค์หญิง หรือแม้แต่องค์จักรพรรดินี เมื่อพวกเขาได้เห็นฉากเช่นนี้ก็ยังรู้สึกว่าดวงตาร้อนดั่งไฟ
ไม่มีสตรีคนไหนไม่ชอบความใส่ใจเช่นนี้หรอก แต่ใครจะไปคิดว่าความใส่ใจที่ล้นเหลือนี้จะมาจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นปีศาจร้ายของอาณาจักร!!
ในมุมหนึ่ง ด้านหลังองค์รัชทายาท ดวงตาของสตรีผู้หนึ่งเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มด้วยความริษยา นางกำมือตนเองแน่นจนมีเลือดไหลซึมออกมาแล้ว รู้สึกเหมือนกับว่าคู่รักที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นไม่ใช่คู่ที่เหมาะสม ต่อให้จะได้ยินเกี่ยวกับคำอวยพรของท่านนักบวชศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่นางก็ไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี
ภาพที่สวยงามตรงหน้า หากเปลี่ยนเป็นนางที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาจะเป็นเช่นไรกันนะ? มันไม่ใช่ว่าจะเป็นภาพที่น่ามองมากกว่านี้หรือ?
และใช่! สตรีผู้นั้นที่กำลังกัดฟันกรอดไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นสนมซือซือที่อุตส่าห์ใช้วิธีการอันแยบยลของตนเองเพื่อขอติดตามองค์รัชทายาทออกงานมาด้วย
หากไม่ใช่เพราะนางอ้างว่าตนเองเคยรู้จักทั้งสอง แถมยังใช้แผนการช่วยเหลือชายาสามขององค์รัชทายาทจากการถูกแมลงมีพิษกัดด้วยการเพาะปลูกสมุนไพรอย่างกะทันหันของนาง นางย่อมไม่ได้รับโอกาสนี้แน่
ซือซือพยายามกดข่มความรู้สึกของตนเองเพื่อไม่ให้เสียงานใหญ่ เวลานี้นางเป็นคนขององค์รัชทายาท จำเป็นต้องปีนป่ายเพื่อขึ้นตำแหน่งสูงให้ได้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นนางก็จะต้องอยู่อย่างน่าอดสูและรอวันตายที่วังหลังขององค์รัชทายาทเช่นนั้น และแผนของนางก็คือ...จะต้องพบคุณชายหลี่ให้ได้!
การแต่งงาน จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ฝั่งเจ้าสาวจะต้องนั่งรออยู่คนเดียวในห้องส่งตัว องค์รัชทายาทมีตำแหน่งสูง อย่างไรเขาก็มีโอกาสที่จะติดตามองค์จักรพรรดิไปด้วยอยู่แล้ว และนางที่ติดตามมาในฐานะสนมผู้รับใช้ ย่อมสามารถเดินตามไปได้
หลังจากที่พวกเขาทยอยกันกลับ ซือซือจะหาโอกาสซ่อนตัวและเข้าไปให้ห้องของหลี่ชิงหมินให้ได้ นางจะต้องพบเจอเขา และช่วยเขาทวนความหลัง ทำให้เขากลายเป็นเครื่องมือของนาง ผลักดันให้นางขึ้นมาอยู่ในจุดสูงสุดที่นางควรจะเป็น!!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ดวงตาของหญิงสาวก็มีประกายแน่วแน่ งานแต่งงานนี้คือจุดเริ่มต้นชีวิตคู่ของหวงซีเฉิงและหลี่ชิงหมิน ซึ่งจะต้องเป็นจุดเริ่มต้นในชีวิตใหม่ของนางด้วยเช่นกัน
ซือซือจะไม่ยอมแพ้คู่รักที่ไม่คู่ควรนี้ นางจะพยายามเพื่อไปยังจุดสูงกว่าพวกเขายืนอยู่ให้ได้ แม้จะต้องเหยียบไหล่ของใครขึ้นไปก็ตาม!!
“ซือซือ ได้ยินว่าเจ้าเคยรู้จักกับพวกเขาทั้งสองคนมาก่อน ที่หมู่บ้านเดิมของเจ้า...นั่นเป็นสถานที่ที่พวกเขาพบรักกันด้วยหรือไม่?” องค์รัชทายาทเอ่ยถามด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างดี
นี่เป็นวันมงคลของพวกเขา ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก อีกทั้งอาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ก็ดีด้วย ดังนั้นพระองค์จึงปล่อยพระทัยให้กับความรื่นรมย์นี้
หลังจากที่ซือซือได้ยินคำถามขององค์รัชทายาท นางก็ชะงักไปเล็กน้อย ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และพบบางอย่างที่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด
“บางที...อาจจะเป็นหม่อมฉันที่ทำให้พวกเขาพบรักกันเพคะ” ซือซือกัดฟันกรอด
ใช่!! ต้องเป็นวันนั้นแน่ๆ หากไม่ใช่เพราะวันนั้น...นางต้องการช่วยให้เฉิงเซี่ยของนางมีรายได้ นางย่อมไม่แนะนำให้คุณชายหลี่ไปที่กระท่อมท้ายหมู่บ้านของเฉิงเซี่ย และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พบเจอกันตามลำพัง .... สิ่งนี้ ทั้งหมดอาจจะเป็นเพราะนางจริงๆ
ซือซือผู้โง่เขลาเอ้ย! หากวันนั้นนางคิดสักนิดว่ามีโอกาสที่บุรุษทั้งสองจะครองรักกัน เฉิงเซี่ยคงจะทึ่งในใบหน้าที่งดงามและความสูงส่งของคุณชายหลี่ อีกทั้ง...เขาไม่รู้ด้วยว่านางอยู่เบื้องหลังของความช่วยเหลือนี้ อาจจะคิดว่าเป็นคุณชายหลี่เองที่ต้องการซื้อสินค้าจากคนยากไร้ กลายเป็นสร้างพระคุณต่อเขาไปในตัว
ต้องใช่แน่ๆ จุดเริ่มต้นทั้งหมดเป็นเพราะความใจดีของนางเอง อันที่จริง...คุณชายหลี่ผู้นั้นไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับเฉิงเซี่ยเลย ถ้าพูดให้ถูก...เป็นนางที่ต้องการช่วยเหลือเฉิงเซี่ยต่างหาก ถ้าเกิดว่าแม่ทัพใหญ่หวงรู้เรื่องนี้ หากเขารู้ว่าความจริงแล้วคุณชายหลี่ไม่ได้มีน้ำใจต่อเขาเช่นนั้น เขาจะยกเลิกการแต่งงานนี้หรือไม่?
เหมือนกับมีประกายแห่งความหวังปรากฏขึ้น แต่มันก็ดับลงไปอย่างรวดเร็ว นางพลาดท่าแล้ว...ไม่ว่าจะหยุดการแต่งงานของทั้งสองได้หรือไม่ ทว่า...นางเป็นสตรีของผู้อื่นแล้ว
ในสังคมนี้ การใช้สตรีร่วมกับผู้อื่น หรือใช้ต่อจากผู้อื่นไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี มีเพียงสตรีในหอนางโลมเท่านั้นที่มีหลายสามีได้ สำหรับสตรีทั่วไป หลังจากที่ถูกหย่า พวกนางก็จะต้องอยู่ลำพังและโดดเดี่ยวไปจนตาย เว้นเสียแต่จะหนีไปให้ไกล ไปในที่ที่ไม่มีคนรู้จัก ทว่า...คนหนึ่งเป็นองค์รัชทายาท นางที่เป็นสนม...หากคิดจะหนีออกมาก็มีโทษถึงตายแล้ว ในขณะที่อีกคนเป็นแม่ทัพใหญ่ เขาไม่สามารถรับสตรีของเชื้อพระวงศ์ไปได้อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นจะต้องรับโทษประหารติดตัวมาด้วย
ทุกอย่างพลาดไปเพียงก้าวเดียวเสมอ หากไม่ใช่เพราะนางกลายเป็นขององค์รัชทายาทก่อนที่แม่ทัพใหญ่จะมา หากไม่ใช่เพราะนางต้องการซ่อนตนเองและอยากทำความดีลับหลังของเขา เรื่องคงจะไม่เป็นเช่นนี้...
แน่นอนว่าซือซือคิดน้อยเกินไป นางจะรู้ได้อย่างไรว่าหวงซีเฉิงรู้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นซือซือที่หลอกใช้หลี่ชิงหมินให้มาซื้อของให้ตนเองแล้วแสร้งว่ากำลังทำดีเพื่อช่วยเฉิงเซี่ยอยู่ การกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่หวงซีเฉิงเกลียดชังมากที่สุดแล้ว
รวมไปถึง...ตั้งแต่ต้น เขาไม่เคยคิดที่จะมองซือซือในฐานะคนรัก อีกฝ่ายเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิต สิ่งนี้เขาจดจำไว้และคิดจะตอบแทนคืนอย่างแน่นอน ส่วนหัวใจของเขา...ปรารถนาที่จะได้พบเจอเจ้าของชาโม่ลี่ฮวาอยู่ตลอด แรกเริ่มเดิมทีเพียงแค่ต้องการได้ชาโม่ลี่ฮวามาไว้ในครอบครองเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากความเจ็บปวดและทรมาน แต่เมื่อได้ติดตามดูชีวิตของเด็กหนุ่มผู้นั้น เขาก็ปล่อยให้หัวใจของเขาอยู่กับอีกฝ่ายเสียแล้ว
ต่างคนต่างความคิด มีเพียงหลี่ชิงหมินเท่านั้นที่ไม่รู้ความอันซับซ้อนมากมายเหล่านี้ เขาเพียงแค่คิดจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปวันๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม จะให้เขาเป็นพระรองไปทั้งชีวิต ให้มีชีวิตอยู่โดยอาภัพรัก หรือจะแต่งเข้าจวนสกุลหวงก็ตาม สุดท้ายกลายเป็นว่าคนที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตนเองมากที่สุด ก็คือพระรองผู้นี้นี่เอง...
คนตัวเล็กยังคงถูกอุ้มไปจนถึงห้องโถงจัดงาน เวลานี้คนสกุลหลี่ก็มาพร้อมแล้ว ผู้อาวุโสของทั้งสองตระกูลก็อยู่ที่นี่ คนที่เป็นใหญ่ที่สุดยังคงเป็นองค์จักรพรรดิ ทว่าข้างๆของเขาไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ หากแต่เป็นบุคคลล้ำค่าของอาณาจักรมากมาย
ชิงหมินแอบได้ยินว่ามีอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้ที่เป็นพ่อสื่อให้คราวก่อน แต่ไม่มีท่านนักบวชศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้น กลับมีปรมาจารย์ด้านการปรุงยา ผู้รักษามือเทพ อัศวินแห่งเพลิง และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งทุกตัวตนนั้นมาเป็นเกียรติแก่แม่ทัพใหญ่ทั้งนั้น
พวกเขารู้จักหวงซีเฉิงตั้งแต่อีกฝ่ายยังเด็ก เนื่องจากคนผู้นี้ติดตามอดีตแม่ทัพที่เสียชีวิตไปแล้วเพื่อจัดการปัญหาทั่วทั้งอาณาจักร หลายคนเป็นหนี้ชีวิตของเขาเสียด้วยซ้ำ ไม่แปลกที่เมื่อถึงวันสำคัญของเขา จะสามารถพบเจอบุคคลในตำนานเหล่านี้ได้ทั้งหมด ซึ่งแม้แต่ในวันแต่งตั้งองค์จักรพรรดิ บางคนในนี้ก็ยังไม่มาร่วมงานด้วยซ้ำไป
หวงซีเฉิงเป็นคนนำให้ชิงหมินค่อยๆไหว้ฟ้าดิน ยกน้ำชาให้กับเหล่าผู้อาวุโสรอบทิศ และพิธีการต่างๆ ถ้าไม่ใช่เพราะมีแขนที่แข็งแกร่งช่วยประคองเขาไว้ทุกการเคลื่อนไหว ชิงหมินอาจจะล้มหน้าทิ่มไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว เนื่องจากเขายังมีผ้าปิดบังใบหน้า ทั้งยังมีน้ำหนักของชุดที่ถ่วงเอาไว้
ตอนนี้ ดูเหมือนว่าการมีคู่รักที่แข็งแกร่งนั้นถูกต้องจริงๆ หวงซีเฉิงแขนไม่สั่นเลยตลอดพิธี แม้จะแบกรับน้ำหนักของชิงหมินไปเพิ่มอีก เขายังคงยืนอย่างสง่างามและดำเนินการตลอดวันจนกระทั่งจบพิธี เวลานี้ชิงหมินจึงมีโอกาสที่จะได้กลับไปพักรอในห้องหอของเขา ในขณะที่หวงซีเฉิงยังคงต้องออกมาส่งแขกต่อไป
ยามนี้ดวงตะวันช่างงดงามยิ่งนัก ยังไม่ถึงเวลามืดค่ำ ผู้คนไม่มีทางปล่อยให้หวงซีเฉิงมาพบกับภรรยาของตนเองเร็วเกินไปนัก หลายคนพยายามถ่วงเวลาให้เขา ทั้งชวนเล่นหมาก ชวนร่ำสุราและอื่นๆ แน่นอนว่าวันนี้ซีเฉิงยอมให้พวกเขาหนึ่งวัน นี่เป็นพิธีการตามปกติ ทุกคนกำลังสนุก เขาจะมาเอาแต่ใจได้อย่างไร
และเพราะเป็นแบบนั้น จึงเปิดโอกาสให้ใครบางคนรั้งรออยู่รอบๆห้องหอจนได้...
ร่างเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้เกือบหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผู้คนสงสัยเกี่ยวกับการกระทำของนางค่อยๆโผล่ขึ้นมา เหงื่อไหลโทรมกายแต่ก็ยังทำให้นางดูมีเสน่ห์อยู่เหมือนเก่า
ซือซือรีบดูแลตนเอง นางหยิบเมล็ดสมุนไพรชนิดหนึ่งออกมาแล้วเร่งการเติบโตให้กับมัน เนื่องจากเป็นสมุนไพรระดับต่ำ จึงไม่ได้ใช้เวลานานนักในการเจริญเติบโต หญิงงามเด็ดดอกสมุนไพรนั้นขึ้นมาแล้วถูมันในฝ่ามือของตนเอง เกิดเป็นกลิ่นหอมที่น่าอภิรมย์รอบๆตัวของนาง
ซึ่งสิ่งนี้ก็คือสมุนไพรหอมที่เหล่านางสนมชอบใช้แช่น้ำอาบก่อนที่จะเข้าพบองค์รัชทายาท ซือซือเก็บมันติดตัวเอาไว้ใช้เสมอ อย่างไรเป็นสตรีก็ต้องชื่นชอบของสวยๆงามๆอยู่แล้ว อีกอย่าง...วันนี้เป็นภารกิจสำคัญ นางจะพลาดไม่ได้
เมื่อคิดว่าตนเองพร้อมแล้ว ซือซือก็ออกมาจากที่ซ่อนตัว นางมองไปรอบๆและพบว่าไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่าในห้องหอของหลี่ชิงหมินจะยังมีข้ารับใช้อยู่มากมาย แต่ซือซือคาดหวังแค่ให้ตนเองสามารถเข้าไปเผชิญหน้ากับหลี่ชิงหมินได้เท่านั้น
นางเชื่อเหลือเกินว่าเขาจะต้องรับฟังคำของนาง ทั้งยังไม่อาจไล่นางออกไปด้วย!!
ก็นะ...เขาเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอดไม่ใช่หรือ? เขาแสดงออกว่ารักนางมากมายไม่ใช่หรือ? หากเจอนางที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ เขาจะไม่สนใจได้อย่างไร!!
“คุณชายหลี่ ต้องขอโทษด้วยที่ข้ารบกวนท่าน รอจนกว่าข้าจะกลายเป็นจักรพรรดินี วันนั้นข้าจะชดเชยให้แก่ท่านอย่างแน่นอน” ซือซือมั่นใจว่าตนเองไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว ครั้งนี้ก็แค่ต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น หากวันที่นางประสบความสำเร็จแล้ว บุญคุณที่ช่วยเหลือนางไว้ นางจะชดเชยคืนให้ทั้งหมดเอง!!
……………………………….