ตฤณภาส ขับรถโฟล์วิลมายังโรงอาหาร เพราะเป็นโรงเรือนที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้ว ซึ่งตอนนี้ได้มีคนงานเริ่มทยอยกันเข้ามานั่งรับประทานอาหารกลางวันกันบ้างแล้ว ตฤภาสจะเลี้ยงอาหารกลางวันคนงาน ที่มาทำงานกับเขาทั้งที่ทำงานอยู่ในฟาร์ม และทำงานอยู่ในไร่องุ่น เขาถือว่าเป็นสวัสดิการให้สำหรับคนงานของเขา และไม่ใช่จะมีเพียงแค่อาหารกลางวันเพียงเท่านั้น ยังมีการตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสวัสดิการให้คนงานด้วยทุกปี
ซึ่งที่ฟาร์มแถวๆ นี้ มีสวัสดีการอย่างนี้ให้แก่คนงานเพียงแห่งเดียว คือที่ฟาร์มเกษมเกรียงไกรนี่แหละ ส่วนฟาร์มที่อื่นๆ ไม่มีแบบนี้เลยสักฟาร์ม จึงทำให้คนที่มาทำงานในฟาร์มเกษมเกรียงไกร ไม่ค่อยมีใครอยากจะออกไปหางานทำที่ฟาร์มอื่นเลย แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย แต่พอได้ออกไป คนที่ออกไปจากที่นี่นั้น ก็ต่างพากันอยากจะกลับมาทำงานที่ฟาร์มนี้อีกครั้ง
“เดี๋ยวภรรตนั่งรอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำดื่มมาให้” ว่าแล้วตฤณภาสก็ลุกขึ้นจากตรงที่ชายหนุ่มได้พาภรรตรี เดินเข้านั่งในโรงอาหาร เพื่อทำการรับประทานอาหารกัน
“อุ้ย! ดูสิว่ามีใครมานั่งอยู่ตรงนี้ คางคกขึ้นวอนั้นเอง ช่างไม่เจียมตัวบ้างเลยนะ มานั่งเชิดหน้าชูคออยู่ได้ ระวังเถอะหากคุณภาสเขาเบื่อแล้วเฉดหัวทิ้ง แม่จะสมน้ำหน้าให้สามวันสามคืนเลย”
ดุจเดือนพูดเปรยๆ ออกมาลอยๆ ซึ่งคำพูดนั้นมันได้ลอยไปเสียดสีภรรตรีเข้าให้อย่างจัง และรู้ได้ในนาทีนั้นว่าเจ้าหล่อน กำลังกล่าวเสียดสี และให้ร้ายอย่างไม่มีมูลเลยแม้แต่น้อย
ภรรตรีจึงได้แต่ฟังคนปากหอยปากปูนั้นพูดไป ไม่คิดจะใส่ใจกับคำพูดนั้นเลยสักนิดเดียว
“ปากพล่อยจริงๆ เลยนะ ไม่มีอะไรจะพูดกันแล้วใช่ไหม? ถึงได้พูดพล่อยๆ ไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างนี้น่ะ ภรรตคือเมียฉัน เป็นคนที่ฉันกำลังจะแต่งงาน มีลูกด้วยกัน และอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า เธอกล้าดียังไงถึงมาดูถูกเมียฉัน โดยไม่เกรงใจและไม่ไว้หน้าฉันอย่างนี้”
คนที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนภรรตรี กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มดุ และรู้ในน้ำเสียงว่ามีอารมณ์โมโห ผสมอยู่ในน้ำเสียงนั้นมิใช่น้อย
“อุ้ย! คะ คุณภาส เอ่อ! เดือน.. เดือนขอโทษคะ ที่เดือนพูดไปเพราะเดือนหวังดีกับคุณภาสนะคะ ไม่อยากให้ใครมาหลอกลวงคุณภาสเอาได้น่ะค่ะ”
ดุจเดือดได้ยินเสียงเข้มดุจึงหันไปมอง และก็เห็นเจ้าของฟาร์มยืนอยู่ข้างหลัง ก็ตกใจแทบทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มจะทันมาได้ยินคำพูดที่เธอพูดออกมานั้น
“นี่เมียฉัน! เธอดูถูกเมียฉันก็ถือว่าเธอดูถูกฉันด้วย” ตฤณภาสมองจ้องหน้าเขม็งดุดัน พร้อมกับกล่าวด้วยอารมณ์ที่โมโหสุดขีด
“เธอ! ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เธอไม่ใช่คนงานของฟาร์มเกษมเกรียงไกร เธอไปรับเงินงวดสุดท้ายของการทำงาน แล้วต่อไปก็ไม่ต้องมาทำงานที่ฟาร์มนี้อีก” ตฤณภาสกล่าวด้วยเสียงดังเฉียบขาดมากกว่าครั้งไหนๆ
“คะ คุณภาสคะ เดือนขอโทษ เดือนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เดือนขอโทษ อย่าทำอย่างนี้กับเดือนเลยนะคะ ได้โปรดนะคะ”
ดุจเดือนเมื่อได้ยินคำกล่าวที่เฉียบขาดนั้น ก็ต้องใจตกใจมากขึ้นกว่าเดิม จนทำอะไรไม่ถูกเข้าไปใหญ่ เพราะไม่คิดว่าเจ้าของฟาร์มจะมาข้างหลังอย่างนี้ และแถมยังได้ยินที่เธอว่าร้ายนั้นด้วย
ดุจเดือนพยายามขอร้องอ้อนวอนอย่างเต็มที่ เพราะไม่อยากที่จะออกไปทำงานที่ฟาร์มอื่น เพราะเธอมีภาระค่าค่าใช้จ่ายมากมาย และไหนจะหนี้สินอีกเยอะแยะด้วย อีกทั้งที่ฟาร์มอื่นๆ ไม่ได้ทั้งสวัสดิการและเงินค่าตอบแทนมากอย่างฟาร์มนี้
“พี่ภาสค่ะ.. พี่ภาส อย่าไล่เธอออกไปเลยนะคะ เธอคงพูดไม่ทันคิดน่ะค่ะ ภรรตขอนะคะ อย่าได้ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลย เธอก็จะยังไม่รู้ว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน เธอก็เลยพูดจาพล่อยๆ ไม่ทันคิด ปากไม่มีหูรูดไปอย่างนั้นน่ะค่ะ คราวนี้ก็อย่าพึ่งไล่ออกไปเลยนะคะ ถ้าคราวหน้ายังมีอีกก็ค่อยไล่ออกก็ยังไม่สายนะคะ” ภรรตรี ลุกขึ้นเดินไปจับแขนแกร่งของคนตัวโตไว้ ก่อนจะกล่าวขอร้องอ้อนวอนคนตัวโต
ที่ภรรตรีขอร้องชายหนุ่มเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเธอจะสงสารผู้หญิงที่มาดูถูกถากถางเธอหรอกนะ แต่เพราะว่าเธอไม่อยากให้เสียแรงงานไป และไม่อยากให้ครอบครัวของคนที่โดนไล่ออกไปเพราะเรื่องนี้นั้น ต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อน เพราะเสียรายได้ไปโดยใช่เหตุเท่านั้นเอง
“เอาเถอะ! ฉันเห็นแก่เมียฉัน ฉันจะไม่ไล่เธอออก แต่หากคราวหน้าหากฉันได้ยินเธอพูดให้เมียฉันไปในทางไม่ดี ไม่ว่าจะเล็กน้อยเท่าขี้เล็บ ฉันก็จะไม่สนอะไรทั้งนั้น ไล่ออกสถานเดียวไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น”
ตฤณภาสเมื่อเห็นคนตัวเล็กของเขา ร้องขอแทนคนงานที่ปากพล่อย มารยาทไม่ดีอย่างนี้ ก็ต้องยอมใจนางจริงๆ จึงได้แต่ยอมตามที่นางร้องขอมา โดยไม่โต้แย้งให้ขัดเคืองใจกัน
“ขอบคุณค่ะพี่ภาส” ภรรตรียิ้มหวานพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนออเซาะ
“ก็ภรรตเป็นเมียพี่นี่ และพี่ก็ทั้งรักทั้งหวงด้วย เข้าใจด้วยนะ” ตฤณภาสจ้องมองหน้าสวยหวานซึ้ง อย่างกับจะให้รับรู้ถึงแกนกลางหัวใจ
“ภรรตก็รักพี่ภาสค่ะ เรามากินข้าวกันดีกว่านะคะ อย่าโมโหไปเลยนะ เดี๋ยวจะแก่เร็วไม่รู้ด้วยนะเอ้า!” ภรรตรี เย้าหยอกคนตัวโตอย่างขำๆ
“เดี๋ยวเถอะ!! หาว่าพี่แก่อย่างนั้นเหรอ เดี๋ยวคนแก่คนนี้ก็ไม่ปล่อยให้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันเลย” ตฤณภาสก้มลงไปกระซิบข่มขู่ที่ใบหูเล็ก
“ไม่เอาค่ะ ไม่พูดแล้ว พูดไปก็เข้าตัวภรรตอยู่ดี มากินข้าวกันดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วภรรตรีก็ดึงแขนแกร่งให้มานั่งลง หญิงสาวทำการเปิดฝากล่องถนอมอาหารออก ตักข้าวใส่จานที่ชายหนุ่มไปเอามา จากนั้นก็ลงมือรับประทานอาหารกัน ไม่คิดถือสาหาความกับเรื่องอื่นอีก
๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑