บทที่ 9 จวิ้นจู่น้อยช่างดุดันเหลือเกิน
ในวันฉลองอายุครบหกสิบปีของคหบดีจางนั้น เยี่ยถวนถวนนั่งมาในเกี้ยวดอกไม้สีสันฉูดฉาด
ไม่ผิดแน่ เป็เกี้ยวที่ประดับประดาด้วยดอกไม้มากมายตามที่นางร้องขอ
ถวนชีชี [...ข้าไม่กล้ามอง]
ตระกูลจางคุกเข่าั้แ่ในลานบ้านไปจนถึงประตู เพื่อต้อนรับจวิ้นจู่น้อยอย่างยิ่งใหญ่
เยี่ยถวนถวนเหยียบเก้าอี้เล็ก ๆ ลงจากเกี้ยว มองดูผู้คนที่คุกเข่าเต็มพื้น
นางคิดในใจ ‘โอ้...ช่างดีจริง ๆ’
ถวนชีชี [...]
สมกับเป็ฮ่องเต้หญิงในอนาคต เห็นผู้คนคุกเข่าให้นางโดยไม่มีความรู้สึกผิดในใจเลยแม้แต่น้อย
“ข้า้ากินขนมพันชั้น”
“ขอรับ เชิญจวิ้นจู่ทางนี้”
ั้แ่ลงจากเกี้ยว พรมแดงปูยาวไปจนถึงลานเล็ก ๆ หน้าห้องโถง
ขณะที่เยี่ยถวนถวนเดิน นางมองผู้คนที่คุกเข่าอยู่สองข้างทาง
ทุกคนก้มหน้าลงไม่กล้ามองนาง กลัวว่าหากเห็นโฉมหน้าของจวิ้นจู่ วันพรุ่งนี้คนของจวนอ๋องเก้าจะมาจับตัวไปปะา
มีเพียงเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งที่อายุราว ๆ เดียวกับนางเท่านั้น ที่กล้าแอบมองนางอย่างขลาดกลัว
นางขี้ขลาดแต่อยากรู้อยากเห็น
ดูเหมือนว่านางจะอิจฉาเสื้อคลุมสีชมพูของจวิ้นจู่น้อยมาก รวมถึงรองเท้ารูปแมวปักดิ้นทองที่สวมอยู่บนเท้าด้วย
“เ้าเป็ผู้ใดหรือ?” เยี่ยถวนถวนก็เพิ่งเคยเห็นเด็กน้อยวัยเดียวกับตนเองเป็ครั้งแรก นางเอียงคอด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ข้า... ข้าน้อยชื่อจางเข่อเหริน เป็หลานสาวของท่านจางหยวนว่ายเ้าค่ะ”
“อ้อ” เยี่ยถวนถวนคิดสักครู่ แล้วชวนนาง “งั้นเ้าไปกินด้วยกันกับข้าหรือไม่”
จางเข่อเหรินกำผ้าเช็ดหน้าแน่นด้วยความไม่กล้า แต่เมื่อเห็นมือที่เยี่ยถวนถวนยื่นออกมา...
ด้วยความที่เป็เด็กวัยเดียวกันเพียงไม่กี่ขวบ ไม่นานก็ไม่มีความรู้สึกถึงชนชั้นวรรณะอีกต่อไป ทั้งสองจูงมือกันไปนั่งในลานบ้าน
[เด็กน้อย จางเข่อเหรินผู้นี้จะถูกลักพาตัวไปในวันนี้ หลังจากนั้นนางจะไม่มีอาหารกิน]
เยี่ยถวนถวนวางขนมพันชั้นในมือทั้งหมดลงบนจานของจางเข่อเหริน ช่างน่าสงสารเหลือเกินที่จะไม่มีอาหารกิน
[จางเข่อเหรินปีนี้อายุสี่ขวบ เรียนในสำนักศึกษาเอกชนมาสองปีแล้ว รู้จักตัวอักษรกว่าพันตัว มีชื่อเสียงพอสมควรในโรงเรียน ชีวิตที่เหลือของนางควรจะได้สืบทอดกิจการของตระกูลจาง]
[แต่ในวันฉลองอายุครบหกสิบปีของปู่ของนาง นางถูกโจรลักพาตัวไปอย่างอุกอาจ ต่อมาถูกขายเข้าหอนางโลม กลายเป็นางโลม หนึ่งปีต่อมา ท่านจางถูกท่านอ๋องเก้าปะาชีวิตในข้อหาทรยศ เมื่อจางเข่อเหรินอายุสิบเจ็ดปีและหนีออกมาได้ กลับมาถึงเมืองชิงหลวนก็พบว่าตระกูลจางไม่มีอยู่อีกต่อไป นางจึงฆ่าตัวตายจบชีวิตที่เหลือ]
แค่ได้ยินก็รู้สึกว่าโหดร้ายเหลือเกิน
แม้นางจะไม่รู้ว่าหอนางโลมคืออะไร แต่รู้สึกว่าเป็สถานที่ที่ไม่ได้มีไว้ให้ผู้คนกินอาหาร
นางเคยประสบกับความรู้สึกที่แย่มากเช่นกัน ก่อนที่จะได้พบกับท่านพ่อและชีชี นางต้องทนหิวโหยทุกวัน
เยี่ยถวนถวนถาม ‘แล้วข้าจะช่วยนางได้อย่างไร?’ นางไม่ชอบเห็นผู้คนต้องอดอยาก
[เด็กน้อยจำเป็ต้องซื้อถุงผ้าไหม ต้องใช้คะแนนสะสม 5 คะแนน]
‘ดี ซื้อเลย’
[ติ๊ง! ซื้อถุงผ้าไหมสำเร็จ] ระบบจำลองเสียงพลุดังขึ้น
หลังจากนั้น เส้นเวลาเกี่ยวกับการถูกลักพาตัวของจางเข่อเหรินก็ปรากฏขึ้นมา
……
ตระกูลของท่านจางนั้นใหญ่โตมาก แม้แต่ลานที่แบ่งออกมาให้เยี่ยถวนถวนโดยเฉพาะก็ยังกว้างขวาง ทั้งยังมีของว่างวางเรียงรายอยู่รอบด้าน
เมื่อลมพัดมา กลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจาย พ่อบ้านของตระกูลจางยืนก้มหน้าอยู่ข้าง ๆ “จวิ้นจู่น้อย หาก้าสิ่งใดเพิ่มเติม โปรดบอกข้าน้อยได้”
“ไม่จำเป็ เ้าถอยไปได้แล้ว”
“เอ่อ...” พ่อบ้านดูลำบากใจ
“เ้าจะอิดออดอะไรนักหนา จวิ้นจู่สั่งให้เ้าถอยไป เ้าไม่เข้าใจหรือ?!” องครักษ์ข้าง ๆ ชักดาบออกมาจ่อที่คอของพ่อบ้านทันที
พ่อบ้านรีบวิ่งหลบออกไปอย่างลนลาน
เมื่อพ่อบ้านจากไป จางเข่อเหรินดูเหมือนจะกล้าขึ้นมาบ้าง นางกล้าที่จะแอบมองเยี่ยถวนถวนบ่อยครั้งขึ้น
นางเห็นเพียงว่าจวิ้นจู่ผู้นี้นั่งอย่างไร้มารยาท กินอาหารด้วยมือเปล่า
แม้จะดูไร้มารยาทยิ่งนัก แต่นางกลับรู้สึกอิจฉา...
จางเข่อเหรินไปหยิบขนมอร่อยที่สุดมาให้นางอีก “จวิ้นจู่ อันนี้อร่อยนัก”
เยี่ยถวนถวนคว้าหนึ่งชิ้นมากัดกิน
“โอ้!” มันช่างอร่อยจริง ๆ
เยี่ยถวนถวนมองจางเข่อเหริน แล้วมองขนมกุ้ยฮวาซูในมือ นางตัดสินใจแล้ว
“ต่อไปนี้ข้าจะปกป้องเ้าเอง” นางจะไม่มีวันยอมให้ใครมาลักพาตัวจางเข่อเหรินไปเด็ดขาด
เมื่อไม่มีผู้คนตระกูลจางอยู่ในลานบ้านแล้ว จางเข่อเหรินก็กลับมาร่าเริงขึ้น “ดีเลย”
มิตรภาพระหว่างเด็กหญิงทั้งสองก็ก่อตัวขึ้นเช่นนี้
แต่เดิมคิดว่าวันนี้จะได้กินดื่มกันเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ แต่จางเข่อเหรินก็เป็ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลจาง
จางหยวนว่ายส่งคนเข้ามาเรียกนางออกไปรินสุราให้บรรดาท่านลุงท่านอาดื่ม
เยี่ยถวนถวนกินขนมบนโต๊ะจนเกือบหมด แล้วยังหยิบใส่กระเป๋าเสื้ออีกสองชิ้น
-- ต้องเอากลับไปให้ท่านพ่อลองชิมด้วย
“มิเช่นนั้น ข้าจะให้องครักษ์อยู่คุ้มครองจางเข่อเหริน?”
เยี่ยถวนถวนอยากกลับบ้านแล้ว
ขณะที่ถวนชีชีกำลังจะตอบ จู่ ๆ ก็มีควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นในลานบ้าน มีคนะโว่า “ไฟไหม้! ไฟไหม้!!”
องครักษ์จากจวนอ๋องเก้ารีบวิ่งมาจากทุกทิศทาง เพื่อจะพาจวิ้นจู่กลับไป
“ไม่ ข้าอยากไปดูที่ครัวของตระกูลจาง ก่อนหน้านี้เข่อเหรินบอกว่ากำลังอบมันเทศอยู่”
องครักษ์ ‘?? อบมันเทศ?’
ถึงเวลาแบบนี้แล้ว จวิ้นจู่น้อยยังคิดถึงเื่กินมันเทศอบอีก จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร
ทหารองครักษ์กำลังเตรียมจะทัดทาน แต่แล้วก็ได้ยินเยี่ยถวนถวนกล่าวว่า “ผู้ใดไม่พาข้าไป ข้าจะให้ผู้นั้นไปเลี้ยงหมาป่าที่เขาด้านหลัง”
แม้จะเป็การเอ่ยซ้ำคำที่น่ารักน่าเอ็นดู แต่เหตุใดผู้ที่ได้ยินจึงรู้สึกหนาวสั่นไปตามสันหลัง
คำพูดจากปากทองคำของจวิ้นจู่น้อย ทำให้พวกทหารองครักษ์ไม่มีทางเลือก จำต้องฝืนใจพานางไปยังห้องครัว
เยี่ยถวนถวนกล่าวเบา ๆ ในใจว่า ‘เช่นนั้นพวกเราจะไปช่วยจางเข่อเหรินใช่หรือไม่?’
[ถูกต้อง ตามเบาะแสที่ให้ไว้ในถุงผ้าไหม อีกไม่นานจะมีคนจากป่าเล็ก ๆ ด้านหลังครัวมาลักพาตัวจางเข่อเหริน]
ดังนั้น จวิ้นจู่น้อยจึงอ้างว่า้ากินมันเทศ พาทหารองครักษ์ของตนมุ่งหน้าไปยังห้องครัว
เมื่อมาถึงประตูครัว เยี่ยถวนถวนยังไม่ทันได้เข้าไปหามันเทศ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น
“ผู้ใด!” เหล่าองครักษ์ชักดาบออกมา แล้วล้อมเยี่ยถวนถวนไว้ตรงกลาง
เมื่อฟังอย่างละเอียด รอบ ๆ ก็ไม่มีเสียงอีกแล้ว
“นี่คืออะไรกัน” เยี่ยถวนถวนเห็นรองเท้าข้างหนึ่งอยู่ริมพุ่มหญ้า รองเท้าคู่นั้นมีขนาดใกล้เคียงกับที่นางสวมอยู่
“อ๊ะ นั่นคือจางเข่อเหริน!” สมองน้อย ๆ ของเยี่ยถวนถวนทำงานอย่างรวดเร็ว นางจับชายกระโปรงวิ่งไปทางป่า “รองเท้าของนางหล่นไป”
การวิ่งครั้งนี้ทำให้เหล่าองครักษ์ใจนแทบสิ้นสติ
พวกเขารีบถือดาบไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว
ในป่า ชายผู้หนึ่งมีแผลเป็บนใบหน้ากำลังอุดปากของจางเข่อเหริน และกำลังจะยัดนางลงในกระสอบ
ทันใดนั้น ทหารองครักษ์สิบกว่านายถือดาบก็พุ่งเข้ามา
ในชั่วขณะนั้น ขาของเขาอ่อนยวบด้วยความกลัว
“จางเข่อเหริน ข้าเคยบอกเ้าแล้วว่าข้าจะปกป้องเ้า” เยี่ยถวนถวนเชิดคางสูงเลียนแบบท่าทางของท่านพ่อ
ถวนชีชีปลื้มปีติจนน้ำตาไหลพราก ในที่สุดก็มีท่าทางคล้ายฮ่องเต้หญิงเสียที
เหล่าทหารองครักษ์ช่วยนางออกมาได้ จางเข่อเหรินใไม่น้อย มือทั้งสองของนางกำชายกระโปรงของเยี่ยถวนถวนแน่นไม่ยอมปล่อย
ถวนชีชี [เด็กน้อย ในตอนนี้เ้าต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนาง ปลอบโยนนางสักหน่อย หลังจากที่พวกเ้าเป็เพื่อนที่ดีต่อกันแล้ว เ้าค่อยถามนางว่ารู้หรือไม่ว่าของมีค่าในบ้านเก็บไว้ที่ใด]
[อย่าลืมว่า องครักษ์เงาของบิดาเ้ามาถึงสามครั้งแล้วยังหาของที่้าไม่พบ พวกเราตกลงกันว่าจะเกาะขาบิดาเ้ามิใช่หรือ]
เยี่ยถวนถวนเกาแก้มแล้วถามว่า ‘ก่อนหน้านี้จะมีเื่มากมายเช่นนี้หรือ’
ถวนชีชีค่อย ๆ แนะนำอย่างใจเย็น [แน่นอนสิ เ้าต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีพอกับผู้อื่น ผู้อื่นถึงจะยอมบอกเ้าเกี่ยวกับสมบัติล้ำค่าในบ้าน—]
“จางเข่อเหริน ของที่มีค่าที่สุดในบ้านของเ้าเก็บไว้ที่ใดหรือ ข้าอยากดูหน่อย”
ถวนชีชี [!!!!!! เ้าถามตรง ๆ เช่นนี้เลยหรือ???]
เหล่าองครักษ์ที่กำลังมัดโจรลักพาตัว “!!!”
จวิ้นจู่น้อยช่างดุดันเหลือเกิน