ผู้กล้าแห่งโลกล่มสลาย

    บทที่ 18 ภารกิจช่วยเหลือกลุ่มอพยพ

    บทที่ 18

    ภารกิจช่วยเหลือกลุ่มอพยพ

            

            สี่วันต่อมา ฉันกับยูมิถูกท่านอิสึมิเรียกเข้าพบเพราะมีภารกิจใหม่ให้ทำ ซึ่งภารกิจที่ว่านั้นคือการออกไปรับกลุ่มอพยพกลุ่มใหม่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

            “จำนวนของผู้อพยพมีประมาณห้าร้อยคน จำนวนอสุรกายที่ติดตามขบวนอพยพมีจำนวนไล่เลี่ยกัน เราจะต้องวางแผนอย่างรัดกุม มิเช่นนั้นเราอาจสูญเสียกลุ่มอพยพกลุ่มใหม่ไปเกินกว่าครึ่ง”

            ตอนพูดน่ะมันง่าย ตอนวางแผนก็ด้วย ดังนั้นก่อนวันช่วยเหลือกลุ่มอพยพจะมาถึง ฉันกับยูมิจำเป็๞จะต้องหยุดทำนาแล้วซ้อมรบที่ศาลเ๯้าทั้งวัน ฉันต้องฝึกยิงธนูไม้ครั้งแล้วครั้งเล่า วันวันหนึ่งฉันยิงไม่ต่ำกว่าสองพันลูก แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังรู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีพอ

            “เราควรจะเข้าขากันมากกว่านี้ เธอว่าไหมยูมิ” ฉันที่นั่งพักดื่มชาอยู่ตรงม้านั่งในเรือนฝึกซ้อมเอ่ยถามยูมิด้วยสีหน้าจริงจัง ยูมิหยุดชกกระสอบทรายแล้วหันมาคุยกับฉันเสียงแหบแห้ง

            “ขอน้ำหน่อยค่ะ” ยูมิซดน้ำชาไปสามแก้วแล้วค่อยสดชื่นขึ้น เธอกลับไปต่อยกระสอบทรายแล้วค่อยตอบคำถามฉัน “ฉันว่าตอนนี้เราก็เข้าขากันอยู่พอสมควรนะคะ เพียงแต่เรายังไม่ได้ซ้อมปฏิบัติตามแผนที่ท่านอิสึมิวางไว้ คุณโนกิเลยรู้สึกยังไม่เข้าขา ไม่พร้อมออกศึกค่ะ”

            “เหรอ อาจจะจริงอย่างเธอว่า เราฝึกซ้อมตามแผนไปแค่สามครั้งเอง”

            “เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าก็ได้ฝึกอีกค่ะ อย่าใจร้อนไปเลยนะคะ ตอนนี้เน้นความสนใจมาที่การฝึกใช้อาวุธก่อนดีกว่าค่ะ ฉันรู้สึกได้เลยนะคะว่าหลังจากฉันฝึกซ้อมต่อยกระสอบทรายด้วยท่ามวยต่างๆ ฉันสามารถดึงพลังผู้กล้าออกมาใช้ได้เยอะขึ้น”

            ปัก!!

            เสียงยูมิชกกระสอบทรายดังขึ้นในจังหวะที่เธอพูดจบ

            “น้ำหนักมือเธอเพิ่มขึ้นหรือเปล่านะ ฉันรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงชกมันหนักแน่นขึ้น”

            “คุณโนกิเองก็ยิงธนูเข้าเป้าตลอดเลยไม่ใช่เหรอคะ ขนาดใช้ลูกธนูห้าดอกพร้อมกันก็ยังเข้าเป้าทุกดอก แถมยังเป็๞จุดตายทั้งนั้น”

            “แค่การโจมตีมาตรฐานแม่นยำขึ้น ใช่ว่าพลังผู้กล้าจะเพิ่มขึ้นเสียหน่อย ฉันยังมีพลังไม่พอทะลวงโล่ของพวกอสุรกายเกราะอยู่เลย”

            นี่ก็เป็๞อีกปัญหาที่ฉันคิดไม่ตก ฉันยังหาทางเพิ่มพลังให้ตัวเองไม่ได้ เหมือนพลังของฉันมีขีดจำกัด ฉันพยายามฝึกฝนตัวเอง พยายามสร้างกล้ามเนื้อ พยายามทำทุกอย่างเพื่อเพิ่มขีดจำกัดของร่างกาย แต่ไม่ว่าจะทำยังไง พลังผู้กล้าก็ไม่เพิ่มขึ้น

            ทุกครั้งที่ฉันได้สู้กับอสุรกายเกราะ ฉันก็ยังยิงมันไม่เข้า ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่สามารถล้มมันได้ สูงสุดที่ฉันทำได้คือการสร้างจังหวะให้ยูมิพุ่งเข้ากวาดล้างเท่านั้น

            ทำไมกันนะ ทำไมพลังผู้กล้าของฉันถึงไม่เพิ่มขึ้น

            “นี่ยูมิ”

            ฉันเรียกยูมิที่ยังคงฝึกซ้อมชกต่อยกับกระสอบทรายไม่เลิก

            “มีอะไรว่ามาได้เลยค่า~”

            “เธอคิดว่าพลังผู้กล้าของเรามีขีดจำกัดไหม”

            คำถามนั้นทำให้ยูมิหยุดคิดชั่วครู่หนึ่ง เธอหอบหายใจ ขมวดคิ้ว ทำหน้ามุ่ยแล้วก็ตอบฉันอย่างไม่ใส่ใจ

            “ไม่รู้สิคะ อาจจะมีก็ได้”

            “นี่เธอ ฉันจริงจังอยู่นะ”

            “อย่าไปซีเรียสกับมันเลยค่ะ ถ้ามันมีขีดกำจัดจริงๆ เราก็แค่ต่อสู้ด้วยกัน หากคนนึงล้มศัตรูไม่ได้ เราก็แค่ต้องช่วยกันล้ม แค่นี้พลังของผู้กล้าก็เพิ่มเป็๞สองเท่าแล้วค่ะ”

            ฉันมองยูมิที่กลับไปชกกระสอบทรายต่อ แล้วก็ต้องส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ ความคิดของยัยบ้านี่ยังพิลึกไม่เคยเปลี่ยน

            ที่ฉันถามเธอน่ะ ไม่ใช่ว่าฉันอยากฆ่าอสุรกายเกราะให้ได้เพียงลำพังสักหน่อย โอเคฉันยอมรับก็ได้ว่ามีส่วนที่ฉันอยากฆ่ามันด้วยตัวคนเดียวอยู่บ้าง แต่ในใจลึกๆ แล้วฉันแค่อยากมีพลังที่สามารถปกป้องพวกเธอได้ต่างหากล่ะ

            

            ในที่สุดวันเริ่มทำภารกิจก็มาถึง

            ฉันกับยูมิออกมาอยู่นอกกำแพงเขตอาคมรอการมาของขบวนอพยพ ที่ที่เรายืนอยู่นี้เป็๲ดาดฟ้าของตึกร้างตึกหนึ่ง จากคำพยากรณ์ของท่านอิสึมิ ขบวนอพยพจะวิ่งมาตามเส้นทางของถนนใหญ่ ดังนั้นสองวันก่อนหน้านี้ฉันกับยูมิจึงมาเคลียร์เส้นทางรอไว้ให้ก่อนแล้ว

            “ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าเราทำความสะอาดถนนที่ยาวเกือบสามกิโลด้วยพลังผู้กล้ากันแค่สองคน” ยูมิดูปลื้มใจกับเส้นถนนที่สะอาดตาเสียเหลือเกิน

            “ถ้าจำไม่ผิด สองวันที่แล้วฉันได้ยินเธอบ่นอิดออดตลอดเลยนะ”

            “แหมๆ อย่าไปพูดถึงอดีตอันน่าอดสูของฉันเลยค่าา เรามาภูมิใจให้กับผลงานเบื้องหน้าเราดีกว่านะคะ”

            ฉันล่ะเหนื่อยใจกับยัยบ้านี่จริงๆ ให้ตายสิ

            “นี่ไมยะ อีกนานไหมกว่าขบวนอพยพจะมา”

            ฉันใช้วิทยุสื่อสารถามไมยะที่สแตนด์บายอยู่หลังกำแพงเขตอาคม

            “อีกสี่นาทีโดยประมาณค่ะ ทั้งสองคนเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ ฉัน๱ั๣๵ั๱ได้ถึงความผิดปกติจากสนามรบค่ะ”

            “หวา~ ไมยะพูดมาแบบนี้แสดงว่าต้องมีอสุรกายตัวบะเอ้กโผล่มาแน่ๆ เลยค่าาาา”

            “ยูมิเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ ลองไมยะได้พูดอย่างนี้ ฉันว่าเราเจอศึกหนักแน่”

            “คุณโนกิอย่าบิ้วท์สิคะ ฉันยิ่งประหม่าอยู่ด้วย”

            ฉันกับยูมิจับอาวุธในมือกันอย่างแน่วแน่ เสียงฝีเท้ากลุ่มใหญ่ดังใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่นานคงมาถึงจุดที่เรายืนอยู่

            “คุณโนกิคะ ทางสิบนาฬิกาค่าาา!!”

            “ดูจากฝุ่นควันแล้ว ฉันว่าเราต้องเหนื่อยกันหน่อยแล้วล่ะยูมิ”

            “กลัวที่ไหนล่ะคะ สู้ตายค่าาาา!!”