หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก
บทที่ 31 ผิดคน
หลังการเรียนของวันสิ้นสุดลง จิ้นอันก็หารือเื่เช่าที่มาทำร้านน้ำชา ั้แ่ใต้เท้าอูประกาศเก็บภาษี จากเมืองที่เคยเป็ศูนย์กลางการค้าก็เริ่มมีแต่ปัญหา ทั้งเ้าเมืองยังมาาเ็จนต้องมีคนมารักษาการในตำแหน่งแทน
ทำให้ร้านค้าหลายร้านเลือกปิดกิจการและขายหรือให้เช่าพื้นที่ จึงพวกเขาสามารถหาเช่าที่ดีๆ สำหรับทำการค้าได้ไม่ยาก
เมื่อตกลงเื่เช่าสถานที่เสร็จก็ลงมือปรับปรุงร้านค้าให้เป็ร้านน้ำชา โดยเป่าเปาขอให้สร้างห้องพิเศษห้องหนึ่งที่ด้านหลัง แม้จิ้นอันจะไม่รู้ว่ามันมีไว้ทำสิ่งใด แต่เขาก็ทำตามที่เป่าเปา้า การค้าแห่งแรกของเป่าเปาจึงเริ่มต้นขึ้น
เป่าเปาคำนวณดูแล้วว่านางมีเวลาเพียงไม่เกินห้าปีที่จะทำให้ร้านน้ำชาให้กลายเป็จุดศูนย์กลางขายข่าวให้ได้ ไม่เช่นนั้นทุนที่มีจะไม่เพียงพอให้เปิดร้านน้ำชาต่อไปได้อีก ดังนั้นนางต้องวางแผนการสร้างเครือข่ายข่าวสารให้ดีที่สุดภายในห้าปี ทั้งยังต้องหาผู้ช่วยที่ไว้ใจได้เพิ่มอีกด้วย
-------
ณ เมืองทังโจว
ฝูเฟิ่ง บุรุษผู้ได้รับเลือกให้รักษาการผู้ดูแลศาลประจำเมือง และเป็ผู้ช่วยเ้าเมืองดูแลความเรียบร้อยของประชาชน กำลังเริ่มภารกิจแรกหลังได้รับแต่งตั้งอย่างเป็ทางการ
เขาเริ่มออกสำรวจและทำความรู้จักกับชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านรอบๆ เมืองเป็อันดับแรก เพราะเขาเป็ประชาชนในเมืองทังโจวอยู่แล้ว ทำให้รู้จักผู้คนส่วนใหญ่ในเมือง แต่ไม่รู้จักชาวบ้านตามหมู่บ้าน
ฝูเฟิ่งเดินสำรวจและแนะนำตัวตามหมู่บ้านต่างๆ จนมาถึงที่หมู่บ้านซานซัน เมื่อพบเข้ากับหลี่กังที่กำลังถอนวัชพืชอยู่ในตอนนั้นเขาก็ะโเรียกขึ้นว่า
"ท่านหลี่!!"
เขาร้องเรียกออกมาด้วยความใ ฝ่ายผู้ถูกเรียกเองก็ใไม่แพ้กัน ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน ก่อนที่หลี่กังจะหลุบตาลงก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ใต้เท้าฝู ท่านคงจำคนผิดแล้วขอรับ"
"หากข้าจำคนผิด ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าแซ่ฝู"
หลี่กังหยุดชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ตอนนี้ท่านทำหน้าที่ดูแลศาลประจำเมืองและดูแลเหล่าชาวบ้านอย่างพวกเรา มีใครไม่รู้แซ่ของท่านบ้างเล่าขอรับ ซานหลาง เ้าว่าจริงหรือไม่"
หลี่ซานหลานชายคนที่สามของเขาเกาหัวทีหนึ่งก่อนจะตอบรับ เพราะดูจากเครื่องแบบที่เขาสวมใส่น่าจะเป็ขุนนางผู้หนึ่งจริงๆ ตอนเข้าเมืองทังโจวครั้งล่าสุด เขาไม่ได้ฟังข่าวสารบ้านเมืองเพราะมัวแต่วิ่งวุ่นเื่ทำร้านน้ำชา ทำให้ไม่รู้ว่าผู้ดูแลศาลกลางเมืองคนใหม่แซ่ฝู
ฝูเฟิ่งรู้สึกว่าคำพูดของหลี่กังมีเหตุผลเช่นกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็รู้สึกว่าบุรุษตรงหน้าคือคนที่เขารู้จักอย่างแน่นอน แม้บุรุษผู้นี้จะดูใบหน้าหมองคล้ำขึ้นมากและตัวเต็มไปด้วยกล้ามมัด บางทีบุรุษผู้นี้อาจมีเหตุผลบางอย่างที่ปฏิเสธว่าไม่รู้กับเขาก็เป็ได้ ไว้มีโอกาสเขาค่อยมาที่นี่อีกครั้งก็แล้วกัน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ฝูเฟิ่งก็ขออภัยที่ตนทักคนผิด แล้วเดินจากไป โดยมีหลี่ซานที่ส่งสายตาเสียดายตามหลัง หากท่านอารู้จักกับใต้เท้าผู้นั้นก็ดีน่ะสิ่ บางทีเขาอาจไม่ต้องเหนื่อยวิ่งไปวิ่งมาทำเื่ร้านน้ำชาขนาดนี้ก็เป็ได้ เฮ้อ น่าเสียดายจริงๆ
ฝูเฟิ่งเดินกลับบ้านพร้อมทหารติดตามอย่างครุ่นคิด ดูเหมือนพี่หลี่จะเคยสอบจอหงวนได้นี่นา เหตุใดถึงมาทำไร่ทำนาอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้ ยังไม่ทันคิดจบ
จู่ๆ ก็มีทหารจากเมืองทังโจวตามเขาไปพบเ้าเมืองคนปัจจุบัน ทำให้เขาต้องปัดเื่ที่พบคนรู้จักทิ้งแล้วเตรียมตัวไปพบคนใหญ่คนโตของเมือง
"ข้าน้อยฝูเฟิ่ง คารวะท่านเ้าเมืองขอรับ"
"อ้าวใต้เท้าฝูมาแล้วรึ เชิญๆ"
เสียงเชื้อเชิญอย่างใจดีดังขึ้นจากด้านในห้องหนังสือ ทำให้ฝูเฟิ่งเปิดประตูเข้าไป พบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ในนั้น
"ไม่แน่ใจว่าจะเดินหมากกับข้าสักตาได้หรือไม่?"
"ขอรับ"
ฝูเฟิ่งนั่งลงฝั่งตรงข้ามก่อนจะหยิบหมากตรงหน้าวางลงตามคำเชิญชวน ผู้เป็บัณฑิตนอกจากต้องศึกษาหาความรู้ในตำราแล้ว ยังต้องมีความรู้ในการเดินหมากเพื่อนำไปใช้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเหล่าบัณฑิตคนอื่นๆ อีกด้วย
นอกจากนั้นการเดินหมากยังถือเป็ทักษะทดสอบความสามารถที่ใช้ในการระหว่างเจรจากับเหล่าชนขั้นสูงหรือพวกขุนนางอีกด้วย
ระหว่างเดินหมาก ใต้เท้าจ้งก็เริ่มเอ่ยจุดประสงค์ที่เรียกอีกฝ่ายหนึ่งขึ้นว่า
"ไม่ทราบว่าใต้เท้าฝูสนใจมาทำงานกับข้าหรือไม่?"
"ข้าน้อยก็ทำงานให้ท่าน ทำงานให้กับประชาชนอยู่แล้วไม่ใช่หรือขอรับ"
ฝูเฟิ่งทำเป็ไม่เข้าใจในสิ่งที่ใต้เท้าจ้งพูด ก่อนเข้ามาในตำแหน่งนี้ เขาพอได้ยินเื่รักษาการเ้าเมืองคนใหม่สั่งเกณฑ์คนในเมืองไปช่วยขุดเหมืองที่เมืองอื่น ทำให้รู้ว่า ใต้เท้าจ้งคนนี้ต้องเป็คนของคนใหญ่คนโตในเมืองหลวง การพูดแบบนี้แสดงว่า้าให้เขาไปทำงานกับคนใหญ่คนโตผู้นั้นแน่นอน
ใต้เท้าจ้งเองก็รู้ว่าอีกฝ่ายเข้าใจที่ตัวเองพูดแต่เลือกที่จะยังไม่ตอบรับ ทำให้ทั้งสองต้องลองเชิงกันไปมา
"ในรัชศกที่สิบเอ็ด มีบุรุษผู้หนึ่งสอบได้จอหงวนแต่ไม่ได้รับตำแหน่ง ใต้เท้าฝูรู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด"
ฝูเฟิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกต ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"เพราะเขาขอสละสิทธิ์ใช่หรือไม่ขอรับ"
"ฮ่าๆๆ ท่านช่างมองโลกในแง่ดีจริงๆ ข้าจะบอกอะไรให้ หากท่านไม่รู้จักผ่อนสั้นเป็ยาว ท่านก็อาจเป็แบบจอหงวนในปีนั้นก็เป็ได้"
"เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือขอรับ"
"บุรุษผู้นั้นและครอบครัวหายสาบสูญกลางป่า และไม่มีใครพบเห็นพวกเขาอีกเลยน่ะสิ"
ฝูเฟิ่งชะงักเล็กน้อยก่อนจะเดินหมากต่อไปด้วยจิตใจสับสน เมื่อครู่เขาเพิ่งเจอกับบุรุษที่ใต้เท้าผู้นี้กล่าวถึงไม่ใช่หรือ ปีนั้นเพราะที่บ้านเขามีปัญหาจึงยุ่งอยู่กับเื่ของทางบ้าน จึงไม่ได้รู้ว่าจอหงวนปีนั้นหายสาบสูญ
ทั้งสองเดินหมากจบไปสองตา ฝูเฟิ่งก็ขอตัวกลับด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเคร่งเครียด เขาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำเชิญของอีกฝ่าย ได้แต่ขอเวลาไตร่ตรองดูก่อน
ใต้เท้าจ้งไม่ได้กดดันหรือเร่งรัดเอาคำตอบ เขาให้เวลาอีกฝ่ายไปคิดให้ดีก่อนมาให้คำตอบเขาในภายหลัง
เมื่อออกจากจวนใต้เท้าจ้ง ฝูเฟิ่งก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วกลับไปที่หมู่บ้านซานซันอีกครั้งในฐานะชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ชุดขุนนางเหมือนเมื่อเช้า อีกทั้งยังไม่พาผู้ติดตามไปด้วย
เขาเดินตามหาบ้านของตระกูลหลี่ในหมู่บ้านซานซัน พบว่ามีอยู่สามหลัง ดังนั้นเขาจึงเดินแวะเวียนไปสองหลังแล้วแต่ยังไม่พบคนที่้าพบ จนมาถึงบ้านหลังสุดท้ายที่ดูมีคนมากกว่าสองหลังที่ผ่านมา
ตอนนี้เป็เวลาอาหารเย็นของบ้านหลังนี้ ทำให้ฝูเฟิ่งลังเลใจที่จะเดินเข้าไปด้านใน แต่เป็หลี่ซานลูกชายคนที่สามที่สายตาไวมองเห็นแขกผู้มาเยือน ดวงตาของเขาเป็ประกายขึ้นมาทันทีก่อนจะะโเรียกขึ้นว่า
"ใต้เท้าฝู!!"
ทุกคนที่กำลังกินข้าวมื้อเย็น หันไปมองทางฝูเฟิ่งเป็สายตาเดียวกัน จนฝูเฟิ่งถึงกับเก้อเขิน เดินเข้ามาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"ขออภัยที่มารบกวนยามนี้ ข้าเพียงมีบางอย่างสงสัยและอยากสอบถามกับท่านหลี่ขอรับ"
แม้ฝูเฟิ่งจะมีสถานะเป็ขุนนางชั่วคราว แต่เขาก็ยังเอ่ยกับหลี่กังอย่างนอบน้อม เพราะเมื่อสิบปีก่อน เป็หลี่กังที่คอยช่วยเหลือและผลักดันให้เขามีทุกวันนี้ ทำให้เขารู้สึกเคารพอีกฝ่ายเป็อย่างมาก
เป่าเปารู้สึกเหมือนเคยเห็นอีกฝ่ายมาก่อน แต่ไม่รู้ว่าเคยเห็นที่ไหน สงสัยเคยเจอในเมืองทังโจวหรือเปล่ากันนะ นางได้แต่คิดในใจ
ทางตระกูลหลี่นอกจากหลี่ซานลูกชายคนที่สามกับหลี่กังผู้เป็อาไม่มีใครรู้ว่าแขกผู้มาเยือนคือใคร ทำให้ทุกคนมองไปทางหลี่ชุนเพราะคิดว่าคนตรงหน้า้าคุยกับเขา หลี่ชุนผู้ถูกสายตาจ้องมองมาก็เลิ่กลั่ก ก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นว่า
"คุณชายท่านนี้ มีเื่อะไรกับข้าหรือขอรับ ข้าไม่เคยเล่นการพนัน ยืมเงิน หรือเที่ยวหอนางโลม หากท่านมาหาข้าเื่พวกนี้ บอกเลยว่าท่านมาหาผิดคน!!"
"เอ่อ...ข้ามาหาท่านหลี่กังขอรับ"
"..."
จากความร้อนตัวเป็เหตุ จากไม่สงสัยทำให้หลี่หลิงผู้เป็ภรรยารู้สึกสงสัยขึ้นมาทันที สามีของนางต้องเคยไปทำอะไรมาแน่ๆ ถึงได้ร้อนตัวขนาดนี้ หึ รอแขกกลับไปได้เจอกันแน่!!