"...เอิ่ม นี่ใช่สินค้าของร้านเเน่หรอ?"
ฉันที่กำลังมองเเว่นตาสีดำอยู่หันไปเอ่ยถามอีฟพลางขมวดคิ้ว
"ช่ายเเล้วล้าา~ ของทั้งหมดที่อยู่ในชั้นนี้เป็สินค้าของที่นี่ล่ะน้าา~"
เธอยิ้มระรื่นให้ฉันก่อนจะตอบคำถามของฉันด้วยน้ำเสียงที่ยืดยาว
พอฉันได้ยินเเบบนั้นก็ยิ่งสงสัยหนักขึ้นเเละหันไปมองเ้าเเว่นดำนั่นอีกครั้ง
บริเวณหน้ากระจกมันมีข้อมูลของสิ่งของชิ้นนี้เขียนเอาไว้เป็ตัวอักษรที่ฉันอ่านได้อยู่
ฉันมองรายละเอียดที่เขียนไว้นั่นอีกครั้งพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
[เเว่นดำ]
>มอบคุณสมบัติการล่องหนให้กับผู้ที่สวมใส่อุปกรณ์ชิ้นนี้
[เงื่อนไขการเเลกเปลี่ยน]
>จับผิดผู้ชายที่เเอบไปนอกใจภรรยาให้ได้10คน
[ความคืบหน้าของเงื่อนไข]
(0/10)
.......
เห็นเเล้วปวดหัวเลยเเหะ ไอ้เ้าเเว่นนี่น่ะ...
มีเื่ให้ติตั้งหลายอย่าง อย่างเเรกเลยคือคุณสมบัติมันดีเกินกว่าจะใช้ชื่อว่า'เเว่นดำ'เฉยๆ อย่างน้อยๆก็ควรตั้งให้มันดูดีกว่านี้อย่าง'เเว่นดำพลางตัว'อะไรเเบบนี้...เเต่นั่นมันยังพอปล่อยผ่านได้ถ้าเทียบกับอีกเื่ที่เขียนเอาไว้
"ไอ้เงื่อนไขการเเลกเปลี่ยนนี่มัน...."
ให้จับผิดผู้ชายที่เเอบไปนอกใจภรรยาตัวเอง..เอาจริงดิ!?
นี่มันมินิเกมประเภทไหนกันเนี้ย!
หรือความสามารถของเเว่นมันจะมีอยู่เพื่อการนั้น!? ถ้างั้นก็ไม่เอาล่ะ ขอผ่าน!
ให้ไปยุ่งเื่ชาวบ้านเเบบนั้นมันไม่ใช่นิสัยของฉัน ไม่ได้อยากเป็สายลับจับผิดอะไรเเบบนั้น
ฉันหันไปดูของอย่างอื่น เเต่ก็พบว่าเเต่ล่ะอย่างนั้นก็พิลึกหน้าปวดหัวไม่เเพ้กัน
ยิ่งมันเป็ของที่มีความสามารถสูงขึ้นเงื่อนไขการเเลกเปลี่ยนก็ยิ่งประหลาดมากขึ้น
ฉันตั้งใจดูมาสักพักเเล้วเเต่ยังไม่เจอของที่สามารถใช้เงินเเลกเปลี่ยนได้อยู่เลย
อย่างกับว่ามันเป็มินิเกมเล็กๆที่พระเ้าสร้างขึ้นมาให้ฉัน เเต่ความพิลึกของเกมที่เขาส่งมาเเต่ล่ะอย่างมันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกอยากเล่นเลย...
ถ้ามีเงื่อนไขที่บอกว่าให้ไปกำจัดมอนเตอร์อยู่ฉันก็คงยินดีทำมากกว่านี้...เเต่-อะไรกันล่ะเนี้ย เ้าเงื่อนไขพิลึกพิลั่นพวกนี้
[ถุงน่องสีดำ]
>ผู้สวมใส่จะสามารถได้ค่าประสบการณ์(ให้กับเฮดโฟนหูเเมว)เเม้ว่าจะใช้ขาต่อสู้
[เงื่อนไขการเเลกเปลี่ยน]
>ค้นพบสิ่งมีชีวิตที่มีรสนิยมชอบสาวน้อยสวมถุงน่อง 20 คน (ไม่จำกัดชายหญิงหรือเพศที่สาม)
[ความคืบหน้าของเงื่อนไข]
>(1/20)
........
มันเป็ของที่ดีมาก ดีเเบบที่ฉันควรจะได้มันมาตั้งเเต่มาที่โลกนี้เมื่อวาน...
เเต่...ไหงมันถึงได้เอามาขายในร้านเเบบนี้? เเละไอ้เงื่อนไขนั่นอีก-จะให้ฉันไปตามหาพวกโรคจิตเเบบนั้นเพื่ออะไรกัน! เเล้วนั่น!ไอ้ความคืบหน้าที่ขึ้น(1/20)นั่นฉันบังเอิญไปเจอคนที่มีรสนิยมเเบบนั้นเข้างั้นหรอ!?
ยังไงก็ช่างตอนนี้ฉันใช้เวทยมนตร์ได้เเล้ว ของเเบบนี้มันจึงไม่จำเป็อีก
[ชุดเมด]
>ผู้สวมใส่อุปกรณ์ชิ้นนี้จะสามารถสร้างสถานะหลงไหลให้กับสิ่งมีชีวิตรอบๆ จะไม่มีทางถูกโจมตีหรือถูกอีกฝ่ายกระทำใดๆนอกจากการถูกมองเท่านั้น
ไม่สน...ไม่สน...ถึงจะเป็เงื่อนไขที่ผ่านได้ง่ายๆฉันก็ไม่คิดจะใส่ของน่าอายเเบบนั้นหรอก
[ริบบิ้นสีเเดง]
>ผู้สวมใส่สามารถน่ารักขึ้นได้
ฉันมองข้าม...
[ลูกแก้วแรร์]
>ผู้ใช้สามารถมองเห็นอนาคตได้โดยการกำหนดวันเเละเวลาอย่างเจาะจง
โอ้ว~! อันนี้น่าสนนะ เเต่-
[เงื่อนไขการเเลกเปลี่ยน]
>เสียจูบเเรกให้คิงก็อปลิน
อื้ม...อย่างกับตั้งขึ้นมายั่วฉันเล่นๆอย่างงั้นเเหละ
ถ้าไม่อยากจะให้ฉันได้มันจริงๆก็ไม่ต้องเอามันมาขายที่นี่เเต่เเรกสิคะ ไอ้คุณพระเ้า!
[หมอนข้าง] [ตุ๊กตาเเมวเเก้เหงา] [อุ้งเท้าเเมวเลเวล2] [คัมภีร์เสริมฟังก์ชั่นการเปลี่ยนสีเฮดโฟน] [ช้อนทานอาหาร] [จานเรืองเเสง] [ผงชูรส] [พืชกินคน] [ปลาพูดได้] [เครื่องสำอาง] [ไม้ถูพื้น] [ชุดเเต่งงาน] [ชุดพ่อบ้าน] [คัมภีร์เวทย์ธาตุดิน] [คัมภีร์เวทย์ธาตุน้ำ] [คัมภีร์เวทย์ธาตุลม] [ตำราอัญเชิญั] [ดาบพิชิตอสูร] [คฑาเวทยมนตร์] [ยาฆ่าเเมลง] [น้ำหอมเ้าเสน่ห์] [ตำราอัญเชิญเเมวดำ] [ตำราอัญเชิญเเมวเขียว] [คัมภีร์ย้อนวัย] [คัมภีร์เปลี่ยนเพศ] [หนังสือเเนะเเนว] [ปากกา] [เครื่องปริ้น] [ผ้าปูโต๊ะ] [คัมภีร์เรียกเขาวงกต]
ฉันเดินไปดูของนู้นนี่นั่น ที่มีทั้งของใช้ทั่วไปที่ไม่ทั่วไป ไปจนถึงของสุดเเฟนตาซีอย่างคัมภีร์อัญเชิญเเละคัมภีร์ที่ให้ผลเเปลกๆ โดยรวมก็มีอันที่น่าสนใจเเละน่าเมินอยู่มาก เเต่ยังไม่มีอันไหนที่เข้าท่าสักอย่าง ไอ้ของที่ดูจะใช้ได้ก็ดันมีเงื่อนไขการเเลกที่ยากเหลือเกิน
เเล้วมันไม่ได้ยากในเเบบที่ใช้เวลานานหรืออะไรนะ เเต่ยากในอีกความหมายนึง...
บางอย่างก็พอทำได้ เเต่คงต้องใช้เวลานิดหน่อย
เเละในระหว่างที่ฉันเดินสำรวจของในชั้นนี้จนเกือบหมดเเล้ว ฉันก็สังเกตได้ว่าอีฟกำลังทำบางอย่างอยู่ที่ข้างหลังฉัน
"....ทำอะไรน่ะ"
ฉันหันไปจ้องเธอที่กำลังลูบคลำหางของฉันอย่างเพลิดเพลินอยู่
"เเหม~ โดนจับได้ซะเเล้วว~"
อีฟที่เห็นฉันยิ้มขี้เล่นออกมา เธอปล่อยมือจากหางของฉัน เเต่สักพักเธอก็ลูบคลำมันต่อ
"นี่..."
ฉันจ้องเธออย่างรู้สึกเคือง เเต่เธอก็ยังคงยิ้มเเละพูดออกมาอย่างอารมณ์ดีว่า
"ขอโทษน้าา~ พอดีเค้าถูกใจเ้าหางนี่ของเธอเข้าเเล้วน่ะ~"
"..........."
ฉันมองเธอลูบคลำหางนั่นเเล้วก็รู้สึกเหนื่อยใจ
จะว่าไงดี มันรู้สึกเเปลกๆน่ะ เวลาที่มีคนมาลูบหางฉัน
ถึงมันจะไม่ได้เชื่อมประสาทกับฉันเอาไว้ทำให้ฉันไม่รู้สึกจั๊กกะจี้หรือรู้สึกว่าส่วนหนึ่งของตัวเองโดนลูบอยู่ เเต่พอเห็นเเบบนี้เเล้วมันรู้สึกเเปลกๆจริงๆนะ...อย่างกับว่าตัวเองกำลังถูกลวนลามทางอ้อมเลยน่ะ
"ปล่อยสักทีเถอะนะ ฉันรู้สึกเเปลกๆ"
"จร้าๆ~ จะปล่อยเดี๋ยวนี้เเหละ~"
เธอปล่อยมือจากหางฉัน เมื่อเ้าส่ายไม่ได้รับการลูบอย่างอ่อนโยนเเล้วมันก็หางตกอย่างเศร้าสร้อย...พอเห็นเเบบนั้นเเล้วฉันก็ต้องเป็คนลูบคลำมันจนกว่ามันจะพอใจเเทน
"ฟรานนี่มีรสนิยมที่เเปลกดีน้า~"
"ไม่ใช่สักหน่อย! เธอก็น่าจะรู้จากความทรงจำที่มีอยู่เเล้วไม่ใช่หรอ?"
"อ่ะฮะๆ~ นั่นสิน้า~ เค้าลืมไปเลย~"
อีฟเกาหัวเเก้กๆเเล้วยิ้มเเก้เขิลให้กับความขี้ลืมของตัวเอง
ฉันคิดว่าเธอจงใจเเกล้งลืมมากกว่า เเต่เอาเถอะ เธอคงไม่เเซวฉันเเล้วเพราะงั้นจะปล่อยไปก็ได้
เเต่ทันทีที่คิดเเบบนั้น-
"ถึงงั้นก็เถอะน้า~ เเต่การลูบหางตัวเองเล่นนี่-
"หยุดเลย ถ้ายังพูดเื่นี้อีกฉันโกรธจริงจังนะ!"
"อ่ะ! ขอโทษ~ อย่าโกรธเค้าเลยน้าา~"
"ฮึ่มม"
*
อีฟเนี้ยเป็ตัวตนที่อันตรายในหลายๆความหมายเลยเเหะ ไม่ว่าจะพูดจาเเบบไหนเเสดงอารมณ์ยังไงก็ต้องทำท่าน่ารักเหมือนสาวน้อยที่หลุดมาจากการ์ตูนตลอด ถ้าเกิดมันหักมุมว่าเธอเป็คนซาดิสอยู่ลึกๆล่ะก็คงน่ากลัวน่าดู
ฉันคิดเช่นนั้นเเล้วมองของที่อยู่ที่นี่ต่อ ตอนนี้ฉันเดินมาถึงโซนสุดท้ายของที่นี่เเล้ว คาดว่าดูอีกไม่กี่ชิ้นก็คงจะจบ
.....
"หืม นั่นมัน..."
ฉันที่เดินไปเห็นคัมภีร์ซึ่งเเปลกจากคัมภีร์ก่อนหน้านี้ มันมีสีดำอมม่วงชวนให้สนใจ ฉันเดินไปดูมันใกล้ๆ เเละเมื่ออ่านรายละเอียดของคัมภีร์ชิ้นนี้ฉันก็ต้องใจนเบิกตากว้าง
[คัมภีร์อัญเชิญสองพี่น้องอัศวินทมิฬ(เฟย่า&ราฟเน่)]
>เรียกสองพี่น้องอัศวินทมิฬ เฟย่า&ราฟเน่ ซึ่ง'Aiko_ja'เคยมาจุติที่โลกนี้
-อัศวินทมิฬเเห่งการครองศึก เฟย่า
-อัศวินทมิฬเเห่งการเฝ้าระวัง ราฟเน่
"เื่จริงหรอเนี้ย..."
ฉันอ่านถึงตรงนั้นเเล้วก็ยังใไม่หาย
เฟย่าเเละราฟเน่คือสองพี่น้องที่ถูกจัดว่าเป็กำลังรบในเกมที่สำคัญ เพราะด้วยความสามารถที่สูงทั้งเวทย์เเละกายภาพจึงกลายมาเป็ความนิยมที่ผู้เล่นใช้กันเยอะ...อีกทั้งดีไซร์ตัวละครของทั้งคู่ก็จัดว่าเป็สาวน้อยน่ารักที่หลายคนต่างก็ชื่นชอบซะด้วย...
เเต่...กับคนที่ไม่เคยเล่นเกมได้ยินชื่อพวกเธอไปก็คงไม่เข้าใจถึงความสุดยอดนี้หรอก
เอาเป็ว่าที่ฉันกำลังใอยู่เนี้ย คือเื่ที่ว่าจะให้เฟย่าเเละราฟเน่ซึ่งเป็ตัวละครจากในเกมมาโผล่ที่โลกจริงเลยงั้นหรอ!? จริงอยู่ที่ว่ามันน่าเหลือเชื่อมาก เเต่พอคิดว่ามันสามารถเป็ไปได้เพราะมีพลังของพระเ้าอยู่ก็ทำให้ฉันยอมรับได้
ก็ทั้งส่งฉันมาต่างโลกเเละเอาพลังจากในเกมที่ฉันเล่นมาให้ฉันใช้ด้วยนี่ พระเ้าที่มีพลังระดับนั้นอะไรๆก็คงเป็ไปได้ทั้งนั้นเเหละ อย่าง...ถ้าเขาจะให้ฉันตายเเล้วก็เกิดใหม่เป็เเมวก็คงทำได้เเบบเหงื่อยังไม่ตกจากหน้าผากเลยล่ะ....ถึงจะไม่รู้ว่าพระเ้าเขามีเหงื่อกันหรือเปล่าก็เถอะ
พอคิดเเบบนั้นเเล้วก็ชักสงสัยตัวตนที่เรียกว่าพระเ้าเเล้วล่ะสิ ที่ผ่านมาตอนยังอยู่โลกเดิมฉันคิดว่าชาตินี้ฉันคงไม่มีทางได้เจอกับตัวตนระดับนั้นเเน่นอน เเต่ตอนนี้มันอะไรกันน่ะ ทั้งถูกส่งมาต่างโลกเเละก็ได้รับพลังวิเศษ อย่างกับเื่ราวที่ขายอยู่ตามท้องตลอด่นี้เลย
ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยคิดเื่นี้มากนักเเต่ตอนนี้ฉันชักสงสัยเกี่ยวกับมันมากขึ้น เขามีพลังมากเเค่ไหน มีรูปร่างอย่างไรเเละมีเป้าหมายอะไร มันเริ่มมีเื่น่าสงสัยเพิ่มมากขึ้น
.....
...ถึงจะนึกสงสัยก็เถอะ เเต่ให้ไปสงสัยตัวตนระดับนั้นไปมันก็คงไม่ถูกต้องนัก จะว่าไงดีล่ะ คือเเบบมันอธิบายยากน่ะ
....
ฮึ่ม...ช่างมันล่ะกัน ลืมๆมันไปเถอะ เอาเป็ว่าเรากลับมาสนใจเื่คัมภีร์อัญเชิญนี่ต่อดีกว่า!
ตอนที่เห็นสิ่งนี้ครั้งเเรกฉันก็ดีใจอยู่หรอกนะ ที่จะได้เห็นพวกเธอมาโลดเเล่นเเละมีชีวิตอยู่จริงๆในโลกนี้...ก็มันตัวละครที่ฉันลงทุนปั้นเก็บเลเวลมาเลยนี่นะ
เเต่พอมาคิดว่าพวกเธอที่เป็ตัวละครสำคัญในเกมที่ถึงขั้นมีเนื้อเื่เสริมเฉพาะตัวออกมาวางขายด้วยเเล้วเนี้ย เงื่อนไขการเเลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้พวกเธอมาคงเป็ให้ทำอะไรที่น่าอายสุดๆไม่ผิดเเน่ อย่างเเย่สุดคงเป็ให้เเต่งงานกับอ็อค-
คิดเเล้วขยะเเขยงเเหะ เอาเป็ว่าถ้ามันเป็เงื่อนไขระดับนั้นจริงฉันคงจะยอมเเพ้เเละปล่อยให้พวกเธอเเช่อยู่ในตู้กระจกนี่ต่อไป
คิดได้เเล้วฉันก็ทำใจครู่หนึ่งก่อนจะเลื่อนสายตาลงอ่าน ณ จุดที่เขียนว่า [เงื่อนไขการเเลกเปลี่ยน]
[เงื่อนไขการเเลกเปลี่ยน]
>ได้ร่วมนอนห้องเดียวกับคนอื่นหนึ่งคืน
[ความคืบหน้าของเงื่อนไข]
>(1/1) [สำเร็จเงื่อนไขการเเลกเปลี่ยนเเล้ว]
.....
นั่นไงเป็เงื่อนไขที่พิลึกพิลั่นไม่ต่างกับอันอื่นจริงด้วย
ถึงงั้นก็เถอะ เเต่บังเอิญทำสำเร็จเงื่อนไขไปเเล้วเเหะ...คงจะนับตอนที่ฉันนอนร่วมห้องกับบันนี่สินะ
ถือเป็เื่ที่ต้องขอบคุณบันนี่เลยนะเนี้ย เจอกันคราวหน้าคงต้องตอบเเทนอะไรบ้างเเล้วล่ะ
"นี่-อันนี้ฉันขอเลยได้หรือเปล่า?"
ฉันหันไปถามอีฟเเล้วชี้ไปที่คัมภีร์สีดำที่อยู่ในตู้กระจก
"ถ้าขึ้นว่าผ่านเงื่อนไขเเล้ว~ ก็สามารถนำไปเป็เ้าของได้เลยน้า~"
เธอว่าเช่นนั้น ฉันจึงพยัคหน้าอย่างพอใจ
"งั้นฉันเอาชิ้นนี้เเหละ"
"โอเค~ถ้างั้นรอเดี๋ยวน้า~"
เธอว่าเช่นนั้นเเล้วจึงเดินไปที่กระจก เธอยื่นมือไปัักับตู้ที่มีคัมภีร์อยู่-เเล้วจากนั้นคัมภีร์สีดำที่อยู่ในตู้กระจกก็หายวับไป
"เรียบร้อยเเล้วล้า~ ตอนนี้ฉันส่งมันไปที่ไอเท็มบ๊อกซ์ของฟรานเเล้ว~ ขอบคุณที่อุดหนุนน้า~"
"งั้นหรอ...ขอบใจนะ"
ว่าเเต่เป็วิธีส่งของที่สะดวกจังเเหะ...
*
หลังจากนั้นฉันก็เดินสำรวจไปดูของอย่างอื่นที่ฉันยังไม่ได้เห็นจนหมด
เเต่ไม่มีของชิ้นไหนที่สามารถเเลกได้ทันทีเหมือนกับคัมภีร์อัญเชิญที่ฉันพึ่งได้มา
บางอย่างก็ดูเเค่ชื่อเเต่ไม่สนใจตรงเงื่อนไขเองก็มีบ้าง
เเต่เพราะมันไม่น่าจะสำคัญฉันจึงได้เเต่มองข้ามมันไป
"ถ้ายังไงฉันไปล่ะนะ"
"จร้า~ ไว้มาเจอกันอีกน้า~"
อีฟโบกมือลาฉันอย่างร่าเริง
เเต่ก่อนที่ฉันจะเดินออกจากร้านไป ฉันก็หยุดยืนอยู่ที่ประตูเเละหันไปมองเธออีกครั้ง
"เธอจะอยู่นี่จริงๆสินะ?"
"ไม่ต้องห่วงๆ~ เค้ารู้สึกสบายดีเมื่ออยู่ที่นี่~ ฟรานนั่นเเหละดูเเลตัวเองด้วยน้า~"
เธอว่าเช่นนั้นอย่างอารมณ์ดีเเละด้วยสกิล[ตามรอยเเมว]ของฉัน มันก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเธอรู้สึกมีความสุขอย่างที่พูดไว้จริงๆ
"งั้นหรอ...งั้นฉันไปล่ะนะ"
เธอส่งยิ้มเเละโบกมือลาฉันอีกครั้ง...หรือควรจะบอกว่าโบกมือลาเ้าส่ายด้วยดีล่ะ เพราะอยู่ดีๆเ้าส่ายก็ส่ายๆไปมาข้างหลังฉันตอนเธอโบกมือลาพวกเราพอดี...
พฤติกรรมเกินกว่าหางเเล้วนะนั่น-
*
เมื่อฉันออกมาจากร้านเเมวค้าทั่วไปเเล้ว ฉันก็สังเกตเห็นว่าพระอาทิตย์กำลังจะตกดินพอดี นับว่าเป็การสำรวจที่ค่อนข้างรักษาเวลาดีเลยทีเดียว...
ถ้าวิ่งไปตอนนี้คงจะกลับถึงเมืองตอนมืดพอดี เเต่ก่อนหน้านั้น-
"อัญเชิญกลับ"
ฟู้ม!
ฉันหันไปร่ายใส่ร้านเเมวค้าทั่วไปเช่นนั้น เเล้วในตอนนั้นเองก็มีเเสงของวงเวทย์ปรากฏขึ้นที่พื้น มันดูดร้านตรงหน้าลงไปที่พื้นเเล้วหายไปจนไม่เหลือร่องรอยใดๆไว้...นี่ถือเป็คำเเนะนำของอีฟ เธอบอกว่าเมื่อฉันออกไปจากร้านเเล้วให้ร่ายว่า'อัญเชิญกลับ'เพื่อเก็บร้านเข้าวงเวทย์ไปตามเดิม
เธอบอกว่าไม่อยากถูกพวกมอนเตอร์ในป่ามาปลุก เลยขอให้ฉันทำตามนั้นเพื่อที่เธอจะได้หลับอย่างสบายใจ...
ฉันเห็นด้วยเื่ที่จะเก็บร้านไว้อย่างปลอดภัยเเบบนี้นะ เเต่การที่เธอบอกว่ามอนเตอร์จะมาปลุกเธอนี่มันยังไงๆอยู่...อย่างกับว่าพวกมอนเตอร์มันสร้างปัญหาให้กับร้านไม่ได้นอกจากเเค่ปลุกให้เธอตื่นเท่านั้น...บางทีร้านนี้อาจจะมีบาเรียคุ้มกัน เเต่เนื่องจากฉันยังไม่เห็นของเเบบนั้นฉันเลยยังฟันธงไม่ได้ว่ามันใช่หรือเปล่า
เอาเป็ว่า วิ่งไปคิดไปล่ะกัน
ฉันวิ่งออกจากลำธารเเล้วตรงไปยังทิศที่เมืองอยู่ ตอนนี้ฉันเเทบจะไม่หลงทางเพราะมีเฮเลนที่เเสกนพื้นที่นี้ไปหมดเเล้วคอยนำทาง บวกกับเพราะมาบ่อยจึงค่อนข้างจำทางได้เเล้ว
ปกติฉันจะวิ่งที่พื้นตลอดเเต่คราวนี้ฉันอยากลองอะไรหน่อย
ฉันะโเเล้วกระโจนขึ้นไปบนกิ่งไม้ของต้นไม้ใหญ่ ขนาดของมันเป็ที่เหยียบให้เท้าฉันได้พอดี ฉันเลยใช้มันเป็เเท่นเหยียบเเละกระโจนไปที่กิ่งไม้ของอีกต้น
ะโ ะโ ะโ เเล้วก็ะโ ฉันะโไปกิ่งนั้นกิ่งนี้อย่างคล่องเเคล่วโดยยังไม่ตกสักครั้ง ระหว่างทางฉันเจอมอนเตอร์บ้าง เเต่เพราะฉันอยู่สูงกว่าพวกมันฉันจึงะโข้ามหัวพวกมันไปโดยไม่ต้องสนใจได้...ช่างเป็วิธีที่สะดวกอะไรเเบบนี้ ตอนมาลำธารเฉยๆก็ใช้วิธีนี้ล่ะกัน
พอฉันะโไปหาต้นไม้ต่อไปที่ไม่มีกิ่งหรือมีกิ่งที่ดูไม่เเข็งเเรง ฉันก็จะเรียกศรน้ำเเข็งออกมาเเล้วปักมันเป็เเท่นเหยียบ พอะโไปต้นต่อไปฉันก็เรียกมันให้มาลอยอยู่ใกล้ๆตัวเเล้วรอใช้มันเมื่อเจอต้นอื่นที่มีปัญหาเเบบเดียวกับเมื่อกี้อีก
ฉันทำเเบบนั้นไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ออกมาจากป่าได้อย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนจะเร็วกว่าวิ่ง เเต่ถ้าวิ่งเเบบะโระยะยาว คงจะเร็วกว่าที่ฉันะโไปตามกิ่งไม้เมื่อกี้
เเต่ไหนๆก็ลองไปเเล้ว ถือว่าเป็อีกวิธีที่เหมาะจะใช้เวลาเบื่อหน้าพวกมอนเตอร์ล่ะนะ
ถึงมันจะมีไม่เยอะเหมือนก่อนหน้านี้เเล้ว เเต่ยังไงเบื่อก็คือเบื่อ...ความรู้สึกเหมือนตัวเองเลเวลจะตันเเล้วเเต่ถูกสั่งให้มาจัดการกับมอนเตอร์เลเวลไม่ถึงหลักสิบยังไงอย่างงั้น
ซึ่งในกรณีนี้นี่คือก็อปลินกับหมาป่าล่ะนะ ถ้าที่โผล่มาเป็เรดอ็อคหรือเจอมอนเตอร์เเปลกๆอย่างหมูป่าไนโตรอีกฉันก็คงไม่เบื่อขนาดนี้...
ว่างๆหาข้อมูลเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดพวกมันเเล้วกำจัดทิ้งไปให้หมดในทีเดียวเลยไหมนะ...
เก็บไว้เป็เป้าหมายหน่อยก็น่าจะดี...
"....."
เมื่อฉันเดินมาถึงประตูเมืองฉันก็พบกับทหารคนเมื่อเช้าอีกครั้ง เขามองฉันอย่างหวาดกลัวจนถึงขั้นถอยหลังออกไปสองสามก้าว
"....."
ฉันไม่คิดจะพูดอะไรมากได้เเต่ยื่นบัตรนั้นไปให้เขาเเบบปกติ เขาหยิบมันไปอย่างสั่นๆเเล้วก็เอาไปตรวจสอบจากนั้นสักพักเขาก็กลับมาเเล้วส่งบัตรคืนพร้อมกับบอกให้ฉันเข้าไปในเมืองได้...
น้ำเสียงเขาดูกังวล เเต่ฉันก็ไม่คิดจะถามไถ่ถึงอาการนั่นเเละเดินเข้าเมืองไปเเบบปกติ
ระหว่างกำลังเดินไปหาที่พักฉันก็ใช้สุดยอดการได้ยินของเฮดโฟนฟังข้อมูลรอบข้างไปด้วย
พอได้ยินว่ามันเป็เื่ทั่วไปฉันก็เดินต่อไปเช่นนั้นเรื่อยๆอย่างไม่สนใจ
นี่ก็เป็ครั้งที่สองเเล้วที่ฉันมาเดินที่เมืองตอนกลางคืนเเบบนี้ ถ้าเป็ที่โลกเดิมการมาเดินเเบบนี้คนเดียวคงไม่ค่อยดีนัก
เเต่เนื่องจากฉันมั่นใจในฝีมือของตัวเองจึงได้เดินคนเดียวในเวลานี้ได้อย่างไม่กังวลนัก
***