หลังเลิกเรียนดีดฉิน หลี่ชิงเหมียวก็กลับเรือนนอน ไปพร้อมกับอี้เหลียน สาวรับใช้คนสนิท นางกลับมานั่งเล่นอยู่ภายในสวนดอกไม้ข้างเรือน ที่ตนเพิ่งจะลงมือปลูกเมื่อไม่นานมานี้
ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลิน อยู่กับการกินของว่างและน้ำชาอยู่นั้น นางก็มีเวลากลับมาคิดทบทวน ว่าการไปเยือนสกุลโหรวในวันนี้ นางอาจจะไม่ได้พบกับหลัวอี้เฉิน ถึงแม้ว่าคุณชายสี่สกุลโหรวผู้นั้น จะคือสหายของเขาก็ตาม
นั่นก็เป็เพราะว่า ยามนี้เขายังอยู่ใน่ ไว้อาลัยให้แก่หลูชิงเหลียน ภรรยาผู้ล่วงลับ สองปีสำหรับบุรุษที่ยังคงหนุ่มแน่นเช่นเขา ถือว่ายาวนานไม่น้อย
แต่ก็ถือว่าเป็เื่ที่ดีสำหรับนาง ที่ยามนี้อยู่ในร่างของหลี่ชิงเหมียว ที่มีอายุแค่เพียงสิบสี่ปี สองปีหากเขาแต่งงานใหม่ นางก็ผ่านพิธีปักปิ่นไปแล้ว
“คุณหนู…บ่าวขอตัวเข้าไปเตรียมน้ำให้ท่านอาบ กับเตรียมอาภรณ์ชุดใหม่ ให้ท่านสวมใส่ไปงานเลี้ยงในวันนี้ ก่อนนะเ้าคะ” อี้เหลียนนึกขึ้นได้ว่าในยามเซิน คุณหนูสามต้องออกไปงานเลี้ยงพร้อมกับฮูหยินรองและคุณหนูรอง
“อืม…ไปเถิด ข้าอยู่ตามลำพังได้” หลี่ชิงเหมียวกล่าวพลางยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ
อี้เหลียนคำนับ แล้วถอยหลังเดินกลับไปยังเรือนนอนทันที ั้แ่คุณหนูสามฟื้นขึ้นมา จากอาการป่วยหลังจมน้ำ อี้เหลียนก็ไม่ค่อยนึกกังวล ถึงเื่ความปลอดภัยของคุณหนูเช่นแต่ก่อน
เพราะคุณหนูรู้ความและดูแลตัวเองได้แล้ว อีกทั้งยามนี้คุณหนูก็ถือได้ว่า เป็บุตรสาวคนสำคัญอีกคน ของท่านเ้าสำนักศึกษาสกุลหลี่ หาใช่คุณหนูคนก่อน ที่เป็เพียงจุดด่างพร้อยของตระกูลอีกแล้ว
หลังจากที่สาวรับใช้คนสนิทเดินจากไป เด็กสาวที่นั่งอยู่ตามลำพัง ก็หวนนึกไปถึงแม่นมเซี่ยกับจิ่งอี๋ ไม่รู้ว่าทั้งสองคน จะยังคงสบายดีอยู่หรือไม่ พ่อแม่สามีของนางเป็คนดี พวกเขาคงไม่ขายแม่นมกับจิ่งอี๋ออกไปกระมัง
หลี่ชิงเหมียวนั่งอยู่ที่สวนดอกไม้ต่ออีกเค่อ ก่อนที่นางจะกลับเข้าไปในเรือนนอนของตน ยามนั้นอี้เหลียนได้จัดเตรียมทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ครั้นเข้าไปจึงได้อาบน้ำเตรียมตัวรอมารดาเลย
เดิมทีหลี่ชิงเหมียวก็เป็เด็กที่มีรูปร่างหน้าตางดงามอยู่แล้ว ถ้าเมื่อก่อนไม่ติดที่ว่านางโง่เขลา ท่านเ้าสำนักบัณฑิตหลี่ ก็คงจะอนุญาตให้นางติดตามมารดา ออกไปพบปะกับสหายรุ่นราวคราวเดียวกันแล้ว
ทว่าแม้ก่อนหน้านี้ นางจะไม่เคยพบปะผู้ใด อาศัยอยู่แต่ภายในจวน แต่หลังจากฟื้นมาจากอาการป่วยหลังตกน้ำเมื่อเดือนก่อน ก็ได้ติดตามมารดาออกไปงานเลี้ยงอยู่สองสามงาน จึงได้มีสหายอย่างผู้อื่นบ้างแล้ว
ครั้นถึงเวลาที่มารดาบอกกล่าวเอาไว้ หลี่ชิงเหมียวก็ออกมารออยู่ที่ด้านหน้าจวน ไม่คิดว่าพี่สาวต่างมารดาก็มาถึงแล้วเช่นกัน นางคำนับทักทายอีกฝ่ายตามมารยาท
“คารวะพี่หญิงรองเ้าค่ะ”
หลี่ชิงหรงพยักหน้าให้น้องสาวต่างมารดา พลางลอบสำรวจการแต่งกายของอีกฝ่าย แม้อาภรณ์จะดูเรียบง่าย แต่ทว่ากลับทำมาจากผ้าราคาแพง
ใบหน้างดงามอ่อนเยาว์ แม้จะไร้การประทินโฉมใด ก็ยังคงงดงามจนทำให้คนมองรู้สึกอิจฉา และในขณะที่หลี่ชิงหรง กำลังใช้สายตาลอบสำรวจ น้องสาวต่างมารดา ด้วยแววตาที่ซ่อนความริษยาอยู่นั้น เสียงหวานของฮูหยินรองก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“เตรียมตัวพร้อมกันแล้วหรือยัง” คุณหนูทั้งสองจึงหันกลับไป ย่อกายคำนับและกล่าวทักทายผู้มาใหม่
“คารวะท่านแม่รองเ้าค่ะ”
จ้าวซื่อพยักหน้าให้เด็กทั้งสอง มองสำรวจการแต่งกายของบุตรสาวของตนก็ทอดถอนใจออกมา ช่างเรียบง่ายยิ่งนัก แต่ก็ช่างเถิดนางยังเยาว์วัย ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น ไม่จำเป็ต้องขับเน้นการแต่งตัวและการประทินโฉมให้มาก น้อยแต่เรียบร้อยก็นับว่าดี
ฮูหยินใหญ่ยกหน้าที่ให้ตน ช่วยพาเด็กสาวในสกุล ออกไปทำความรู้จักกับฮูหยินจากจวนอื่น เพราะเทียบกันแล้ว นางรู้จักผู้คนมากกว่าฮูหยินใหญ่ ที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ภายในจวน
“ถ้ามากันพร้อมแล้ว ก็ไปกันเถิด” ฮูหยินรองเดินเข้าไปจับมือบุตรสาว หันไปกล่าวกับหลี่ชิงหรง สตรีทั้งสามทยอยขึ้นไปนั่งบนรถม้าคันเดียวกัน
ระหว่างทางจ้าวซื่อก็ไม่ลืม ที่จะกำชับเด็กทั้งสอง ว่าให้จดจำให้ดี ว่าพวกนางคือหน้าตาของตระกูล หากพวกนางประพฤิตตนไม่ดี ก็จะทำให้ตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง แม้แต่นางก็ไม่อาจยื่นมือช่วยเหลือพวกนางได้ ทั้งหลี่ชิงหรงและหลี่ชิงเหมียวต่างก็พากันรับปาก ว่าจะประพฤติตนให้ดี
หลังจากออกมาจากจวนตระกูลหลี่ได้ไม่ถึงสาม่ถนน รถม้าก็จอดนิ่งลงที่หน้าจวนหลังหนึ่ง ภายนอกเต็มไปด้วยรถม้า ที่เดินทางมาร่วมงาน ด้านหน้าประตูมีเ้าบ้านคอยต้อนรับ ท่านใต้เท้าโหรว โหรวฮูหยิน บุตรชายทั้งสี่ สะใภ้ทั้งสี่ และบุตรสาวอีกสองคน กำลังยืนยิ้มแย้ม กล่าวทักทายแขกที่มาร่วมงานพร้อมหน้ากัน
“ฮูหยินรองหลี่”
โหรวฮูหยินร้องเรียกจ้าวซื่อออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี ครั้นได้เห็นหน้าอีกฝ่ายเดินนำหน้าเด็กสาวสองคน และสาวรับใช้ผู้ติดตามทั้งสี่
จ้าวซื่อแนะนำเด็กสาวทั้งสองของตระกูลตน ให้ได้รู้จักกับคนตระกูลโหรว เสียดายที่คุณชายจากตระกูลโหรวแต่งงานหมดแล้ว เหลือเพียงบุตรีทั้งสองที่อยู่ในวัยเดียวกันกับหลี่ชิงหรงและหลี่ชิงเหมียว ที่ยังไม่ได้ออกเรือนไป ตระกูลโหรวถือเป็ตระกูลใหญ่ อาศัยอยู่ร่วมกันหลายเรือน จะว่าอบอุ่นก็ใช่ จะว่าวุ่นวายก็ไม่ผิด
หลังจากหลี่ชิงหรงและหลี่ชิงเหมียวคำนับทักทายผู้าุโทุกคนแล้ว ฮูหยินใหญ่โหรวจึงได้ให้บุตรสาวคนโตของนาง พาฮูหยินรองหลี่และคุณหนูสกุลหลี่ทั้งสองไปนั่งที่เรือนบุปผา ที่ใช้ต้อนรับแขกสตรี
“ได้ยินชื่อเสียงมานาน วันนี้มีโอกาสได้พบหน้าคุณหนูสามสกุลหลี่เสียที”
โหรวหลิงหลิง คุณหนูใหญ่สกุลโหรวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี บนใบหน้างามมีรอยยิ้มจริงใจประดับอยู่ หลี่ชิงเหมียวััได้ถึงความจริงใจของอีกฝ่าย จึงยิ้มพร้อมกับกล่าว
“นับว่าเป็เกียรติของเหมียวเอ๋อร์แล้วเ้าค่ะ ที่คุณหนูใหญ่โหรวมีใจอยากพบหน้า” หลี่ชิงหรงถูกทิ้งให้เดินรั้งท้ายอยู่เพียงลำพัง เพราะสาวรับใช้ต่างก็ต้องรอพวกนางอยู่ข้างนอก
“เรียกคุณหนูไปไย เรียกพี่หญิงหลิงเถิด น้องหญิงเป็เด็กฉลาด หนึ่งเดือนมานี้ ผู้ใดก็พากันกล่าวถึง ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้า อยากให้ข้าผูกมิตรกับเ้าเอาไว้ให้มาก”
บิดามารดากำลังมองหาคู่แต่งงาน ที่เหมาะสมให้แก่นาง และอีกฝ่ายที่นางค่อนข้างพึงใจ ก็คือคุณชายรองสกุลหลี่ พี่ชายมารดาเดียวกันกับหลี่ชิงเหมียวผู้นี้นั่นเอง
“เ้าค่ะพี่หญิงหลิง”
หลี่ชิงเหมียวไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่าย แต่ทว่าแม้อีกฝ่ายจะ้าผูกมิตรกับนางเพื่อหวังผลประโยชน์ นางก็หาได้เก็บมาใส่ใจไม่ เพราะอีกสองปี นางก็จะไม่ได้อาศัยอยู่ที่เมืองถงแห่งนี้แล้ว
หลี่ชิงหรงกระแอมไอเสียงดัง โหรวหลิงหลิงจึงได้หันมองกลับไปตามเสียง นางไม่ค่อยชอบคุณหนูรองสกุลหลี่นางนี้ เพราะชื่อเสียงของหลี่ชิงหรงในกลุ่มคุณหนูด้วยกัน นั้นไม่ค่อยจะดีงามนัก คุณหนูจวนอื่นต่างก็กล่าวถึงอีกฝ่าย ว่าเป็คนไม่จริงใจ อยู่กับนางดีต่อนาง อยู่ลับหลังนางพร้อมหักหลังนาง คนเช่นนี้ควรอยู่ห่างให้ไกล
“อุ๊ย…ข้าต้องขออภัยต่อคุณหนูรองด้วย ข้าคุยกับน้องหญิงเหมียวจนลืมท่านไปเสียแล้ว” หลี่ขิงหรง มองอีกฝ่ายราวกับว่าเป็ศัตรูอีกคนหนึ่ง ผู้ใดที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับน้องสาวผู้นี้ ย่อมไม่คู่ควรที่จะมาผูกมิตรกับนาง อีกทั้งสกุลโหรวก็ไม่มีค่ามากพอ
“มิบังอาจรับการขออภัยจากคุณหนูใหญ่โหรวหรอกเ้าค่ะ ข้าเพียงอยากเดินเข้าไปนั่งในงานไวๆ จึงได้เสียมารยาทขัดบทสนทนาของท่านกับน้องหญิงสามของข้า” โหรวหลิงหลิงยิ้มออกมาทว่ากลับไม่ถึงดวงตา
“ถ้าเช่นนั้นเชิญด้านในกันก่อนเถิด มีพี่หญิงน้องหญิงหลายคนมาถึงแล้ว วันนี้ที่จวนเชิญคณะอุปรากรชื่อดังของเมืองเซิ่งมาด้วย ข้าอยากให้พวกท่านได้ชม” โหรวหลิงหลิงคว้ามือเล็กของหลี่ชิงเหมียวให้เดินตามนางไป
หลี่ชิงหรงกระทืบเท้า ก่อนที่จะรีบเดินตามทั้งสองไป ด้วยความรู้สึกคับข้องใจ เห็นชัดว่าอีกฝ่ายรังเกียจนาง ยิ่งนังน้องสาวต่างมารดาตัวดี ก็ไม่คิดที่จะปกป้อง หรืออยู่ข้างนางเลยแม้แต่นิด
ครั้นสตรีทั้งสามมาถึงเรือนบุปผา เสียงหัวเราะพูดคุยกันดังจนออกมานอกเรือน โหรวหลิงหลิงยังคงกุมมือคุณหนูสามสกุลหลี่ให้เดินเข้าไปภายในเรือนด้วยกัน ก่อนที่จะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก หลี่ชิงเหมียว คุณหนูสามบุตรีคนรองของท่านเ้าสำนักบัณฑิตหลี่ และไม่ลืมแนะนำหลี่ชิงหรง คุณหนูรอง พี่สาวต่างมารดาของหลี่ชิงเหมียวให้ทุกคนได้รู้จักเช่นกัน
แน่นอนว่าบุตรีที่เกิดจากอนุภรรยานั้น ย่อมไม่ได้รับความสำคัญ หลี่ชิงเหมียวดีกว่าหน่อย แม้นางจะเป็บุตรีที่เกิดจากภรรยารอง แต่ภรรยารองของท่านเ้าสำนักบัณฑิตหลี่ ผู้ใดก็รู้ความเป็มาของนาง ดังนั้นหลี่ชิงเหมียวจึงมีสถานะที่น่าคบหามากกว่าหลี่ชิงหรง
“จินเอ๋อร์…เ้าก็มางานวันนี้ด้วยหรือ”
หลี่ชิงหรงหาได้สนใจสายตาคุณหนูผู้สูงส่งที่กำลังรุมล้อมน้องสาวต่างมารดาอยู่ไม่ นางเดินเข้าไปทักทายสหายของตน อีกฝ่ายเป็บุตรีที่เกิดจากอนุเช่นกัน ทว่าได้รับความรักจากผู้เป็บิดามากกว่าบุตรีที่เกิดจากภรรยาเอก
“ข้าคิดว่าเ้าจะไม่มาเสียแล้ว ว่าแต่…นั่นน้องหญิงสามที่เ้าเคยบอกว่าเป็จุดด่างพร้อยของตระกูลหลี่น่ะหรือ” หรวนลี่จินทักทายอีกฝ่ายกลับ ก่อนที่จะบุ้ยปากไปทางกลุ่มสตรี ซึ่งกำลังรุมล้อมเด็กสาวผู้หนึ่งอยู่
“อือ…นางเพิ่งจะหายป่วย แต่พอหายก็อวดฉลาดขึ้นมา เมื่อก่อนไม่รู้ว่านางแสร้งโง่หรืออย่างไร”
เื่นี้ทำให้หลี่ชิงหรงอิจฉาริษยาหลี่ชิงเหมียวอยู่ไม่น้อย ตกน้ำเกือบตาย ฟื้นมากลายเป็คนละคน จากคนโง่เขลากลายเป็คนฉลาดขึ้นมา เช่นนี้มิใช่นับว่าเป็ความชอบของนางหรอกหรือ
“นางยังเยาว์วัย กว่าจะถึงวัยปักปิ่น ยามนั้นเ้าก็คงจะออกเรือนไปแล้ว อย่าได้คิดไปมีเื่มีราวกันเลย อย่างน้อย พวกเ้าก็เป็พี่น้องสายเืเดียวกัน”
หรวนลี่จิน กระซิบบอกสหาย ก่อนที่จะมองไปยังคุณหนูสามสกุลหลี่ ที่กำลังถูกพวกคุณหนูจากตระกูลใหญ่ห้อมล้อมอยู่ ด้วยแววตาที่เฉยชา
“คิดมีเื่อันใดกัน ข้าน่ะหรือจะกล้า ยามนี้นางกลายมาเป็บุตรสาวคนสำคัญของท่านพ่อไปแล้ว”
หลี่ชิงหรงยังคงอดพร่ำบ่นให้สหายฟังถึงเื่ของน้องสาวต่างมารดาผู้นี้ไม่ได้ นางบอกเล่าถึงพฤติกรรมของหลี่ชิงเหมียว ั้แ่ก่อนจมน้ำ และหลังจากฟื้นจากการจมน้ำ ให้สหายฟังอย่างละเอียด
หรวนลี่จินที่ได้ยินแล้ว ก็รู้สึกว่าช่างเป็เื่ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เพราะจากเด็กที่ไม่รู้ความ กลับกลายมาเป็เด็กที่เฉลียวฉลาดและทันคน หากในโลกนี้มีภูตผีอยู่ นางคงจะเชื่อว่า ไม่แน่คุณหนูสามอาจจะไม่ใช่คุณหนูสามก็ได้
ทว่าเื่เช่นนี้มิอาจกล่าวออกมาให้ผู้ใดฟังได้ เพราะในเมืองถงแห่งนี้ ทั่วทุกแห่งล้วนมีแต่บัณฑิต บัณฑิตมักจะไม่เชื่อในเื่ราวลี้ลับ เพราะหลักคำสอนของขงจื๊อ
หลี่ชิงเหมียวที่กำลังนั่งคุยอยู่กับพวกคุณหนูจากตระกูลใหญ่ในเมืองถง ก็ไม่ลืมที่จะมองไปยังพี่สาวต่างมารดาของตน เห็นทีพี่หญิงรองของหลี่ชิงเหมียว คงจะไม่ใช่สตรีที่น่าคบหานัก มีสหายก็มีอยู่เพียงแค่หนึ่งคน
“เหมียวเอ๋อร์…เ้าอย่าว่าพี่ยุ่งวุ่นวาย หรือเอ่ยวาจา สร้างความแตกแยกให้เ้า และพี่สาวของเ้าเลยนะ”
หลี่ชิงเหมียวดึงสายตากลับมามองยังสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆ เป็คุณหนูใหญ่จากตระกูลซ่ง วัยเพียงสิบเจ็ดปี แต่ถึงอย่างไรก็แก่กว่าหลี่ชิงเหมียวถึงสามปี
“พี่หญิงซ่งมีสิ่งใดที่อยากจะกล่าวกับข้าอย่างนั้นหรือเ้าคะ”
“พี่สาวของเ้านางนี้ หาใช่คนที่น่าคบหาไม่”
ซ่งอวี้หรูกระซิบบอก พลางลอบมองไปยังผู้ที่กำลังถูกนางกล่าวถึง อีกฝ่ายก็กำลังพูดคุยกับสหายข้างกายอยู่เช่นกัน ทว่าไม่รู้ว่าเป็เื่อันใด เพราะพวกนางมองมายังหลี่ชิงเหมียวเป็พักๆ
“ข้าเพิ่งจะหายดี เมื่อไม่นานมานี้ จึงไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับพี่หญิงรองมากนัก พวกท่านรู้จักพี่หญิงรองมานานแล้วหรือเ้าคะ” หลี่ชิงเหมียวแสร้งเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกเสียดาย และลองถามคุณหนูเหล่านี้ออกมา
“ไม่นานเท่าใดหรอก แต่ก็พอจะมองนางออก" ซ่งอวี้หรูเบะปาก จากนั้นจึงกล่าวต่อ
"ก่อนหน้านี้เป็นาง ที่ติดตามอยู่ข้างกายพี่หญิงใหญ่ของเ้า ยามที่มาร่วมงานเลี้ยงที่จวนสกุลซ่งของข้า หรือแม้แต่ไปงานเลี้ยงของตระกูลอื่นในเมืองถง แต่ทว่า…หลังจากที่พี่หญิงใหญ่ของเ้าออกเรือนไป นางก็ไม่ค่อยโผล่หน้ามางานเลี้ยงอีกเลย อาจจะเป็เพราะก่อนหน้านั้น นางเคยยุยงให้คุณหนูสกุลอื่น ไม่ลงรอยกัน”
“ใช่ๆ ข้าได้ยินคุณหนูสองจวนนั้นกล่าวว่า คุณหนูรองตระกูลหลี่ แอบมีใจให้พี่ชายของเ้า ที่เป็ลูกศิษย์คนโปรดของท่านเ้าสำนักศึกษาตระกูลหลี่ บิดาของนาง จึงได้ยุแยงให้พวกนางทะเลาะกันเอง เพื่อที่ตนจะได้ไร้คู่แข่ง”
โหรวหลิงหลิงรีบแสดงความเห็นออกมา หลี่ชิงเหมียวรู้สึกสนใจเื่ราวของพี่หญิงรองเข้าไปทุกที นอกจากจะใจดำอำมหิตแล้ว ยังเป็ผู้ที่ชอบเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ของผู้อื่นด้วยหรือนี่
“ฝันไปเถิด!!! พี่ชายใหญ่ของข้าน่ะหรือ ที่จะแต่งนางมาเป็พี่สะใภ้ รอให้พระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันตกเสียก่อน เขามีสตรีที่ถูกใจอยู่แล้ว เป็คุณหนูรองจากสกุลหยวนที่อยู่เมืองเซิ่ง อีกไม่นานท่านแม่ก็จะเชิญแม่สื่อให้ไปทาบทามให้เขาแล้ว จะมาชอบพอพี่ชายของข้าได้อย่างไร เอ่อ…พี่ขออภัยเ้าด้วยนะเหมียวเอ๋อร์…ถึงอย่างไรแล้วนางก็เป็บุตรสาวจากตระกูลหลี่ พี่หาได้ดูแคลนตระกูลหลี่ไม่ แต่นางไม่คู่ควรกับพี่ชายของข้าจริงๆ หากเปลี่ยนมาเป็เ้านั้นก็ไม่แน่”
ซ่งอวี้หรูอุทานออกมา ก่อนที่จะอธิบายให้สหายฟังอย่างยืดยาว ท้ายๆ ก็ยังไม่วายหยอกเย้าเด็กสาววัยแรกแย้มอย่างหลี่ชิงเหมียว ทว่าหลี่ชิงเหมียวที่ได้ยินเช่นนั้นก็แทบจะสำลักน้ำชานางยิ้มแห้งออกมา ก่อนที่จะรีบโบกมือปฏิเสธด้วยถ้อยคำที่ถ่อมตน
“คุณชายใหญ่ซ่ง เป็บัณฑิตที่รอบรู้ ทั้งยังมีสตรีที่พึงใจอยู่แล้ว จะให้เปลี่ยนใจไปมอบให้แก่สตรีอื่นได้อย่างไรกัน อีกทั้งข้ายังเด็ก ความรู้ติดตัวก็มีน้อย ยังไม่คิดถึงเื่ออกเรือนเ้าค่ะ”
ทั้งโหรวหลิงหลิงกับซ่งอวี้หรูที่ได้ยินเช่นนั้นก็พากันหัวเราะออกมา สามสาวต่างวัยสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว สนิทกันจนทำให้สตรีสองคน ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามรู้สึกหมั่นไส้
เสียงดนตรีที่ศาลากลางน้ำข้างเรือนบุปผาดังขึ้น เรียกความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง เสียงหัวเราะของคุณหนูทั้งสามตระกูลจึงเงียบหายไปเช่นนั้น หลี่ชิงเหมียวเหลือบมองไปยังโต๊ะที่พี่สาวต่างมารดานั่ง ทว่ากลับไม่มีอีกฝ่ายนั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว มิใช่ว่าคงออกไปหาเื่ใส่ตัวหรอกกระมัง