บทที่6
โยชิเข้าใกล้เซนจนอีกนิดปากจะแตะกันอยู่แล้วเขาหยุดไว้แค่นั้น
กระหยิ่มใจ ที่ได้เห็นอาการเสียขวัญสั่นประสาทของเซน
จะแกล้งมันยังไงต่อดีตอนนี้เหมือนลูกไก่ในกำมือเขาแล้ว
ไอ้จูบน่ะเขาไม่ทำหรอก
แต่เห็นหน้าเซนที่ดูตื่นๆแบบนี้แล้วก็นึกหมั่นเขี้ยวอยู่เหมือนกัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
สิ้นเสียงเคาะประตูดังรัววินก็เปิดผลัวะเข้ามา
“ โยหลับเหรอวะ! โทรมาตั้งนานแล้ว น้องเซนล่ะ ”
จังหวะนั้นเซนหันมา ริมฝีปากของทั้งคู่ก็ประกบกันสนิทพอดี
ทั้งสามคนเบิกตาโพลง
โยชิดีดตัวออกจากเซนเขายกมือขึ้นปิดปากตัวเอง หันไปหาวินที่กำลังยืนกระจังงัง อ้าปากเหวอ
วินหมุนตัวกลับฝุ่นตลบ
“โทษ โทษทีเว้ย เค้าให้มาตาม มึงรีบๆมานะ ”
“วิน! ไอ้วิน!! ”
วินเผ่นแผล็วออกจากห้องไปแล้ว
โยหันมาหาเซนที่กำลังยืนเคว้งงุนงงอยู่ตรงระเบียง
“จังหวะแม่ง..เหี้ยได้ใจมาก ”
โยเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาลวกๆ
“แล้วนี่..พี่โยจะเล่นแบบจูบจริงรึเปล่า ”
หายจากความมึนงงแล้วเซนก็มายืนพูดอยู่หน้าห้องน้ำ
“ไม่อะ ” โยชิออกมาคว้าผ้าขนหนูเช็ดหน้าเช็ดตา
“เล่นจูบจริงไปเลยนะ ” เซนพูดชัดถ้อยชัดคำ
“ทำไม ”
“ก็บอกพี่โต้งไปเลย ว่าเวิร์คชอปมาแล้วเล่นได้ ”
โยชิสั่นหัวทันที
“พี่โย เล่นจูบจริงงานก็ออกมาดีกว่าด้วย มันดูเรียลกว่า ”
“ ก็กูไม่อยาก”
“งั้นถามหน่อย ลงทุนซ้อมขนาดนี้แล้วไม่เล่น จะซ้อมทำไมวะ ”
“คือ เมื่อกี้..กูแค่จะแกล้งมึงเล่น กูไม่ได้กะจะจูบจริงๆ ”
“ฮะ? เมื่อกี้คือจะแกล้งเซน!? ” เซนถามอย่างไม่เชื่อหู
“เออ! ก็กูหมั่นไส้มึงอะ ”
“ไอ้พี่โย...ใครเค้าเล่นแกล้งอะไรแบบนี้กันฮะ? ”
เซนโวยวายหน้าเขาแดงเข้มขึ้น
“ก็มึงชอบกวนตีนกูอะ...ทำไม? มึงเขินอะดิ ” คนพี่อมยิ้ม
“ไม่เขินหรอก! ”
“เขิน..ตอนนี้มึงก็เขินอยู่ มึงนี่ปากแข็งกว่าที่คิดนะ ”
“ พอแล้วพี่โย! พี่โยต้องเล่นจริงนะ บอกที่กองไปว่าเมื่อกี้ซ้อมบทมาแล้ว เล่นได้ พี่วินจะไม่ต้องคิดเตลิดไปไกลด้วย ”
โยชินิ่งฟังแล้วเขาก็พยักหน้ารับคำ
สองคนเก็บของเรียบร้อยแล้วออกจากห้อง811เดินไปตามโถงทางเดินสู่ห้อง816
“ นี่กูต้องทำแบบนั้นอีกเหรอวะเนี่ยยยยเชี่ยเอ้ยยย ” โยโอดครวญ
“ถ้าจะบ่น เปลี่ยนเป็ทำสมาธิแล้วเล่นให้ออกมาดีๆเหอะ จะได้ไม่ต้องหลายเทค ”
“ตบก่อนค่อยจูบได้ปะ ” โยทำท่าโบกหลังมือ
“ตบสิ แต่มันจะไม่ใช่ตบจูบนะ ”
เมื่อโยชิบอกกับผู้กำกับก็กลายเป็เื่เซอร์ไพรส์ของทุกคนในกอง
“โยมันโดนเซนป้ายยาซะแล้ว ” วินเปิดก่อนเลย
“ใช่มันเปลี่ยนไปมาก ” โต้งว่า
“โดนน้องเซนคุมระบบหมดแล้วโย ” แจมว่า
“โว้ยยย...กูไม่เล่นแล้ว กูจะใช้มุมกล้องแบบเดิม ” โยชิแผดเสียง
เรียกเสียงหัวเราะในกองให้ดูครึกครื้น
ความจริงก่อนหน้านี้คนในกองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงแต่ที่ไม่มีใครไปสะกิด เพราะไม่อยากให้นักแสดงขี้หงุดหงิดอย่างโยชิอ่อนไหวจนเข้าบทกันลำบาก
แต่วันนี้เป็ซีนสุดท้ายเตรียมปิดกล้องพอโยมาบอกว่าจะจูบจริง ทำไมบรรยากาศมันน่ายินดีเหมือนประกาศงานแต่ง
และแล้ว...ก็มาถึงซีนจูบ
เมื่อบทสนทนาปรับความเข้าใจระหว่างไอซ์กับพู่กันจบลง
ทั้งคู่ที่อยู่ในชุดนักศึกษานั่งกันอยู่ที่โซฟาไอซ์ขยับหันมาหาคนน้อง แขนข้างที่โอบพนักอยู่จับประคองศีรษะพู่กันไว้เบาๆ
เมื่อคนพี่เลื่อนหน้ามาใกล้คนน้องขยับถอย
เขาดูประหม่าแต่ก็ไม่สามารถจะหลบหนีไปไหนได้ตอนนี้คนตัวเล็กราวกับถูกขังให้อยู่กับอ้อมกอดของคนพี่กลายๆ
กระทั่งริมฝีปากอุ่นบางได้แตะััและประกบกันแนบสนิทกับริมฝีปากอิ่มสวยคนน้องค่อยหลับตาลง คลายความขืนเกร็งเปลี่ยนเป็โอนอ่อนผ่อนตามกัน
สองคนค้างท่านั้นไว้จนผู้กำกับสั่งคัท
ทั้งโยชิและเซนก็ผละออกจากกันทันที
ออกมาดีเกินคาดเป็การปิดกล้องด้วยบรรยากาศชื่นมื่นกันทุกคน
เซนบอกกับที่กองไว้แล้วว่าวันนี้จะมานอนหอเพื่อให้ช่วยเคลียร์ห้องให้ ระหว่างที่รอนี้ห้องโยชิคือที่พักของเซนมาตลอด แต่กว่าจะเสร็จเื่กันก็น่าจะใช้เวลานานท้องเซนเริ่มกวนโครกครากใหญ่
“พี่โย เดี๋ยวเซนจะลงไปหาอะไรกินนะ ฝากห้องด้วย ” โยชิพยักเพยิดตอบ
“น้องเซนๆ เอาเงินไป มื้อนี้กองเลี้ยง ” แจมหยิบเงินมาส่งให้เซนจำนวนหนึ่ง
“พี่โยเอาไรมั้ย ” เซนเดินมาถาม
“ไม่อะ แล้วนี่มึงจะไปถึงไหนเนี่ย ”
“ไปแค่เซเว่นข้างๆนี่แหละ ”
“ในซอยของกินเยอะนะ เอารถกูขี่ไปดูมั้ยล่ะ ”
“เดินเล่นไปเรื่อยๆเพลินๆดีกว่า งั้นพี่โยไปเดินเป็เพื่อนเซนหน่อยสิไม่อยากเดินคนเดียว ”
โยทำอิดออดแต่พอคนน้องอ้อนวอนเขาก็เข้ามาฝากธุระต่างๆไว้กับแจม เสร็จเรียบร้อยแล้วเตรียมจะออกไป
แต่แล้วโยก็ต้องหยุดเพราะรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆของคนในห้อง
“อะไรกันวะ? ”
“เปล๊า ”
“น้องเซน ถามจริง มียาดีอะไรป้ายโยชิมันเนี่ย บอกอะไรมันทำหมดเลยแบบเนี้ยพี่ขอแบ่งมามั่งดิ ” แจมว่า
“ ใช่เปลี่ยนไปเป็คนละคน ” วินร่วมด้วย
“มึงไม่ต้องเลยวิน งั้นมึงลงไปกับกูไปหาอะไรกินกัน ”
“ไม่เอา กูไม่หิว ”
“ไปไปเหอะ อย่าลีลา ” โยชิเข้ากอดคอคว้าตัวเพื่อนซี้
“ไม่เอา กูไม่อยากไปเป็ส่วนเกิน ” ประโยคหลังวินเสียงค่อย
“พี่วิน! ” เซนทำเสียงดุแต่หน้าเปื้อนยิ้ม
“ อะล้อเล่นๆ ไปกันเถอะน้องเซน พี่ง่วงแล้วต้องขับรถกลับบ้านอีก ”
“งั้นไปละเว้ย ” โยชิเดินนำหน้าออกไป
“แซวเก่งนะพี่วิน ” เซนดุวินทางสายตา
วินแอบยิ้ม และหยุดคำพูดทุกอย่างไว้แค่นั้น
ถัดจากหอไปสอง่ตึกมีร้านสะดวกซื้อเปิดอยู่ใต้หอพัก พื้นที่ย่านนี้เป็หอพักเกือบทั้งหมดส่วนที่ติดถนนก็เปิดเป็ร้านรวงตกแต่งไฟสว่างไสวไปตลอดทั้งซอย
เซนซื้อของใช้จำเป็บางส่วนจากร้านสะดวกซื้อแล้วก็เดินดูของกินเรื่อยมาในซอย โดยมีโยชิเป็เ้าถิ่นคอยแนะนำสถานที่ว่าร้านไหนเป็ยังไงในทัศนะของเขา
แม้จะเป็เวลาเที่ยงคืนครึ่งแล้วบรรยากาศในซอยก็ยังพอคึกคักด้วยกลุ่มวัยรุ่นทั้งที่อยู่ในชุดไปรเวทและมีบ้างที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษา รวมถึงเซนและโยชิเพราะต้องใส่ชุดนี้เข้าฉาก
บางคนเพิ่งเสร็จจากกิจกรรมก็เดินมุ่งเข้าซอยบางคนก็มีรถขับขี่กันไปมาและอีกมากที่นั่งอยู่ในร้านอาหาร
ที่นี่เป็แหล่งรวมวัยรุ่นวัยที่ไฟแห่งความคิดฝันและอุดมการณ์กำลังลุกโชนอย่างสนุกสนาน แต่ละคนดูมีเอกลักษณ์ในตัวและหลายๆคนก็สร้างมันจนดูโดดเด่นสะดุดตา
เซนมาแวะซื้อชาบูเสียบไม้ที่ตั้งซุ้มขายอยู่ไม่ไกลจากหอนัก
“ถ้า่หัวค่ำร้านจะเปิดเยอะกว่านี้ ส่วนมากจะปิดกันประมาณห้าทุ่มเที่ยงคืน ” โยพูดระหว่างที่ยืนรอชาบู
“ดีอะ ร้านเยอะดี เดี๋ยววันหลังไปหาร้านนั่งชิลๆกัน ”
“อยากชิลเหรอ จริงๆมันมีหลายโซนนะ มันจะมีโซนผับด้วยแต่ไม่ใช่แถวนี้ ”
“เออไว้วันหลังไปกัน แต่จริงๆโซนนี้ก็งานดีอยู่ ”
เซนยิ้มหัวพลางส่งสายตาไปยังกลุ่มสาวๆที่นั่งโต๊ะเอาท์ดอร์ของร้านนมขนมปัง พวกหล่อนก็สะกิดชวนกันมองมาทางสองหนุ่ม
โยเหลือบไปมองตามสาวๆส่งยิ้มกันคิกคัก แต่เขาไม่ได้ให้ความสนใจนัก
“ไม่เบานะมึงเนี่ย ”
“คือ ? ”
“ก็เ้าชู้น่ะสิ ”
“มันก็ธรรมดาปะ เจอก็ต้องมองบ้างอย่างเซนไม่เรียกว่าเ้าชู้หรอก ”
“ถ้าอย่างมึงไม่เ้าชู้ งั้นอย่างกูคืออะไร? พระสงฆ์มั้ง ”
ทำเอาเซนลั่นหัวเราะออกมาเสียงดัง
ตอนนั้นเองที่ผู้หญิงสองคนจากโต๊ะนั้นเดินมาบอกว่าหล่อนคุ้นหน้าเซนถามว่าใช่เซนมั้ย เมื่อรู้ว่าใช่ก็ดีใจกันใหญ่และขอถ่ายรูปด้วย
เซนก็ใจดีเดินมาหาที่โต๊ะและถ่ายรูปร่วมกันไปหลายรูป
โยชิมองดูเซนเวลาอยู่กับผู้หญิง
เซนก็เป็ผู้ชายแมนๆเท่ๆดูเป็เสือเลยด้วยซ้ำ ผิดกับตอนที่อยู่กับเขา มันช่างทำเป็คนตัวเล็กเดินคนเดียวไม่ได้บ้างล่ะ ทำโน่นทำนี่ไม่เป็บ้างล่ะ
สาวๆขอถ่ายรูปกับโยชิด้วยเขาก็เขินๆเข้ามาถ่ายด้วยแค่ไม่กี่รูปก็ขอปลีกออกมา
“เซนพักอยู่หอแถวนี้เหรอ ” สาวน่ารักใสๆคนหนึ่งเอ่ยถาม
“เอ่อเปล่าครับ เซนมาหาเพื่อนมาทำงานที่หอเพื่อนครับ ”
นี่คือคำตอบของเขาก่อนจะขอตัวออกมา
เดินดูต่อไปจนถึงปากซอยฝนที่ตั้งเค้ามาั้แ่เมื่อเย็นก็เริ่มลงเม็ดใหญ่ๆและสักพักเทลงมา
ทั้งสองพากันหนีฝนอุตลุดได้เนื้อตัวเปียกปอนกันนิดหน่อย
กลับเข้าห้องโยมาด้วยเสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนานของเซน แล้วต่างก็ก้มหน้าก้มตากินชาบูร้อนๆด้วยความหิวท่ามกลางเสียงสายฝนโปรย
พอถึงเวลาต้องกลับห้องตัวเองเซนก็ลากโยให้มาสำรวจห้องเป็เพื่อนอีก
“เซนไม่อยากไปดูคนเดียว มีพี่โยอยู่ด้วยแล้วอุ่นใจกว่านะ ”
คนน้องว่าพลางคว้าแขนคนพี่กึ่งเดินกึ่งลากกันออกมา
แจมทิ้งผ้าปูหมอนกับผ้าห่มไว้ให้เซนใช้ แต่ของประกอบฉากเหล่านี้ยังไม่เคยผ่านการซัก พื้นห้องไม่ได้ถูห้องน้ำก็มีคราบเลอะที่พื้นกับเศษสกปรกอยู่
ก็เป็สภาพห้องที่เพิ่งใช้งานจากกองถ่ายนักศึกษายิ่งเลิกดึกต่างคนต่างก็อยากจะรีบทำให้เสร็จจะได้กลับบ้านพักผ่อน
“วันนี้เซนขอไปนอนห้องพี่โยก่อนวันนึงนะ ”
“เฮ่ย บ้าดิ ”
“ ไม่บ้าอะยังไงก็ต้องเก็บกวาดก่อนอีกรอบ วันนี้เซนไม่ไหวแล้ว ตาจะปิด ”
พูดจบเซนหมุนตัวออกจากห้องทันทีคนพี่รีบมาคว้าไว้
“เฮ้ย เดี๋ยวๆ มึงขนของมาเลยนะ เดี๋ยวกูช่วยเก็บกวาดให้ ”
“ก็ได้ แต่ข้าวของเซนยังไม่ครบอะ ขาดอะไรอีกบ้างก็ไม่รู้ น้ำดื่มก็ลืมซื้อมา ”
“ แบ่งของกูมากินก่อน”
“ขออาบน้ำก่อนละกันนะ ง่วงมาก ”
พูดจบเซนก็เดินโผเผจากไป
โยชิถอนหายใจแล้วเริ่มปัดกวาดห้องอย่างลวกๆ
อันที่จริงพวกที่กองก็เก็บกวาดมาพอประมาณถึงจะไม่เรียบร้อยมาก แต่มันก็พอนอนได้ ถ้าจะนอนไม่ได้น่าจะเป็เื่ของใช้จิปาถะที่ยังไม่พร้อมมากกว่า
โยชิกวาดเสร็จแล้วก็มาล้างห้องน้ำต่อเขาใช้ฝักบัวฉีดไล่คราบเลอะและเส้นผมตามพื้น เอาเท้าช่วยถูๆด้วยบางจุด
ทำไมกูต้องมาทำห้องให้มันวะ?
อุตส่าห์ยืนกรานไม่ยอมให้ที่กองใช้ห้อง แต่สุดท้ายก็ต้องมาเคลียร์ห้องให้ไอ้เซนอยู่ดี เขาพยายามคิดหาเหตุผลว่าอะไรที่ทำให้ตกอยู่ในสภาพที่กำลังล้างห้องน้ำให้เซนอยู่แบบนี้ ถ้าพวกที่กองมาเจอเขาตอนนี้นะหายนะ!
แต่วันนี้จู่ๆเซนก็หอบข้าวของมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแถมมาด้วยสภาพหน้านิ่งๆซึมๆกว่าทุกที มันต้องมีอะไรอยู่แล้วเซนเพิ่งจะมาดูร่าเริงเป็ปกติขึ้น ก็หลังจากที่....
ภาพที่จูบกันตรงระเบียงฉายชัดขึ้นมาอีกแล้ว
ภาพจำเหี้ยๆแบบนั้นทำไมมันชัดนักวะอยากจะตบกบาลตัวเองนัก!
“เซน ”
เมื่อโยกลับเข้าห้องมาก็เรียกหาทันทีแต่ทั้งห้องเงียบกริบ
เอาแล้วไง!!
โยสาวเท้าตรงไปยังเตียงนอนของเขาด้วยใจหวั่นๆ
กูนึกไว้แล้ววว
เซนกำลังนอนหลับสบายใต้ผ้าห่มบนเตียงนอน5ฟุตครึ่งของเขา มีเสียงฝนตกหนักอยู่ด้านนอก บรรยากาศชุ่มฉ่ำช่วยกล่อมให้เข้าสู่โหมดหลับลึกได้อย่างรวดเร็ว
“ไอ้เซน! ตื่นเว้ย ”
โยตรงเข้าไปคว้าแขนคนน้องพยายามดึงให้ลุกขึ้นนั่ง เขาจะไม่ยอมมันง่ายๆอีกสาบาน
เซนเหมือนจะงัวเงียลุก
“ครับ แม่..เดี๋ยวเซนจะ.. ”
โยชิได้ยินชัดแค่นั้นต่อจากนั้นเซนบ่นงึมงำอะไร ฟังไม่ได้ศัพท์
ทำเอาโยชะงักปล่อยร่างคนน้องกลับคืนสู่หมอนผ้าห่มของเขาตามเดิม
โยชิลงนั่งข้างเซนมองหน้าคนน้องที่กำลังหลับปุ๋ย ท่ามกลางเสียงฝนตกหนักด้านนอก
นี่มันเื่บ้าอะไรกันวะวันนี้
ทำไมมึงต้องละเมอออกมาแบบนี้ด้วยวะไอ้เซน
แล้วคืนนี้กูจะไปนอนที่ไหน!!
วันบวงสรวง
เซนตื่นแต่ตีสี่ออกจากหอมาแต่งหน้าทำผมที่ตึกก็ราวตีสี่ครึ่งกว่าๆ
วันนี้ช่างเซตผมเปิดหน้าผากเซนทำให้ดูเป็ตัวแสบเพื่อจะได้แมทกับบุคลิกตัวละครที่ชื่อติน
เช้าเป็่พิธีกรรมเสร็จจากพิธีบวงสรวงก็เป็การสัมภาษณ์นักแสดงและผู้กำกับ ซีรีย์ เื่ รักดีไหมหนอพ่อคนสองหน้าWhy you so..(bad) cute
นักแสดงพูดถึงบทบาทและคาแรคเตอร์ตัวละครที่แต่ละคนได้รับผู้จัด ผู้กำกับพูดถึงความน่าสนใจของซีรีย์ เสร็จจากสัมภาษณ์ก็เป็การถ่ายรูปภาพคู่ ภาพเดี่ยวภาพหมู่หลายๆมุมหลายๆท่า จากนั้นเซนกับออดี้อยู่พูดคุยกับแฟนคลับอีกนิดหน่อยกว่าจะแยกย้ายกลับขึ้นตึกก็ร่วมบ่าย
เซนแยกกับพี่บีแล้วเก็บข้าวของส่วนตัวอยู่ในออฟฟิตเตรียมตัวไปเจอกับเพื่อนที่นัดไว้ตรงทางออกชั้นจอดรถ
โทรศัพท์เซนดังขึ้นเป็สายโทรเข้าจากว่าน
เซนรับสายด้วยความประหลาดใจ แล้วก็นึกได้ว่าว่านขอยืมที่ชาร์จโทรศัพท์เซนไปเมื่อตอนแต่งหน้าทำผมว่านนัดเจอที่ประตูทางออกชั้นจอดรถ เป็จุดที่เซนนัดเพื่อนไว้และกำลังจะไปอยู่พอดี
เมื่อเซนเดินออกมาก็เห็นรถกระบะ4ประตูคันสูงใหญ่สีดำจอดรออยู่
ว่านเปิดประตูข้างคนขับลงมาเจอกักับเซนกลางทาง
เซนสังเกตว่าในรถมีผู้ชายอีกสองคนนั่งอยู่ที่เบาะคนขับกับเบาะหลัง
“ขอบคุณมากเซน ” ว่านกล่าวเสียงดังฟังชัดพร้อมคืนของ
“ เซนลืมไปสนิทเลยนะเนี่ยถ้าว่านไม่โทรมาก็ยังไม่รู้ตัว ” เซนพูดยิ้มๆ
“เรากำลังจะออกไปกินข้าวกับเพื่อน นึกขึ้นได้พอดีเลยให้เพื่อนวนรถกลับมา....แล้วนี่ เดี๋ยวเซนจะไปไหนรึเปล่า ”
“ก็มีนัดไปกินข้าวกับเพื่อนเหมือนกัน กำลังจะออกไปพอดี ”
“ โอเค...งั้นเราไม่กวนละขอบคุณมากแล้วเจอกันครับ ”
ว่านโบกมือค้อมหัวให้ก่อนจะกลับขึ้นรถ
เซนโบกมือแล้วหันหลังกลับเข้าประตูตึกไปเช่นกัน
“น้องคนนี้เหรอชื่อเซน ที่เล่นเป็นางเอก ”
เพื่อนรุ่นพี่ว่านชื่อเพชร นั่งประจำที่คนขับเอ่ยขึ้นขณะบังคับให้รถเคลื่อนไป
“ใช่ๆ เค้าเรียกนายเอก แล้วจริงๆเห็นแบบนั้นเซนอายุมากกว่าผมสองปีนะ ”
ว่านเริ่มเปิดหารูปหาผลงานเซนมาโชว์ให้เพื่อนดู
เวลาที่ว่านพูดถึงเซนหน้าตาเขาดูมีร่องรอยความสุขอยู่ตลอด
“ ดูมึงปลื้มเค้ามากเลยเนอะกูเห็นั้แ่ตอนยืนคุยกันละั้แ่กลับขึ้นรถมานี่ยังพล่ามถึงเซนไม่หยุดเลย...ชัดเลยนะมึง” เพชรว่า
“ใช่ ถูก ปกตินะมึงยืมอะไรกูไปแม่งไม่เคยดิ้นรนอยากจะคืนขนาดนี้เล้ย ”เอสที่นั่งอยู่เบาะหลังเสริม
“พอมาเล่นหนังวาย มึงเลยเปลี่ยนไปชอบผู้ชายแล้วเหรอวะไอ้ว่าน ” เพชรว่า
“ก็..ไม่ขนาดนั้นแต่ยอมรับว่าชอบเซนว่ะ ”
“โห..เป็เอามากเว้ย ”
“จริงจังปะเนี่ย ดูหน้ามันดิ ”
เสียงแซวดังระงมอยู่พักใหญ่ว่านไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากเขินอย่างเดียว
“เออ แต่มันก็น่ารักจริงๆนะ ”
“ครับใช่ น่ารัก ” ว่านยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“ชอบแล้วจีบยัง ” เพชรว่า
“ใครจะไปกล้าวะพี่ ยังต้องเจอหน้ากันอีกยาวๆนะ ”
“มึง จู่ๆไปจีบทื่อๆมันไม่ได้ดิ มันต้องอาศัยสถานการณ์และโอกาสเหมาะๆเว้ย ”
“โหนี่ๆ แน่นอนจริงๆ จีบผู้ชายมาเยอะใช่ปะพี่เพชร ” เอสว่า
“เออใช่ กูได้มาเยอะแล้ว ถุ้ย!! ”
“ไหนลองเหลามาซิ ต้องทำไง ” ว่านดูสนอกสนใจ
“ก็อย่าง หาเื่ สร้างสถานการณ์ให้ได้ใกล้กันได้คุยกันอย่างที่มึงยืมสายชาร์จนี่ก็พอใช้ได้นะ แต่มันต้องรุกหนักกว่านี้อีกหน่อย ”
“ ยังไงๆเพื่อน ” ฟังดูเข้าทีว่านชักตื่นเต้น
“ก็แบบ..” เพชรนิ่ง หันมามองหน้าคนฟังทั้งสองที่รออยู่
“เอาไว้ก่อน ตอนนี้กูยังนึกไม่ออก ”
“เอ๊า? อะไรวะ ” ว่านสั่นหัวด้วยความผิดหวัง
“โถ่...ท่าดีทีเหลวซะงั้น ”
คำพูดสบประมาทไม่ได้ช่วยง้างปากเพชรให้พูดสิ่งใดออกมาเลย
แต่สีหน้าแววตาของเพชรมันทำให้ว่านรู้สึกว่าเขากำลังเก็บงำความคิดบางอย่างไว้
“แล้วตอนนี้นี่ เซนพักอยู่ที่ไหน ”
เรกเก้ถามเื่ที่พักเซนขึ้นมาหลังจากนั่งคุยถามสารทุกสุกดิบกันมาได้สักระยะ เมื่อเรกเก้มาเจอเซนที่จุดนัด เซนก็ขับรถพาออกมากินข้าวตามที่เคยนัดกันไว้ล่วงหน้าหลายวันแล้วพวกเขานั่งกันอยู่ที่ร้านอาหารทะเลภายในห้างหรูใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง
บรรยากาศภายในร้านเรียบง่ายแต่ดึงดูดด้วยกระจกใสบานใหญ่โดยรอบ ทำให้มองเห็น ทิวทัศน์เมืองกรุงเทพได้ชัดเจนไม่ว่าจะนั่งอยู่มุมไหนของร้าน
อาหารที่สั่งถูกยกมาเสิร์ฟจนครบแล้วเซนตักปลากะพงทอดราดน้ำปลามาใส่จาน
“ตอนนี้ เซนอยู่หอพักแถวมอ ” เซนตอบคำถามเรกเก้เมื่อครู่
“อ้าว อยู่หอแล้วเหรอ เก้นึกว่า ” เก้ดูประหลาดใจมาก
เซนรู้ว่าหล่อนอยากจะพูดถึงอะไร
“ก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก จับพลัดจับผลูไปอยู่อะ เช่าหอมาได้จะเดือนนึงแล้ว ”
“จับพลัดจับผลู แปลว่าไรวะ? ...เช่าอยู่คนเดียวปะ ”
“อยู่คนเดียวสิ เช่าให้รุ่นพี่ถ่ายหนังสั้น่แรกๆด้วยพอดีเขาหาสถานที่ไม่ได้ นี่ตอนนี้ปิดกล้องแล้วเซนเข้าไปอยู่ละ ”
“ไม่ไกลไปเหรอ เวลามาทำงาน ”
“ขึ้นทางด่วนก็ได้อยู่นะ ”
“แล้วบ้านล่ะ ...เข้าไปบ้างรึเปล่า ”
“ไม่ค่อย..ก็ไปบ้าง..นานๆที ”
“ เก้ได้ยินมาว่าบ้านไม่ควรปล่อยทิ้งร้างไว้นะ ให้เข้ามาอยู่มาดูแลบ้างหรือไม่ก็...คิดจะปล่อยเช่าบ้างมั้ย ”
เรกเก้ไม่มั่นใจในประโยคหลังที่จะถามออกไปนักเพราะคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะยังทำใจไม่ได้
เซนพยักหน้า
“พี่บีก็เคยบอกอยู่ แต่เซนยังไม่ได้คิด คือ ยังไม่รู้ด้วยว่าจะเริ่มตรงไหนดี ”
“ถ้าจะให้เช่า เซนต้องเคลียร์ข้าวของก่อนอะ ถ้าจุดไหนต้องซ่อมก็ทำซะ...เดี๋ยวว่างๆเค้าช่วยดูให้ได้นะ ที่บ้านมีช่างประจำอยู่ ”
“ จริงปะกะจะเอาค่าคอมเท่าไหร่เนี่ย ไหนว่ามา ”
“บ้า...เพื่อนกัน 50%พอ ”
เรกเก้เป็ผู้หญิงผิวขาวร่างสูงโปร่ง สูงกว่าเซนนิดๆ ไว้ผมหน้าม้า ผมของเรกเก้ค่อนข้างเป็ลอนหยักศกสีน้ำตาลอ่อนโดยธรรมชาตินุ่มยาวประบ่า ใบหน้าหล่อนดูน่ารักแบบสาวญี่ปุ่น คิ้ว ตาจมูกดูน่ารักกำลังดีไปหมดและดูมีเอกลักษณ์ตรงรอยยิ้มที่สดใส
สมัยมัธยมความที่บ้านอยู่ในโครงการเดียวกัน ทั้งคู่เลยไปมาหาสู่เยี่ยมบ้านกันอยู่เนืองๆแต่หลังจากย้ายโรงเรียนก็ไม่ค่อยได้เจอกันอีก มาเจอกันอีกทีที่ตึกก็ทำให้ได้คุยกันบ่อยขึ้น
แต่ที่มาคุยกันบ่อยจริงๆคงเป็่ต้นปีนี้
“แล้วนี่..ตอนนี้โอเครึยัง ”
เซนเอ่ยถามถึงเื่ที่หล่อนเพิ่งเลิกกับแฟนด้วยความเป็ห่วง เพราะเซนก็มีส่วนทำให้เรกเก้กับแฟนมาถึงจุดนี้
“ก็โอเค้ โอเคแล้ว เพิ่งคบกันไม่กี่เดือนเอง ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ”
“จบกันด้วยดี? ”
“แล้วเซนล่ะ ”
คำถามนี้ทำเอาเซนชะงักไปนิดนึง
“มาเซนอะไรล่ะ ก็ถามแกอยู่ว่าจบกันด้วยดีใช่มั้ย ”
“ ชั้นถามแกมั่งกับเมล่ะ..เป็ไงบ้าง ”
“ก็เรื่อยๆ ”
คำตอบสั้นๆง่ายๆแต่อ่านสีหน้าท่าทางก็รู้แล้วว่าไม่ค่อยโอเค
หล่อนสังเกตเห็นโพสต์ของเมสองสามโพสต์หลังมันมีความ Alone โดดเดี่ยว เรียกร้องความสนใจอยู่นัยๆ
“เฮ้อ...เบื่อจัง..คบเป็เพื่อนกันนี่น่าจะยั่งยืนที่สุดละเนาะ ” หล่อนทอดถอนใจแล้วเหม่อมองออกไปยังทิวทัศน์นอกกระจกใส
เซนหัวเราะขำเบาๆจนอีกฝ่ายหันมามอง
“แล้วเมื่อกี้บอกว่าโอเค้ โอเค มึงไม่โอเคเรกเก้ ยอมรับมาเหอะ ”
“ยอมรับก็ได้วะ...แกก็เหมือนกันน่ะแหละเซน ”
โดนย้อนเข้าให้เซนค่อยเบาลง แต่สีหน้ายังเปื้อนยิ้ม
“ทีเื่ตัวเองล่ะเงียบ แกนี่นะ ” เรกเก้ขบเม้มริมฝีปากอยากจะซัดคนตรงหน้าซักป้าบ
“กินเสร็จแล้ว มีแพลนจะไปไหนต่อรึเปล่า ” เซนว่า
“เปล่า จริงๆว่าจะกลับไปตึก แต่ี้เีแล้ว ”
“งั้นไปดูหนังกัน ”
“เออ.ไปสิ ไม่ได้ดูนานแล้ว ” หล่อนดูตื่นเต้น
“งั้นไปเลย ” เขายกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม เตรียมเช็คบิล
“เดี๋ยว แล้วเราไปดูกันสองคนเหรอ มีใครไปบ้าง ”
“ไปกันสองคนแหละ เซนยังไม่ได้นัดใครเลย ”
“ได้เหรอ? ไปกันสองคนไม่เหมือนไปเดทเหรอ ”
เซนที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแทบจะสำลักออกมา