“แย่แล้ว” เทียนเฟิงคิดในใจอย่างตื่นตระหนกเพราะสายตาของเขาเห็นว่าข้างหน้าเป็หน้าผาแห่งหนึ่ง
“ฮ่าฮ่าฮ่า” พวกลูกสมุนที่ตามมาข้างหลังเห็นดังนั้นก็พากันลดความเร็วลงและพากันหัวเราะออกมา
“หนีอีกสิ ดูสิว่าแกจะหนีไปไหนได้อีกเ้าหนูตัวกระจ้อย” ลูกสมุนที่มีพลังขั้นเสริมสร้างร่างกายขั้นเจ็ดพูดออกมาโดยลูกสมุนทั้งสามได้เข้ามาล้อมรอบเทียนเฟิงเอาไว้ ตรงริมขอบหน้าผา เทียนเฟิงหันกลับไปเผชิญหน้าโดยหันหลังให้หน้าผาในสมองพลางครุ่นคิดถึงวิธีเอาตัวรอดย่างเร็วจี๋
“ถ้าหาก ข้าให้สมุนไพริญญาแกพวกเ้าแลกกับการที่พวกเ้าปล่อยข้าไปจะได้หรือไม่” เทียนเฟิงลองพูดต่อรองออกไปดูเผื่อจะมีโอกาสรอด
“สายไปแล้วตัวข้านายน้อยจะเอาทั้งสมุนไพริญญาและชีวิตของแกด้วย”
“จะโทษก็โทษตัวเองซะเถอะ ที่กล้าขัดใจข้าผู้นี้”นายน้อยที่ตามหลังมาถึงได้พูดขึ้น
“ได้ยินแล้วสินะชาติหน้าก็หัดดูตาม้าตาเรือให้ดี มีคนบ้างคนที่แกขัดใจไม่ได้”ลูกสมุนขั้นเสริมสร้างกายขั้นเจ็ด พูดขึ้นมา
“เ้าพวกสารเลวนี่ไม่คิดเหลือทางรอดให้ข้าเลยสินะ” เทียนเฟิงคิดในใจพลางหันไปดูข้างหลังในขณะที่เหล่าลูกสมุนกำลังขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“เอาว่ะ! เป็ไงเป็กันถ้าชะตาข้ายังไม่ขาดก็คงจะมีทางรอด”เทียนเฟิงพร้อมหันหลังะโลงไปจากหน้าผาสูงชันนั้นระหว่างที่ร่วงลงมาเขาก็ะโออกมาด้วยเสียงอันดังว่า
“เซียวเจี้ยน เ้ารอก่อนเถอะถ้าหากข้ารอดไปได้จะกลับมาเอาชีวิตสุนัขของเ้าเสีย!” เสียงะโห่างออกไปเรื่อยๆจนไม่ได้ยินเสียงใดอีก
“เอาไงต่อดีขอรับ นายน้อย” ลูกสมุนถามขึ้น
“ช่างมัน ก็แค่หนูสกปรกตัวหนึ่งหน้าผานี่สูงขนาดนี้มันคงไม่รอดหรอก พวกเรากลับเมืองกันเถอะ” พูดจบก็หันหลังเดินจากไปโดยมีพวกลูกสมุนเดินตามหลัง
ด้านเทียนเฟิงที่กำลังอยู่กลางอากาศนั้นในใจกำลังขมขื่นหน้าผาบ้านี่จะสูงเกินไปแล้ว ตกลงมาสักพักก็ยังไม่เห็นข่างล่างสักทีทันใดนั้นเองสายตาของเขาก็เห็นแม่น้ำกว้างใหญ่สายหนึ่ง
“ที่แท้ข้างล่างเป็แม่น้ำนี่เองน่าจะมีโอกาสรอดอยู่”
“แต่ตกลงมาสูงขนาดนี้ต้องาเ็ไม่น้อยแน่”
“แต่ก็ดีกว่าตายล่ะนะ” เทียนเฟิงคิดจากนั้นร่างกายก็ตกกระแทกกับผืนน้ำด้วยความสูงของหน้าผาบวกกับแรงที่ตกลงมากระแทกกลับผืนน้ำทำให้เทียนเฟิงหมดสติไปทันที ร่างกายของเขาค่อยๆจมลงไปที่ก้นแม่น้ำซึ่งกว้างใหญ่และลึกมากร่างกายของเขาถูกกระแสน้ำใต้ก้นแม่น้ำพัดพาไกลออกไปอย่างไร้จุดหมายโดยที่เขาไม่รู้สึกตัว
“หืม” เทียนเฟิงสะลึมสะลือค่อยๆตื่นขึ้นมา
“โอ้ย!”ความรู้สึกแรกที่ััได้คืออาการปวดหัวอย่างรุนแรงและความรู้สึกเหมือนศรีษะและร่างกายจะแยกออกเป็เสี่ยงๆหลังผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูปความเ็ปก็เริ่มทุเลาลงเทียนเฟิงถึงได้เริ่มมีสติครุ่นคิดขึ้นมา
“ยังไม่ตาย ข้ายังไม่ตาย ฮ่าฮ่าฮ่า!”เทียนเฟิงหัวเราะดังลั่นเหมือนคนบ้า
“โอ้ย! เจ็บๆๆ” เขาลืมไปว่าเขาาเ็อยู่
“ฮ่าๆ ในเมื่อ์ยังไม่ทอดทิ้งข้าเซียวเจี้ยนเ้ารอข้าก่อนเถอะ แค้นครั้งนี้ข้าต้องชดใช้คืนแน่” เทียนเฟิงขบกรามแค่นเสียงพูดออกมาหลังจากนั้นเขาก็สำรวจร่างกายตัวเองพบว่าขณะนี้ตัวเองกำลังนอนเกยตื้นอยู่บนพื้นถ้ำแห่งหนึ่ง เขาค่อยๆลุกขึ้นนั่งจึงทำให้ร่างกายของเขาปวดแปลบๆขึ้นมา เขาค่อยๆเดินขึ้นฝั่งไปช้าๆ เมื่อมองดูรอบๆเขาถึงได้รู้ว่านี่น่าจะเป็ถ้ำใต้แม่น้ำ
“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ใต้แม่น้ำนะเนี่ย”เทียนเฟิงพึมพำ ตัวถ้ำมีขนาดราว 12 เมตร สูงประมาณ 10เมตรตรงผนังถ้ำมีหินที่มีแสงสีขาวเรืองรองออกมากระจายอยู่ทั่วผนังถ้ำทำให้ถ้ำแห่งนี้สว่างไสวมองเห็นได้ชัดเจนเขาสำรวจไปรอบๆถ้ำแห่งนี้จนมั่นใจว่าไม่มีอันตรายใดๆจึงหยิบสมุนไพริญญาหญ้าหินผาออกมากิน สมุนไพริญญาหญ้าหินผาเป็สมุนไพรที่ผู้ฝึกยุทธ์ชั้นเสริมสร้างร่างกายขั้นต้นใช้ฝึกฝนร่างกายเสริมกล้ามเนื้อ ดังนั้นตัวมันเองจึงมีฤทธิ์รักษาอาการาเ็ได้ด้วยถึงแม้การกินมันสดๆ จะทำให้ผลของฤทธิ์ไม่ได้แสดงออกมาอย่างเต็มที่แต่ฤทธิ์ที่ได้จากมันก็ยังเพียงพอที่จะรักษาอาการาเ็ของเทียนเฟิง
ด้วยความที่ครอบครัวยากจนั้แ่ท่านปู่เสียไปเทียนเฟิงก็ดิ้นรนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมาคนเดียวแต่ละวันต้องคิดถึงเื่ปากท้อง ทำให้ไม่มีเวลาและกำลังทรัพย์ไปฝึกวิชายุทธ์แต่เขาก็พอจะมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการฝึกยุทธ์อยู่บ้าง
เขาจึงตั้งสมาธิเพื่อที่จะดูดซับฤทธิ์ยาของสมุนไพรได้เต็มที่เวลาผ่านไปประมาณสองชั่วยาม ในที่สุดเทียนเฟิงก็ดูดซับฤทธิ์ของสมุนไพริญญาจนหมดทำให้ในตอนนี้ร่างกายของเขาหายจากอาการาเ็พร้อมกันนั้นด้วยฤทธิ์ของสมุนไพริญญาหญ้าหินผาก็ทำให้เขาเข้าสู่ผู้ฝึกยุทธิ์ขั้นเสริมสร้างร่างกายขั้นที่หนึ่งไปด้วย“สำเร็จ ในที่สุดข้าก็เริ่มฝึกยุทธิ์ได้ซะที”น้ำเสียงของเทียนเฟิงมีความดีใจเป็อย่างมาก
“คงจะได้เวลาสำรวจถ้ำแห่งนี้แล้วสิ”เทียนเฟิงมองซ้ายมองขวา ฉับพลันหางตาก็เห็นว่ามีทางเดินเส้นเล็กๆทอดยาวเข้าไปในถ้ำอยู่ทางขวามือ เขาจึงตัดสินใจเดินตามทางนั้นไป
เทียนเฟิงเดินตามเส้นทางเล็กๆนั้นไปเรื่อยๆทางเดินค่อยๆกว้างขึ้น จนกลายเป็ห้องโถงใหญ่โล่งๆ แห่งหนึ่ง
“ที่นี่มันที่ไหนกันเนี้ย”
“ถ้ำใต้ดินเหรอแต่ที่ข้าจำได้ข้าตกลงมาในแม่น้ำนี่ หรือจะเป็ถ้ำใต้แม่น้ำ” เทียนเฟิงบ่นพึมพำในใจเขารู้สึกสับสน
สายตาของเขามองสอดส่องไปทั่วห้องโถงจนไปสะดุดตาเข้ากับสิ่งของเล็กๆชิ้นหนึ่งเข้า
“เอ๊ะ นั้นอะไรน่ะ” เขาเดินตรงเข้าไปดู
ของสิ่งนั้นเหมือนจะเป็เศษโลหะอะไรสักอย่างหนึ่งความยาวประมาณหนึ่งคืบ กว้างประมาณห้าเซนมีสนิมขึ้นปกคลุมทั่วไปหมดเทียนเฟิงเอื้อมมือเข้าไปใกล้ของสิ่งนั้น
ในขณะที่นิ้วมือของเขาเข้าใกล้เศษโลหะนั้นเหลืออีกแค่หนึ่งเซน ทันนั้นก็ปรากฏระลอกคลื่นแผ่ออกมาจากเศษโลหะนั่นระลอกคลื่นนั้นมีความคมเป็อย่างมาก
ชั่ววินาทีนั้นเทียนเฟิงััได้ถึงความตายเขาตื่นตระหนกเป็อย่างมากปฏิกิริยาของร่างกายไวกว่าความคิดมือของเขาชักกลับมาทันที แต่ก็ยังไม่ทันปลายนิ้วของเขาถูกเฉือนออกไปเล็กน้อยเืของเค้ากระฉูดไปโดนเศษโลหะขึ้นสนิมนั้น
“เฮ้อ ในที่สุดก็มีคนมาปลุกข้าสักที”
“ช่างเป็เวลาที่ยาวนานเหลือเกิน”