#04
จมูกเรมมี่ขาด จีเซวฟันฉับด้วยดาบสั้นของเขา
“อ๊าคคค.ค.ค.ค.อ๊า...ห๊า......”...เรมมี่ร้องเสียงหลง
“ฏโทษคือปะาเลยนะใต้เท้า ท่านทำไมคิดตื้นแบบนี้”...สเมลส่ายหัวให้กับบารอนผู้นี้
“โทษฏผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์จะไม่ได้รับการสืบทอดยศและบรรดาศักดิ์ใดๆใช่มั้ยครับ?”...อลันถามแอน
“เอ่อ..ค่ะค่ะ..จะโดนปลดและยึดทรัพย์กับที่ดินค่ะ”...แอนตอบด้วยความกลัวกับหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้น
“ตอนนี้คงต้องขังมันไว้ก่อน เราจะให้นกสื่อสาร ส่งจดหมายรายงานความผิดกับการให้ปากคำของเ้าตัวรองหัวหน้าโจรไปยังวังหลวงราชสำนักเพื่อขอคำราชโองการคำสั่งโปรดเกล้าปลดและยึดทรัพย์บารอน ส่วนจะแต่งตั้งใครแทนหรือปล่อยไว้ก็แล้วแต่ทางราชสำนัก จากนั้นก็ยื่นฎีกาของกำลังเสริมหลังจากรายงานฉบับนี้ไปถึง”...สเมลจัดแจงให้แอนเขียนร่างขึ้น
“ทางโยฮันตัน(เมืองหลวงของเวอร์รากีอุส) จะส่งคนมาช่วยเรามั้ยคะ?”...แอนถามด้วยความกังวล
“เฮ้อ...น่าจะ... นะ...”
อลันคุยกับพวกโจร ก่อนจะโดนสำเร็จโทษ
“คำถามสุดท้าย เคยเห็นผู้หญิงในรูปนี้มั้ย?”...อลันกางรูปแตงโมให้ดู
“โอ..เคยๆข้าเคยเห็น”
“ที่ไหน?! เ้าเห็นนางที่ไหน!?”...อลันเขย่าถาม
“ไม่ได้เจอตัวนางหรอก แต่เห็นภาพในเปลวเพลิงนิมิตของพวกปีศาจตอนไปคุยในค่ายพวกมันน่ะ นางมีผมสีดำเหมือนในภาพ นางงามมาก”
“แล้วทำไมพวกมันถึงแสดงภาพนางบนเปลวเพลิงอะไรนั่น?”...อลันเริ่มวิตก
“พวกมันพูดกับทหารของมันว่า จะกำจัดผู้กล้า ใครเอาหัวนางมาได้จะเป็วีรบุรุษของปีศาจ อะไรประมาณนี้ครับ”
“ผู้กล้า?....”
[ตามที่คุณยายคาดการณ์ แตงโมโดนอันเชิญมาในฐานะผู้กล้า ถ้างั้นเราต้องหยุดไอ้ทัพของพวกมันเสริมที่นี่ ไม่งั้นแตงโมจะแย่]…อลันครุ่นคิด
อลันปล่อยรองหัวหน้าโจรไป กับสมุนไม่กี่คนของมัน
“เ้าหนุ่มปล่อยมันทำไม เ้าไม่มีสิทธิ์ปล่อยนักโทษนะ”...จีเซวโวย
“ข้าปล่อยมันเพราะรับปากมันที่ให้ข้อมูล แต่ท่านกับทหารไม่ได้รับปากมันนี่”...อลันยิ้มแล้วผายมือ
จีเซวถอนหายใจ ชักธนูขึ้นลำพร้อมลูกน้อง แล้วยิงพวกมันที่เพิ่งเดินออกนอนกประตูป้อมแต่ยังอยู่ในเมือง
“ว่าไง? ได้อะไรบ้างมั้ย ข่าวเกี่ยวกับนาง”...สเมลถาม
“ยิ่งกว่าได้อีกครับ นางเป็ผู้กล้าที่จะไปสู้กับพวกปีศาจ ข้าต้องไปช่วยนาง”
“แล้วรู้ใช่มั้ยว่านางอยู่ไหน”
“ไม่ครับ แต่ถ้านางคือผู้กล้า ก็ไม่น่าจะหาตัวยากแล้ว แต่...”
“แต่อะไร?”
“ถ้าทัพนี้ไปเสริมกับสมรภูมิหลัก นางและกองทหารที่นั่นจะลำบาก ข้าอยากจัดการพวกมันที่นี่”
“ที่เ้าบ้าไปแล้วแน่ๆเราจะสู้กับทัพขนาดนั้นได้ไง แค่โจรป่าเรายังเกือบไม่รอด ดีว่ามีเ้าอยู่ เราถึงเอาชนะพวกมันได้แบบฉิวเฉียด”
“ท่านพูดถูกเพราะมีข้าเื่ถึงจบ ถ้าข้าเข้าถึงตัวแม่ทัพของมัน และขุนนางสำคัญที่มาประชุมหรือประจำการที่นี่ เราน่าจะทำให้มันถอนทัพไปได้”
“มันเสี่ยงมากนะ แล้วอีกอย่างถ้ามันถอนทัพหลัก แล้วทิ้งกำลังไว้ส่วนหนึ่งบดขยี้เราล่ะ แค่นั้นก็ยังเพียงพอจะรบกับเราแบบสบายๆ ด้วยซ้ำ สายการทหารที่ข้ามีเส้นสายอยู่บอกข้าว่า พวกมันมีทหารปีศาจในค่ายราวๆ 4 ถึง 5 หมื่นตนเลยนะ แล้วเราล่ะ ดูเราสิ... รวมกองปราบในเมืองก็แค่2 ถึง 3 ร้อยคน คนหนุ่มตามล่าท้าฝัน เข้าเมืองใหญ่ไปกันแทบหมด ทหารที่นี่ก็มีแค่พ่อคนลุงคนที่รับราชการทหารเลี้ยงลูกจนโตไปหาฝันในเมืองใหญ่กันหมด แต่ให้เกณฑ์ผายในเมืองรวมเด็กก็มีแค่ราวๆ 5 ถึง6 ร้อยคน”....จากนั้นห้อยมือเดินมาเท้าโต๊ะแล้วพูดแบบเหนื่อยๆ
“แค่มันทิ้งกำลังไว้5 พัน พวกเราก็ตายแล้ว เสบียงสำหรับ 5 พันของมันเยอะกว่าอาหารในเมืองเราอีกนะ”
“เสบียง?...”
“ใช่เสบียง ทีนี้รู้รึยัง ว่าเรา.......”….สเมลอ้าปากค้าแล้วกว่าต่อ
“บ้าน่ะ...นี่เ้าอย่าบอกนะว่า”
“ไม่มีเสบียง จะเลี้ยงทัพยังไง”...อลันยิ้มมุมปาก
สเมลเรียกประชุมคนสำคัญในเมืองทั้งหมด
“แผนนี้มีความเสี่ยง ใครไม่เห็นชอบ สามารถลี้ภัยได้ั้แ่ตอนนี้เลย ใครเห็นชอบ เรามาดูกันว่าใครทำอะไรได้บ้าง”...สเมลยืนข้างๆ แอนแล้วกล่าว
“ท่านแอน ท่านเป็คนคิดแผนนี้เหรอ?”...ผุ้คนที่มาประชุมถาม
“เอ่อ..ข้า”...
“ข้าเอง”...อลันโผล่งขึ้นมา
“เขาเป็ใคร?”...เหล่าผู้ร่วมประชุมถามสเมล
“เขาคือคนที่ช่วยเราเอาหัวหัวหน้าโจรกับรองแม่ทัพปีศาจ แล้วปราบกองโจรให้เราไงล่ะ เมื่อกลางวันเราเสียคนไป 0 คนเพราะเขา”
โอ....เสียงฮือฮาดังขึ้น
“แต่นั่นมันศึกแค่ร้อยกว่าคน นี่มัน 4-5 หมื่นเลยนะ”...เหล่าหัวหน้าหมู่บ้านและผู้คนที่มาประชุมเริ่มถาม
อลันกางแผนที่
“นี่คือเขื่อนของเวลลานอส อาณาจักรที่โดนพวกมันตีแตกไป เขื่อนนี้โดนพวกมันยึดเป็ฐานเสบียงน้ำ พวกมันจึงกล้าตั้งค่ายทางที่เป็แอ่งทางน้ำไหลของเขื่อนโดยไม่กลัวใครปล่อยน้ำมาวัดพาพวกมันไป บริเวณนั้นง่ายต่อการลำเลียงแจกจ่ายเสบียงตีซ่อนอาวุธชุดเกราะ ทำให้มันสะดวกและเสริมกำลังไปทัพหลวงของมันได้ง่าย”
“แต่ข้าว่าพวกเราอย่าไปยุ่งกับมันเลย เราเป็แค่ป้อมเล็กๆ ที่ห่างพวกมันออกมาแม้ไม่ไกล แต่มันก็ไม่จำเป็ต้องขยี้เราเพราะถ้ามันจะทำ คงทำไปนานแล้ว”....ผู้าุโบางหมู่บ้านแย้งมา
“ผิดแล้วท่านผู้เฒ่า เมืองเราสำคัญ ที่ทันไม่ตีทันทีเพราะมีทัพของ อาร์นาโทสประจันหน้าอยู่ต่างหาก มันถึงจ้างพวกโจรมาตอดมาตีเราเรือยๆ ไง”...อลันตอบ
“และทันทีที่มันสะดวก เราและเมืองรอบๆแถบนี้ไม่พ้นโดนมันขยี้บุกทำลาย อย่างเบาก็จับไปเป็ทาสพวกมันยันตาย จะเอายังไง”...สเมลถาม
“พวกท่านจะแอบลอบไปที่เขื่อนยังไง...จะฝ่าเข้าค่ายของมันยังไง”
“เื่ลอบเข้าไปข้าจะหาทางเอง แล้วทำลายสันเขื่อนซะ ทันทีที่น้ำท่วมพวกมัน จากจุดที่เสียหาย เสบียงอาหาร ชุดเกราะ อาวุธ และสัตว์พาหนะของพวกมันจะหายไปแทบทั้งหมด เหลือแค่กำลังรบน่าจะสักราวๆ อืม... 3หมื่นปลายๆ แค่นั้นก็เพียงพอให้ทัพของอาร์นาโทสเข้าตีแล้ว ตีแล้วถอย ตีแล้วถอย พวกมันที่มีแต่กำลังรบ แต่ไร้เสบียงกรังจะเอาอะไรมาสู้นอกจากสั่งถอนทัพ”
“ส่วนเื่การเจรจาแผนกับทางทัพของอาร์นาโทสข้าจะไปคุยเอง”...แอนยกมือขึ้น
การประชุมจบลง
“ข้าจะกลับบ้านไปพัก เตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้ เชิญท่านมาพักบ้านข้าเถิดท่านอลัน”...แอนเชิญกลับไปพักด้วย
“เฮ้อ...งั้นรบการใต้เท้าแล้ว”
[เอ๋!!?...นอนค้างบ้านผู้หญิงเหรอ?]…อลันเริ่มนึกถึงเื่พวกนี้แล้วหน้าแดงขึ้นมา
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------