การสอบเสร็จสิ้นผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนลุ้นกันหนักมากว่าจะมีใครไปผ่านหรือไม่ สุดท้ายแล้วเหล่าชมรมเบสบอล ม.5 และ ม.6 ก็สอบผ่านทุกวิชาอย่างที่ตั้งใจไว้ พวกเขานัดเจอกันที่ร้าน coffee shop ของโรงเรียน เหล่า ม.5 และ ม.6 ของชมรมเบสบอลนั่งรอรุ่นน้อง ม.4 อยู่ที่ร้านแล้วอย่างใจจดใจจ่อ คนที่น่าเป็ห่วงที่สุดไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็เ้าของวันเกิดนั่นเอง ทุกคนหวังว่าหมอนั่นจะผ่านทุกรายวิชาไปได้ด้วยดี
“นั่นไง มากันแล้วๆ” โบตันพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อเห็นเหล่า ม.4 ในชมรมเดินมา
“เป็ไงบ้าง สอบผ่านทุกวิชามั้ย” เรย์โกะถามพวกเขาอย่างเป็ห่วง
สีหน้าของทั้งสามคนดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ชินตะกับไคโตะหันไปมองฮารุโตะด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทำเอาทุกคนพลอยเครียดตามไปด้วย กัปตันฮิโรกิเห็นท่าแบบนั้นจึงพูดปลอบใจ ไม่อยากให้เกิดความกดดัน
“ฮ่าๆ เอาหน่าๆ ไม่ผ่านก็ไม่เห็นเป็ไรเลย เราเลี้ยงปิดเทอมกันที่ร้านเนื้อย่างในเมืองก็ได้ ใช่มั้ยทุกคน”
“ใช่ๆ อย่าไปเครียดเลยนะ เอาไปคราวหลังเราไปพักที่บ้านนายตอนปิดเทอมหน้าร้อนก็ได้” อากิระพูด
“ไม่ผ่านอะไรของนาย ใครสอบไม่ผ่านเหรอ” ฮารุโตะมองหน้าทุกคนอย่างสงสัย เมื่อเขาพูดจบทุกคนหันมองกันอย่างไม่เข้าใจ หันไปมองชินตะกับไคโตะ ก่อนที่ชินตะจะพูดขึ้น
“เราสอบผ่านกันหมดทุกวิชาครับรุ่นพี่”
“อ้าว แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น” โบตันถามด้วยความสงสัย
“ก็ฮารุโตะ เขาสอบผ่านทุกวิชาแถมยังติดอันดับที่ 20 ของระดับชั้นอีกด้วยครับ” ชินตะอธิบายพร้อมกับมองไปที่ฮารุโตะที่ทำหน้าตาไม่ดูทุกข์ร้อนอะไร ทุกสายตาจ้องไปที่ฮารุโตะจนเ้าตัวรู้สึกได้ถึงสายตาของทุกคนที่มองมาหาเขา เขาเริ่มจะประหม่านิดหน่อยกับสายตาเ่าั้ที่มองเหมือนไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้
“อะไร…ทำไมล่ะ มองฉันกันอย่างนี้หมายความว่าไง เห็นฉันเป็แบบนี้ ฉันก็ไม่ได้โง่นะ”
“หว่าาาา…ฮารุโตะของเรายอดเยี่ยมที่สุด” เรย์โกะคว้าคอของฮารุโตะเข้าไปกอดอย่างดีใจ ทำเอาคนโดนกอดถึงกับผงะ รีบผลักเธอออก
“อะ… อะไรของนายเนี่ย อย่างมาตีเนียนกับฉันหน่อยเลย เื่พี่สาวฉัน ฉันยังไม่ลืมหรอกนะ” ฮารุโตะพูดอย่างคาดโทษ
“ถ้างั้นทริปบ้านพักตากอากาศของเราก็เดินหน้าต่อได้นะสิ” กัปตันฮิโรกิพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“นั่นสินะ ได้กินปิ้งย่างอยู่ข้างทะเลสาบ ผิงไฟนั่งล้อมวงร้องเพลง นอนดูดาวด้วยกันทั้งคืน ตื่นเช้ามาก็ไปตกปลากัน ตกเย็นก็มาย่างปลากินกัน อ่า…ฟังดูแล้ว…” โบตันพูด ก่อนจะเว้น่ ทุกคนมองหน้าแล้วพูดพร้อมกัน
“ยอดเยี่ยมที่สุด!!” สิ้นเสียงนั้น ทุกคนพากันหัวเราะและพูดถึงการเตรียมตัวไปบ้านพักของฮารุโตะกันอย่างครื้นเครง
แผนเซอร์ไพรส์มันจะออกมาดีมั้ยน่ะเหรอ
ทุกคนก็ต้องตารอมันเหมือนกัน
เช้าวันเดินทางไปบ้านพักตากอากาศ
ทุกคนจัดกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางไปบ้านพักตากอากาศของอิโต้ ฮารุโตะกันอย่างตื่นเต้น เป็เวลานานแล้วที่เหล่าชมรมเบสบอลไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันั้แ่ไปตั้งแค้มป์ที่คารุอิซาวะ ทุกคนตัดสินใจจะไปด้วยรถบัสประจำทาง แต่ฮารุโตะบอกว่าเขาได้เหมารถบัสขนาดเล็กเอาไว้แล้วเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ดูก็รู้ว่าเขารู้สึกตื่นเต้นกับมันแค่ไหน ถึงแม้ว่าจะทำเป็ไม่สนใจ ไม่แสดงออกมาก็ตาม ทุกคนมองหน้ากันพยายามกลั้นยิ้มไม่ให้คนขี้เก็กต้องเขินกับความเตรียมพร้อม
ระหว่างทางพวกเขาแวะซื้อของกันที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต เพื่อเตรียมทำมื้อเย็น แน่นอนว่าตัวหลักในการทำอาหารไม่ใช่ใครอื่น คนนั้นก็คือ ซูซูกิ ชินตะ เขาเดินเลือกซื้อของที่ต้องเตรียมอย่างชำนาญ แถมยังรู้ด้วยว่าซื้ออันไหนถึงจะคุ้ม ซื้ออันไหนแบบไหนถึงจะลดราคา เหล่าเพื่อนได้แต่เดินตามชินตะและมองเขาด้วยความทึ่งถึงความสามารถในการจ่ายตลาด ชินตะราวกับเป็แม่บ้านท่านหนึ่งที่ชำนาญการซื้อของเข้าบ้านเลยทีเดียว
"ชินตะ นายทำได้ยังไง ซื้อของแต่ละอย่างได้เทพมาก" โบตันชื่นชมคนที่กำลังเลือกหัวไชเท้าอยู่
"ฮ่าๆๆ เงินเดือนแต่ละเดือนของผมมันมีจำกัดน่ะ เวลาเลือกซื้ออะไรก็ต้องเน้นความคุ้มค่าเอาไว้ก่อน มันเลยเป็นิสัยน่ะ แต่ถ้าทุกคนอยากกินอะไรก็ตามสบายเลยนะครับ" เ้าตัวที่โดนชมได้แต่หัวเราะแก้เขิน
"อ่ะ....ฉันอยากกินอันนี้" กัปตันฮิโรกิหยิบแพ็คเนื้อสไลด์ขึ้นมา ชินตะเห็นแบบนั้นเลยหยิบเนื้อแพ็คอีกยี่ห้อหนึ่งอีกมา
"เอาอันนี้ดีกว่านะครับกัปตัน เนื้อนุ่มกว่าแถมราคายังถูกกว่า ถ้าซื้อ 2 แพ็ค จะแถมอีก 1 แพ็คด้วยนะครับ"
"อ่า...งั้นฉันเอาอันนี้" กัปตันหยิบเนื้อแพ็คที่โดนแนะนำใส่รถเข็นทันที
"ชินตะ นายนี่มันกูรูซุปเปอร์จริงๆเลยนะ สุดยอดไปเลย" อากิระมองเขาอย่างทึ่ง ทำเอาคนโดนชมถึงกับเขินเลยทีเดียว
หลังจากที่ซื้อของกันเสร็จแล้ว ทุกคนพากันขึ้นรถเตรียมเดินทางกันต่อ ไม่นานก็มาถึงบ้านพักตากอากาศทางเข้าบ้านพักมีกำแพงรั้วกั้นเป็แนวยาว ระหว่างทางเข้าไปในตัวบ้านพักนั้นเป็ผืนป่าไม้กว้างใหญ่ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นสน เมื่อขับเข้าไปจนสุดทางก็เจอบ้านพักอยู่หลังเดียวริมแม่น้ำบรรยากาศดูเย็นสบายและเป็ส่วนตัว
ทุกคนขนสัมภาระเข้าบ้านพักกัน บ้านพักนั้นมีทั้งหมดสี่ห้องนอน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สมแล้วที่เป็บ้านพักของตระกูลอิโต้
“ปกติแล้วฉันชอบมาพักที่นี่ที่สุด เพราะมันสงบและเป็ส่วนตัว” อิโต้ ฮารุโตะอธิบาย “ห้องนอนมีสี่ห้อง เพราะงั้นเราต้องนอนกันเป็คู่ จะมีห้องนึงที่นอนสามคน”
“ฉันนอนกับเร็น” กัปตันฮิโรกิยกมือพร้อมกับวิ่งไปหาเรย์โกะ
“ถามฉันหรือยังว่าอยากนอนกับนายมั้ย” เรย์โกะมองคนที่กำลังมากอดคอเธอ
“งั้นฉันนอนด้วย” ชูยะพูดขึ้น
“อะไร!! นายก็ไปนอนกับคนอื่นสิ ฉันจะนอนกับเร็นสองคน” กัปตันฮิโรกิโอดครวญ
“ปกติเวลานายไปนอนที่ไหน นายก็นอนกับฉันตลอดนะไอ้กัปตัน” ชูยะหรี่ตามองกับตันฮิโรกิ
“แต่ครั้งนี้ฉันอยากนอนกับเร็น นายไปนอนกับคนอื่นไป” กัปตันฮิโรกิไล่ชูยะ
“ไม่ ฉันจะนอนด้วย” ชูยะยังคงดื้อดึง เรย์โกะเข้าใจดีที่ชูยะทำแบบนี้เพราะเค้ารู้ความลับของเธอ และไม่อยากให้เธอเป็อันตราย
“ฉันเองก็อยากจะนอนกับเร็นเหมือนกันนะ ปกติเร็นต้องนอนกับฉันสิ หมอนั่นเป็รูมเมทฉัน” อากิระเดินมาคว้ามือเร็นเอาไว้
กลายเป็ว่าตอนนี้เกิดศึกแย่งชิงรูมเมท เรย์โกะได้แต่มองพวกเขาเถียงกันแล้วถอนหายใจ เรย์โกะมองไปที่อิโต้ ฮารุโตะ เขายืนมองคนเ่าั้ที่กำลังเถียงกันด้วยสีหน้าคิ้วขมวด ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องแย่งนอนกับเรย์โกะ ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันโดยไม่ต้องสงสัย เร็นเป็ที่รักของเ้าพวกนี้ขนาดนั้นเลยหรอหรือพวกเขามีความลับอะไรกันแน่ จึงอยากให้เธออยู่ใกล้ด้วยตลอดเวลา
โบตันกับไดจิเดินเข้าห้องไปเก็บสัมภาระเพราะี้เีดูพวกเขาแย่งห้องนอนกัน เช่นเดียวกับชินตะและไคโตะ แน่นอนว่าพวกเขานอนด้วยกัน เรย์โกะเห็นท่าว่าพวกเขาน่าจะเถียงกันอีกนานจึงเดินไปหาฮารุโตะดึงมือเขาและพาเขาเข้าห้องนอนไปปล่อยให้เ้าสามคนที่แย่งนอนกับเรย์โกะ มองดูเรย์โกะกับฮารุโตะเข้าห้องปิดประตูอย่างงงๆ
“อะไรของนายเนี่ย ใครบอกว่าฉันจะนอนกับนาย” เข้าห้องมาฮารุโตะก็โวยวาย
“ไม่รู้แหละฉันจะนอนห้องนี้ หรือนายอยากจะไปนอนกับคนอื่นล่ะ” เรย์โกะมองสำรวจไปรอบๆห้อง พอจะสังเกตได้ว่านี่คงเป็ห้องส่วนตัวของฮารุโตะ
“อ่า…นี่ห้องส่วนตัวนายสินะ”
“นายนี่มันยุ่งไม่เข้าเื่จริงๆเลย” ถึงจะพูดแบบนั้นฮารุโตะก็ทำได้เพียงแค่เอาสัมภาระไปเก็บไว้ในตู้ของเขา
“เอมิไม่มาด้วยหรอ” เรโกะแอบหลอกถามเขา
“ทำไม ผิดหวังล่ะสิ”
“เปล่าสักหน่อย ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขามาไม่ได้ ก็แค่ถามนายไปอย่างนั้นแหละ”
“เฮอะ! นายนี่มันกวนประสาทได้ตลอดจริงๆ ฉันออกไปนอนที่โซฟาข้างนอกก็ได้” เรย์โกะเห็นท่าแบบนั้นก็รีบร้องห้ามทันที
“ ไม่ได้นะ! ถ้านายออกไปข้างนอกเ้าพวกนั้นมันต้องตามเข้ามานอนกับฉันที่ห้องของนายแน่ๆ”
“แล้ว…”
“อยากให้คนอื่นมานอนห้องนายรึไง”
“นายก็คนอื่นเหมือนกันแหละหน่า”
“เอาเถอะ ถือว่าช่วยฉันหน่อยแล้วกัน ฉันไม่อยากไปวุ่นวายกับเ้าพวกนั้น”
“แต่เ้าพวกนั้นที่ว่าน่ะ คือเพื่อนนายนะ”
“เถอะหน่า ช่วยฉันหน่อย ฉันจะยอมทำตามที่นายขอหนึ่งข้อแล้วกันเป็การแลกเปลี่ยน”
ฮารุโตะลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง
”ขออะไรก็ได้ใช่ไหม”
“ใช่ อะไรก็ได้… ยกเว้นขอให้เลิกคบกับเอมิ”
ฮารุโตะมองไปหาคนที่รู้ทัน นั่งทำสายตาออดอ้อนมาที่เขา
“อ่าๆ ก็ได้ๆ ฉันขอคิดดูก่อนก็แล้วกัน ถือว่านายติดฉันไว้เื่นึงนะ” ฮารุโตะยกคำขอเอาไว้ก่อน เพราะ ตอนนี้เค้ายังนึกไม่ออกว่าจะให้เรย์โกะทำอะไร
“ขอบใจมากนะ” เรโกะส่งยิ้มให้ฮารุโตะ พร้อมกับะโกอดคอเขาไปหนึ่งที ทำเอาคนโดนกอดถึงกับรู้สึกแปลกๆ
ทำไมกันทุกครั้งที่มองหน้าเร็น ความรู้สึกหัวใจเต้นแรงแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนราวกับเขากำลังหลงรักรอยยิ้มนั้น ทุกครั้งที่เผลอมองทำเอาฮารุโตะเสียอาการอยู่บ่อยๆ แต่ก็ต้องทำเป็ไม่สนใจทุกครั้ง
ฮารุโตะผลักเรย์โกะออก เพราะตัวเองกำลังเผลอรู้สึกกับเธอ จนเรย์โกะ ล้มลงไปบนเตียง แต่เธอที่กำลังกอดคอเค้าอยู่ จึงดึงฮารุโตะลงไปด้วย เขาจึงล้มทับลงบนตัวของเรย์โกะเข้าอย่างจัง ใบหน้าของเขาและเธอ อยู่ใกล้กันเพียงแค่ฝ่ามือกั้นเท่านั้น
ฮารุโตะมองใบหน้าของเรย์โกะ อย่างที่ไม่เคยใกล้ขนาดนี้มาก่อนสายตาของทั้งสองจ้องมองกัน ริมฝีปากของเธอนั้นช่างดึงดูดเขาเสียเหลือเกิน ฮารุโตะค่อยๆเลื่อนริมฝีปากของเขาเข้าไปใกล้ริมฝีปากของเรย์โกะขึ้นเรื่อยๆ
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงเคาะประตู…ไม่สิ
เสียงทุบประตูมากกว่า...ดังขึ้น
คนที่เคาะนั้นไม่ใช่ใคร กัปตันฮิโรกินั่นเอง
“สองคนนั้น จะอยู่ในห้องด้วยกันทั้งวันเลยรึไง ออกมาได้แล้ว!!” เสียงทุบประตูยังคงดังต่อเนื่อง ทำเอาฮารุโตะตื่นจากภวังค์ลุกขึ้นจากเตียงอย่างหัวเสียไปเปิดประตู
“จะเคาะให้ประตูพังเลยรึไง มารยาทน่ะมีบ้างไหม”
“มี แต่ไม่ใช่กับนาย เ้าคนฉวยโอกาส” คำพูดของกัปตันฮิโรกิทำให้ฮารุโตะใครู่หนึ่ง
“ฉะ… ฉวยโอกาสอะไร ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” เขารู้ได้ยังไงว่าในห้องนี้เกิดอะไรขึ้น ฮารุโตะคิดในใจ
“ไม่ต้องมาแก้ตัว ก็เห็นๆกันอยู่”
“หะ…เห็นอะไร นายเห็นอะไร” ฮารุโตะพูด้วยน้ำเสียงเลิ่กลั่ก หายใจไม่ทั่วท้อง
“ก็เห็นกันอยู่ว่านายได้นอนกับเร็นไง อย่ามาทำไขสือ” เมื่อเห็นกัปตันฮิโรกิพูดแบบนั้น ฮารุโตะก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่ใช่เื่นั้นสินะ ใแทบแย่
เรย์โกะเดินออกมาจากห้องพร้อมยกมือไล่ให้กัปตันฮิโรกิกลับห้องไป
“อะไรของนายเนี่ย วอแววุ่นวายจัง”
“เร็นจ๋า ฉันขอนอนด้วยคนสิ ฉันไม่อยากนอนกับชูยะกับอาริกะอ่า เบื่อขี้หน้ามันเต็มทีแล้ว” กัปตันฮิโรกิอ้อนวอนเรย์โกะ
“เบื่อขี้หน้าอะไรไอ้กัปตันห่วงก้าง” อากิระพูดพร้อมกับเดินมาล็อคคอเขา ชูยะก็เดินมาข้างๆเขาเช่นเดียวกัน
“เร็น ขอคุยด้วยหน่อยสิ” ชูยะพูดพร้อมกับดึงมือเรย์โกะออกมาจากความวุ่นวายตรงนั้นโดยไม่รอให้เธอตอบอะไรทั้งสิ้น
ชูยะพาเรย์โกะมาคุยยังสวนข้างบ้านพัก
“อะไรของนายเนี่ย ลากฉันมาทำไม มีอะไรจะคุยกับฉัน”
“มีสิ เธอก็รู้อยู่แล้ว ว่าเธอเป็ใคร ถ้าเกิดความลับแตกขึ้นมาเธอจะทำยังไง ทำไมถึงเลือกไปนอนกับเ้าหมอนั่น” ชูยะบ่นร่ายยาว
“ไม่เห็นเป็อะไรเลย ฉันดูแลตัวเองได้หน่า”
“เธอนี่มัน… ทำไมถึงได้ดื้อขนาดนี้นะ” ชูยะแอบบ่นในความเอาแต่ใจของเธอ
“เอาหน่า แค่สองคืนเอง ไม่มีอะไรหรอก นายอย่าคิดมากสิ พรุ่งนี้วันเกิดของฮารุโตะนะ ฉันจะพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”
ชูยะยืนกอดอกเอาแต่จ้องมองเรย์โกะด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ฉันสัญญาว่าถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้น ฉันจะบอกนายคนแรกเลย”
“อย่าอยู่ห่างจากฉันก็แล้วกัน อย่าไปไหนไกลสายตาฉัน” ชูยะมองเรย์โกะอย่างจริงจัง เรย์โกะเผลอสบตาเขา ด้วยสายตาคู่นั้นทำเธอเสียอาการเล็กน้อย เธอจึงหลบตาไปมองทางอื่น ชูยะเอื้อมมือทั้งสองมาประคองใบหน้าของเรย์โกะ เพื่อให้เธอมองตาเขา “เข้าใจที่ฉันพูดมั้ย”
เรย์โกะรีบปัดมือของเขาออก ถ้าเผลอจ้องนานกว่านี้คงเป็เื่แน่
“เข้าใจแล้วหน่า”
“หน้าเธอแดงหน่ะ เป็อะไรรึเปล่า” ชูยะยังคงพยายามจ้องมองมาที่ใบหน้าของเธอด้วยความเป็ห่วง ช่างไม่รู้อะไรเสียเลย เ้าคนซื่อบื้อ
“อะ…อากาศข้างนอกมันหนาวนิดหน่อย ฉัน…เข้าไปช่วยในครัวก่อนนะ” พูดจบเรย์โกะก็เดินเข้าไปในบ้านพักทันที ปล่อยชูยะให้ยืนสงสัยอยู่อย่างนั้น
ทุกคนช่วยกันเตรียมโต๊ะ ผ่าฟืนเพื่อเตรียมก่อกองไฟในคืนนี้ กัปตันฮิโรกิเสนอว่าคืนนี้อยากจะให้พวกเรานอนที่ลานสนามหญ้าข้างทะเลสาบด้วยกันเค้าจึงเตรียมกางเต็นท์ใหญ่ ที่ไปเจอมาในห้องเก็บของบ้านพัก เต็นท์นั้นสามารถนอนได้เจ็ดถึงแปดคนเลยทีเดียว
“โห…ที่นี่มีเต็นท์ใหญ่ขนาดนี้เลยหรอ นายเอาไว้ใช้นอนกับใครเนี่ย” อากิระถามฮารุโตะผู้เป็เ้าของบ้านพัก
“ไม่รู้สิ ฉันซื้อเก็บไว้เมื่อปีที่แล้ว กะว่าจะใช้กลางตรงสนามหญ้านี่แหละ แต่ดันสั่งมาแบบไม่ได้ดูไซส์ ปีที่แล้วก็เลยนอนแบบไม่กางเต็นท์อยู่ตรงนี้แหละ”
“ตอนนี้ได้รู้แล้วสินะ ว่าซื้อมาจะได้ใช้กับใคร” ไคโตะพูดขึ้น ฮารุโตะหันไปมองหน้าไคโตะ พยักหน้ากับตัวเองช้าๆ นั่นสินะเต็นท์ใบใหญ่ที่คิดว่ามันคงไม่เคยได้ใช้ วันนี้เต็นท์นี้ดูพิเศษขึ้นมาเลย
ชูยะและไดจิ กำลังช่วยกันผ่าฟืน เพื่อใช้เตรียมก่อกองไฟ ส่วนโบตันกำลังจัดโต๊ะเตรียมมื้อเย็น ทุกคนกำลังทำหน้าที่ช่วยกันเตรียมกิจกรรมมื้อเย็นนี้กันอย่างสนุกสนาน เป็่เวลาที่ห่างหายนานนับั้แ่ตั้งแคมป์ที่คารุอิซาวะ
เรย์โกะเดินเข้ามาในครัวเห็นว่าชินตะกำลังเตรียมของที่จะทำปิ้งย่างตอนเย็นอยู่ เธอจึงเดินเข้าไปช่วยเขา
“มีอะไรให้ฉันช่วยมั้ย ชินตะ”
“ครับ รบกวนด้วยนะครับรุ่นพี่เร็น” เรย์โกะเดินไปหยิบผักเพื่อเตรียมล้างใส่จาน
“่นี้เราไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ ดูนายไม่ค่อยมีเวลาเลย” เรย์โกะพูดกับชินตะที่กำลังหั่นเนื้ออยู่
“่นี้ผมทำงานหลายอย่างครับ พอเปิดเทอมแล้วค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นเลยต้องทำงานให้เยอะขึ้นครับ”
“อ่า…อย่างนี้นี่เอง”
“แต่ก็ยังดีนะครับ ที่มีฮารุโตะคอยช่วยเหลือ”
“หมอนั่นช่วยยังไงหรอ”
“การบ้านของเขา เขาเป็คนจ้างให้ผมทำครับ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ทำได้ดีแท้ๆ แต่เพราะอยากจะช่วยเหลือผม เขาเลยทำแบบนั้น เห็นได้จากการสอบครั้งนี้ว่าจริงๆ แล้วเค้าก็เป็คนที่เรียนเก่ง แทบจะไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากพวกเราเลยด้วยซ้ำ เค้าเป็คนดูเหมือนไม่สนใจและไม่ใส่ใจใครเลย แต่จริงๆแล้ว เป็คนที่อ่อนโยนและนึกถึงคนอื่นอยู่เสมอ เพราะงั้นผมเลยอยากจะตอบแทนเขาให้ได้มากที่สุด” เรย์โกะไม่ได้พูดอะไรตอบ ก็จริงอย่างที่ชินพูดทั้งๆ ที่ตัวเองก็ทำอะไรหลายๆอย่างได้ดีแท้ๆ แต่กลับนึกถึงคนอื่นก่อนเสมอ
“เพราะงั้นวันนี้เป็วันพิเศษของฮารุโตะ ผมเลยทำเซกิฮังให้ฮารุโตะด้วยครับ” ชินตะเปิดกล่องอาหารที่มีเซกิฮังอยู่ข้างใน ข้าวเหนียวที่ผสมกับถั่วแดง โรยหน้าด้วยงาดำดูน่ากิน
เซกิฮัง ขนมที่จะทำขึ้นในงานมงคลหรือวันเกิด เพื่อความเป็สิริมงคลของเ้าของของมัน
“ว้าว…ฝีมือนายนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ” คนถูกชมได้แต่ยิ้มรับดีใจ
“คิดว่าฮารุโตะจะชอบมั้ยครับ”
“แน่นอนสิ หมอนั่นต้องร้องไห้น้ำตาไหลขี้มูกโป่งแน่ๆ ฮ่าๆๆ” ทั้งสองหัวเราะกับคำพูดของเรย์โกะก่อนจะช่วยกันทำอาหารต่อ
ชินตะสังเกตเห็นเรย์โกะช่วยเขาทำอาหารอย่างชำนาญ ก่อนหน้านี้ที่ไปตั้งแคมป์ที่คารุอิซาวะ เขาจำได้ว่าเร็นทำอาหารไม่เก่งเลย สิ่งนี้ทำให้ชินตะประหลาดใจมาก
“รุ่นพี่เร็นทำอาหารเก่งขึ้นเยอะเลยนะครับ ครั้งก่อนที่ไปตั้งแคมป์ที่คารุอิซะวะ รุ่นพี่บอกว่าทำอาหารไม่เก่งเลย” คำพูดของชิตะทำให้เรย์โกะชะงักเล็กน้อย
“ก็… ั้แ่ตอนนั้นฉันเลยฝึกทำอาหารที่บ้านน่ะ ก็มันน่าอิจฉานายนี่นายทำอาหารก็เก่ง เรียนก็เก่ง ทำงานก็เก่ง ทำอะไรก็เก่งไปหมด” โดนชมอีกแล้วชินตะถึงกับเขินทำตัวไม่ถูก
“การโดนรุ่นพี่เร็นชมนี่มันรับมือได้ยากจริงๆเลยครับ”
“หน้านายดูแดงๆ นะ อากาศหนาวไปหรือเปล่า ให้ฉันไปเพิ่มฮีตเตอร์ให้มั้ย” เรย์โกะทำท่าจะวิ่งไปเพิ่มฮีตเตอร์ แต่ชินตะห้ามไว้เสียก่อน
“ไม่เป็ไรครับรุ่นพี่เร็น ผมสบายดี แค่รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงกับรุ่นพี่เร็นนิดหน่อยครับ” คำพูดที่ดูซื่อตรงของชินตะเผลอทำเรย์โกะหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว
“ฮ่าๆ นายนี่มันน่ารักจริงๆเลย ทำไมถึงซื่อได้ขนาดนี้นะ”
“ถ้ารุ่นพี่เร็นไม่ว่าอะไร…ผมขอชอบรุ่นพี่ด้วยอีกคนได้ไหมครับ”
“หมายความว่ายังไง…ชอบด้วยอีกคน?” เรย์โกะถามอย่างไม่เข้าใจ
“รุ่นพี่ไม่รู้ตัวหรอครับ ทุกคนที่นี่ต่างก็ชอบรุ่นพี่กันทั้งนั้น”
“ก็ต้องชอบสิ ฉันเป็เพื่อนพวกเขานะ”
“ไม่ใช่ครับ ไม่ได้ชอบเป็เพื่อนแบบนั้น” ชินตะหันมามองหน้าเรย์โกะด้วยสีหน้าที่จริงจัง “รุ่นพี่เร็นไม่รู้ตัวหรอครับ”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ความรู้สึกแบบนั้น”
“ั้แ่ที่รุ่นพี่ประสบอุบัติเหตุมา ทุกคนก็ปฏิบัติกับรุ่นพี่เปลี่ยนไป ทุกคนดูใส่ใจและเป็ห่วงรุ่นพี่มากกว่าเมื่อก่อน ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเป็เพราะอะไร ที่สำคัญรุ่นพี่ดูเปลี่ยนไป ดูอ่อนโยนและมีมุมที่น่ารักมากขึ้น ต่างจากรุ่นพี่เร็นก่อนหน้านี้เลยครับ
“ต่างกันยังไงหรอ”
“เมื่อก่อนรุ่นพี่เร็นเป็คนตลก ขี้เล่น ชอบแกล้งคนอื่น โดยเฉพาะผมครับ”
“ฉันชอบแกล้งนายหรอ”
“ครับ ก่อนจะเข้า ม.4 ผมทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านคาเฟ่ของโรงเรียนมาก่อน รุ่นพี่ชอบมาช่วยผมทำงานที่ร้าน เวลามีรุ่นพี่อยู่ด้วยนักเรียนจะมาซื้อเยอะกว่าปกติครับ แต่สุดท้ายผมก็ทำอยู่คนเดียว ส่วนรุ่นพี่ก็แค่ยืนชี้นิ้วสั่งผม ผมเลยถามว่ารุ่นพี่ทำแบบนี้ทำไม รุ่นพี่บอกว่าแค่อยากจะแกล้งเฉยๆ เวลาเห็นผมทำตัวยุ่งๆ มันดูน่ารักดี” ชินตะอธิบาย เ้าเร็นนี่มันร้ายนัก ไปแกล้งชินตะแบบนั้นได้ยังไง
“ขอโทษนะที่ทำให้นายต้องลำบาก”
“ไม่เลยครับ พอมาย้อนมองดูอีกที ผมถึงได้เข้าใจว่าถ้าผมทำเงินให้ร้านได้เยอะเท่าไหร่ ผมก็จะได้ค่าตอบแทนมากขึ้นครับ ต้องขอบคุณรุ่นพี่มากกว่า”
“อ่า…ไม่เป็ไร”
“เพราะงั้นในวันที่ไปตั้งแคมป์ที่คารุอิซาวะ…” แค่ได้ยินคำว่าไปตั้งแคมป์ที่คารุอิซาวะก็ทำให้เรย์โกะถึงกับต้องหยุดฟัง เธอหันไปมองชินตะเพื่อให้เขาพูดต่อ
“...ตอนดึกคืนนั้น ผมไปหารุ่นพี่เร็นที่เต็นท์เพื่อจะขอบคุณเื่นี้ครับ ผมเห็นลางๆว่ารุ่นพี่เดินออกไปจากเต็นท์พร้อมกับสัมภาระ ตอนนั้นยังรู้สึกแปลกใจว่าดึกขนาดนั้นรุ่นพี่จะออกไปไหน ผมเลยเดินตามรุ่นพี่ไป แต่หายไปซะแล้ว ผมก็เลยกลับเข้าเต็นท์ไปนอน คิดว่าตอนเช้าค่อยมาขอบคุณรุ่นพี่ทีหลังก็ได้ พอเช้าวันต่อมาถึงได้รู้ว่ารุ่นพี่รีบกลับเพราะมีธุระต้องรีบไป”
“ธุระหรอ นายรู้ได้ยังไงในเมื่อฉันรีบออกไปไม่ใช่หรอ” เรย์โกะถามยังไม่เข้าใจ
“รุ่นพี่ส่งข้อความทิ้งไว้ในแชทกลุ่มของชมรมครับ”
“ฉันขอดูข้อความนั้นหน่อยได้ไหม” เรย์โกะขอให้ชินตะเปิดข้อความนั้นให้เธอดู ชินตะยื่นโทรศัพท์มือถือพร้อมกับเปิดแชทนั้นให้เธอดู วิธีการพูดของเร็นแตกต่างไป
“หลังจากส่งข้อความรุ่นพี่ก็ออกจากแชทกลุ่มไปเลย เราเลยคิดว่าโทรศัพท์ของรุ่นพี่มีปัญหารึเปล่าหลังจากนั้นพวกเราก็ติดต่อรุ่นพี่ไม่ได้อีกเลย”
“ประมาณกี่โมงหรอ ที่นายมาหาฉันที่เต็นท์เมื่อคืนนั้น”
“อืม… ประมาณตีสามครึ่งนะครับ เพราะว่าผมนอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาเดินเล่นนิดหน่อยก่อนจะไปหารุ่นพี่”
ไม่! ไม่ใช่เร็นแน่นอนที่เก็บสัมภาระออกไปในคืนนั้น คนที่ชินตาเห็นจะต้องเป็คนร้ายที่้าทำลายหลักฐานและโทรศัพท์มือถือของเร็นก็หายไปด้วย ่เวลาตีสามครึ่งนั้นเป็่ที่เร็นโดนกลบฝังอยู่ใต้หิมะแล้ว เป็ไปไม่ได้ที่เร็นจะส่งข้อความไปในแชทกลุ่ม แสดงว่าจะต้องเป็ฝีมือของคนร้ายแน่นอน
“นายแน่ใจใช่ไหมว่านั่นคือฉันจริงๆ” เรย์โกะถามย้ำชินตะ
“ถึงแม้ว่าจะเห็นหน้าไม่ชัด แต่รูปร่างความสูงก็คือรุ่นพี่เร็นนะครับ”
“นายไม่เห็นหน้าฉันหรอ”
“่เวลานั้นมันมืดมากครับ ผมมองเห็นไม่ค่อยชัด แต่กระเป๋าที่สะพายอยู่เป็ของรุ่นพี่แน่นอนครับผมจำได้”
ใช่แน่ๆ คนๆ นั้น จะต้องเป็คนร้ายตัวจริง ได้เบาะแสเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่างแล้ว คือรูปร่างลักษณะและความสูงพอๆกับเร็น ถ้าเกิดว่าคนร้ายรู้แม้กระทั่งว่าสัมภาระของเร็นมีอะไรบ้าง แสดงว่าหนึ่งในคนร้ายต้องอยู่ในชมรมเบสบอลอย่างแน่นอน ความคิดของเรย์โกะตอนนี้มันพลุ่งพล่านและสับสนไปหมด
รู้สึกลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีเลย เหมือนว่ากำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ยังไงก็ไม่รู้ ความรู้สึกนั้นของเรย์โกะมันแว๊บเข้ามาในหัว เรย์โกะที่กำลังหั่นผักไปด้วยและเรียบเรียงเื่ราวทั้งหมดอยู่ในใจ โดยที่ไม่ทันระวังจึงโดนมีดบาดที่นิ้วชี้ของเธอ
“โอ๊ย!!”
เรย์โกะที่กำลังใจลอยร้องเสียงหลงด้วยความใ
“รุ่นพี่เร็น! เป็อะไรรึเปล่าครับ” ชินตะรีบวิ่งมาดูเรย์โกะ จับมือเธอขึ้นมาดูอย่างเป็ห่วง เืเธอไหลออกมาไม่มากนัก เพราะมันบาดเพียงเล็กน้อย
“รีบไปทำแผลก่อนดีกว่าครับ”
ว่าแล้วชินตะก็จับมือเรย์โกะดึงเธอให้เดินตามไป เขาพาเธอไปนั่งที่โซฟาห้องนั่งเล่น ก่อนจะรีบวิ่งไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้เธอ
“ใจลอยอะไรครับ ถึงได้โดนมีดบาดเข้าให้แบบนี้” ชินตะพูดพร้อมกับทำแผลให้เรย์โกะไปด้วย
“เปล่า ไม่มีอะไร” ขอโทษนะที่บอกอะไรกับนายไม่ได้ ถ้าเกิดว่านายเป็คนร้ายล่ะ ถ้าเกิดว่าสิ่งที่นายพูดมันไม่ใช่เื่จริงล่ะ เรย์โกะได้แต่มองหน้าเขาและคิดในใจ
“หรือว่าเป็เพราะเื่ที่ผมบอกว่ารุ่นพี่แกล้งผม เลยทำให้รุ่นพี่ไม่สบายใจหรือเปล่าครับ” เรย์โกะเงียบเธอไม่พูดอะไรต่อ ชินตะยังคงทำแผลให้เธอต่อไปจนเสร็จ ก่อนจะพูดกับเธอพร้อมกับกุมมือเธอเอาไว้
“รุ่นพี่ครับ สิ่งที่ผมจะพูดกับรุ่นพี่ในวันนั้นและยังค้างคาอยู่ในใจผมมาตลอดเลย คือคำว่า ขอบคุณนะครับ ขอบคุณที่คอยช่วยเหลือโดยที่รุ่นพี่ไม่รู้จักผมด้วยซ้ำ ผมเข้าชมรมเบสบอลและอยากจะเป็นักเบสบอลอาชีพก็เพราะรุ่นพี่เร็น รุ่นพี่คือแรงบันดาลใจหลายๆของผมเลยครับ”
ชินตะพูดทุกอย่างออกมาอย่างจริงใจ ด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่มุ่งมั่นแต่นุ่มนวลตามแบบฉบับของชายหนุ่มใจดี เขากุมมือเรย์โกะอย่างนั้น มองเรย์โกะอย่างไม่ละสายตา
“ที่พูดว่าผมชอบรุ่นพี่เร็น ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ เพราะผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ” คำพูดของชินตะทำให้หัวใจเธอเต้นแรงเล็กน้อย ไม่คิดว่าหนุ่มน้อยแสนดี ขี้อาย จะกล้าพูดความในใจของตัวเองออกมาแบบนี้ แต่ประเด็นคือเร็นเป็ผู้ชายนะ เ้าบ้า!
“…แต่ฉันมีแฟนแล้วนะ”
“ครับ เมื่อก่อนก็แค่คิดว่ารุ่นพี่คือพี่ชายของผมคนนึง แต่่หลังๆมานี้ ผมมองรุ่นพี่เร็นเปลี่ยนไป รุ่นพี่ดูน่ารักสดใส มองทีไรหัวใจผมเต้นแรงทุกครั้ง รู้ตัวอีกทีก็มีความรู้สึกกับรุ่นพี่เป็อย่างอื่นไปแล้ว”
อ่า…เด็กนี่นี่มันร้ายไม่เบาเหมือนกันนะ ดูขี้อายแบบนี้ แต่พอเป็เื่ความรักดูชัดเจนสุดๆ ก็แหงแหละ ฉันเป็ผู้หญิงนะ ไม่แปลกหรอกที่นายจะรู้สึกแปลกๆ เรย์โกะคิดในใจ
“ผมอยากให้รุ่นพี่รับรู้ความรู้สึกของผมก็พอครับ ต่อจากนี้ไปแค่อยากให้รู้ว่าทุกอย่างที่ผมทำให้รุ่นพี่ผมรู้สึกยังไง รุ่นพี่แค่รับรู้มันเอาไว้และใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอครับ”
ชินตะค่อยๆจูบลงบนนิ้วมือที่ทำแผลให้เรย์โกะเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเธอแล้วยิ้มอย่างใจดีให้กับเธอ
่เวลาเหล่านี้มันควรจะต้องเป็เร็นสิ ที่ได้มาเจอมัน ไม่ใช่เธอ มิตรภาพเหล่านี้ที่เธอกำลังเจอ ควรจะต้องเป็เร็นสิ ที่ได้เจอมัน ไม่ว่ายังไงเธอจะต้องหาคนร้ายให้เจอ มันจะต้องชดใช้สิ่งเหล่านี้ที่เร็นต้องเสียไปให้ได้!
เรย์โกะยิ้มตอบชินตะให้กับมิตรภาพที่เขามอบให้
“แอบอู้งานอะไรกันสองคนตรงนี้” น้ำเสียงเรียบเฉยและสายตาดูเ็าของใครคนหนึ่งกำลังมองมาที่คนสองคน คนนั้นไม่ใช่ใครอื่น ชูยะ!
“ขอโทษด้วยครับรุ่นพี่ชูยะ พอดีว่ารุ่นพี่เร็นโดนมีดบาด ผมเลยพามาทำแผลครับ” ชินตะรีบตอบออกไป ชูยะยืนกอดอกมองเรย์โกะด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ตั้งใจฟังที่ชินตะพูดเลย
“เตรียมของเสร็จแล้วหรอ ชินตะ” ชูยะถามเขา
“เหลือแค่หั่นผักก็เสร็จแล้วครับ”
“ไปทำต่อให้เสร็จเถอะ จะได้เวลาแล้ว เดี๋ยวเรย์…เร็น ฉันดูแลเอง” ชูยะเกือบหลุดชื่อของเรย์โกะออกมา เรย์โกะหันไปมองชูยะอย่างเลิ่กลั่ก ชินตะหันมองชูยะอย่างสงสัย
“อะไรหรอ” ชูยะทำสีหน้านิ่งเฉยทำไม่รู้ไม่ชี้
“เปล่าครับ ผมขอตัวไปหั่นผักก่อนนะครับ” ชินตะทิ้งความสงสัยไว้แค่นั้นแล้วเดินออกไป
“อะไรของนายเนี่ย เดี๋ยวก็โดนจับได้หรอก” เรย์โกะรีบบ่นใส่ชูยะทันทีที่เค้าเดินมานั่งข้างๆ
“กลัวจะโดนจับได้แต่ไปนอนกับคนอื่นเนี่ยนะ”
“ก็ยังดีกว่านอนกับนายกับกัปตันฮิโรกิก็แล้วกัน”
“ทำไม นอนกับฉันแล้วมันทำไมหรอ”
“กัปตันน่ะเป็คนฉลาดนะ ถ้าอยู่ด้วยกันบ่อยๆ หรือทำอะไรมีพิรุธต้องโดนเค้าจับได้แน่ๆ ส่วนนาย…”
“… ฉันทำไม”
“นายรู้ว่าฉันเป็ผู้หญิง” คำนี้เรย์โกะพูดเบาจนแทบจะกระซิบ
“…แล้ว”
ก็มันทำตัวไม่ถูกนี่หน่า นายรู้ว่าฉันเป็ผู้หญิงไง เ้าบ้าเอ้ย! เรย์โกะได้แต่พูดในใจ แต่ไม่ได้ตอบอะไรเขาออกไป
“ว่าไง กับฉันน่ะมันทำไม” ชูยะก็ยังคงคาดคั้น้าคำตอบจากเธอ
“ช่างเถอะ เอาเป็ว่าฉันนอนกับฮารุโตะนั่นแหละดีแล้ว” พูดจบเรย์โกะก็เดินออกไปจากห้องนั่งเล่นทันทีโดยไม่รอให้ชูยะถามต่อ หากให้เค้าถามไปมากกว่านี้เธอคงไม่รู้จะตอบมันออกไปยังไงดี
แน่นอนว่าลางสังหรณ์ของเธอได้เริ่มต้นขึ้นแล้วโดยที่เธอเองยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้