คนรถดารา

    ตอนที่ 16 เหนือความคาดหมาย

    ‘หือ? คลาสเรียนแรกเราก็ได้แสดงเลยเหรอ ปกติในนิยายตัวเอกคนเก่าต้องเรียนภาคทฤษฎีหนึ่งสัปดาห์ก่อนค่อยแสดง..หรือนี่คือบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค ทุกอย่างเริ่มไม่เหมือนที่เขียนไว้’

    ปรเมศวร์เริ่มวิตกกังวล เขากลัวว่าทุกสิ่งที่เขารู้จะเปลี่ยนแปลงไปจนเกินควบคุม ถ้าเกิดแบบนั้นขึ้นจริงๆ อนาคตข้างหน้าอาจไม่ใช่สิ่งที่เขารู้ก็ได้

    ‘ไม่ได้การแล้ว เราต้องเร่งมือแล้วสิ?’

    ปรเมศวร์รู้สึกว่าเขาต้องรีบไขว่คว้าไว้ให้มากที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

    ..

    เสียงของอาจารย์เมย์เรียกทำให้ปรเมศวร์หลุดจากห้วงความคิด

    “ก็เหมือนอย่างที่ทุกคนคิด ใช่แล้ว! วันนี้เราจะทดสอบทักษะการแสดงของทุกคนกัน นักเรียนคนใหม่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

    “เอ่อ ไม่มีครับ”

    “เอาล่ะ ทุกคนอ่านทำความเข้าใจบทละคร อีกครึ่งชั่วโมงให้หลังเราจะเริ่มทำการทดสอบ” อาจารย์เมย์ดันแว่นตาให้เข้าที่ขณะพูด พลางครุ่นคิดในใจ

    ‘เขาก็ดูน่าสงสาร เข้ามาใหม่ก็เจออะไรแบบนี้ เฮ้อ คุณจ๋าจะใจร้ายกับเขามากไปไหมนะ’

    ทางด้านหนึ่ง ต้นกล้าจ้องมองมาทางปรเมศวร์อย่างได้ใจ

    ‘ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ตายแน่เ๯้าเด็กใหม่! คงไม่คิดละสิว่าเข้ามาใหม่ก็ต้องเจองานยาก!’ ต้นกล้ารู้สึกสะใจที่เด็กใหม่เจองานหนักแบบนี้

    ส่วนกนกพิชญ์ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เธอพยายามทำความเข้าใจบทละครอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อจะทำบททดสอบออกมาให้ดีที่สุด

    ยิ่งการตัดเกรดของเธอยิ่งใกล้เข้ามาแล้ว เธอต้องเรียนรู้ให้มากเข้าไว้

    ..

    ส่วนปรเมศวร์พอได้บทมา เขาก็เงียบไปพักหนึ่ง

    ‘เราได้บทของเจฟเฟอร์ ใครละเนี่ย’ ปรเมศวร์ขมวดคิ้วครุ่นคิด เพราะเขาไม่รู้จักบทละครบทนี้มาก่อน ทั้งในโลกความจริงและโลกนิยาย..

    ‘เดี๋ยวก่อน ในนิยาย..เจฟเฟอร์? นี่มันเจฟเฟอร์จากละครแสงตะวัน!! เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าละครเ๹ื่๪๫นี้กำลังถ่ายทำอยู่ไม่ใช่เหรอ! ดูจากรุ่นพี่เจ การถ่ายทำยังไม่แล้วเสร็จเลยนี่ แล้วบทละครตัวนี้หลุดมาได้อย่างไร!?’

    ‘อย่าบอกนะว่า นี่ไม่ใช่แค่บททดสอบ!!’

    คิดไปคิดมาปรเมศวร์ก็คาดการณ์บางอย่างได้ ทันใดนั้นแววตาของเขาเบิกกว้าง พลางตั้งปณิธานในใจ

    ‘เราต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ได้!!!'

    ปรเมศวร์ดีอกดีใจจนเกือบที่จะหลุดพูดออกมา ทว่าเขาก็เก็บอาการไว้ได้ทัน

    '..ใจเย็นปรเมศวร์! เก็บอาการ! เราต้องทำตัวสงบจิตสงบใจ..เอาล่ะ ทำความเข้าใจบทบาทของตัวละคร เราต้องทำมันออกมาให้ดีที่สุด’

    ปรเมศวร์ปลีกตัวไปอยู่อย่างโดดเดี่ยวมุมห้องเพื่อหลีกเลี่ยงเสียงรบกวน แล้วตั้งใจอ่านบทละครอย่างสุดความสามารถ

    ผ่านไปห้านาทีเขาก็เข้าใจบทเจฟเฟอร์คร่าวๆ

    ‘ถึงตัวละครตัวนี้จะเขียนไว้ในนิยายน้อยมาก ทว่ามันก็เป็๞ตัวละครที่โดดเด่นจริงๆ ..สมแล้วที่เป็๞พี่จ๋า ขนาดตัวละครหลักยังคว้ามาไว้ในมือได้ นี่แหละคือความสำคัญของเส้นสาย’ ปรเมศวร์ชื่นชมพี่จ๋าพลางทำความเข้าใจบทละครต่อไป

    เวลาล่วงเลยไปถึงนาทีที่ยี่สิบ ปรเมศวร์ก็อ่านบทละครของตนเองจบ พลางครุ่นคิดในใจต่อ

    ‘ถึงนี่จะไม่ใช่บทตัวเต็ม เป็๞เพียงบทแค่สามฉากแรกเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยเราก็รู้นิสัยตัวละคร’

    ‘ยังมีเวลาเหลือ ทบทวนต่อดีกว่า หวังว่าเราจะเข้าใจมากขึ้น’

    ..

    ผ่านไปอีกสิบนาที พอครบเวลาที่กำหนด อาจารย์เมย์ก็เรียกรวมตัว

    “ทุกคนคงทำความเข้าใจบทได้ระดับหนึ่งแล้ว เอาล่ะคนแรกต้นกล้า ออกมาแสดงเป็๞คนแรก”

    ต้นกล้าสะดุ้งเฮือกเพราะไม่ได้เตรียมใจมาก่อน ไม่คิดว่าเขาจะเป็๲คนแรกที่ทำการแสดง พลางพูดหว่านล้อมอาจารย์เมย์ในเวลาต่อมา

    “เอ่อ อาจารย์คือว่าผมทำความเข้าใจได้แค่นิดหน่อยเอง ขอเวลาเพิ่มอีกยี่สิบนาที..”

    “ไม่ได้! ถ้าแบบนั้นจะเป็๲การเอาเปรียบเพื่อนร่วมชั้น! ออกมาได้แล้ว!!”

    อาจารย์เมย์ใจดีคนเก่า กลายเป็๞สาวที่เข้มงวดเรียบร้อย เมื่อถึงเวลาที่เธอสอน เธอไม่ยอมอ่อนข้อลงเลยสักนิด

    “ครับ”

    ต้นกล้าทำได้เพียงแต่จำยอม พอเดินไปถึงพื้นที่การแสดงหน้าชั้นเรียน อาจารย์เมย์ก็พูดขึ้นทันที

    “ต้นกล้า ได้รับบทเป็๲แดนี่ทายาทตระกูลเศรษฐี เริ่มทำการแสดงได้”

    แอ็คชั่น!

    หลังจากที่ได้ยินสัญญาณ ทันใดนั้นใบหน้าที่สั่นเกร็งของต้นกล้าก็เปลี่ยนไป พลางหันไปหาอาจารย์เมย์ที่รับบทเป็๲พ่อของแดนี่ แล้วเริ่มทำการแสดง

    “พ่อ ขอเงินหน่อยครับ!”

    “อยากได้ก็ต้องหาเอาเอง จะให้ฉันประเคนให้ทุกอย่างหรืออย่างไร” พ่อของแดนี่โต้ตอบอย่างไม่พอใจกับลูกคนนี้ที่วันๆ เอาแต่ขอเงิน ไม่ทำการทำงานอะไร ทั้งที่อายุปาเข้าไปจะสามสิบปีแล้ว

    “แต่พ่อ! ผมเป็๞ลูกของพ่อนะ” เมื่อไม่ได้อย่างใจ แดนี่ก็ไม่ค่อยจะควบคุมอารมณ์

    “ใช่! แกเป็๲ลูกของฉัน!..แล้วทำไม!!” พ่อของแดนนี่หันกลับมาพูดเสียงเข้มกับลูกชาย ยิ่งเห็นลูกเป็๲แบบนี้ เขายิ่งรู้สึกโกรธและผิดหวังเป็๲อย่างมาก จนเผลอตวาดใส่ในตอนท้าย

    “พ่อ..” สังเกตเห็นแบบนั้น เวลานี้แดนนี่สั่นกลัว ซึ่งเขากลัวให้แล้วจริงๆ จนถอยหลังไปสองก้าวอย่างไม่รู้ตัว

    ปรเมศวร์ที่สังเกตการณ์แสดงของทั้งสองอยู่ด้านข้าง เขาก็ต้องชื่นชมอาจารย์เมย์ในใจ เพราะเธอแสดงออกมาได้ดีจริงๆ

    ‘สมแล้วที่เป็๞อาจารย์เมย์ อย่างน้อยเธอก็มีทักษะการแสดงระดับสูงถึงแสดงออกมาได้ดีขนาดนี้ ทว่าไอ้เ๯้าต้นกล้านี่..มันไม่ห่วยไปหน่อยรึ นั่นมันไม่ใช่การแสดงแล้ว อาจารย์เมย์ทำให้เขากลัวจริงๆ เป็๞อะไรที่สุดยอดมาก! นี่หรือคือทักษะการแสดงระดับสูง!!’

    เวลาผ่านไป สุดท้ายอาจารย์เมย์ก็ทนไม่ไหวกับต้นกล้า จึงต้องหยุดทำการแสดง

    “คัต! เฮ้อ..ต้นกล้า ไม่ว่าจะเป็๞บทแบบไหนนายก็ทำไม่ได้ นายไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือที่น้องใหม่เข้ามาแล้วจบก่อนนายทุกครั้งไป”

    ต้นกล้าไม่ตอบกลับ ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับอย่างเศร้าเสียใจ ตามจริงเขาผิดหวังกับตนเองมาก อยู่ที่นี่มาก็นานแต่ทักษะการแสดงของเขายังย่ำอยู่กับที่

    อาจารย์เมย์พูดขึ้นอีกครั้ง

    “เอาล่ะ กลับไปเข้าที่ นั่งดูน้องๆ ทำการแสดง เผื่อว่านายจะมีความเข้าใจขึ้นบ้าง”

    “ครับ”

    พอต้นกล้าเดินมาเข้าที่ ปรเมศวร์ก็เป็๲ฝ่ายปลอบ เพราะเขาเห็นว่าต้นกล้าพยายามอย่างมากเมื่อครู่นี้

    “สู้ต่อไปนะครับ”