‘หือ? คลาสเรียนแรกเราก็ได้แสดงเลยเหรอ ปกติในนิยายตัวเอกคนเก่าต้องเรียนภาคทฤษฎีหนึ่งสัปดาห์ก่อนค่อยแสดง..หรือนี่คือบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค ทุกอย่างเริ่มไม่เหมือนที่เขียนไว้’
ปรเมศวร์เริ่มวิตกกังวล เขากลัวว่าทุกสิ่งที่เขารู้จะเปลี่ยนแปลงไปจนเกินควบคุม ถ้าเกิดแบบนั้นขึ้นจริงๆ อนาคตข้างหน้าอาจไม่ใช่สิ่งที่เขารู้ก็ได้
‘ไม่ได้การแล้ว เราต้องเร่งมือแล้วสิ?’
ปรเมศวร์รู้สึกว่าเขาต้องรีบไขว่คว้าไว้ให้มากที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
..
เสียงของอาจารย์เมย์เรียกทำให้ปรเมศวร์หลุดจากห้วงความคิด
“ก็เหมือนอย่างที่ทุกคนคิด ใช่แล้ว! วันนี้เราจะทดสอบทักษะการแสดงของทุกคนกัน นักเรียนคนใหม่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“เอ่อ ไม่มีครับ”
“เอาล่ะ ทุกคนอ่านทำความเข้าใจบทละคร อีกครึ่งชั่วโมงให้หลังเราจะเริ่มทำการทดสอบ” อาจารย์เมย์ดันแว่นตาให้เข้าที่ขณะพูด พลางครุ่นคิดในใจ
‘เขาก็ดูน่าสงสาร เข้ามาใหม่ก็เจออะไรแบบนี้ เฮ้อ คุณจ๋าจะใจร้ายกับเขามากไปไหมนะ’
ทางด้านหนึ่ง ต้นกล้าจ้องมองมาทางปรเมศวร์อย่างได้ใจ
‘ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ตายแน่เ้าเด็กใหม่! คงไม่คิดละสิว่าเข้ามาใหม่ก็ต้องเจองานยาก!’ ต้นกล้ารู้สึกสะใจที่เด็กใหม่เจองานหนักแบบนี้
ส่วนกนกพิชญ์ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เธอพยายามทำความเข้าใจบทละครอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อจะทำบททดสอบออกมาให้ดีที่สุด
ยิ่งการตัดเกรดของเธอยิ่งใกล้เข้ามาแล้ว เธอต้องเรียนรู้ให้มากเข้าไว้
..
ส่วนปรเมศวร์พอได้บทมา เขาก็เงียบไปพักหนึ่ง
‘เราได้บทของเจฟเฟอร์ ใครละเนี่ย’ ปรเมศวร์ขมวดคิ้วครุ่นคิด เพราะเขาไม่รู้จักบทละครบทนี้มาก่อน ทั้งในโลกความจริงและโลกนิยาย..
‘เดี๋ยวก่อน ในนิยาย..เจฟเฟอร์? นี่มันเจฟเฟอร์จากละครแสงตะวัน!! เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่าละครเื่นี้กำลังถ่ายทำอยู่ไม่ใช่เหรอ! ดูจากรุ่นพี่เจ การถ่ายทำยังไม่แล้วเสร็จเลยนี่ แล้วบทละครตัวนี้หลุดมาได้อย่างไร!?’
‘อย่าบอกนะว่า นี่ไม่ใช่แค่บททดสอบ!!’
คิดไปคิดมาปรเมศวร์ก็คาดการณ์บางอย่างได้ ทันใดนั้นแววตาของเขาเบิกกว้าง พลางตั้งปณิธานในใจ
‘เราต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ได้!!!'
ปรเมศวร์ดีอกดีใจจนเกือบที่จะหลุดพูดออกมา ทว่าเขาก็เก็บอาการไว้ได้ทัน
'..ใจเย็นปรเมศวร์! เก็บอาการ! เราต้องทำตัวสงบจิตสงบใจ..เอาล่ะ ทำความเข้าใจบทบาทของตัวละคร เราต้องทำมันออกมาให้ดีที่สุด’
ปรเมศวร์ปลีกตัวไปอยู่อย่างโดดเดี่ยวมุมห้องเพื่อหลีกเลี่ยงเสียงรบกวน แล้วตั้งใจอ่านบทละครอย่างสุดความสามารถ
ผ่านไปห้านาทีเขาก็เข้าใจบทเจฟเฟอร์คร่าวๆ
‘ถึงตัวละครตัวนี้จะเขียนไว้ในนิยายน้อยมาก ทว่ามันก็เป็ตัวละครที่โดดเด่นจริงๆ ..สมแล้วที่เป็พี่จ๋า ขนาดตัวละครหลักยังคว้ามาไว้ในมือได้ นี่แหละคือความสำคัญของเส้นสาย’ ปรเมศวร์ชื่นชมพี่จ๋าพลางทำความเข้าใจบทละครต่อไป
เวลาล่วงเลยไปถึงนาทีที่ยี่สิบ ปรเมศวร์ก็อ่านบทละครของตนเองจบ พลางครุ่นคิดในใจต่อ
‘ถึงนี่จะไม่ใช่บทตัวเต็ม เป็เพียงบทแค่สามฉากแรกเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยเราก็รู้นิสัยตัวละคร’
‘ยังมีเวลาเหลือ ทบทวนต่อดีกว่า หวังว่าเราจะเข้าใจมากขึ้น’
..
ผ่านไปอีกสิบนาที พอครบเวลาที่กำหนด อาจารย์เมย์ก็เรียกรวมตัว
“ทุกคนคงทำความเข้าใจบทได้ระดับหนึ่งแล้ว เอาล่ะคนแรกต้นกล้า ออกมาแสดงเป็คนแรก”
ต้นกล้าสะดุ้งเฮือกเพราะไม่ได้เตรียมใจมาก่อน ไม่คิดว่าเขาจะเป็คนแรกที่ทำการแสดง พลางพูดหว่านล้อมอาจารย์เมย์ในเวลาต่อมา
“เอ่อ อาจารย์คือว่าผมทำความเข้าใจได้แค่นิดหน่อยเอง ขอเวลาเพิ่มอีกยี่สิบนาที..”
“ไม่ได้! ถ้าแบบนั้นจะเป็การเอาเปรียบเพื่อนร่วมชั้น! ออกมาได้แล้ว!!”
อาจารย์เมย์ใจดีคนเก่า กลายเป็สาวที่เข้มงวดเรียบร้อย เมื่อถึงเวลาที่เธอสอน เธอไม่ยอมอ่อนข้อลงเลยสักนิด
“ครับ”
ต้นกล้าทำได้เพียงแต่จำยอม พอเดินไปถึงพื้นที่การแสดงหน้าชั้นเรียน อาจารย์เมย์ก็พูดขึ้นทันที
“ต้นกล้า ได้รับบทเป็แดนี่ทายาทตระกูลเศรษฐี เริ่มทำการแสดงได้”
แอ็คชั่น!
หลังจากที่ได้ยินสัญญาณ ทันใดนั้นใบหน้าที่สั่นเกร็งของต้นกล้าก็เปลี่ยนไป พลางหันไปหาอาจารย์เมย์ที่รับบทเป็พ่อของแดนี่ แล้วเริ่มทำการแสดง
“พ่อ ขอเงินหน่อยครับ!”
“อยากได้ก็ต้องหาเอาเอง จะให้ฉันประเคนให้ทุกอย่างหรืออย่างไร” พ่อของแดนี่โต้ตอบอย่างไม่พอใจกับลูกคนนี้ที่วันๆ เอาแต่ขอเงิน ไม่ทำการทำงานอะไร ทั้งที่อายุปาเข้าไปจะสามสิบปีแล้ว
“แต่พ่อ! ผมเป็ลูกของพ่อนะ” เมื่อไม่ได้อย่างใจ แดนี่ก็ไม่ค่อยจะควบคุมอารมณ์
“ใช่! แกเป็ลูกของฉัน!..แล้วทำไม!!” พ่อของแดนนี่หันกลับมาพูดเสียงเข้มกับลูกชาย ยิ่งเห็นลูกเป็แบบนี้ เขายิ่งรู้สึกโกรธและผิดหวังเป็อย่างมาก จนเผลอตวาดใส่ในตอนท้าย
“พ่อ..” สังเกตเห็นแบบนั้น เวลานี้แดนนี่สั่นกลัว ซึ่งเขากลัวให้แล้วจริงๆ จนถอยหลังไปสองก้าวอย่างไม่รู้ตัว
ปรเมศวร์ที่สังเกตการณ์แสดงของทั้งสองอยู่ด้านข้าง เขาก็ต้องชื่นชมอาจารย์เมย์ในใจ เพราะเธอแสดงออกมาได้ดีจริงๆ
‘สมแล้วที่เป็อาจารย์เมย์ อย่างน้อยเธอก็มีทักษะการแสดงระดับสูงถึงแสดงออกมาได้ดีขนาดนี้ ทว่าไอ้เ้าต้นกล้านี่..มันไม่ห่วยไปหน่อยรึ นั่นมันไม่ใช่การแสดงแล้ว อาจารย์เมย์ทำให้เขากลัวจริงๆ เป็อะไรที่สุดยอดมาก! นี่หรือคือทักษะการแสดงระดับสูง!!’
เวลาผ่านไป สุดท้ายอาจารย์เมย์ก็ทนไม่ไหวกับต้นกล้า จึงต้องหยุดทำการแสดง
“คัต! เฮ้อ..ต้นกล้า ไม่ว่าจะเป็บทแบบไหนนายก็ทำไม่ได้ นายไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือที่น้องใหม่เข้ามาแล้วจบก่อนนายทุกครั้งไป”
ต้นกล้าไม่ตอบกลับ ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับอย่างเศร้าเสียใจ ตามจริงเขาผิดหวังกับตนเองมาก อยู่ที่นี่มาก็นานแต่ทักษะการแสดงของเขายังย่ำอยู่กับที่
อาจารย์เมย์พูดขึ้นอีกครั้ง
“เอาล่ะ กลับไปเข้าที่ นั่งดูน้องๆ ทำการแสดง เผื่อว่านายจะมีความเข้าใจขึ้นบ้าง”
“ครับ”
พอต้นกล้าเดินมาเข้าที่ ปรเมศวร์ก็เป็ฝ่ายปลอบ เพราะเขาเห็นว่าต้นกล้าพยายามอย่างมากเมื่อครู่นี้
“สู้ต่อไปนะครับ”