บทที่ 8 อสรพิษ พาร์ท 3
ที่ชั้นสองของสมาคมนักล่ามีการประชุมเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการเตรียมความพร้อมก่อนสอบสำหรับเหล่าเด็กน้อยจากวิทยาลัยนักล่าที่จะจัดขึ้นภายในเมืองเศียรัเพื่อเป็การเตรียมพร้อมสำหรับการสอบจริงให้กับเด็กๆในอีกไม่กี่เดือน เพราะเด็กๆไม่สามารถรับภารกิจในหอภารกิจของวิทยาลัยนักล่าได้ประกอบกับใกล้่สอบวัดผลซึ่งเด็กๆจำเป็ต้องเพิ่มคะแนนเก็บเพื่อพัฒนาตนเองจึงทำให้การจัดการเตรียมความพร้อมก่อนสอบครั้งนี้จึงมีความจำเป็อย่างมากอย่างไรก็ตามเพราะเป็ครั้งแรกสำหรับการจัดจึงมีปัญหามากมายทั้งเื่สถานที่ที่ไม่สามารถใช้สถานที่นอกเมืองได้เนื่องจากกังวลเื่ความปลอดภัยรวมถึงแนวทางการจัดงาน การวัดและประเมินผลก็ยังคงเป็ปัญหาดังนั้นจึงต้องเชิญเหล่านักล่ารวมถึงบุคลสำคัญต่างๆมาถกกันเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้
“นี่เป็เพียงการเตรียมพร้อมก่อนสอบดังนั้นข้าไม่คิดว่าเราควรจะจัดการแข่งให้เป็ธีมเดียวกับการสอบมิเช่นนั้นมันก็ไม่ต่างจากการเอาเปรียบสถาบันแห่งอื่นๆ”ชายชราผู้นั่งที่หัวโต๊ะกล่าว เขาคือโซปป์รองประธานของสมาคมนักล่าประจำเมืองเศียรั
ตำแหน่งรองประธานสมาคมนั้นเป็ตำแหน่งที่เอาไว้จัดการดูแลสาขาของสมาคมต่างๆในแต่ละเมืองดังนั้นจึงมีรองประธานสมาคมอยู่เป็จำนวนมากพอๆกับสาขาของสมาคมนักล่าที่ประจำในแต่ละเมืองส่วนประธานสมาคมนั้นมีเพียงหนึ่งคนและไม่ได้สังกัดในสาขาใดๆ เลยแต่อาจจะมีบ้างที่ไปปรากฏตัวตามสาขาต่างๆ ซึ่งไม่นานมานี้ประธานสมาคมก็มาที่สาขาเมืองเศียรันี่เองเพื่อที่จะมาคุยปัญหาเกี่ยวกับกลุ่มทายาทักับอาคอนนั่นเป็เหตุผลว่าทำไมนักล่าส่วนใหญ่จึงเชื่อว่าไม่มีใครรับตำแหน่งประธานสมาคมอยู่จริงๆแม้แต่ลูน่าที่เป็นักล่าอัน 4 ยังไม่เคยพบกับประธานสมาคมมาก่อนที่จะทำงานกับอาคอน
“ไม่ใช่ว่าการเตรียมสอบนี่ทางวิทยาลัยนักล่าประจำเมืองอื่นๆก็จะจัดเหมือนกันเหรอถ้าไม่เช่นนั้นเราก็แค่แจ้งเื่ให้พวกเขาจัดในรูปแบบเดียวกันก็ได้”ชายชราอีกคนกล่าว เขาคือ บารุธ ฟานเดอร่า ปู่ของแชลเทียร์นั่นเองเขาเป็หนึ่งในคนที่มีอิทธิพลภายในเมืองแห่งนี้ และยังเป็ผู้นำตระกูลฟานเดอร่าซึ่งเป็ตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งในเมืองเศียรั
“ทำไมท่านไม่ลองฟังข้อเสนอของข้าก่อนล่ะท่านบารุธ ” โซปป์กล่าว
“ใช่แล้วไม่เห็นต้องรีบร้อนไปเลยหนิเราก็แก่ๆกันแล้วใจเย็นๆ เราสามารถนั่งคุยกันได้ทั้งวัน” ชายชราอีกคนกล่าว เขาคืออีมู ลาโซรี่ ผู้นำคนปัจจุบันของตระกูล ลาโซรี่ซึ่งเป็ตระกูลทรงอิทธิพลพอๆกับตระกูลฟานเดอร่า ทั้งฟานเดอร่าและลาโซรี่นั้นเป็ตระกูลขุนนางเก่าเช่นกันและพวกเขายังเป็อริกันมานานมากแล้วมันเหมือนกับเสือสองตัวที่มาอยู่ถ้ำเดียวกันทำให้พวกเขามักจะมีปัญหากระทบกระทั่งกันในเมืองเศียรั และการแข่งขันเช่นนี้ก็ยังเป็การแข่งขันของหลานสาวของพวกเขาซึ่งมีอายุพอๆกันอีกด้วยดังนั้นเื่นี้จึงเป็เื่สำคัญมากสำหรับทั้งคู่
“ตามสบาย ถ้าข้าไม่เห็นด้วยข้าจะรอค้านหลังท่านพูดเสร็จ”บารุธกล่าว
“ข้าคิดว่าการแข่งขันสำหรับงานสอบจริงประจำปีนี้ควรออกมาเป็การทดสอบการต่อสู้และการเอาชีวิตรอดเพราะเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้แต่ถ้าเราจัดเตรียมการพร้อมก่อนสอบให้เป็ธีหัวข้อเดียวกันกับการสอบจริงเด็กๆหลายคนอาจจะได้รับาเ็จากการจัดเตรียมการสอบครั้งนี้ได้..”โซปป์หยุดพูดและจ้องมองเหล่าคนที่มาประชุมก่อนที่จะกล่าวต่อ
“ดังนั้นข้าคิดว่าเราไม่ควรจัดงานการเตรียมพร้อมก่อนสอบให้เป็เช่นนั้นบางทีอาจเป็งานประกวดเล็กน้อยหรือะไรสักอย่างโดยคะแนนเราสามารถให้คณะกรรมการเป็ผู้ตัดสินได้”
“ข้าขอค้าน..”หลังจากที่โซปป์พูดเสร็จบารุธก็ยกมือค้านเื่นี้ทันที เพราะนี่คือสมาคมนักล่าที่ประจำอยู่ตามเมืองการตัดสินโดยใช้วิจารณญาณของคนในการตัดสินจึงไม่มีความน่าเชื่อถือเช่นหากให้บารุธเป็คนตัดสินเขาก็อาจจะให้เด็กจากตระกูลฟานเดอร่าได้คะแนนสูงและกดคะแนนของตระกูลลาโซรี่ลงก็ได้และกรรมการตัดสินก็คงไม่พ้นผู้ทรงคุณวุฒิในเมืองหรือพวกนักล่าที่อาจได้รับผลประโยชน์ดังนั้นการตัดสินประเภทนี้จึงไม่สามารถถูกยอมรับได้ในมุมมองของบารุธ
“ท่านมีอย่างอื่นจะเสนอ??”โซปป์กล่าว
“ข้าเห็นด้วยกับท่านโซปป์บางทีเราควรเริ่มโหวตกันก่อน”อีมูกล่าวเห็นด้วยนั่นทำให้บารุธยิ่งมีความจำเป็ที่จะต้องคัดค้านการจัดการแบบนี้เพราะเขาเชื่อมั่นแล้วว่าโซปป์กับอีมูควรจะอยู่ฝั่งเดียวกันเพื่อทุจริตในการแข่งขันครั้งนี้
“งั้นก็เริ่มโหวต” ครัช มอร์ตัน หญิงชราผู้นำตระกูลมอร์ตันกล่าวเมื่อได้ยินแบบนั้นนั่นทำให้บารุธร้อนใจเป็อย่างมากเขาไม่มีแิที่ดีกว่าเพื่อนำเสนอดังนั้นจึงทำเพียงยอมรับชะตากรรมดังกล่าวพร้อมกับเหลือบมองไปที่พันธมิตรของตนก่อนโหวตก่อนจะหยุดอยู่ที่หญิงชรามอร์ตัน เขาไม่แน่ใจว่าเธออยู่ฝ่ายไหนกันแน่
“เอาล่ะใครเห็นด้วยกับแิของท่านโซปป์ขออนุญาตให้พวกท่านออกเสียงในตอนนี้”อีมูกล่าวหลังจากนั้นผู้คนเกินกว่าครึ่งห้องประชุมก็ยกมือขึ้นบารุธได้แต่เศร้าใจพร้อมกับประหลาดใจในคราเดียวกันแน่นอนว่าอีมูเดินเกมนี้มาก่อนเขาเพราะเขาเชื่อมั่นในความสามารถของหลานสาวตัวเองจนเกินไปทำให้เขาไม่ได้มีความกังวลใดๆก่อนหน้านี้และไม่ได้เตรียมการใดๆสำหรับการโหวตเลยผลจึงออกมาเป็อย่างที่เห็น อย่างไรก็ตามที่แปลกคือครัชมอร์ตันและคนของมอร์ตันไม่ได้ยกมือเห็นด้วยกับโซปป์แต่ดูเหมือนว่าเธอก็จะไม่มีปัญหากับผลลัพธ์เช่นกัน
“เอาล่ะดูเหมือนนี่จะค่อนข้างเป็เอกฉันท์..”อีมูกล่าวพร้อมกับหันหน้าไปยิ้มให้โซปป์
“ข้าไม่ยังไม่ยอมรับการโหวตครั้งนี้ด้วยเหตุผลสองประการ”ในตอนนั้นเองที่หญิงชราจากตระกูลมอร์ตันออกเสียงเพื่อค้าน
“แต่การโหวตออกมาแล้วนะท่านหญิงมอร์ตันหากท่านทำเช่นนี้มันดูหมือนจะขัดกับกฎของสภาพวกเราข้าว่าตระกูลมอร์ตันคงไม่ได้เจตนากฎนั่นคือสิ่งที่ข้าพยายามจะเตือนท่าน”อีมูรีบกล่าวทันทีหลังจากเห็นหญิงชราออกเสียงคัดค้าน
“ทำไมท่านไม่ลองฟังข้อเสนอของข้าก่อนล่ะท่านอีมู”ท่านหญิงมอร์ตันกล่าว
“ใช่แล้วไม่เห็นต้องรีบร้อนไปเลยหนิเราก็แก่ๆกันแล้วใจเย็นๆ เราสามารถนั่งคุยกันได้ทั้งวัน..จริงมั้ยท่านอีมู”บารุธรีบกล่าว มันเป็คำพูดของอีมูในตอนที่เขาพยายามจะค้านโซปป์ในตอนแรกนั่นจึงทำให้สีหน้าของอีมูในปัจจุบันนั้นคล้ำขึ้นทันที
“หึ..แน่นอนๆข้าจะค้านทีหลังหลังจากที่ข้าไม่เห็นด้วย ” อีมูกล่าวอย่างช่วยไม่ได้
“งั้นนี่คือข้อคิดเห็นของข้าเกี่ยวกับเื่นี้..ขั้นแรกการจัดการแข่งขันแบบนี้ใครจะเป็กรรมการตัดสินแน่นอนว่าหากกรรมการตัดสินทั้งหมดเป็มอร์ตันกับฟานเดอร่าข้าคงไม่คัดค้านหากพวกท่านเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ก็ผ่านคำค้านตอนนี้ของข้าไปได้เลย”ท่านหญิงมอร์ตันกล่าว
นั่นทำให้บารุธอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเพราะดูเหมือนอยู่ดีๆ หญิงชราที่อันตรายคนนี้ก็ดูจะเป็พันธมิตรกับเขาขึ้นมา
“นั่น..นั่นคงเป็ไปไม่ได้ท่านหญิงนั่นจะดูไม่เป็ธรรมเกินไปสำหรับคนอื่นๆ” โซปป์รีบกล่าวขัดทันที
“ถูกต้องแล้วท่านหญิงนั่นคงจะทำให้หลายฝ่ายไม่ยอมรับเป็แน่”อีมูรีบกล่าวเสริมทันที
“แล้วจะคัดกรรมการตัดสินยังไงนี่คือสิ่งที่ข้ากังวล”หญิงชรากล่าว
“แน่นอนว่าบางทีเราอาจจะโหวตกันอีกครั้ง”โซปป์กล่าว
“โหวตกัน??จะเป็ยังไงหากโหวตแล้วแล้วได้คนของตระกูลมอร์ตันและฟานเดอร่าเป็ผู้ตัดสินทั้งหมดมันจะยังคงยุติธรรมเพราะเป็ผลจากการโหวตใช่มั้ย..ถ้าเป็อย่างนั้นเราสามารถเริ่มโหวตกันได้เดี๋ยวนี้”หญิงชรากล่าวอีกครั้ง
นั่นทำให้ทั้งอีมูบารุธ และโซปป์หน้าเสียฝั่งบารุธนั้นมีความเชื่อมั่นว่าหากมีการโหวตกันเขาคงจะไม่ชนะเพราะไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยอย่างไรก็ตามแม้ว่าบารุธจะไม่ได้เตรียมมาแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านหญิงมอร์ตันจะไม่ได้เตรียมสำหรับการโหวตนั่นทำให้โซปป์และอีมูเกิดความกังวลและไม่ได้ยอมรับข้อเสนอนี้ทันที
อีมูและโซปป์กวาดสายตาไปมองรอบห้องมีหลายคนที่ยิ้มและหลายคนที่กังวล เขาไม่ได้อะไรจากการกวาดสายตามองครั้งนี้เลยและเขาก็ไม่มั่นใจว่าจะชนะการโหวตครั้งนี้อีกด้วยเหงื่อพวกเขาเริ่มไหลเป็หยดบนหน้าผาก
“เอ่อ..บางที.ข้าว่าเราให้คนกลางอย่างท่านโซปป์เป็คนเลือกก็ได้..”อีมูกล่าวพร้อมกับหันไปหาโซปป์
“งั้นให้คนกลางอย่างข้าเป็คนสรรหาก็ได้.ตระกูลมอร์ตันของเราก็เป็คนกลางมาแต่ไหนแต่ไร ั้แ่ก่อนที่จะมีสมาคมนักล่านี่เสียอีก.... และเหตุผลข้อสองที่ข้าจะกล่าวท่านกำลังจะบอกว่าการโหวตไม่สามารถยอมรับได้หรือเปล่าจากปฏิกิริยานั่นเราควรยอมรับการโหวตก่อนหน้านี้หรือไม่” ท่านหญิงยังคงกล่าวต่อไป
ตระกูลมอร์ตันไม่ได้ทรงอิทธิพลเท่าตระกูลฟานเดอร่าหรือลาโซรี่อย่างไรก็ตามหากกระแสของมอร์ตันเอนไปด้านใดด้านหนึ่งนั่นจะทำให้การต่อสู้ของสองตระกูลภายในเมืองเศียรัมีความเอนเอียงทันทีที่ผ่านมามอร์ตันไม่ได้ยินดีจะเข้าร่วมในศึกนี้แต่ในตอนนี้ในมุมมองของอีมูและโซปป์มอร์ตันกำลังเอนไปฝั่งฟานเดอร่า
“ข้าเห็นด้วยกับท่านหญิงมอร์ตันในเื่นี้ดังนั้นมันจึงยากเกินไปที่จะสรรหากรรมการเพราะฉะนั้นข้าว่าพวกเราก็ควรที่ลองมองหาวิธีการจัดกิจกรรมเตรียมการสอบแบบใหม่เป็ยังไงข้ามีข้อเสนอ..” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ท้ายๆโต๊ะประชุมกล่าวเขาคืออันดับหนึ่งของนักล่าระดับเอคนปัจจุบัน โดริน
“ไหนลองบอกข้อเสนอของท่านมาสิ”ท่านหญิงมอร์ตันกล่าวและดูเหมือนจะไม่มีใครคัดค้านเื่นี้อีก
“การจัดการแข่งในครั้งนี้ข้าแนะนำให้เป็การจัดแบบเอาชีวิตรอดอย่างไรก็ตามพวกเราที่เป็นักล่าระดับสูงจะคอยจับตาและคอยควบคุมเพื่อไม่ให้เด็กๆาเ็เกินไปแน่นอน เพื่อป้องกันความเอนเอียงของข้าหรือนักล่า พวกท่านก็คอยจับตาและทักท้วงได้ทุกเมื่อหากพวกท่านทักท้วงเราก็จะหยุดการแข่งขันของเด็กคนนั้นทันทีเพื่อป้องกันการาเ็รุนแรงเกินไปคะแนนต่างๆจะถูกแบ่งตามความสำเร็จ เริ่มต้นเด็กๆจะมีคนละ 10 คะแนนหากเอาตัวรอดได้โดยไม่ต้องถอนตัวจากการแข่งขัน ก็จะได้คะแนนคนละ 200 คะแนนเพราะถือว่าผ่านเป้าหมายของการเอาชีวิตรอด การกำจัดคู่แข่งเองก็คงจะเกิดขึ้นหากกำจัดผู้เข้าแข่งขันคนอื่นจะได้ 10คะแนนบวกกับคะแนนทั้งหมดของคู่แข่งที่ถูกกำจัดและหากถูกกำจัดก็จะสูญเสียคะแนนทั้งหมดและพวกเขายังสามารถต่อรองแลกเปลี่ยนคะแนนกันได้อีกด้วยตลอด่ระยะเวลาการแข่งขันซึ่งข้าคิดว่าเราควรจะจัดกันสัก 3 วัน” โดรินชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด
“ข้าเห็นด้วยต้องโหวตมั้ย..หรือมีใครคัดค้าน”ท่านหญิงมอร์ตันกล่าวและมองไปทั่วห้องประชุมแต่ไม่มีใครคัดค้านทุกคนพอจะเดาได้ว่าท่านหญิงมอร์ตันและโดรินคนนี้เตรียมการกันมาก่อนหน้าเพราะโดรินแจกแจงรายละเอียดของคะแนนอย่างชัดเจนและเหมาะสมและเป็เงื่อนไขที่ทุกคนรับได้แม้ว่าอีมูและโซปป์จะไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่คิดจะคัดค้านตัวเลือกเช่นนี้ด้วยเหตุนี้การจัดการเตรียมพร้อมก่อนสอบของวิทยาลัยนักล่าประจำเมืองเศียรัจึงได้ผลสรุปเช่นนี้
หลังจากการโหวตเสร็จสิ้น บารุธก็รีบเข้าไปทักทายกับท่านหญิงมอร์ตันทันที เขากล่าวขอบคุณสำหรับความเป็ธรรมในการจัดการต่างๆของเธอ แม้ว่าเขาจะสงสัยในเป้าหมายของเธอในปัจจุบัน แต่หลังจากคิดซ้ำสองสามครั้งเขาก็มั่นใจว่า ฟานเดอร่าไม่เสียประโยชน์อะไรจากการที่ตระกูลมอร์ตันขยับแบบนี้
"แน่นอนว่าข้าต้องเป็ธรรมถ้าความเป็ธรรมหมายถึงการยืนอยู่ฝั่งที่ชนะ หลานสาวของท่านทำได้ดีบารุธ ในอนาคตชัดเจนว่าอำนาจในเมืองแห่งนี้จะเริ่มแกว่งไปทางเ้า แล้วทำไมข้าถึงยังต้องยืนอยู่ตรงกลาง" ท่านหญิงมอร์ตันอธิบายเหตุผลของเธอแก่บารุธ นั่นทำให้บารุธค่อนข้างประหลาดใจ
แม้ว่าแชลเทียร์จะทำได้ดีอย่างที่เธอพูดแต่อย่างไรก็ตามนั่นไม่ได้หมายความว่ามอร์ตันจำเป็ต้องเลือกข้าง ทั้งฟานเดอร่าและลาโซรี่เป็ศัตรูกัน อย่างไรก็ตามทั้งคู่ไม่ได้เป็ศัตรูกับมอร์ตัน หากเป็อย่างที่ท่านหญิงอธิบายมันจะลำบากสำหรับมอร์ตันที่ตอนนี้เป็ศัตรูกับลาโซรี่อย่างโจ่งแจ้งด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาไม่เชื่อแน่นอนเกี่ยวกับเหตุผลของเธอ เธอไม่ใช่คนง่ายๆ นั่นคือสิ่งที่บารุธ และ อีมู รู้ ดังนั้นเื่นี้จะยังคงเป็ปริศนาต่อไป และเขาไม่จำเป็ต้องคิดมากเพราะอย่างน้อยเขาก็มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งเพิ่ม
***
กลับไปที่บ้านพักของอาคอน ในตอนนี้อาเรียและไวพิเรสกำลังเริ่มต้นแนะนำการใช้แหวนที่เธอได้มาจากดันเจี้ยนแบล็คเคิร์ส ในอดีตเธอก็ได้รับแหวนหนึ่งวงที่กลั่นจากเืของัเช่นกันจาก mad alchemist และเธอก็เข้าใจวิธีใช้คร่าวของมัน
"พร้อมหรือยังสาวน้อย.."
"ค่าาา.."
"งั้นข้าจะอธิบายหลักการคร่าวๆของการใช้งานก่อน.. เนื่องจากแหวนพวกนี้กลั่นมาจากเืของันั่นทำให้มันมีพลังของสายเืั และเพราะมันถูกสร้างด้วยพิธีกรรมทางเวทย์มนตร์มันจึงถูกจัดให้เป็หนึ่งในไอเท็มเวทยมนตร์เช่นกัน...ดังนั้นหลักการของมันจึงไม่ต่างจากการใช้ไอเท็มเวทย์ทั่วไปคือต้องมีพลังเวทย์"ไวพิเรสหยุดสักครู่เพื่อสังเกตอาเรียเกี่ยวกับความเข้าใจก่อนที่จะดำเนินการต่อ
"สำหรับใครบางคนที่ไม่มีพลังเวทย์ อาจจะต้องจ่ายหินเวทย์เข้าไปเพื่อเปิดใช้งานอย่างไรก็ตามเพราะเธอเป็นักเวทย์อยู่แล้วเื่แบบนี้จึงไม่ได้มีความจำเป็อะไร สำหรับนักเวทย์หรือพวกที่ควบคุมเวทย์มนตร์ได้โดยไม่ต้องใช้วงจรเวทย์ประดิษฐ์ช่วยนั้นฟังก์ชันสำหรับการใช้งานก็จะหลากหลายยิ่งขึ้น มันจะไม่ได้เป็แค่แหวนที่ปล่อยการโจมตีทื่อๆอีกต่อไป"อาเรียพยักหน้ามีทีท่าเหมือนจะเข้าใจนั่นทำให้เธอตัดสินใจดำเนินการต่อ
"ในการใช้แบบโจมตีทื่อๆ ก็แน่นอน จ่ายพลังเวทย์แล้วก็ปล่อยออกไป มันเป็พลังทำลายล้างสำหรับสายเืัอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม มันค่อนข้างไร้ประโยชน์หากคู่ต่อสู้ไม่ใช่สายเืั และที่ท่านอาคอนให้ข้าสอนเ้าเกี่ยวกับวิธีใช้ก็น่าจะหมายถึงการใช้ในแบบของนักเวทย์นี่แหละ
สำหรับผู้ที่ควบคุมพลังเวทย์ได้การใช้จะมีทางเลือกมากขึ้นและสำหรับนักเวทย์ มันจะเป็ประโยชอย่างมาก หากเธอใช้มันเป็แหล่งแปลงพลังเวทย์ เพราะเธอจะสามารถได้รับความสามารถด้านร่างกายที่แข็งแกร่งของสายเืั โดยหลักการแล้ว เ้าก็แค่ต้องผ่านพลังเวทย์ใส่แหวนนี้และดึงมันกลับมาในร่าง หมุนมันไปทั่วร่างร่วมกับระบบไหลเวียนเื ร่างกายของเธอก็จะถูกกระตุ้นโดยสายเืั ความแข็งแกร่งทางร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นมหาศาล จุดอ่อนของนักเวทย์เื่ร่างกายก็จะไม่มีอีกต่อไป" ไวพิเรสกล่าว
"ว้าว.."อาเรียทำได้เพียงตื่นตาตื่นใจเท่านั้น เพราะเธอไม่คิดว่าแค่แหวนวงเดียวที่อาจารย์เตรียมให้เธอจะทรงพลังขนาดนั้น
"อยากจะลองดูรึยัง เริ่มลองเลยแล้วกัน"
"ค่าาา..." อาเรียตอบรับพร้อมกับเริ่มจ่ายพลังเวทย์ไปที่แหวนทันที ด้วยเครื่องมือมากมายที่เธอได้รับจากคาลี่ย์ทำให้เธอสามารถควบคุมพลังเวทย์ไปที่แหวนได้อย่างไม่ยากเย็น
"เอ๊ะ?"อย่างไรก็ตามเมื่อเธอดึงกลับมาและจะเคลื่อนมันไปทั่วร่างปัญหาก็เกิดขึ้น แกนเวทย์ในร่างกายเธอดึงพลังเวทย์ที่เธอ้าใช้โคจรคู่กับระบบไหลเวียนเืเข้าไปทันทีทำให้เป็ไปไม่ได้เลยที่เธอจะควบคุมให้มันไหลในร่างกาย
"เอ่อ....เหมือนหนูจะทำแบบนั้นไม่ได้..แฮะๆ"สาวน้อยกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ