‘เราจะยอมให้เขาอยู่ต่อจริงๆ หรือลิน แต่เขาก็ยังเจ็บอยู่อะนะ หากเขาไปคงจะไปไหนไม่รอดหรอก คงได้ตายอยู่ตรงไหนสักทีแน่’
ลลินทิพย์ตักอาหารไป ก็ครุ่นคิดหาทางออกให้ตัวเองไป แต่ด้วยความเป็ห่วงอันมีมาก จึงทำให้เธอข่มความหวาดระแวงในตัวชายหนุ่มตัวโต ผู้อยู่้าไปได้อย่างสิ้นเชิง
เธอสลัดความคิดออกไป แล้วตั้งใจตักอาหารให้ลูกค้า พอลูกค้าเว้นระยะห่างในการมาซื้ออาหารแล้ว เธอจึงตักข้าวใส่จาน โดยเลือกอาหารที่ไม่เผ็ดราดข้าวสักสองอย่าง แล้วถือเดินขึ้นไป้า
“คุณทานข้าว ค่อยทานยาแก้ปวด แล้วก็นอนพักซะ จะได้หายเร็วๆ”
ลลินทิพย์ยังคงเห็นเขานั่งนิ่งอยู่ตามเดิม เธอจึงถือจานข้าวมาวางลงตรงหน้า หยิบน้ำและยามาวางให้ด้วย ลูเซี่ยนมองใบหน้าสวยหวานที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มเพียงบางๆ ที่เขาดูยังไงก็สวย เขาดูเพลินจนเธอรู้สึกตัว และเกิดความประหม่าขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“นี่คุณ จะมองฉันอีกนานไหม?? ... มองหน้าฉันไม่อิ่มหรอกนะ คุณทานข้าวสิถึงจะอิ่ม”
ลลินทิพย์กะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น แต่กระนั้นก็ไม่ได้มองสบตาสีฟ้าน้ำทะเลเลยสักนิด เธอแสร้งมองจานข้าวตรงหน้าเขา เธอไม่อาจมองหน้าเขาได้ เพราะเธอรู้สึกเขินอายยังไงบอกไม่ถูก ซึ่งเธอไม่เคยเกิดอาการเช่นนั้นกับใครมาก่อน แต่ทำไมกับผู้ชายตรงหน้าคนนี้ ถึงเกิดอาการนี้ได้ก็ไม่รู้สินะ
“ก็คุณสวย น่ารัก และแถมยังใจดีด้วย ผมก็อยากจะมองนานๆ น่ะสิ มองคุณแล้วผมคงเจริญอาหารน่าดูเลย ขอบอก!!!!”
ลลินทิพย์ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มตัวโต ก็ยิ่งให้รู้สึกประหม่า เขินอายมากขึ้น แต่ก็เงยหน้าขึ้นมาทำหน้าั์ใส่เขา พยายามไม่หลงไปกับคารมคมคายของเขา เพราะคิดว่าผู้ชายก็เป็แบบนี้แหละ พูดหวาน หว่านเสน่ห์ไปทั่ว นี่ขนาดเจ็บอยู่แท้ๆ นะเนี้ย ยังขนาดนี้ แล้วถ้าไม่เจ็บจะขนาดไหน
“ทานไปเลยคุณ ฉันจะลงไปขายของต่อแล้ว”
“เดี๋ยวสิ!!.. คุณชื่ออะไรเหรอ!!?? ผมจะได้เรียกคุณถูก”
ลลินทิพย์พูดเสียงกระแทกกระทั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืน หมุนตัวเดินตรงไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักการก้าวเท้า เมื่อได้ยินเสียงทุ้มๆ ของชายหนุ่มตัวโตที่ร้องถามชื่อ เธอจึงคิดว่านั้นสินะ เธอก็ยังไม่รู้ชื่อเขาเหมือนกัน ว่าเขาชื่อแสอะไร เรียกแต่คุณๆ มาตลอด
“ลิน!!... ฉันชื่อลิน”
“ผมลูเซี่ยน ยินดีที่ได้รู้จักนะลิน”
ลลินทิพย์หันหน้ากลับมาพูดบอกชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองให้เขารู้ พอบอกชื่อเสร็จก็หันกลับไปก้าวเท้าลงบันได และก็ได้ยินเขาแนะนำตัวเองตามหลัง เธอจึงทวนชื่อของเขาอยู่ภายในใจ ปากบางจิ้มลิ้มเผลอยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
“แล้วนี่เราจะยิ้มทำไม เขาก็แค่บอกชื่อของเขา ประสาทไปแล้วเรา......”
ลลินทิพย์รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังยิ้มให้กับตัวเอง จึงพูดต่อว่าตัวเองออกมาเบาๆ พร้อมกับสลัดความคิดเกี่ยวกับผู้ชายตัวโตที่อยู่้าออกไปจากหัวสมอง และก้าวเท้าไวๆ ลงจากบันได มานั่งที่เก้าอี้ รอลูกค้าที่จะมาซื้ออาหารต่อไป
ลลินทิพย์นั่งขายอาหารไปได้สักพัก ก็คิดขึ้นมาได้ว่า ชายหนุ่มตัวโตควรจะต้องแปรงฟันบ้างอะไรบ้าง และก็ควรจะมีเสื้อผ้าสักชุด เสื้อผ้าของเขาที่ใส่ติดตัวมา มันทั้งขาดและเปื้อนเลอะเทอะ ถึงจะซักให้สะอาดก็ยังใส่ไม่ได้อยู่ดี
“นี่เรากำลังทำอะไรอยู่เนี้ย!!??...... จะใส่ใจสนใจอะไรเขานักหนานะ”
ถึงลลินทิพย์จะพร่ำบ่นออกไปอย่างนั้น แต่เธอก็ลุกขึ้นเดินไปดึงประตูม้วนปิดลงชั่วคราว โดยใช้เวลาที่ลูกค้ายังไม่มากนี่แหละ ออกไปหาซื้อสิ่งของมาให้เขา ซึ่งเธอเดินไปสักพักก็เห็นร้านขายเสื้อผ้า เธอไม่รู้หรอกว่าเขาขนาดเท่าไร แต่เขาตัวใหญ่ เธอจึงเลือกเสื้อไซส์ใหญ่สุด ส่วนกางเกงก็เอาแบบกางเกงขาสั้นเอวยางยืด
“บ้าๆๆ ไปคิดทำไมไม่เข้าเื่ เราเนี้ย......”
พอลลินทิพย์เลือกบ๊อกเซอร์ ใบหน้าสวยหวานก็พลันร้อนผะผ่าว ใบหน้าเห่อแดงระเรื่อซับสีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อความคิดของเธอหวนคิดไปถึงตอนที่เธอมองสำรวจกายแกร่ง สายตาเผลอมองลงไปใต้สะดือ เธอจึงพร่ำพูดต่อว่าตัวเองออกมาเบาๆ
“อ้าว!!.... หนูลิน มาซื้อเสื้อผ้าเหรอ?? แล้วร้านไม่เปิดเหรอวันนี้??......”
จงจิต เป็ป้าที่อยู่ละแวกนี้ เอ่ยถามลลินทิพย์เมื่อเห็นเธอยืนเลือกบ๊อกเซอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ ปากจงจิตถามแต่สายตามองดูมือเรียวเล็ก และพลางสงสัยไปด้วย ว่าทำไมลลินทิพย์ถึงมายืนเลือกบ๊อกเซอร์ของผู้ชาย แล้วเลือกไปให้ใครกัน
“เปิดค่ะป้า แต่ตอนนี้แค่ปิดชั่วคราว เดี๋ยวกลับไปก็เปิดขายตามปกติ”
ลลินทิพย์เงยหน้าไปมองจงจิต ก่อนจะยิ้มให้ และตอบคำถามของจงจิตไปด้วยน้ำเสียงปกติธรรมดา จากนั้นจึงละสายตาจากจงจิต กลับมาตั้งอกตั้งใจเลือกบ๊อกเซอร์อีกครั้ง เพราะเธอก็ไม่รู้อีกไงว่าเขาใส่ไซส์ไหน จึงต้องเลือกและตัดสินใจนานหน่อย
“แล้วนี่ซื้อเสื้อผ้าไปให้ใครล่ะ แล้วนั้นเลือกบ๊อกเซอร์มันเป็ของผู้ชายไม่ใช่เหรอ?? หรือว่าจะซื้อไปให้แฟน?? หนูลินมีแฟนแล้วเหรอ!!??......”
จงจิตยังไม่ยอมเดินไป ยังถามอย่างอยากรู้อยากเห็น ทำให้มือเรียวเล็กที่เลือกบ๊อกเซอร์ชะงักค้าง ใบหน้าสวยหวานเงยหน้าขึ้นกลอกตามองบน กับสิ่งที่จงจิตมาอยากรู้อยากเห็น เื่ของเธออะไรนักหนา ขนาดปักหลักยืนถามอย่างไม่คิดจะสนใจมารยาทบ้างเลย ว่ามันไม่สมควรมาถามเื่ส่วนตัวของคนอื่น
“เลือกบ๊อกเซอร์ผู้ชาย ไม่เกี่ยวกับการมีแฟนหรือไม่มีแฟนหรอกป้า ถึงลินจะยังไม่มีแฟน ลินก็ซื้อได้”
ลลินทิพย์หยิบบ๊อกเซอร์มาตัวหนึ่งโดยไม่สนใจจะเลือกอีก หันหน้าไปมองจงจิต พูดด้วยใบหน้านิ่งไม่มีรอยยิ้มอย่างเช่นในตอนแรก พอกล่าวจบก็หมุนตัวเดินไปหาเ้าของร้าน เพื่อจ่ายค่าเสื้อผ้า จะได้ออกจากตรงนี้สักที ไม่อยากอยู่นาน ให้คนอยากรู้อยากเห็นเื่ของเธอถามเซ้าซี้อีก
“อะไรกัน ถามแค่นี้ก็มาโมโหใส่ ชิ!”
จงจิตมองและพูดพร่ำบ่น ตามแผ่นหลังบอบบางของลลินทิพย์ โดยไม่ย้อนคิดถึงคำพูดของตัวเองสักนิด ว่าควรถามหรือไม่ควรถาม ทั้งที่จงจิตก็ไม่ได้สนิทสนมกับลลินทิพย์แต่อย่างใด
๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘
คุณป้าจงจิตจะไปอยากรู้เื่ของลินเขาทำไมกันคะ เขาจะมีไม่มีแฟนกันก็เื่ของเขาอะนะ................................ ^_^ ^_^ ^_^ ^_^