ลานชุมนุมสำนักจันทร์กระจ่าง –การเผชิญหน้าของเทพธิดา
ในยามเช้าเช่นนี้แสงอรุณสาดส่องลงมายังลานชุมนุมสำนักจันทร์กระจ่างที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนบรรยากาศวันนี้แตกต่างจากวันก่อนๆ อย่างสิ้นเชิงความตึงเครียดและความคาดหวังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของอากาศเสียงจอแจของผู้คนเงียบสงบลงเมื่อถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย
บนแท่นประธาน สิงหราช เ้าสำนักจันทร์กระจ่างนั่งอยู่บนบัลลังก์ไม้จันทน์หอม ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมกว่าปกติเล็กน้อยเหล่าเ้ายอดเขาและผู้าุโต่างก็อยู่ในท่าทางที่สงบเสงี่ยมแต่แววตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความตื่นเต้น
"การประลองรอบ 18 คนสุดท้าย คู่แรก!" ผู้ตัดสินประกาศเสียงดังกังวานไปทั่วลานประลอง"ศิษย์เมขลาจากยอดเขาหยกมรกต ปะทะ ศิษย์ธารารินจากยอดเขาวารีใส!"
ทันทีที่ชื่อทั้งสองถูกประกาศเสียงฮือฮาก็ดังกึกก้องขึ้นราวกับคลื่นทะเลที่ซัดสาดเข้าฝั่งฝูงชนต่างพากันกระซิบกระซาบและวิพากษ์วิจารณ์
"เมขลาหรือ? นางนั่นแหละที่เพิ่งโด่งดังขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน!"
"แต่คู่ต่อสู้ของนางคือธารารินนะ!อัจฉริยะอันดับต้น ๆ ของสำนัก! ในกลุ่มผู้เยาว์นางอยู่ในสามอันดับแรกอย่างแน่นอนระดับการบำเพ็ญเพียรของนางถึงขอบเขตโอสถทองคำกลางแล้วไม่ใช่หรือ?"
"ข้าว่าเมขลาคงจะแพ้ราบคาบแน่ๆ นางคงเป็แค่ดาวหางที่สว่างวาบแล้วก็ดับไป"
"เสียดายจริงๆที่ต้องมาเจอกันเร็วขนาดนี้"
ความคาดหวังของฝูงชนส่วนใหญ่คือเมขลาจะพ่ายแพ้ให้กับธารารินอย่างไม่มีทางสู้
บนยอดเขาหยกมรกต พิธากำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์เขามองลงไปยังลานประลองที่อยู่ไกลออกไปราวกับกำลังชมละครเวทีที่น่าสนใจ
"ศิษย์พี่ไม่เป็ห่วงเมขลาหรือเ้าคะ?"อรุณรัศมีที่ยืนอยู่ข้างๆ ถามด้วยน้ำเสียงกังวลใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
พิธายิ้มเล็กน้อย "เป็ห่วงอะไรเล่า? เ้าคิดว่าเมขลาจะแพ้หรือ?"
อรุณรัศมีพยักหน้าหงึกหงัก"ธารารินเป็ถึงอัจฉริยะอันดับต้นๆ ของสำนักนะเ้าคะทั้งระดับพลังและประสบการณ์ล้วนเหนือกว่าเมขลามากนัก"
พิธาหัวเราะเบาๆ"เ้าก็ยังมองแต่เปลือกนอกอีกแล้วศิษย์น้องเ้ายังไม่เข้าใจแก่นแท้ของกระบี่ที่ข้าสอนเมขลาเลยสินะ"
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า"เมขลาในตอนนี้ ไม่ใช่เมขลาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว นางได้ัักับสภาวะ 'ไร้ตัวตน'และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความแข็งแกร่งที่แท้จริง"
อรุณรัศมีมองพิธาด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อเธอรู้ดีว่าพิธามักจะมีคำพูดที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจได้ในทันที
บนเวทีประลอง เมขลาในชุดฝึกสีขาวสะอาดตาก้าวขึ้นสู่เวทีอย่างสง่างาม กระบี่วารีครามถูกเหน็บไว้ข้างเอวใบหน้าของเธอดูสงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่นดวงตาของเธอเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่นแต่ก็แฝงไว้ด้วยความว่างเปล่าที่ยากจะหยั่งถึง
ไม่นานนัก ธารารินก็ปรากฏตัวขึ้นเธอสวมชุดฝึกสีฟ้าอ่อนที่ขับเน้นรูปร่างอันงดงามของเธอใบหน้าของเธอสวยคมราวกับเทพธิดาแต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความมั่นใจและเย่อหยิ่งเล็กน้อยกระบี่แสงจันทร์ในมือของเธอบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งและสถานะของเธอ
"ศิษย์น้องเมขลา"ธารารินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เ็า "ข้าได้ยินชื่อเสียงของเ้ามาบ้างแต่ข้าไม่คิดว่าเ้าจะสามารถมาถึงรอบนี้ได้ และยังกล้าขึ้นมาท้าทายข้าในรอบนี้"
เมขลายิ้มบางๆ "ศิษย์พี่ธารารินการประลองคือการเรียนรู้ ไม่ใช่การท้าทาย"
"หึ! คำพูดสวยหรู"ธารารินแค่นเสียง "หวังว่าฝีมือของเ้าจะสวยหรูเหมือนคำพูดนะ"
"เริ่มการประลอง!"ผู้ตัดสินประกาศ
ธารารินไม่รอช้า!ร่างของเธอดุจสายลมพุ่งเข้าหาเมขลา!กระบี่แสงจันทร์ในมือของเธอแปรเปลี่ยนเป็แสงจันทร์นับร้อยที่พุ่งเข้าใส่เมขลาอย่างรวดเร็วและรุนแรง!
"วิชากระบี่จันทราไร้เงา!"
เมขลายืนนิ่ง! เธอไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย!จนกระทั่งคมกระบี่แสงจันทร์เกือบจะััร่างของเธอ!
ฟิ้ว!
ร่างของเมขลาพลันหายวับไปราวกับควัน!เธอปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งด้านหลังของธารารินอย่างเงียบเชียบ!
"ท่าเท้ากระบี่ท่องเมฆา!"
ธารารินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใเธอไม่คิดว่าเมขลาจะมีวิชาตัวเบาที่รวดเร็วถึงเพียงนี้!เธอรีบหมุนตัวกลับและฟาดฟันกระบี่เข้าใส่เมขลาอีกครั้ง!
แต่เมขลาไม่หลบ!เธอชักกระบี่วารีครามออกจากฝัก!
ชิ้ง!
คมกระบี่วารีครามเปล่งประกายสีฟ้าอ่อนที่บริสุทธิ์และไร้ที่ติ!มันไม่ได้มีความคมที่บาดตา ไม่ได้มีความเร็วที่น่าใแต่กลับแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ว่า "มันคือทุกสิ่งและมันคือความว่างเปล่า"
"เจตนากระบี่ไร้ตัวตน!"
กระบี่ของเมขลาปะทะกับกระบี่แสงจันทร์ของธาราริน!
เคร้ง!
เสียงปะทะกันของกระบี่ดังก้องไปทั่วลานประลอง!แรงปะทะที่รุนแรงทำให้ธารารินถึงกับถอยหลังไปหลายก้าว!ใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความใ!
'เป็ไปได้อย่างไร!พลังกระบี่ของนาง... มันไร้รูปร่าง แต่กลับแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!' ธารารินคิดในใจ
เมขลาไม่ได้โจมตีต่อเนื่องเธอเพียงแค่ยืนนิ่งๆ ปล่อยให้ลมปราณหมุนเวียนในร่างกายอย่างสงบ
ธารารินกัดฟันกรอด เธอไม่ยอมแพ้!เธอรวบรวมพลังปราณทั้งหมดในร่างกาย!กระบี่แสงจันทร์ในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม!
"วิชากระบี่จันทราสะบั้นเมฆา!"
ธารารินพุ่งเข้าหาเมขลาอีกครั้งด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่าตัว!กระบี่ของเธอแปรเปลี่ยนเป็แสงจันทร์นับพันที่พุ่งเข้าใส่เมขลาจากทุกทิศทุกทาง!
เมขลาหลับตาลงช้าๆ!เธอไม่ได้มองเห็นการโจมตีของธารารินด้วยตา แต่เธอกลับ "รู้สึก"ถึงมันด้วยจิติญญา!
ในห้วงแห่งความว่างเปล่าเธอรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับกระบี่วารีคราม!ร่างกายของเธอเบาหวิวราวกับขนนก จิตใจของเธอโปร่งโล่งราวกับท้องฟ้าที่ไร้เมฆหมอก
เธอเคลื่อนไหวอย่างสง่างาม!ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเรียบง่าย แต่กลับแฝงไว้ด้วยความลึกซึ้งที่ไม่อาจหยั่งถึง!เธอปัดป้องการโจมตีของธารารินได้อย่างง่ายดายราวกับว่าเธอล่วงรู้ทุกการเคลื่อนไหวของธาราริน!
"คืนสู่ตน!"
เมขลาตวัดกระบี่วารีครามไปข้างหน้าอย่างแ่เบา!
ฟิ้ว!
แรงลมที่มองไม่เห็นพัดผ่านร่างของธาราริน!ไม่มีความเ็ป ไม่มีการาเ็แต่ธารารินกลับรู้สึกราวกับว่าพลังปราณในร่างกายของเธอถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้น!
เธอทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษ
"ข้า... ข้าแพ้แล้ว"ธารารินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
เมขลาเก็บกระบี่วารีครามเข้าฝักเธอเดินเข้าไปหาธารารินและยื่นมือไปช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น
"ศิษย์พี่ธาราริน ท่านให้ข้าชนะแล้ว"เมขลากล่าวด้วยรอยยิ้ม
ธารารินมองเมขลาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและความเคารพเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะพ่ายแพ้ให้กับศิษย์น้องที่เพิ่งโด่งดังขึ้นมาเช่นนี้
"ศิษย์เมขลาเป็ผู้ชนะ!"ผู้ตัดสินประกาศ
เสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วลานประลอง!ฝูงชนต่างพากันลุกขึ้นยืนปรบมือและส่งเสียงเชียร์อย่างบ้าคลั่ง!
"เมขลา! เมขลา! เมขลา!"
"เมื่อเทพธิดาต่อสู้กันแม้แต่ผายลมก็ยังหอมอร่อย!" เสียงะโของศิษย์คนหนึ่งดังขึ้นทำให้หลายคนหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
บนยอดเขาหยกมรกต พิธายิ้มกว้าง"เห็นไหมเล่าศิษย์น้อง ข้าบอกแล้วว่าเมขลาจะต้องชนะ"
อรุณรัศมีมองเมขลาที่กำลังยืนอยู่บนเวทีด้วยความภาคภูมิใจและทึ่งเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเมขลาจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้
บนแท่นประธานสิงหราชและเหล่าเ้ายอดเขาต่างพากันยืนขึ้นด้วยความตกตะลึงใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและตื่นเต้น
"ไม่น่าเชื่อ! เหลือเชื่อจริงๆ!"เ้ายอดเขาเมฆาคล้อยอุทาน "ศิษย์เมขลาผู้นี้... นางคืออัจฉริยะ!อัจฉริยะสายกระบี่ที่แท้จริง!"
"เจตนากระบี่ไร้ตัวตน!ท่าเท้ากระบี่ท่องเมฆา! และวิชา 'คืนสู่ตน' ที่สามารถดูดกลืนพลังปราณของคู่ต่อสู้ได้!" เ้ายอดเขาวารีใสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ"นางคือขุมทรัพย์ของสำนักเรา!"
"พวกเ้าเห็นหรือไม่ว่านางเคลื่อนไหวได้อย่างสง่างามเพียงใด!ราวกับเทพธิดากำลังร่ายรำ!" เ้ายอดเขาอัคคีกล่าวด้วยดวงตาที่เป็ประกาย
สิงหราชยิ้มกว้าง "ดี! ดีมาก!สำนักจันทร์กระจ่างของเรากำลังจะมีศิษย์สายกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์แล้ว!"
แต่แล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็เคร่งเครียด"แต่ว่า... ใครจะเป็ผู้สอนนาง?"
ทันทีที่คำถามนี้หลุดออกจากปากของสิงหราชเหล่าเ้ายอดเขาและผู้าุโก็พลันเปลี่ยนจากความชื่นชมเป็ความโลภ!
"ข้า!ข้าจะเป็ผู้สอนนางเอง!" เ้ายอดเขาเมฆาประกาศเสียงดัง"ข้าเชี่ยวชาญวิชากระบี่มานานหลายร้อยปี!ข้าสามารถถ่ายทอดวิชาทั้งหมดให้กับนางได้!"
"ท่านช้าไปแล้ว!"เ้ายอดเขาวารีแย้ง "ข้าเป็เ้ายอดเขาวารี!ยอดเขาของข้ามีพลังปราณธาตุน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุด!เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกฝนวิชากระบี่วารีครามของนาง!"
"พวกเ้าอย่ามาแย่งกัน!"เ้ายอดเขาหยกอัคคีะโ"ข้ามีวิชาลับที่สามารถช่วยให้นางก้าวหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น!ข้าจะรับนางเป็ศิษย์โดยตรง!"
ความโกลาหลบังเกิดขึ้นบนแท่นประธานเหล่าเ้ายอดเขาและผู้าุโต่างพากันโต้เถียงและแย่งชิงกันอย่างดุเดือดราวกับฝูงหมาป่าที่กำลังแย่งชิงเนื้อชิ้นโต
ในขณะนั้นเองพิธาก็เดินเข้ามาในลานประลองอย่างเงียบเชียบใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขบขันปนระอา
"พวกท่านทะเลาะอะไรกันอยู่หรือขอรับ?"พิธาถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
เหล่าเ้ายอดเขาและผู้าุโถึงกับชะงักพวกเขาหันมามองพิธาด้วยความไม่พอใจ
"เ้าเป็ใคร!มาขัดจังหวะพวกเราทำไม!" เ้ายอดเขาเมฆาตะคอก
"ข้าคือพิธาศิษย์พี่ของเมขลาขอรับ" พิธากล่าวด้วยรอยยิ้ม "และข้าก็เป็เหมือนกับอาจารย์ของนางด้วย"
ทันทีที่พิธาพูดจบบรรยากาศในลานประลองก็พลันเงียบสงัดลง!ทุกคนต่างพากันมองพิธาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เชื่อ!
"เ้าว่าอะไรนะ!?"สิงหราชถามเสียงดัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
"ข้าบอกว่าข้าเป็เหมือนกับอาจารย์ที่คอยชี้แนะเมขลาขอรับ"พิธากล่าวซ้ำ "อาจารย์พัชราภามอบหมายให้ข้าสอนศิษย์น้องบำเพ็ญเพียร"
ทันทีที่พิธาพูดจบเสียงหัวเราะเยาะก็ดังกึกก้องไปทั่วลานประลอง!
"ฮ่าๆๆๆ! เ้าบ้าไปแล้วหรือ!?"เ้ายอดเขาเมฆาหัวเราะจนน้ำตาเล็ด"เ้าเนี่ยนะจะเป็อาจารย์ของเมขลา! เ้ามีระดับพลังแค่ไหนกันเชียว!?"
"ใช่แล้ว!เ้าคงจะฝันไปแล้วกระมัง!" เ้ายอดเขาวารีเสริม"อาจารย์พัชราภาจะมอบหมายให้คนอย่างเ้ามาสอนอัจฉริยะอย่างเมขลาได้อย่างไร!"
"อาจารย์ของข้าบอกให้ข้าสอนศิษย์น้องบำเพ็ญ" พิธากล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง"นี่คือความจริงที่เหลือเชื่อที่สุดที่พวกท่านจะได้ยินในวันนี้"
แต่ไม่มีใครเชื่อเขาเลย!
เหล่าเ้ายอดเขาและผู้าุโต่างพากันหัวเราะเยาะและวิพากษ์วิจารณ์พิธาอย่างสนุกสนาน
"เ้าคงจะอิจฉาเมขลาจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วสินะ!"
"ไปไกลๆ เลยเ้าคนบ้า!อย่ามาขัดจังหวะพวกเรา!"
ความโกลาหลกลับมาอีกครั้งเหล่าเ้ายอดเขาและผู้าุโต่างพากันโต้เถียงและแย่งชิงเมขลาอย่างดุเดือดโดยไม่สนใจคำพูดของพิธาแม้แต่น้อย
พิธาส่ายหน้าเล็กน้อยใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความระอา
'เฮ้อ... นี่แหละหนา มนุษย์'พิธาคิดในใจ 'มองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้าเอาแต่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเชื่อ'
เขาหันไปมองเมขลาที่กำลังยืนอยู่บนเวทีใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและอับอายเล็กน้อย
'ดูเหมือนว่าแผนการ 'ค้อมต่ำ' ของข้าจะพังไม่เป็ท่าแล้วสินะ' พิธาถอนหายใจ 'เมขลากลับกลายเป็จุดสนใจของทั้งสำนักไปเสียแล้ว...นี่แหละหนา ผลของการเป็อัจฉริยะ'
เขาเดินเข้าไปหาเมขลาและกระซิบข้างหูเธอเบาๆ"ศิษย์น้องเมขลา เ้าเตรียมตัวรับมือกับความวุ่นวายหลังจากนี้ได้เลย"
เมขลาพยักหน้าเล็กน้อยใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
ความวุ่นวายบนแท่นประธานยังคงดำเนินต่อไปเหล่าเ้ายอดเขาและผู้าุโต่างพากันแย่งชิงเมขลาอย่างไม่มีใครยอมใคร
พิธาได้แต่ยืนมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความขบขันปนปวดหัวเล็กน้อยเขาไม่รู้ว่าหลังจากนี้ชีวิตบนยอดเขาหยกมรกตของเขาจะสงบสุขได้อีกหรือไม่
*******
บทสรุปของบทที่ 29
เมขลาเผชิญหน้ากับธารารินในการต่อสู้ที่ทุกคนตั้งตารอคอยแม้ฝูงชนและผู้นำสำนักจะคาดว่าเธอจะพ่ายแพ้ แต่เมขลาได้แสดง"เจตนากระบี่ไร้ตัวตน" อันลึกซึ้ง "ท่าเท้ากระบี่ท่องเมฆา"และวิชา "คืนสู่ตน" ที่ทรงพลัง เอาชนะธารารินไปอย่างพลิกความคาดหมายสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนเหล่าเ้ายอดเขาและผู้าุโสำนักทั้งหมดต่างยอมรับในพร์ของเธอและเริ่มแย่งชิงกันเพื่อที่จะได้เป็อาจารย์ของเธอทันทีเมื่อพวกเขาถามพิธาว่าใครควรจะเป็ผู้ชี้นำเมขลาเขาก็บอกความจริงแก่คนเ่าั้ว่าอาจารย์พัชราภามอบหมายให้เขาทำหน้าที่นี้แต่ไม่มีใครเชื่อเขาเลยซึ่งนำไปสู่การโต้เถียงที่วุ่นวายและน่าขบขันในหมู่ผู้าุโพิธาได้แต่ระอาและตระหนักว่าแผนการ "ค้อมต่ำ" ของเขาได้พังทลายลงแล้วเนื่องจากเมขลากลายเป็จุดสนใจของสำนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้