Chapter 1
แต่งโดย:Believe13
.
คุณเชื่อรึเปล่าว่า บางครั้งชีวิตมันกำลังเล่นตลกกับเราบางครั้งเราก็ตกเป็เหยื่อทั้ง ๆ ที่ความเป็จริงแล้วเราไม่ได้เป็คนกระทำ
ใช่ครับ ที่ผมพูดแบบนี้ขึ้นมาก็เพราะผมเป็เหยื่อ
บางครั้งผมเองก็แอบอิจฉาคนที่เขามีข้าวดีๆ กิน แอบอิจฉาคนที่เขาไม่ได้เกิดมาลำบาก แต่มันก็แค่ด้านลบเล็ก ๆของผมเองเท่านั้น เหมือนอย่างตอนนี้...
แปะ...
เสียงม้วนกระดาษที่ถูกขย้ำล้วนถูกโยนใส่หัวของผมดังจนเกิดเสียงซึ่งนับวันยิ่งมาก ยิ่งเยอะเข้าไปกันใหญ่ และทุก ๆครั้งเมื่อเกิดการกระทำเหล่านี้ก็ย่อมต้องมีเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมห้องบางคนดังเป็ธรรมดาใคร ๆ ก็มองผมเป็ตัวตลก เป็ลูกคนจน ๆ บ้าง แล้วยังไงล่ะ?อย่างน้อยก็ยังมีความเป็มนุษย์
“การบ้านที่สั่งทำเสร็จยังวะ?”
“…”
“มองหน้ากูทำไม? ทำเสร็จแล้วไม่อยากได้เศษเงินจากพวกกูเหรอ?”
นับว่าเป็เื่ที่ชินชารึเปล่า?ประโยคเหล่านี้มักเป็บทสนทนาระหว่างเพื่อนร่วมห้องเกือบจะทุกคน หรือจริง ๆแล้วการที่เราจะสนิทกับใครสักคนนึง เราต้องพูดประโยคประมาณนี้?ถ้าหากเป็เช่นนั้นทุกโรงเรียนมันก็ดีน่ะสิ
“อยู่ในกระเป๋า เดี๋ยวหยิบให้”
“ชักช้าว่ะ มึงก็รู้ว่าครูให้ส่งตอนเช้า”
“วันนี้ผมนอนดึก ก็เพราะทำการบ้านให้เลยไม่ได้ไปส่ง”
“จัดการตัวเองนะครับ โต ๆ กันแล้ว แบ่งเวลาไม่เป็นี่หว่า”
“...งั้นผมจะเอาไปส่งให้ตอนนี้”
“ไม่ต้อง มึงแหกตาดูครูเข้ามาแล้ว ถ้ากูโดนหักคะแนนแม้แต่คะแนนหรือเศษเดียวมึงเจอกูแน่ไองา”
เขามองตาขวางใส่ผมก่อนที่จะมีร่างสาวเดินก้าวเข้ามาภายในห้องเรียนระหว่างคาบเรียนเธอก็ได้พร่ำสอนสิ่งต่าง ๆ เป็ปกติของมัธยมปลายปีสุดท้าย ยิ่ง่นี้จะมีสอบผมเองก็ควรที่จะบริหารเวลาเองให้เป็มากกว่านี้ไม่ว่าจะเป็การอ่านหนังสือ ทำการบ้าน และทำการบ้านที่รับจ้างมาอีกที
รู้รึเปล่าว่าแต่ละครั้งผมได้ครั้งละเท่าไหร่?
25 บาท
ได้ตั้งข้าวมื้อนึงอย่างน้อยก็มีเงินไปซื้อข้าวกินประหยัดค่าขนมของแม่ไปได้อีกขั้น ถ้ารับมาบ่อย ๆสัก...5 คน ก็มีเงินตั้ง 100 บาทแล้ว
ผมลืมบอกว่าผมเป็นักเรียนทุนดังนั้นการเข้ามายังห้องกิฟหรือเกรดดี ๆไม่ใช่ห้องธรรมดาต้องเป็การเรียนที่ยาก และค่าเทอมค่อนข้างสูงถ้าหากผมหลุดออกจากเด็กทุนล่ะก็ชีวิตผมจบสิ้นแน่ แม้ว่า...เสือและพวกของเขา จะเข้ามาขัดขาผมอยู่บ้างโดยการใช้งานผมทำการบ้านและการบ้านของคนอื่นนั่นแหละ
แต่มันก็ดีอย่างน้อยแม่ก็ภาคภูมิใจในตัวผม
สังคมห้องระดับท๊อปๆ บางทีมันอาจจะเป็อย่างนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามปลอบใจตัวเอง
.
เลิกเรียนแล้วตามปกติผมมักจะตรงดิ่งไปยังงานพาร์ทไทม์ผมเป็พนักงานทำความสะอาดที่คาเฟ่ในย่านใจกลางเมืองและมักจะกลับบ้านค่อนข้างดึกดื่นอย่าง สี่ทุ่มเป็ต้นไป อย่างน้อยพี่ ๆเขาก็ยังมีน้ำใจซื้อข้าวหรือแบ่งขนมปังบางส่วนให้ผมทานเป็มื้อเย็นกับคุณแม่ด้วย
อยากจะบอกว่า...เมื่อตอนเที่ยงผมโดนเบี้ยวเงินค่าจ้างด้วยผมเลยไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องแถมยังโดนเอาสมุดการบ้านไปซ่อนอีกต่างหากนั่นจึงทำให้ครูก้อยลงโทษผมตามที่ตกลงกันไว้เมื่อคาบที่แล้ว แค่คัดประโยคสมการคณิต10 จบเท่านั้นแหละ แต่ละประโยคก็...ยาว
ดังนั้นผมจึงแว๊บมาที่ร้านสักพักและก็ขอตัวบอกลาพี่ๆ ว่าผมอาจจะกลับบ้านเร็ว
“ขอโทษนะครับ ไว้จะไม่ทำแบบนี้อีก”
“ไม่เป็ไรงาข้าว พี่เข้าใจ นี่ก็จะปีสุดท้ายแล้วหนิพักผ่อนและตั้งใจอ่านหนังสือสอบดีกว่า”
“ครับ พี่ไม้ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ และขอโทษอีกครั้ง”
“ไปเถอะ เดี๋ยวแม่เป็ห่วง ขอให้แม่หายไว ๆ นะ”
“ครับ ผมไปก่อนนะครับ”
“โชคดี ๆ เออนี่เดี๋ยว พี่ซื้อไก่มาฝาก เห็นว่าเราชอบ”
พี่ไม้ถือถุงข้าวเหนียวไก่ย่างมาให้ผมผมทำท่าจะส่ายหัวเพราะค่อนข้างเกรงใจ แต่พี่แกเขาดันจับมือผมและส่งมอบถุงข้าวให้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“รับไปเถอะ ถือว่าพี่อยากจะเอาไปฝากแม่ และอยากให้เรากินได้”
“ขอบคุณมาก ๆ นะครับพี่ไม้ ผมอยากตอบแทนพี่เร็ว ๆ จังถ้าผมรวยกว่านี้ก็คงจะดี”
“ตอบแทนพี่โดยการตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงานจะดีกว่า ป่ะ กลับบ้านแม่คิดถึงหาแล้ว”
“ครับ ผมไปก่อนนะ”
หลังจากที่กล่าวอำลาพี่ไม้เสร็จผมจึงสะพายกระเป๋าสีดำเดินออกไปข้างนอกร้าน ทั้งตัวผมมีแค่ 100 บาท กับบัตรประชาชนข้างในก็มีการบ้านแต่ละวิชา่นี้โชคดีหน่อยเพราะครูเห็นว่า่นี้ใกล้จะสอบไฟนอลจึงทำให้ ม.6ไม่ค่อยมีเรียนโดยเฉพาะห้องที่ผมอยู่ (ยกเว้นคณิต) ยังไงก็พอมีเวลาส่งงานอยู่บ้าง
ตึก...
*ฟึ่บ!*
“เชี่ย!!”
ใครสักคนนึงกำลังปิดปากผมอยู่ตามสัญชาตญาณของมนุษย์เป็ธรรมดา ผมเริ่มออกแรงขัดขืนอีกคนแม่งแรงเท่าควายแล้วคือตัวผมกลับถูกลากไปง่ายดายเข้าตรงตามซอกตึกก่อนที่มือหนานั้นจะผลักผมใส่กำแพง
“้าอะไร?”
“จำเพื่อนไม่ได้เหรอวะ? หืม?”
“เสือ? ลากมาทำไม?”
“กูอยากหาที่ระบายอะไรเล่นนิดหน่อย”
ใบหน้าเขากำลังยิ้ม?และดูเหมือนว่ากำลังเดินมาใกล้ๆผมอีกด้วย...้าเงินเหรอ? หรืออะไร?เขาก็เป็คนรวยหนิ แล้วทำไมชุดถึงเปลื้อนเื? เขาโดนใครทำร้ายมารึเปล่า
แต่ก่อนที่จะห่วงคนอื่นผมควรจะห่วงตัวเองซะก่อน...
# Writer part #
ร่างสูงเริ่มก้าวเดินเข้ามาหาบุรุษชายร่างที่เล็กกว่าตนดูเหมือนว่าเ้าเหยื่อตัวน้อยกำลังเดินถอยหลังทีละก้าวจนสุดท้ายแผ่นหลังนั้นติดแนบชิดเข้ากับกำแพงอิฐเมื่อทำท่าจะหนีกลับถูกแขนแกร่งกันทางเอาไว้เสียก่อน
สายตาดวงกลมค่อย ๆเงยหน้ามองพร้อมกับเม้มริมฝีปากตัวเอง งาข้าวไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดรึเปล่าเื่ที่ส่งการบ้านช้านับรึเปล่า?
“ขอโทษที่ส่งการบ้านช้า ผมจะไม่ทำอีกแล้วผมจะส่งการบ้านให้คุณก่อนแล้วค่อยของคนอื่น ๆ ก็ได้”
“ได้ข่าวว่าแม่มึงป่วยหนิ? :)”
“…”
“กูไม่ได้บอกว่ามึงผิดอะไร ก็แค่กูอยากต่อยคนบางคน”
“อย่าเลยครับ...คุณก็รู้ว่าแม่ผมป่วยถ้าเกิดเห็นแผล...”
*ผัวะ!*
ใบหน้าหวานถูกหมัดหนักสบั้นหน้าจนเบ้ไปอีกทางแว่นที่สวมใส่อยู่โชคดีที่มันยังไม่หลุด เขาเกือบที่จะเซล้มลงแต่กลับถูกฝ่ามือของคนตรงหน้ากุมกลุ่มผมและกระชากให้เงยหน้าขึ้นมองคนที่ถูกต่อยไปเมื่อครู่รีบยกมือพนมขึ้นไหว้ด้วยใบหน้าที่เหยเก
ใจจริงเขาอยากจะตอบโต้กลับแต่ด้วยความที่เป็เด็กทุนและคนตรงหน้าดันเป็หลานของผู้อำนวยการโณงเรียนที่เขาอยู่เสียด้วยจึงทำให้เขาต้องทำมือได้แค่ยกมือไหว้ ไม่อย่างนั้นเขาต้องถูกปลดออกแน่
ทำไมเขาโชคร้ายขนาดนี้กันนะ...ช่างน่าสงสาร
“อย่าเลยครับ คุณเสือ”
“กูบอกไปแล้ว ว่าหาที่ระบาย ภาษามึงกับภาษากูมันคนละความหมายกันเหรอวะ??”
“แต่คุณก็รู้ว่าแม่ผมป่วย หาที่ระบายเป็อย่างอื่นเถอะครับถ้าเกิดแม่เห็นแม่ แม่ต้องใจไม่ดีแน่”
“อย่างอื่น? อะไรล่ะ?”
ทำไมลางสังหรณ์เขาไม่ดีกันนะ...ขอล่ะเขาไม่อยากทำมันอีกครั้ง
“อะไรคือสิ่งที่คุณทำแล้ว แล้วสบายใจล่ะ...ครับ? ผมทำได้ทุกอย่าง”
“รวมถึงใช้ปากทำให้กู?”
“แต่เรายังเด็กอยู่เลย...ไม่เหมาะสมมั้งครับ”
แม้ว่าเขาจะเป็ผู้ชายที่จืดชืดแต่การที่อีกคนพูดขึ้นมาแบบนี้เขาก็รู้แหละว่าจะให้ทำอะไรมันเป็เื่ที่ไม่สมควร และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง แถมอีกคนยังเป็ผู้ชายไม่มีทางที่จะทำอย่างนั้นได้แน่ผิดศีลธรรม...
ถึงแม้เขาจะเคยถูกจับกดหัวให้ทำไปแล้วครั้งนึง...นับว่าเป็อะไรที่หยะแหยงสุดๆ และแน่นอนว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นอีกครั้งใช่มั้ย?
ขนาดก็...ไม่ใช่จะเล่น ๆคับปากจะตายอยู่แล้ว มันชักจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันเกินไปแล้วจริง ๆ แบบนี้ไม่โอเค
“รู้เหรอว่าเด็ก? จะโตเป็ควายกันอยู่แล้ว มึงก็เคยทำให้กูไปแล้ว จะอายทำไมเงินก็ได้ถ้ามึงทำให้กูดี”
“แต่ ผมไม่อยากทำแบบนั้นอีกก็รู้ว่ามันไม่ดีจะทำทำไม?”
“มึงเป็คนบอกกูเอง จำไม่ได้เหรอ”
“ผมไม่คิดว่าคุณจะคิดแบบนี้ด้วยซ้ำ ยังไงไม่ยอมเด็ดขาดและหลีกทางด้วยผมจะกลับบ้าน”
เขาพยายามขัดขืนและออกแรงผลักให้ร่างใหญ่หลีกทางแต่กลับถูกจับแขนแถมยังออกแรงบีบพร้อมกับผลักหลังชนกำแพงอีกคราด้วยเช่นกันเขาไม่รู้จริง ๆ ว่า้าอะไรกันแน่? บอกไม่ทำก็คือไม่
“ก็เชี่ยละ มึงจะไปไหน? มานี่”
“กลับบ้าน โอ๊ย หยุดบอกไม่เอาคือไม่- อย่า!”
ใบหน้าคมคายก้มโน้มลงมาพยายามที่จะประกบจูบแต่ด้วยความที่คนใต้ร่างเห็นดังนั้นจึงเบือนหน้าหนีทันทีพร้อมกับใช้มือผลักให้ออกจูบแรกของเขาต้องเป็คนที่เขารักเท่านั้น ไม่ใช่ใครก็ได้นั่นคือสิ่งที่เขาจำมาโดยตลอด
“มึงพยศกู อยากโดนถอนรายชื่อเด็กทุนเหรอ? กล้าขัดคำสั่งกูตอนไหนวะ”
“อย่าเอาเื่นี้มาขู่ กี่ครั้งแล้วที่อ้าง และอย่ายัดเยียดอะไรให้ผมถึงแม้ผมจะยอมเป็เบ้ให้ แต่ไม่ใช่กระทำเหี้ย ๆ แบบนี้”
“เดี๋ยวนี้ปากมึงห้าว จะเอางั้นใช่มั้ย? พรุ่งนี้มึงเจอกู”
เมื่อจบประโยคใบหน้าหวานที่มีรอยเือยู่ตรงมุมปากก็ถูกมือหนาตบฉาดเข้าไปที่ใบหน้าจนหันไปอีกทิศตามปิดด้วยแรงชกท้อง เขาค่อนข้างที่จะจุก มือก็แทบจะกุมท้องในขณะที่กำลังนั่งกุมและขยับแว่นให้ลงล็อคกันสันจมูกมองดูปฏิกิริยาอีกคน
“เป็ถึง...หลานผอ.แต่...อ...แต่กดขี่นักเรียน คิดว่าดีแล้วเหรอ? เ...”
ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ เื่มันเกินเลยอะไรแบบนี้แล้ว...เขาก็อยากจะด่าอีกคนทว่าน้ำเสียงมันพูดติดๆ ขัด ๆ เสียมากไปหน่อย
และอยากพูดว่าไอเหี้ยเสือด้วย...ทำไมเขาต้องเป็คนเดียวที่ต้องใช้สรรพนามว่าคุณนำหน้าชื่อด้วยวะครับ?
“กูก็ไม่ได้จนเหมือนมึง ทำตัวหน้าสมเพช ถุ้ย”
น้ำลายถูกพ่นถมใส่หน้าเขาเบือนหน้าหนีไม่อยากจะคิดว่าอีกคนจะทำถึงขนาดนี้ แต่มันก็ไม่ได้แย่แผลนี้น่ะแม่เขาคงไม่เห็นมันหรอกแผลขี้ป่ะติ๋วคำพูดของอีกคนมันก็เหมือนมีดที่คอยเสียบแทงเขาได้ทุกเมื่อ แต่อย่างน้อยวันนี้โดนหนักสุดก็แค่ต่อย
แผ่นหลังของคนที่ชื่อว่าเสือเริ่มเดินจางหายท่ามกลางความมืดเป็ที่เรียบร้อยเขาชันตัวลุกขึ้นอย่างช้า ๆ และลากสังขารของตนเดินกลับบ้านเพื่อที่จะไปหาแม่
รอก่อนนะครับ...
# Ngakao Part #
*แอ๊ด...*
“กลับมาแล้วเหรองาข้าว วันนี้กลับมาหายายเร็วจังนะ การงานได้ทำบ้างแล้วรึยัง”
“ครับ วันนี้ขอพี่ไม้กลับมาก่อน และไก่ย่างเขาเอามาฝาก”
โชคดีที่ไก่ย่างในมือไม่ได้ถูกอีกคนใจร้ายอย่างน้อยมันก็ไม่ได้ถูกย่ำยี และในวันนี้ก็มีข้าวกินแล้ว...
“ยายกินแล้ว หลานกินเลยกำลังจะนอนแล้วเดี๋ยวไข้ราจะได้ลด”
“ครับ เดี๋ยวผมช่วย”
ผมเดินไปหาคนที่ผมเรียก ‘แม่’ก่อนจะพาร่างสาว ๆ พาไปนอน
อยากรู้มั้ยว่าทำไมผมถึงเรียกยายตัวเองว่าแม่ก็เพราะท่านมีพระคุณมากกว่าแม่แท้ ๆ ของผมเสียอีก ยายบอกว่าเขาหนีไปหาผู้ชายคนนึง พ่อผมก็ไม่ใช่คนดีอะไรมากนักค่อนข้างที่จะเ้าชู้จึงทำให้ตายายต้องมาดูแลหลานอย่างผม ผมล่ะไม่ชอบคนเ้าชู้และคนไร้สามัญสำนึกหรือไร้ศีลธรรมมาก ๆ
แต่...ตาดัน...ท่านยังไม่ได้เห็นผมเรียนจบมัธยมปลายเลยด้วยซ้ำ
หลังจากที่ทำธุระอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้วอย่างส่งแม่นอน อาบน้ำ กินข้าว และทำแผลเล็ก ๆให้ตัวเองกิจกรรมที่ผมต้องทำต่อจากนี้ก็คือทำการบ้าน งานที่รับจ้างด้วยเช่นกัน
กว่าจะนอนก็...ตี 3ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดี ผมใช้เทียนไขในการทำการบ้าน ถึงได้ประหยัดไปแบบนี้ บ้านของผมไม่ได้ดีอะไรมันเป็เพียงห้องเช่าเล็ก ๆ ที่มีห้องนอนห้องน้ำห้องครัวอย่างละห้องเงินเก็บก็พอมีอยู่บ้างแต่พอจะใช้ทีต้องคิดให้รอบคอบว่ามันคุ้มค่ารึเปล่าอีกอย่างกะจะเก็บไว้เป็ค่ารักษาพยาบาลให้กับแม่
และหัวผมค่อนข้างอ่อนเื่เทคโนโลยี แต่ถ้าจะเรียนรู้อย่างจริงจังก็ไม่ได้เสียหายอะไร
วันนี้...ฝันดี ตัวผม