“ท่านรังเกลียดพวกเราสองพี่น้องงั้นหรือที่พวกข้าเป็โจร ?” เฟยเปาที่เห็นท่าทีแปลกไปของชายหนุ่มก็รู้สึกไม่น้อย
ชายหนุ่มที่เห็นสีหน้าของทั้งสองก็ตั้งสติคิดได้ทันที
เขากระแอ่มไอในลำคอเบาๆก่อนจะตอบกลับอย่างให้เกียรติ “ข้าจะรังเกลียดพวกเ้าไปทำไม จริงอยู่แม้พวกเ้าจะเป็โจรแต่พวกเ้าทั้งสองก็มีเหตุผลในการกระทำนั้น บนโลกนี้ใครบ้างจะไม่รักตัวกลัวตายทุกคนล้วนแล้วมีความเห็นแก่ตัวทั้งนั้นเพื่อความอยู่รอดของตนเอง หากจะโทษก็ต้องโทษรากฐานของประเทศนี้ที่ต้องบีบคั้นผู้คนให้ผลันตัวกลายเป็โจร”
เมื่อทั้งสองได้ยินก็รู้สึกชื่นใจไม่น้อยกับคำพูดของชายหนุ่มก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างกับเขา “ท่านผู้มีพระคุณตัวข้านั้นเป็เพียงข้าโจรผู้ต่ำต้อยมิมีสิ่งใดจะตอบแทนชดใช้ท่านได้ หากท่านไม่รังเกลียดพวกเราสองพี่น้องจะขอติดตามรับใช้ท่านเป็หัวหน้าเพื่อทดแทนบุญคุณได้หรือไหม”
เขาที่ได้ยินก็แทบกระอักแต่ต้องแสร้งยิ้มไว้ตลอดเวลาให้สองพี่น้องสบายใจ ‘เฮ้ยไอ้หนุ่ม! นี่แกคงจะไม่กำลังบอกว่าให้ผู้มีพระคุณที่พึ่งพบเจอได้ไม่นานมาเป็หัวหน้าโจรคนใหม่ของพวกนายหรอกใช่ไหม หากสักวันฉันถูกทางการจับได้ขึ้นมามีหวังได้ตายหัวหลุดจากบ่าอีกรอบแน่”
แต่เมื่อลองคิดดีๆกลับพบว่ามันก็เป็อีกทางเื่ที่ทำให้เขาปลอดในตอนนี้ไม่ใช่น้อยในโลกแห่งกลียุคเช่นนี้ ประการแรกตัวเขายังไม่รู้จักโลกนี้ดีพอ ประการสองแม้ตัวเขาจะมีประสบการ์ณการทำธุรกิจจากโลกเดิมแต่ตอนนี้เขาก็ไม่มีเงินทุนสำหรับก่อตั้งธุรกิจได้ หากจะยืมสองพี่น้องพวกเขาก็คงมีสภาพย่ำแย่พอกันจากสภาพหมู่บ้านที่ถูกเผาวอดตอนนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเริ่มต้นทำธุรกิจยุคนี้ที่ต้องค่อนข้างอาศัยแหล่งข่าวข้อมูลและเส้นสายในระดับนึงเพื่อความอยู่รอด
ส่วนประการสุดท้ายข้อสาม แถวนี้คือเขตย่านพื้นที่ที่มีเหล่ากลุ่มกองโจรูเาชุกชุมอาศัยอยู่จำนวนมาก หากเดินลงเขาไปแล้วไม่รู้ว่าระหว่างทางจะถูกโจมตีจากคนเรานี้หรือเปล่า ดังนั้นแล้วดั่งคำกล่าวแต่โบราณที่ๆอันตรายที่สุดก็คือที่ปลอดภัยที่สุด
คิดได้ดังนั้นเขาก็ตอบกลับสองพี่น้องอย่างไม่ลังเล “เดิมทีตัวข้าก็เป็แค่คนที่ผ่านทางมา ใจจริงก็เกรงใจที่ต้องรบกวนพวกเ้าสองคนหากบอกว่าตอนนี้ข้ายังไม่มีหนทางที่จะไป แต่เห็นแก่น้ำใจที่พวกเ้าทั้งสองมอบให้ ข้าก็จะขอรับไว้ด้วยความเต็มใจโดยไม่ปฎิเสธ แต่หากวันใดที่เ้าทั้งสองมองว่าข้าเป็ภาระข้าก็พร้อมจะจากไปแต่โดยดี...” สิ้นสุดคำพูดของชายหนุ่มพวกเขาทั้งสองก็คุกเข่าผสานมือแสดงคำสัตย์สาบานต่อหน้าเขาทันที
จนชายหนุ่มต้องก้มตัวประคองพวกเขาทั้งสองให้ลุกขึ้น “ตอนนี้ท่านก็รู้จักชื่อพวกข้าสองคนแล้ว แต่พวกข้ายังไม่รู้ชื่อของท่านเลย”
ชายหนุ่มครุ่นคิดสักพักว่าจะใช้ชื่อว่าอะไรดีในโลกแห่งนี้ “ชื่อของข้าหลี่ เทียนหงส์ อายุ20ปี”
“ไม่น่าเชื่อ! งั้นท่านก็อายุมากกว่าข้าแค่หนึ่งปี ส่วนเฟยซิ่นปีนี้เขาพึ่งจะอายุได้16”
เมื่อทั้งสองแนะนำตัวกันเสร็จสรรพ ก็ต่างพากันเดินดูสภาพรอบๆหมู่บ้าน ซึ่งทุกทีที่พวกเขาเดินผ่านก็มีแต่ซากศพเด็กคนแก่ผู้ชายนอนตายเกลื่อนกลาดส่วนสภาพศพผู้หญิงล้วนตายอย่างน่าทรหดอดสู ภาพตรงหน้าทำให้เทียนหงส์รู้สึกหดหู่ใจนักกับความเลวทรามต่ำช้าของเ้าพวกโจรถ่อยของเกาทุยที่ขนาดเด็กคนกับคนแก่ก็ไม่เว้น ส่วนผู้หญิงก็ล้วนถูกขืนใจไม่พอยังถูกพวกมันย้ำยีศักดิ์ศรีสนองตัญหาตนแล้วปริดชีวิตพวกนางเพื่อความสนุกอีก ในระหว่างทางเฟยซิ่นก็อาสาเป็คนเล่าเื่เหตุการ์ณทั้งหมดให้เขาฟังเกี่ยวกับคนทรยศต่อหมู่บ้าน
ไม่นานพวกเขาทั้งสามช่วยกันรวบรวมศพของชาวบ้านที่ตายมากองรวมกันไว้ก่อนจะจุดไฟเผาสวดส่งดวงิญญาให้คนตายไปสู่สุขคติ
“น่าละอายใจนัก หากข้าเชื่อคำที่ท่านนักวางกลยุทธิ์พูดแต่แรกทุกคนในหมู่บ้านคงไม่ต้องมีจุดจบเฉกเช่นตอนนี้”
“ไม่ใช่แค่ท่านพี่หรอก ตัวข้าก็เสียใจเช่นกันที่ไม่ยอมฟังคำเตือนของท่านผู้เฒ่า ตอนนี้ข้าก็ไม่รู้ว่าเขาจะเป็ตายร้ายดียังไงบ้าง”
ด้วยความสงสัยว่าคนที่พวกเขาพูดถึงนั้นเป็และกำลังเอ๋ยถาม เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของพวกเขาทั้งสาม
“ท่านหัวหน้า นี่ท่านยังไม่ตายอีกรึ”ชายแก่คนหนึ่งเอ๋ยถามขึ้น
“นี่ท่านยังมีชีวิตอยู่อีกรึ ท่านนักวางกลยุทธิ์”ทั้งสองถามอย่างประหลาดใจก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปขอโทษกับความผิดพลาดของตนเองที่ไว้ใจคนผิด
“ฮาฮ่าไม่เป็ไร จริงๆข้าก็แค่แวะกลับมาจะดูสมบัติในหมู่บ้านว่ามีอะไรเหลืออยู่บ้างรึเปล่า แต่ก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพวกทั้งท่านสองจะมีลมหายใจรอดจากเงื้อมมือของเกาทุยได้”
ทั้งสองที่ได้ฟังคำพูดดังกล่าวก็ถึงกับยิ้มแห้งพูดไม่ออกทีเดียว
ชายแก่ที่เห็นชายแปลกหน้าก็เอ๋ยถามกับสองพี่ในทันทีว่าเทียนหงส์เป็ใคร ซึ่งทั้งสองก็ปิดบังและบอกไปตามตรงว่าเขาเป็ผู้มีพระคุณที่ช่วยพวกเขาให้รอดพ้นแถมยังเป็คนที่สังหารซากัวอีกด้วย หากไม่เทียนหงส์ก็นับว่าคงไม่มีพวกเขามายืนอยู่ตอนนี้
“ท่านหัวหน้าแน่ใจรึ ตัดสินใจมอบตำแหน่งและเลือกติดตามเข้าเป็คนหน้า ทั้งที่พึ่งเจอกันเป็ครั้งแรก”
เขาตอบกลับอย่างมั่นใจ “รอบนี้ข้ามั่นใจว่าเลือกคนไม่ผิดและเชื่อในตัวเขา แม้ช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าชีวิตนี้ข้าเป็หนี้บุญคุณของเขา หากไม่มีเขาคงไม่มีข้าในตอนนี้” ส่วนเฟยซิ่นก็ผงกหัวช่วยพูดเสริมในคำพูดของพี่ชายเขาอีกด้วย
ก่อนไม่นานทั้งสองจะพาไปชายแก่ไปแนะนำให้เทียนหงส์รู้จัก “หัวหน้า ท่านนี้คือยอดนักวางกลยุทธิ์สหายเก่าของหัวหน้าหมู่บ้านคนเก่าพ่อของพวกข้าทั้งสองคนเอง”
เทียนหงส์ผสานมือทำความเคารพชายแก่ตรงหน้าทันที เพราะในโลกนี้เขาบอกทั้งสองว่าพึ่งอายุ20ปี “ข้าหลี่ เทียนหงส์ หัวหน้าคนใหม่ของโจรูเาวานร ยังขาดไร้ประสบการ์ณและความสามารถอีกมากหากมีเื่ใดที่ผิดพลาดโปรดท่านผู้าุโชี้แนะ”
“ถ้าท่านหัวหน้าคนใหม่พูดถึงขนาดนี้ ข้าที่เป็ชราอายุก็ปูนนี้คงไม่กล้าปฎิเสธ ดังนั้นแล้วต่อจากนี้ข้าขอฝากตัวด้วย นามชายชราผู้นี้คือ จูเก่อ แต่ชื่อที่ทุกคนรู้จักข้านั้นคือ จูกัดเหลียง”
“ชื่อของท่านช่างยอดเยี่ยมนัก เหมือนกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลย.....”
เพียงได้ยินชื่อนี้ของชายชราเขาก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน จนเขาถึงกับจับไหล่ทั้งสองข้างของชายแก่ด้วยความใ
“ท่านว่ายังไงนะท่านนักวางกลยุทธิ์ ชื่อของท่านคือ...”
“ข้ามีชื่อว่า จูกัดเหลียงขอรับท่านหัวหน้า”
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าชื่อนี้ทำไมถึงคุ้นหูนัก สุดยอกกุนซือนักวางกลยุทธิ์แห่งวุยก๊ก จูกัดเหลียงหรืออีกชื่อที่ผู้คนมากมายบนโลกรู้จักเขา ขงเบ้ง
‘เป็ไปได้ยังไงกัน ทำไมเขาถึงมีตัวตนบนโลกใบนี้หรือว่าจะเป็แค่คนที่ชื่อเหมือนเฉยๆ แต่มันจะเหมือนกันขนาดนั้นเลยยังงั้นหรอ ในโลกเดิมของเราตัวตนของขงเบ้งมีตัวตนอยู่ใน่ปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก สมัยแผ่นดินแบ่งแยกออกเป็สามขั่วอำนาจ หรือที่เรียกกันว่ายุคสามก๊ก แต่โลกใบนี้ขั่วอำนาจมันแตกออกไปถึง 19รัฐไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักนิด’
โปรดติดตามตอนต่อไป